วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีชัย ยันยังไม่คิด เซ็ตซีโร่ บิ๊กตู่ ไว้เชิงไม่รับรู้

ที่สนช.ตั้งพรรคไว้รอท่า!พท.ให้ปล่อยคนเห็นต่าง

“มีชัย” ย้ำทำ ก.ม.ลูกไม่ทัน 4 เดือน ขู่ใครขืนทักท้วงจะใช้เวลาเต็มเหยียด 240 วัน รับหนักใจต้องร่างที่มา ส.ว.กันใหม่ ยังไม่คิดเซ็ตซีโร่ล้างไพ่ สปท.แนบข้อเสนอเซ็ตซีโร่ทางอ้อม กสม.ฉับไวส่งร่าง ก.ม.ลูกแล้ว “บิ๊กตู่” ไม่รู้ไม่ชี้ “ไพบูลย์” จ่อตั้งพรรคไว้รอรับ ยันใช้ ม.44 จนกว่ามีรัฐบาลใหม่ ออกทีวีขอบคุณคนที่มาใช้สิทธิ แจกแจงขั้นตอนที่ต้องทำต่อ ย้ำบ้านเมืองสงบแบบนี้ได้เลือกตั้งตามโรดแม็ปแน่ ซัดพวกอกหักยังไม่วายจ้องป่วน ให้คำมั่นทุ่มเทสติปัญญาให้สมกับความไว้วางใจ ไม่ประมาทในการใช้อำนาจ “ศุภชัย” นำทีม กกต.แถลงผลประชามติเป็นทางการ “อภิสิทธิ์” บอกจะเซ็ตซีโร่ต้องแจงได้ทำเพื่ออะไร “วิทยา” ปัด กปปส.ไม่เกี่ยวพรรค “ไพบูลย์” พท.แถลงการณ์จี้ปล่อยคนเห็นต่างได้แล้ว “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.สอบประชามติไม่โปร่งใส โฆษก รบ.ปัด “บิ๊กตู่” สั่งอย่าให้ความเป็นธรรม “ยิ่งลักษณ์”

ท่ามกลางการจับตาจากหลายฝ่ายว่า รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงรักษาคำสัญญาเรื่องโรดแม็ปหรือไม่ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ประกาศผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแล้วว่า หากบ้านเมืองสงบเรียบร้อยแบบนี้ จะได้เลือกตั้งตามโรดแม็ปแน่นอน

“มีชัย” พลิ้ว ก.ม.ลูกไม่ทัน 4 เดือน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องการจัดทำกฎหมายลูก และแก้ไขบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญส่วนบท เฉพาะกาล ให้สอดคล้องกับคำถามประกอบการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กรธ.ส่งจดหมายไปยังองค์กรอิสระ ให้เตรียมทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นอาจให้เวลาดำเนินการ 1-2 เดือน แล้วให้ส่งกลับมายังกรธ. หวังว่าจะไม่มีผู้ใดทักท้วงว่าเป็นการทำร่างกฎหมายไว้ล่วงหน้า แต่หากมีคนทักท้วงจะสั่งให้หยุดทันที กลับไปใช้เวลาทำร่างกฎหมายลูกให้เต็มจำนวน 240 วัน ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด ส่วนที่นายกฯบอกให้ทำกฎหมายลูกในส่วนที่สำคัญต่อการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ให้เสร็จภายใน 2-4 เดือน คงไม่สามารถทำได้ ทำกฎหมายต้องใช้เวลา แม้แต่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ยังได้เวลาพิจารณาถึง 90 วัน การทำกฎหมายลูกต้องคิดให้รอบคอบ รับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องด้วย

กุมขมับต้องรื้อที่มา ส.ว.กันใหม่

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ยอมรับว่าหนักใจต่อการร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ต้องบัญญัติเนื้อหาใหม่ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนด โดยเฉพาะกลไกที่ต้องออกแบบเพื่อให้การแบ่งกลุ่มที่มา ส.ว. เป็น 20 กลุ่ม เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิสมัครรับเลือก ทั้งในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง อาจนำกฎหมายลูกที่มีอยู่มาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขได้ แต่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ คือ การวางแนวทางให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง แต่ต้องไม่สร้างความลำบากให้พรรค ในกรณีที่ต้องเรียกสมาชิกทั้งหมดมาประชุม เป็นต้น

ย้ำ กรธ.ยังไม่คิดเซ็ตซีโร่ล้างไพ่

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนประเด็นการให้พรรค การเมืองจดทะเบียนพรรคใหม่ หรือเซ็ตซีโร่นั้น กรธ.ไม่มีแนวคิด แต่ถามว่ามีเงื่อนไขเป็นไปได้หรือไม่ อยู่ที่การกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกพรรคการเมือง เพราะในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติมีบท บัญญัติที่ปรับปรุงจากกฎหมายฉบับเดิมที่ใช้อยู่ ประเด็นนี้ กรธ.ยังไม่พิจารณา ต้องรับฟังความเห็นของนักการเมืองด้วย หากเขาต้องการให้เซ็ตซีโร่กันมากๆก็ต้องรับมาพิจารณา ส่วนแนวคิดเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองที่มองกันว่าเพื่อไม่ให้พรรคใดได้เปรียบกว่ากัน คิดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะพรรคเก่าเขาก็มีฐานเสียง ส่วนพรรคใหม่ที่ไม่มีฐานเสียงก็ไม่มีอยู่ดี

