วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วางแผนการเงินทำง่าย! เปิด 5 วิธีลงทุนเทพๆ แบบ 'มนุษย์เงินเดือน'

ว่าด้วยเรื่องของ "เงิน" สมัยนี้ใครบอกว่าเงินไม่จำเป็นคงจะไม่มี ยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ นี่แหละ จำเป็นแบบสุดๆ เลย บางคนทำงานมานานแล้วเงินเก็บก็ยังไม่มี เงินเดือนที่ได้ก็น้อยไป อยากมีรายได้เพิ่มแต่ไม่รู้จะทำยังไง ไม่มีลู่ทาง ยิ่งถ้าพูดถึงเรื่องการลงทุนละก็เหล่ามนุษย์เงินเดือนฟังแล้วอาจจะรู้สึกไม่พร้อม ไม่เอาดีกว่า...

แต่จริงๆ แล้วรู้หรือไม่ว่าชาวออฟฟิศอย่างเราๆ นี่แหละ ก็ลงทุนได้แบบที่ว่าไม่ต้องเสียงานประจำ แถมรายได้พอกพูนเพิ่มขึ้นๆ จะดีกว่าไหมถ้าให้เงินทำงานแทนเราบ้าง วันนี้ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสเปิดห้อง ผู้เชี่ยวชาญหรือเรียกได้ว่าเป็นกูรูทางด้านการเงิน คุณรัชดา เสริมศิลปกุล มาแนะ 5 วิธีการลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือน

1.เคล็ดลับบริหารเงินฝาก “เลือกออมในบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ”

สมัยนี้ค่าครองชีพสูงกว่าสมัยก่อนมาก โดยค่าครองชีพหรืออัตราเงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ที่ ประมาณ 0-1% ถ้าเราจะเอาเงินของเราเก็บไว้ที่บัญชีออมทรัพย์ปัจจุบันจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 0.5% ซึ่งน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ แปลว่าทุกวันนี้คุณใช้ชีวิตขาดทุนอยู่ หรือคิดง่ายๆ ว่า “ยิ่งออมยิ่งจน” ดังนั้นจึงต้องหาบัญชีออมเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ

บัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูงก็มีอยู่หลายแบบ เช่น บัญชีฝากประจำประเภทต่างๆ แล้วแต่เงื่อนไข ฝากประจำ 12 เดือน หรือ 24 เดือนก็ว่ากันไป อัตราดอกเบี้ยจะดีกว่าเก็บเงินในบัญชีออมทรัพย์ แต่ก็ต้องยอมรับในเงื่อนไข เช่นต้องมีขั้นต่ำในการฝาก ต้องฝากประจำทุกเดือนห้ามขาด ถอนได้เมื่อครบกำหนดเท่านั้น

ปัจจุบันนี้ก็มีทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการบริหารเงินออมให้งอกเงยแบบง่ายๆ เช่น ให้ดอกเบี้ยประมาณ 1.6-1.8% ต่อปีโดยที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่กำหนดว่าต้องฝากกี่เดือน และถ้ามีความจำเป็นต้องถอน ก็สามารถถอนได้ทันที ซึ่งจะคำนวณดอกเบี้ยให้ทุกวัน สร้างแรงจูงใจให้เราเห็นเงินของเราเพิ่มขึ้นแม้อยู่นิ่งๆ ในบัญชี โดยถ้าเดือนไหนฝากมากกว่าถอนก็ได้ดอกเบี้ยสูงสุด 1.8 %ไปเลย แต่ถ้าเดือนไหนถอนมากกว่าฝากก็ได้ดอกเบี้ย 1.6% ซึ่งก็ยังถือว่าได้ดอกเบี้ยสูงมากกว่าฝากทั่วไปถึง 4 เท่า แถมยังมีสภาพคล่องอีกด้วย เป็นทางเลือกแรกที่น่าสนใจ

2.เคล็ดลับการลงทุนซื้อ LTF/ RMF “ซื้อกองทุนเป็นเงิน 15% ของรายได้ในปีนั้นๆ นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย”

ทางเลือกที่ 2 รูปแบบการเก็บเงินของมนุษย์เงินเดือนในช่วงเริ่มต้น สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การบริหารเงินที่ช่วยเรื่องการลดหย่อนภาษีได้ด้วย กองทุนทั้ง LTF และ RMF คือคำตอบดีที่สุด แต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจซื้อควรหาข้อมูลมาประกอบการพิจารณา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีข้อมูลค่อนข้างละเอียด ทั้งอัตราผลตอบแทน หรือประเภทของธุรกิจที่กองทุนนั้นๆ เลือกลงทุน รวมไปถึงอัตราความเสี่ยง ซึ่งเราสามารถพิจารณาตามความพอใจหรืออาจจะหาอ่านรีวิวที่มีมากมายในเว็บต่างๆ