ตีกรอบพวกมีส่วนได้เสียห้ามจุ้น

นายมีชัยยังกล่าวถึงประเด็นการขจัดส่วนได้ ส่วนเสียต่อการพิจารณากฎหมายลูกฉบับใหม่ ว่า ถ้าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ตั้งใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือรู้ตัวว่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ว. ควรลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 เดือน หลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ เพื่อไม่ให้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการพิจารณาร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรรมการในองค์กรอิสระที่จัดทำร่างกฎหมายลูกนั้น ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้กรรมการองค์กรอิสระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเพื่อออกกฎหมายลูก แต่การจะพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ให้เขียนไว้ในร่างกฎหมายลูก ดังนั้นกรณีที่กรรมการในองค์กรอิสระจะพ้นตำแหน่งไปหรือไม่ จะใช้คุณสมบัติของกรรมการเป็นประเด็นหลักในการพิจารณา ส่วนคณะกรรมการองค์กรอิสระชุดใดจะพ้นตำแหน่งเป็นบุคคลหรือเป็นคณะกรรมการทั้งชุด ต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง

สปท.ชงปฏิรูประบบพรรคการเมือง

ขณะที่นายสมพงษ์ สระกวี ประธานคณะทำงานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ได้พิจารณาเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่จะเสนอต่อ กรธ.เสร็จแล้ว มีสาระสำคัญตามรายงานที่ สปท.เคยให้ความเห็นชอบไป คือ เสนอให้พรรค การเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน ไม่ถูกครอบงำจากนายทุนพรรค อาทิ การให้สมาชิกพรรคต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีแก่พรรค เพื่อให้มีความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของพรรค การห้ามยุบพรรคการเมือง ยกเว้นทำผิดร้ายแรงล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง การให้สมาชิกพรรคแต่ละพื้นที่มีส่วนร่วมคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. หรือ “ไพรมารีโหวต” การกำหนดตัวผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น รัฐมนตรี เลขานุการ หรือที่ปรึกษารัฐมนตรี ต้องให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมคัดเลือก ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค

แนบข้อเสนอเซ็ตซีโร่ทางอ้อม

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนแนวคิดเซ็ตซีโร่ยุบทุกพรรคการเมืองนั้น สปท.ไม่ได้เสนอไป เพราะไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา แต่ข้อเสนอที่ให้สมาชิกพรรคต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ก็เหมือนเป็นการเซ็ตซีโร่ทางอ้อมอยู่แล้ว เพราะจะทำให้พรรคการเมืองต้องไปจัดหาสมาชิกพรรคใหม่ทั้งหมด ไม่สามารถใช้รายชื่อสมาชิกพรรคที่มีอยู่เดิมได้ ต้องไปหาสมาชิกพรรคใหม่ที่ต้องยินยอมเสียค่าสมาชิกพรรครายปี เพียงแต่สถานะการเป็นพรรคการเมืองยังคงอยู่ไม่ถูกยุบ ข้อเสนอเหล่านี้เป็นสิ่งที่ สปท.อยากให้ กรธ.เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรใน พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่ง สปท.จะส่งข้อเสนอให้ กรธ. กกต. และ สนช.ในวันที่ 16 ส.ค.ต่อไป

กสม.ฉับไวส่ง ก.ม.ลูกถึงมือ กรธ.

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า กสม.เสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ กรธ.เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาสหภาพยุโรป (อียู) ได้พิจารณาสถานะของ กสม. ดังนั้น กสม.จึงต้องร่างกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล และเพื่อเป็นการป้องกันการถูกลดเกรด ร่างที่ส่งไปเป็นอำนาจ กรธ.ว่าจะนำไปใช้หรือไม่ ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ กรธ.พิจารณากฎหมายลูก อยากให้เปิดโอกาสให้ประชาชนและฝ่ายต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อทำให้เกิดการมีส่วนร่วม และมีความเชื่อมโยงกับประชาชน ให้เป็นที่ยอมรับ

เดินหน้า พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ว่า ต้องดำเนินการหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ มีเวลา 120 วันในการร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ จากนั้นจึงตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติภายใน 1 ปี ยืนยันว่าทุกฝ่ายจะมีส่วนร่วม เพราะผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน สปช. สปท. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ส่วนที่ฝ่ายการเมืองกังวลว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะถูกบังคับให้เดินตามยุทธศาสตร์ 20 ปีนั้น ไม่เข้าใจว่าเขากลัวจะถูกบังคับอะไร ยุทธศาสตร์ชาติมีแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ถ้านโยบายของพรรคการเมืองเป็นประโยชน์กับประชาชน ก็สามารถทำได้

“วิษณุ” จ่อแจงขั้นตอนต่อนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงขั้นตอนดำเนินการหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว วันที่ 11 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะชี้แจงขั้นตอนของกรอบเวลาต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน

กกต.เดินสายขอบคุณ รด.จิตอาสา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) นายประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เดินทางเข้าพบ พล.ท.วีรชัย อินทุโศภณ ผบ.นรด. เพื่อขอบคุณที่ช่วยรณรงค์การออกเสียงประชามติ ในโครงการ รด.จิตอาสา โดยนายประวิชกล่าวว่า การรณรงค์ของ รด.จิตอาสา ไม่พบเรื่องร้องเรียนว่าไปก้าวก่ายการทำงานของ กกต. หรือเอนเอียง กกต.พร้อมขอการสนับสนุน รด.จิตอาสาให้เข้ามาร่วมรณรงค์อีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปลายปี 2560 ขณะที่ พล.ท.วีรชัยกล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับ กกต. ในโอกาสต่อไป

“ศุภชัย” นำทีมแถลงผลทางการ

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นำ กกต. 3 คน คือ นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายประวิช รัตนเพียร นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ขาดเพียงนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ ที่ลาป่วย ร่วมกันแถลงผลออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ นายศุภชัยกล่าวว่า กกต.ส่งรายงานผลคะแนนออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการไปถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง 50,071,589 คน ผู้มาใช้สิทธิ 29,740,677 คน หรือร้อยละ 59.40 บัตรเสีย 936,209 บัตร ร้อยละ 3.15 ประเด็นที่ 1 เห็นชอบ 16,820,402 คะแนน ร้อยละ 61.35 ไม่เห็นชอบ 10,598,037 ร้อยละ 38.65 ประเด็นที่ 2 เห็นชอบ 15,132,050 คน ร้อยละ 58.07 ไม่เห็นชอบ 10,926,648 ร้อยละ 41.93 ไม่มีเรื่องร้องคัดค้าน

ถอดบทเรียนไว้จัดเลือกตั้งใหญ่

นายประวิชกล่าวว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิมากกว่าร้อยละ 50 ในทุกจังหวัด แตกต่างจากปี 50 ที่หลายจังหวัดมีผู้มาใช้สิทธิไม่ถึงร้อยละ 50 จากนี้ไป กกต.จะถอดบทเรียน ปัญหาอุปสรรคสำหรับจัดการเลือกตั้งในปลายปีหน้า

5 จว.ภาคเหนือมาใช้สิทธิมากสุด

นายสมชัยกล่าวว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเสียที่เกิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่อนข้างสูง คือ ปัตตานี ร้อยละ 7.43 นราธิวาส ร้อยละ 7.11 ยะลา ร้อยละ 6.54 กรณีนี้ กกต.จะรับเป็นข้อสังเกตเพื่อศึกษาวิจัยว่าปัญหาเกิดจากเหตุใด ส่วนบัตรเสียน้อยสุด คือ กทม. ร้อยละ 1.53 สำหรับจังหวัดที่มาใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก เชียงราย ส่วนที่มาใช้สิทธิน้อยสุด ได้แก่ สมุทรปราการ กทม. หนองคาย ชลบุรี ร้อยเอ็ด ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่เห็นชอบทั้งประเด็นที่ 1 และประเด็น 2 สูงสุด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ระนอง สำหรับกรณีหันหลังนับคะแนนที่พิษณุโลก กกต.พิจารณาแล้วว่าเป็นวิธีการผิดระเบียบ ต้องนับโดยเปิดเผย แต่ในหน่วยดังกล่าวไม่มีการร้องคัดค้านเข้ามา ก็จะไม่นับคะแนนใหม่ และจำนวนเสียงไม่มีผลกระทบต่อการประกาศผลเป็นทางการ แต่ตนจะลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง

รอ กรธ.ประสานค่อยเตรียม ก.ม.ลูก

นายศุภชัยชี้แจงเพิ่มเติมถึงการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ว่า การร่างกฎหมายลูกเป็นอำนาจ กรธ. หากประสานมา กกต.ก็พร้อมเสนอเพราะตั้งคณะทำงานไว้อยู่แล้ว ส่วนแนวคิดการเซ็ตซีโรพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ กรธ.จะพิจารณา กกต.ไม่มีหน้าที่ยกร่าง

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. รักษาการเลขาธิการ กกต. ในฐานะตัวแทน กกต. นำเอกสารสรุปผลประชามติ ส่งมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ผ่านนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร

“บิ๊กตู่” ไม่รู้ไม่ชี้ “ไพบูลย์” ตั้งพรรค

เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เตรียมจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ว่า “ท่านก็ตั้งไปสิ ผมไม่ได้ยิน” เมื่อถามว่า มีการอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะเสนอให้เป็นหัวหน้าพรรค และเป็นนายกฯ ถือว่าเป็นการอ้างชื่อท่านหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้ำว่า “ผมไม่ได้ยิน ก็แล้วแต่เขา ใครจะพูดอะไรก็พูดไป” เมื่อถามย้ำว่าจะไม่เอาด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ทำท่าโบกมือพร้อมกล่าวว่า “ผมไม่ได้พูดอะไร อยากจะพูดก็พูดไป” เมื่อถามอีกว่าปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคตใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้ ไม่รู้ ใครอยากพูดก็พูด” เมื่อถามว่าอยากเห็นพรรคการเมืองใหม่ๆเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ นายกฯยังคงตอบแค่ว่า “ไม่รู้ ไม่รู้”

ถามสั้นๆ รธน.ประกาศใช้หรือยัง

ต่อมาเวลา 16.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการตั้งพรรคการเมืองของนายไพบูลย์ ว่า “เป็นเรื่องของท่าน ผมยังไม่ใช่นักการเมือง ฉะนั้น ไม่ตอบ ไม่พูด เป็นเรื่องของแต่ละคน เปิดให้แสดงความคิดเห็นกัน อยากพูดอะไรก็พูดไป ไม่ได้ปิดกั้น ถ้าปิดกั้นคงบอกไม่ต้องมาพูด หยุดพูดทั้งหมด สื่อต้องช่วยกันพูดให้ต่างประเทศเขาได้ยินบ้าง ไม่ใช่แต่มาขยายความว่าปิดกั้นไม่ให้พูด จำกัดสิทธิเสรีภาพ มันใช่ที่ไหน เมื่อถามว่าแสดงว่าจากนี้ไปใครต้องการตั้งพรรคการเมืองใหม่สามารถทำได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “มันถึงเวลา ได้เวลาหรือยัง รัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้หรือยัง ก็ยัง จะรีบร้อนอะไรกันนักหนา หรือจดพรรคใหม่ได้แล้วหรือยัง”