ซึ่งถ้าโจทย์ในการลงทุนในช่วงแรก คือ การนำเงินที่ลงทุนในกองทุนไปใช้เพื่อลดหย่อนภาษี ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก อย่างน้อยครบกำหนดแล้วเรายังได้เงินต้นกลับมาครบเพิ่มเติมคือกำไรนิดหน่อยและบวกกับสิทธิ์ที่เรานำไปใช้ในการลดหย่อนภาษี อันนี้ก็ถือว่าเป็นกำไรของเราแล้ว ถ้าอายุยังน้อยควรเลือกการลงทุนเป็นระยะสั้น คือ LTF ลงทุนเพียง 7 ปีปฏิทิน แล้วสามารถนำเงินต้นกลับมาแล้วลงทุนใหม่ได้ แต่ถ้าเป็น RMF เป็นการลงทุนที่ต้องต่อเนื่องคือต้องซื้อทุกปีจนกระทั่งเกษียณ

LTF (Long Term Equity Fund) หรือว่าเรียกในชื่อภาษาไทยว่า “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” หมายถึงกองทุนรวมที่มุ่งเน้นลงทุนในหุ้น โดยทางการส่งเสริมให้ก่อตั้งเพื่อที่จะเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบัน (ซึ่งก็หมายถึงกองทุนรวม) ที่จะลงทุนระยะยาวในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตัวอย่างการออมแบบ LTF เช่น เงินเดือน 3 หมื่น รวมทั้งปีเป็นเงิน 360,000 บาท LTF ควรซื้อสูงสุดไม่เกิน 15% ของรายได้ต่อปี ฉะนั้นเราสามารถดูที่ฐานเงินเดือนของเราว่าควรซื้อเท่าไร ถ้าเราซื้อเกิน 15% ส่วนที่เกินไม่สามารถมาหักลดหย่อนภาษีได้ แนะนำว่าให้แบ่งใช้แบ่งออมแบ่งเก็บ

ทั้งนี้หากเราแบ่งออม 15% แล้วอีก 15% เรานำไปซื้อ LTF เลยก็ได้ คิดง่ายๆ 15% ของรายได้ว่าเราต้องการใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีเป็นหลัก ดังนั้นปีนึงถ้าเราได้เงินเดือนต่อเดือนเป็นเงิน 30,000 บาทต่อเดือน ปีนึงเป็นก็เป็นเงิน 360,000 บาท คุณสามารถซื้อได้ 54,000 บาทหรือ 15% ของรายได้ทั้งปี เราสามารถนำ 54,000 บาทมาหักลดหย่อนภาษีได้ แต่ถ้าเราซื้อเกินเราก็จะนำส่วนที่เกินมาหักภาษีไม่ได้อย่างเช่น รายได้ทั้งปีคือ 360,000 บาท คูณ 15% = 54,000 บาท หากเกินจาก 54,000 บาท จะนำมาหักภาษีไม่ได้ ถ้าไม่เกินนี้สามารถหักได้ทั้งหมด เอายอดนี้ไปลดหย่อนภาษีเทิร์นเป็นภาษีกลับมา เมื่อยอดนี้ครบ 7 ปี (ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป กระทรวงการคลังได้กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่คือ หากซื้อ LTF จะต้องถือครองอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน)

3.เคล็ดลับการลงทุนทองคำ “ไม่จำเป็นต้องเก็บทองแท่ง เพราะทุกวันนี้มีบัญชีทองให้ซื้อได้ง่ายๆ”

ปัจจุบันมีการซื้อทองแบบออนไลน์โดยผูกกับบัญชีเงินเดือน และตัดเงินทุกเดือนตามปริมาณเงินที่เราสามารถกำหนดได้ อย่างบางแห่งมีขั้นต่ำเพียงเดือนละ 1,000 บาท หรือจะเรียกอีกอย่างว่าโปรแกรมออมทองนั่นเอง ซึ่งการลงทุนรูปแบบนี้ถือเป็นการลงทุนระยะยาว เนื่องจากว่าเรามองว่าจะเป็นเงินก้อนในอนาคต ฝากไปเรื่อยๆ และในแต่ละเดือนจะมี statement ส่งมาทุกเดือนว่ายอดรวมเป็นกี่บาทแล้วเป็นค่าทองกี่บาท ซึ่งก็ปล่อยให้เขาบริหารให้ การลงทุนทองจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ มีความคล่องตัว ค่าทองไม่แกว่งมากและคนยินดีรับซื้อ เพียงแต่ว่าเราจะต้องมาลุ้นว่าเราต้องขายช่วงไหนอะไรยังไง

4.เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ “ดูจังหวะ ดูทำเล ถ้าซื้อเพื่อลงทุนให้ค่าเช่า อัตราค่าเช่าไม่ควรต่ำกว่า 5% ของราคาที่เราซื้อ”