ยันใช้ ม.44 จนกว่ามีรัฐบาลใหม่

นายกฯกล่าวด้วยว่า วันที่ 11 ส.ค. กระทรวงการต่างประเทศจะชี้แจงกับเอกอัครราชทูตผู้แทนต่างประเทศประจำประเทศไทย และส่งไปยังเอกอัครราชทูตไทยที่อยู่ประจำประเทศต่างๆด้วย รวมทั้งสื่อไทยและต่างประเทศ ให้เข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลจะทำต่อไปมีอะไรบ้าง ตามโรดแม็ปถึงปี 2560 เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกคำสั่งหรือประกาศใช้มาตรา 44 นายกฯตอบว่า ไม่มี ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้ อยู่ทำได้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ มีปัญหาอะไร แล้วทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยหรือเปล่า กับคนบางคนกฎหมายอะไรก็ไม่รับสักอย่าง

ออกทีวีขอบคุณคนที่มาใช้สิทธิ

จากนั้นเวลา 18.05 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกและหัวหน้า คสช. แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเกือบร้อยละ 60 ที่ช่วยกันรักษากฎเกณฑ์กติกาและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เห็นภาพพ่อแม่พี่น้อง คนชรา คนพิการออกไปใช้สิทธิกันท่วมท้นแล้วชื่นใจจริงๆ ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาบรรยากาศดีๆเช่นนี้ตลอดไป โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหญ่อีกประมาณ 1 ปีข้างหน้า ความรู้สึกและความ คิดเห็นส่วนตัวที่อาจสมหวังหรือผิดหวัง ถูกใจหรือไม่ถูกใจ ย่อมมีอยู่เป็นธรรมดา แต่ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลดังกล่าว ขอให้เราทั้งหลายทิ้งความเห็นต่าง ความ รู้สึกชอบ ไม่ชอบ หรือรับ ไม่รับไว้ในหีบลงคะแนน แล้วร่วมกันก้าวต่อไปข้างหน้า

แจกแจงทุกขั้นตอนละเอียดยิบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ภารกิจที่รอเรายังมีอีกมาก คือการสร้างความเจริญรุ่งเรือง ปฏิรูปประเทศ ยุติความขัดแย้ง และสร้างความปรองดองภายใต้กติกาฉบับใหม่ อะไรที่เคยรู้สึกคลุมเครือถือว่าชัดเจนแล้ว เป็นไปตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ทุกประการ รัฐบาลนี้คงอยู่ต่อไปอีกประมาณ 1 ปีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จนถึงการเลือกตั้งในปีหน้า ตามโรดแม็ปและตั้งรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อความเข้าใจ ความชัดเจน และความมั่นใจของพี่น้อง ขอรายงานสิ่งที่จะต้องทำต่อจากนี้ไป ดังนี้ 1.กรธ.ต้องแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับประชามติตามประเด็นคำถามพ่วง ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความถูกต้อง เสร็จแล้วให้เจ้าหน้าที่อาลักษณ์เขียนร่างรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ลงในสมุดไทย หลังจากนั้นจะได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงพิจารณาลงพระปรมาภิไธย ใช้เวลารวมไม่เกิน 3 เดือน

บ้านเมืองสงบเลือกตั้งปลายปี 60

นายกฯกล่าวว่า 2.เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจะสิ้นสุดลง กรธ.ต้องจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก 10 ฉบับ โดยเฉพาะ 4 ฉบับแรก ซึ่งจำเป็นต่อการเลือกตั้งก่อนฉบับอื่น ขณะที่รัฐบาลจะจัดทำกฎหมายหลายสิบฉบับและเตรียมการ ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดคู่ขนานกันไป เสร็จแล้วจะเสนอให้ สนช.พิจารณา ระหว่างนี้ คสช. รัฐบาล สนช. และ สปท. ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามบทเฉพาะกาล จนกว่าองค์กรใหม่จะเข้ามารับช่วงตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.การจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ เป็นงานที่ละเอียดอ่อนและยากลำบากไม่น้อยไปกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ แต่น่าจะเสร็จสิ้น ประกาศใช้ได้ไม่เกินกลางปี 2560 จากนั้นเป็นหน้าที่ของ กกต.จัดการเลือกตั้งทั่วไปให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน หรือ 5 เดือน คือช่วงปลายปี 2560 ยังคงเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ หากสถานการณ์บ้านเมืองยังมีความสงบสุข

คสช.เข้ามาทำประเทศสงบสุข

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ดูสงบเรียบร้อยดี ไม่ต้องหวาดระแวงเหมือนเมื่อก่อนว่าใครเป็นใคร สีใด อยู่ฝ่ายใด สิทธิเสรีภาพยังมีอยู่ทุกประการ แม้จะมีผู้บิดเบือนว่าถูกจำกัดตัดสิทธิ แต่ถ้าสุจริตและไม่ได้ทำผิดกฎหมายก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ทุกคนยังสามารถกระทำการใดๆ ก็ได้ ยังแสดงความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิติเตียนรัฐบาลได้ ที่สำคัญในช่วงเวลานี้ประเทศไทยยังได้รับความเชื่อมั่น การยกย่อง และจัดอันดับในขั้นที่น่าพอใจในด้านต่างๆจากนานาประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังคงเป็นไปตามปกติ รัฐบาลทุกประเทศให้เกียรติยกย่องประเทศไทย องค์กรต่างๆสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่อยู่ในสภาพง่อยเปลี้ยดังในอดีต ลองเปรียบเทียบสภาพบ้านเมืองในวันนี้ กับเมื่อก่อนเดือน พ.ค.2557 อย่างน้อยอาจถามตัวเองว่าทุกวันนี้มีความสุขสบายใจขึ้นกว่าเมื่อก่อนหรือไม่

ซัดพวกอกหักยังไม่วายจ้องป่วน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ใช่ว่าบ้านเมืองจะปราศจากปัญหาโดยสิ้นเชิง เพราะแม้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน โดยเฉพาะฝ่ายเอกชน ร่วมกันทำงานตามแนวทางประชารัฐ พยายามคืนความสงบสุขแก่ประชาชน ยุติความขัดแย้งเยียวยาความบอบช้ำของบ้านเมือง นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ยังมีผู้ไม่พอใจหรือผิดหวังกับความปกติสุขเช่นนี้ ยังคงทำลายและทำร้ายประเทศ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวยิ่งกว่าความสงบเรียบร้อยบ้านเมืองไม่หยุดหย่อน อีกทั้งยังจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันอันเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนอย่างรุนแรง เป็นหน้าที่ของรัฐต้องดูแลมิให้เป็นภยันตรายคุกคามความสงบสุขประชาชนและความมั่นคงแห่งชาติ ยืนยันว่า การดำเนินการของรัฐจะอยู่ภายใต้กฎหมาย และหลักนิติธรรม อย่างน้อยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 จะยังคงมีอยู่ต่อไปเพื่อความอุ่นใจ สร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องทั้งหลายไปอีกระยะหนึ่ง จึงขอให้ผู้คิดร้ายต่อประเทศยอมรับนับถือกฎหมาย และคำนึงถึงพลังประชามติวันที่ 7 ส.ค.ด้วย

พลังประชาชนไม่อาจประมาทได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ปัญหาที่ท้าทายและหนักหน่วงยังรอเราอยู่ข้างหน้าอีกมาก ตนซาบซึ้งขอขอบคุณในความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่มีต่อคสช.และรัฐบาล พลังประชามติครั้งนี้มีความหมายมากต่ออนาคตประเทศ อย่างน้อยแสดงให้โลกรู้ว่าชาวไทยคิดอย่างไร ต้องการอย่างไร พลังของประชาชนไม่อาจประมาทได้เลย ดังนั้น คสช.และรัฐบาลโดยเฉพาะตน จึงยิ่งต้องใช้ความพยายาม ทุ่มเทสติปัญญา และเวลาที่เหลืออยู่ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุด ให้สมกับความเชื่อมั่น และความไว้วางใจ โดยยึดถือความสุจริต มีธรรมาภิบาลและความไม่ ประมาทในการใช้อำนาจหน้าที่ สิทธิเสรีภาพของประชาชน ข้อใดที่รัฐธรรมนูญรับรอง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้อยู่จะได้รับการคุ้มครองเต็มที่ ประเทศชาติของเราต้องเป็นสังคมที่มีสันติสุขมีความสงบเรียบร้อย มีเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจน มีความเป็นธรรม ทุกคนต้องเดินเคียงคู่ไปด้วยกันเพื่อว่าเราทั้งหลายจะสามารถก้าวไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้บางคนจะยังมีความเห็นแย้งหรือความเห็นต่างกันอยู่บ้างก็ตาม

อียูแทรกทำให้ประชาชนสับสน

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีนางเฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ว่า จากผลประชามติถือเป็นการก้าวไปข้างหน้าตามโรดแม็ปที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในสังคม เป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชนที่ทุกฝ่ายควรเคารพ หากยังเสนอข้อมูลในเชิงวาทะเพื่อหวังผลทางการเมืองเหมือนในอดีต นอกจากจะฉุดรั้งประเทศให้ย่ำอยู่กับที่แล้ว ประชาชนอาจรู้สึกเบื่อหน่าย จึงควรปรับท่าทีบ้าง รับฟังบริบทของสังคมไทยในทุกแง่มุม แล้วเสนอข้อมูลให้ตรงกับสภาพความจริง

“บิ๊กป้อม” ดับข่าวหน้ามืดเข้า รพ.

อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ปฏิเสธกระแสข่าวเกิดอาการเป็นลมหน้ามืด จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าช่วงกลางดึกที่ผ่านมาว่า “ไม่มีๆ ชีวิตเกิดมาไม่เคยเป็นโรคที่เป็นลม ไม่เป็นตามข่าวลือว่าเครียดเพราะทำงานหนักแล้วเป็นลม ตอนนี้ปกติดี” ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม เติมว่า เมื่อเวลา 06.30 น. วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตรได้เดินออกจากบ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) มาทักทายเพื่อนๆน้องๆและร่วมรับประทานอาหารเช้า มีการพูดคุยสั่งการเรื่องงานต่างๆที่ต้องทำในวันนี้ ก่อนจะเปิดบ้านพัก ร.1 รอ. ให้บุคคลที่ใกล้ชิดเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบปีที่ 71 ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ เวลา 07.00 น.

“บิ๊กป๊อก” ลั่นไม่คิดร่วมวง “ไพบูลย์”

ที่สโมสรทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานมอบรางวัลกำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่า จากนี้ไปต้องผลักดันให้ทำหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล บูรณาการพื้นที่ไปสู่แนวทางปฏิบัติให้เกิดผล การออกเสียงประชามติที่ผ่านมา ถือว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีส่วนสำคัญ ทำหน้าที่ทั้งเป็นวิทยากรและดูแลความสงบเรียบร้อย ทำให้การออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยดี เมื่อถามว่าจากนี้ไปจนถึงก่อนการเตรียมเลือกตั้งปี 2560 กระทรวงมหาดไทยเตรียมความพร้อมอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ต้องดำเนินการตามที่รัฐบาลมอบหมายให้รับผิดชอบ ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงเตรียมจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เพื่อรองรับและสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งครั้งใหม่นั้น ไม่มีทั้งนั้น เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ไปเข้าร่วมแน่นอน ตนก็คงไม่เข้าร่วมเช่นเดียวกัน ไม่แม้แต่จะคิด