ถ้ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ก็อาจจะซื้อเพื่ออยู่ก่อน และเมื่อจังหวะชีวิตที่เรามีเงินมากขึ้น มีตัวเลือกมากขึ้น ก็อาจจะปล่อยให้เช่าให้คนมาผ่อนให้เรา สมมติเราซื้อมา 1 ล้าน ถ้าซื้อในช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดีก็อาจจะโชคดีหน่อย และเมื่อเวลาผ่านไป ปีสองปี โชคดีอาจจะเพิ่มเป็น 2 ล้าน กำไร 1 ล้านบาท แล้วเอาเงินส่วนกำไรไปซื้อยูนิตที่ใหญ่ขึ้น ค่าเช่าก็จะดีขึ้น และยังมีคนมาผ่อนให้เรา เพราะเป็นผู้เช่านั่นเองโดยที่เราไม่ต้องควักเนื้อตัวเอง

แล้วก็จะเริ่มเป็นวงจร ซื้อลงทุนให้คนอื่นเช่า แต่คนที่ต้องอยู่เองก็ถือว่าลงทุนไปเพราะว่าแน่นอนว่าเมื่อเราทำงานในระดับนึง จะมีจังหวะที่เงินเดือนเราจะเพิ่มขึ้นบ้านที่เราอยู่หลังแรกก็ปล่อยให้คนเช่า แล้วเราก็ไปอยู่หลังใหม่ ดังนั้นก็เริ่มจากอยู่เองหรือลงทุน แล้วมันก็จะสลับกัน พออยู่เองได้แล้วมีเงินมากขึ้นให้เขาลงทุนแล้วไปบ้านหรือคอนโดใหม่ แต่ตอนนี้ตลาดคอนโดค่อนข้างล้นตลาด ต้องศึกษาดีๆ

ถ้าถามว่าควรซื้อคอนโดแถวไหน? ถ้ามีคนรู้จักที่ทำเกี่ยวกับ real estate ก็ปรึกษาได้ว่าเทรนด์เป็นยังไง มีอะไรแนะนำไหม แต่เราก็ต้องมาศึกษาเอง อันนี้จะต้องทำการบ้านหนักกว่าทุกอันเพราะเป็นเงินก้อนใหญ่ ต้องดูเงื่อนไขอื่นๆ ว่าคืออะไรบ้าง โลเคชั่น การเดินทาง สาธารณูปโภค แต่ถ้าอยากลงทุนแบบเหนื่อยหน่อย ยอมตัดภาระเช่นไม่ซื้อรถก็จะไม่ต้องผ่อนเพราะ location อยู่ใกล้บีทีเอส อย่างนั้นก็ซื้อแต่คอนโดได้เงินไปลงทุนก้อนเยอะหน่อยเพื่อได้ค่าเช่าที่ดีหน่อย และสังคมก็ดีหน่อย คือทุกอย่างมันเป็น ผลซึ่งกันและกัน

5. เคล็ดลับลงทุนด้วยการทำประกัน "วางเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการทำประกันที่ชัดเจน เช่น เพื่อการออมเงินในระยะยาว เพื่อคุ้มครองรายได้ ลดหย่อนภาษี เพื่อสร้างความมั่นคงแก่ครอบครัว หรือแม้แต่การสร้างมรดก"

สามารถทำได้ทั้งประกันแบบสะสมทรัพย์, ประกันสุขภาพ, ประกันอุบัติเหตุ แล้วแต่จุดประสงค์ของชีวิต เดี๋ยวนี้มีประกันระยะสั้นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี การซื้อประกันชีวิตต้องดูตัวเลือกว่าที่ไหนให้ผลตอบแทนอย่างไร บางทีด้วยวงเงินประกันเท่ากัน แต่อาจจะมีเงื่อนไขประกันสุขภาพไปแล้ว 50% ที่เหลือเป็นอุบัติเหตุ จะเป็นการทิ้งเปล่า

การทำประกันถือว่าเป็นการที่เราไม่ต้องการจะเป็นภาระใคร ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือลูกหลาน โดยดูจากตัวเราเองว่าทำประกันอะไรได้บ้าง ถ้าฉบับแรกอาจเป็นประกันชีวิต ถ้าเราเป็นอะไรไปคนที่เหลือไม่เดือดร้อน ซึ่งเป็นการลดหย่อนภาษีได้ด้วย หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการออมเงินประเภทหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองด้วย ซึ่งประกันแบบสะสมทรัพย์ก็มีให้เลือกหลายประเภทอายุสัญญายาวสั้นต่างกันไป และซับซ้อนกว่า LTF, RMF เพราะว่าประกัน 1 ฉบับ จะมีเงื่อนไขว่าประกันชีวิตไหม หรืออุบัติเหตุ เงินออมทรัพย์ รายละเอียดจะค่อนข้างซับซ้อนกว่า ฉะนั้นสามารถขอคุยกับตัวแทนประกันและพิจารณาจากความพร้อมของเรา

ว่าด้วยเรื่องของ "เงิน" สมัยนี้ใครบอกว่าเงินไม่จำเป็นคงจะไม่มี ยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ นี่แหละ จำเป็นแบบสุดๆ เลย บางคนทำงานมานานแล้วเงินเก็บก็ยังไม่มี เงินเดือนที่ได้ก็น้อยไป 10 ส.ค. 2559 18:13 30 ส.ค. 2559 14:23 ไทยรัฐ