“อภิสิทธิ์” ขอ กรธ.เปิดกว้างรับฟัง

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า กรธ.ต้องเร่งทำกฎหมายลูก 4 ฉบับ เพื่อเดินหน้าตามโรดแม็ปให้ตรงเจตนารมณ์กับประชาชนที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนจากนี้คือ นำคำถามเพิ่มเติมไปใส่ในรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อย แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย คสช.ควรเร่งเดินหน้า ส่วนพรรคการเมืองต้องระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น เพราะอาจถูกมองเรื่องผลประโยชน์ การปฏิรูปพรรคการเมืองต้องฟังความเห็นจากทุกฝ่าย พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล

จะเซ็ตซีโร่ต้องบอกได้ทำเพื่ออะไร

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองใหม่นั้น อยู่ที่ กรธ.จะพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หากต้องเซ็ตซีโร่จริงก็ต้องทำ ถ้าจะให้จัดตั้งพรรคใหม่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใหม่ ถ้าจะทำจริงๆ ต้องตั้งพรรคให้เป็นสถาบัน แต่ถ้าตั้งพรรคเฉพาะกิจ พรรคของบุคคลที่มีเจ้าของ ก็ตั้งง่าย จึงต้องไปถามผู้ที่คิดจะให้เซ็ตซีโร่ว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำ ต้องให้ กรธ.ตกผลึกว่ากฎหมายพรรคการเมืองมีประเด็นอะไรบ้าง ต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้ได้พรรคการเมืองที่ดีที่สุด เราอยากให้พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองของประชาชนจริงๆ

ไม่สนผุดพรรคประชาชนปฏิรูป

เมื่อถามว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน ประกาศจะตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เพื่อรองรับให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งใหม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ต้องทำตามกติกาใหม่ที่จะออกมา พรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นได้ทุกสมัย แต่หากจะปฏิรูปพรรคการเมืองเดิม ควรเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ว่ากฎหมายลูกที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองเดิมเขียนไว้อย่างไร แล้วจะไม่เขียนอย่างนั้น ส่วนถ้ามีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์แตกหรือไม่นั้น กับแกนนำ กปปส. ในพรรคไม่มีปัญหา แม้ความเห็นต่างกัน และยังไม่ได้คุยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน (มปท.) แต่พรรคพร้อมช่วยประคับประคองให้เดินตามโรดแม็ปได้อย่างราบรื่น

รับได้ ปชป.เล็กลงแต่เป้าหมายเดิม

เมื่อถามว่าหากมีการแตกตัวออกไปจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เล็กลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่สามารถตอบแทนทุกคนได้ แต่เป้าหมายของพรรคชัดเจนเหมือนเดิม ไม่ห่วงว่าพรรคจะใหญ่หรือเล็ก เพราะขึ้นอยู่กับประชาชน ไม่ใช่จำนวน ส.ส. ถ้ามัวคิดถึงแต่อำนาจต่อรองทางการเมือง ประเทศจะกลับไปเหมือนเดิม ส่วนที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าจะมีการใช้เสียง ส.ว.สรรหา ร่วมกับ ส.ส.บางส่วนบีบให้พรรคการเมืองร่วมกันตั้งรัฐบาลแห่งชาติในอนาคตนั้น พูดล่วงหน้าไม่ได้ การตั้งรัฐบาลมีปัจจัยอีกมาก จากสถานการณ์วันนี้จนถึงวันเลือกตั้งยังมีปัจจัยอีกมาก

“วิทยา” ปัดไม่เกี่ยวกับ กปปส.

นายวิทยา แก้วภารดัย สปท. และอดีตแกนนำกปปส. กล่าวว่า กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เตรียมจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกวาระนั้น นายไพบูลย์เป็นหนึ่งในแนวร่วม กปปส. มีส่วนในการชุมนุมมาโดยตลอด แต่เรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง เป็นเพียงแนวคิดส่วนตัวของนายไพบูลย์ ไม่เกี่ยวกับกปปส. ยืนยันว่า กปปส.ไม่มีแนวคิดจะจัดตั้งพรรคการ เมืองแต่อย่างไร ส่วนที่นายไพบูลย์แสดงจุดยืนสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ให้ขึ้นเป็นนายกฯอีกสมัยนั้น เป็นสิทธิของนายไพบูลย์จะสนับสนุนใครก็ได้

“ปึ้ง” ชี้อย่ามองมิตรประเทศด้านลบ

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แสดงความห่วงใยสถานการณ์ความเป็นประชาธิปไตยของไทย ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการทำประชามติไปแล้วนั้น รัฐบาลและ คสช. ไม่ควรมองข้ามหรือคิดว่าเขาไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนชาวไทย เพราะมิตรประเทศอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ต่างก็มีความหวังดี อยากเห็นประเทศไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากล ถ้ารัฐบาลและ คสช.สามารถทำให้เห็นว่าให้สิทธิและเสรีภาพกลับคืนแก่ประชาชนแล้ว ความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้น เศรษฐกิจก็จะกระเตื้องขึ้น

“วัฒนา” ฟิตร่างกายเตรียมลุยต่อ

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทันทีที่ผลประชามติออกมา ความเหนื่อยและความเครียดจากร่างรัฐธรรมนูญก็สิ้นสุดลง จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ คสช. และฝ่ายสนับสนุนที่จะต้องเครียดบ้าง เพราะต้องทำสิ่งที่ไปขายความฝันกับประชาชนไว้ให้จริง สำหรับตนขอพักผ่อนเล่นกีฬารักษาสุขภาพ เพราะการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่สิ้นสุด เพิ่งจะเริ่มต้นนับหนึ่งเท่านั้น

พท.จี้ปล่อยคนเห็นต่างได้แล้ว

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกคำแถลง เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้เห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ และเร่งสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างต่อการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น แต่ยังมีประชาชนถูกจับกุมและอยู่ระหว่างดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ประชามติและกฎหมายอาญาจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้อง ดังนี้ 1. ควรพิจารณาปล่อยตัวผู้มีความเห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการทำประชามติสิ้นสุดลงแล้ว การดำเนินการกับผู้เห็นต่างจึงควรยุติลง ผู้มีอำนาจและผู้บังคับใช้กฎหมาย ควรใช้ดุลพินิจในทางสร้างสรรค์ ว่าการเผยแพร่ความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ ไม่ควรจะตั้งข้อหาขนาดว่ากระทำผิดอาญาร้ายแรง นอกจากนี้ผู้ถูกคุมขังบางส่วนมีสุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ มีโรคประจำตัว จึงควรคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน 2. ควรพิจารณาเสริมสร้างให้มีบรรยากาศการรับฟังความคิดเห็นต่างจากทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์ต่อการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่รอบด้าน เพื่อที่กฎหมายดังกล่าวสามารถนำพาประเทศ ไทยให้เดินต่อไปได้ด้วยการยอมรับจากทุกฝ่าย

ยื่น ป.ป.ช.สอบประชามติไม่โปร่งใส

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์กฎหมาย โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า การทำประชามติครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายกรณีคือ 1. กกต.ไม่แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ทุกครัวเรือน ทำให้ผู้มีสิทธิกว่า 50 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหา ทำให้การตัดสินใจลงประชามติไม่สมบูรณ์ ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2. กกต.ปล่อยให้รัฐบาลและ คสช. ใช้อำนาจข่มขู่ จับกุม คุมขัง ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่กลุ่มสนับสนุนมีอิสระแสดงออก 3. กกต.เร่งแถลงผลประชามติ โดยที่ผลนับคะแนนรวมยังมีข้อพิรุธ 4. บัตรลงประชามติ แยกเป็น 2 ส่วน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ฉีกบัตรเป็น 2 ส่วน การทำงานของ กกต.ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และ พ.ร.บ.ประชามติ ทำให้การลงประชามติ วันที่ 7 ส.ค. ไม่สุจริต เที่ยงธรรม หากตรวจสอบแล้วพบว่าการทำประชามติขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขอให้ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำประชามติเป็นโมฆะ

ปัด “บิ๊กตู่” สั่งอย่าให้ความเป็นธรรม

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังพบนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว กรณีมีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯอ้างเอกสารลับการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ในการเบิกความฝ่ายโจทก์คดีโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้นโยบายในที่ประชุมอย่าให้ความเป็นธรรมและสั่งเร่งดำเนินคดีว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการสรุปภาพรวมเท่านั้น นายกฯไม่ได้บอกเลยว่า อย่าไปให้ความเป็นธรรมเขา ไม่มีมนุษย์คนไหนที่เป็นข้าราชการจะทำแบบนั้นแน่ รัฐบาล หน่วยงานราชการ มีหน้าที่ต้องหาข้อมูล ส่วนความยุติธรรมใครถูกหรือผิดเป็นอำนาจของศาล ให้สังคมสบายใจได้

แจงคิดค่าเสียหายข้าวเป็นธรรม

นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง กำลังพิจารณาตัวเลขที่คณะกรรมการชุดของตนส่งไปให้ จากการตรวจสอบพบว่า ตัวเลขต้นทุนโครงการมี 6 แสนกว่าล้านบาท ส่วนต่างราคาข้าวในโครงการกับท้องตลาด 1 แสนบ้านบาท ถือว่าประชาชน ได้รับประโยชน์ จึงตัดตัวเลขตรงนี้ออก ค่าใช้จ่ายหน่วยราชการประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ถือเป็นการทำตามนโยบายรัฐบาลก็ตัดออก จำนวนดอกเบี้ยจากเงิน 6 แสนกว่าล้านบาทคิดเป็น 3 หมื่นกว่าล้านบาท ถือว่าทำเพื่อประชาชนก็ตัดออกไป เมื่อตัดตัวเลขรายได้การระบายข้าว 1.8 แสนล้านบาทออกไปด้วย ยอดความเสียหายจึงอยู่ที่ 2.8 แสนล้านบาท ตัวเลขนี้คือตัวเลขส่งให้นายกฯและคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งที่ผ่านมา และขณะนี้เจ้าของโกดังทางภาคอีสานเริ่มส่งหนังสือร้องทุกข์มาถึงนายกฯว่ายังไม่ได้รับค่าเช่าโกดัง เป็นความรับผิดชอบขององค์การ ตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และองค์การคลัง สินค้า (อคส.) ที่จะต้องไปเคลียร์ เพราะถือว่าเป็นผู้เช่าโกดัง

ขออย่าเหมารวม นอภ.รับหัวคิว

อีกเรื่อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตรวจสอบคลิปกำนันก้มกราบนายอำเภอ เพื่อขอให้เลิกเก็บค่าหัวคิวโครงการประชารัฐ สูตร 8-10-15 ว่า เบื้องต้นกรมการปกครองได้มีคำสั่งให้นายวชิระ พันดุสะ นายอำเภอสิชล และนายพิทักษ์ บริพิศ นายอำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มาช่วยราชการที่กรมการปกครองแล้ว พร้อมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 2 อำเภอ ที่เกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าว โดยอธิบดีกรมการปกครอง ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะดูทั้งเรื่องความผิดทางวินัยและทางอาญา หากพบว่ากระทำผิดจริง ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เบื้องต้นมีเวลา 30 วันในการสอบสวน อย่างไรก็ตามไม่อยากให้สื่อมวลชนเข้าใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นทุกพื้นที่ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล อย่าเหมารวม แต่ก็จะตรวจสอบในทุกพื้นที่

2 นายอำเภอวอนขอความเป็นธรรม

นายวชิระ พันดุสะ นายอำเภอสิชล กล่าวว่า มาอยู่ที่ อ.สิชล 6 เดือน ยืนยันว่า ไม่มีทุจริตอย่างแน่นอน ยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน แม้จะถูกคำสั่งย้ายด่วนในครั้งนี้ก็ยอมรับ และเคารพในการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา หวังว่าคงจะให้ความยุติธรรมกับตน พร้อมจะกลับมาทำงานเพื่อประชาชนชาวอำเภอสิชลอีกครั้ง ยังมีงานต้องทำอีกเยอะที่ยังค้างคาอยู่

ส่วนนายพิทักษ์ บริพิศ นายอำเภอชะอวด กล่าวว่า งงกับคำสั่งย้ายในครั้งนี้ ไม่ทราบสาเหตุและไม่รู้ตัวมาก่อนเลย เข้าใจว่าคงถูกหางเลขจากคลิปฉาว มาโดนคำสั่งแบบนี้ทำให้รู้สึกน้อยใจ และเสียกำลังใจไปมาก เพราะกระแสสังคมจะมองอย่างไร จึงขอความเป็นธรรมด้วย

กำนัน–ผญบ.เรียกร้องให้ย้ายกลับ

วันเดียวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอสิชล นายสมศักดิ์ นิลพงค์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสิชล พร้อมสมาชิกชมรมฯกว่า 100 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันถือป้ายข้อความ “กำนันผู้ใหญ่บ้านรักนายวชิระ พันดุสะ” และข้อความ “กำนันผู้ใหญ่บ้านสิชลเราเรียกร้องขอนายวชิระ พันดุสะ นายอำเภอของเรากลับคืนมา” นายสมศักดิ์กล่าวว่า ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านใน อ.สิชล เชื่อในความบริสุทธิ์ของนายวชิระ และพากันมาเรียกร้องให้กรมการปกครองส่งนายวชิระกลับคืน อ.สิชล รวมทั้งนายพิทักษ์ด้วย

ผลสอบอดีต ผวจ.สมุทรสาครไม่ผิด

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการสอบสวนนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อดีต ผวจ.สมุทรสาคร ที่ถูกคำสั่งมาตรา 44 ย้ายเข้ามาช่วยราชการประจำสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีการค้ามนุษย์ ว่า ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบที่มีนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เสร็จสิ้นแล้ว ผลปรากฏว่าไม่มีความผิด แต่ตามคำสั่งมาตรา 44 ในช่วงนี้ต้องให้ช่วยรายการไปก่อน และในคำสั่งได้ระบุว่า หากไม่มีความผิดสามารถกลับไปดำรงตำแหน่งระดับเดิมได้แต่ไม่ให้กลับไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเดิม

สปป.ลาวยินดีไทยประชามติราบรื่น

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รมว.การต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เข้าพบและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยถึงการหารือว่า นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว ได้ฝากคำอวยพรนายกฯ พร้อมแสดงความยินดีต่อผลการลงประชามติ และชื่นชมต่อนโยบายของรัฐบาลไทย โดยรัฐบาลลาวสนับสนุนการปฏิรูปตามโรดแม็ปและเห็นว่าความสงบและความเจริญก้าวหน้าของไทย เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาของ สปป.ลาว พร้อมจะร่วมกันขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

นายกฯโชว์ฝีมือขับรถยนต์ไฟฟ้า

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 3/2559 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนการประชุมนายกฯได้เยี่ยมชมการจัดแสดงยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆที่นำมาจัดแสดงหน้าตึกสันติไมตรี ทั้งนี้ นายกฯให้ความสนใจสอบถามรายละเอียด รวมถึงทดลองนั่งและขับทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถสามล้อเครื่อง และกล่าวว่า ถ้าจะนำมาใช้ในประเทศไทยราคาต้องไม่ตีราคาตลาดล่าง ต้องดูหลายอย่างไม่ใช่ของใหม่ดีกว่า ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นมิติใหม่ในวันข้างหน้า ต้องตอบได้ว่าจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่าไหร่ภายใน 30 ปี ทั้งนี้ นายกฯยังได้กล่าวว่า “เครื่องเงียบมาก ถ้าเอาไปจับโปเกมอน ต้องระวัง เพราะไม่ได้ยินแน่”

ต้องการพลังงานทดแทนพุ่งขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังประชุม กพช.ว่า ที่ประชุมห่วงเรื่องการลงทุนพลังทดแทน การวางแผนอนาคต และการปรับแผนจีดีพีต่างๆ ที่มีความก้าวหน้าตามลำดับ โดยเฉพาะการใช้พลังงานทดแทนในสองปีที่ผ่านมา มีความต้องการเพิ่มขึ้นจำนวนมากพอสมควร เร็วกว่าแผนที่วางไว้ รัฐบาลพยายามแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนโดยรวมให้ได้ ครอบคลุม ไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อน แต่ต้องเห็นใจหลายอย่างต้องใช้งบประมาณลงทุนสูง เมื่อถึงเวลาจำเป็น จริงๆต้องสามารถอยู่ได้ ไม่ต้องพึ่งพลังงานจากภายนอก วันหน้าไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นในประเทศ ต้องเตรียมความพร้อมไว้ และเราไม่มีปัญหาอะไรกับใครทั้งสิ้น

“มีชัย” ย้ำทำ ก.ม.ลูกไม่ทัน 4 เดือน ขู่ใครขืนทักท้วงจะใช้เวลาเต็มเหยียด 240 วัน รับหนักใจต้องร่างที่มา ส.ว.กันใหม่ ยังไม่คิดเซ็ตซีโร่ล้างไพ่ สปท.แนบข้อเสนอเซ็ตซีโร่ทางอ้อม กสม.ฉับไวส่งร่าง ก.ม.ลูกแล้ว 11 ส.ค. 2559 00:27 11 ส.ค. 2559 05:34 ไทยรัฐ