วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาคุณนายเที่ยว! ทัวร์ 5 จุด ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร 12 สิงหานี้จัดไป! (ชมคลิป)

ปีนี้พาแม่ไปไหนดีนะ? ปกติแล้วในวันแม่นอกจากพาท่านไปดูหนัง ทานข้าวนอกบ้าน และซื้อพวงมาลัยดอกมะลิมาไหว้แล้ว อีกอย่างที่ลูกๆ ให้ความสำคัญคือ การพาคุณแม่ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ถ้าจะเอาแบบสะดวกสบาย เที่ยวง่ายๆ ชิลๆ เข้าว่า แนะนำให้ไปเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร รับรองสนุกฟินทั้งคุณแม่คุณลูก

สัปดาห์นี้ I TOUR ALONE กับฮัมมิ่งเบิร์ด ขอต้อนรับวันแม่กับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากทีเดียว นั่นคือ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ยิ่งวันแม่ปีนี้เป็นปีมหามงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ การมาเที่ยวชมที่นี่ก็จะได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ซึ่งเป็นดั่ง แม่ ของแผ่นดินไทยไปพร้อมๆ กันด้วย

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรมีพื้นที่กว้างขวางกว่า 1,000 ไร่ สะอาด ร่มรื่นย์ เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย เที่ยวได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ถ้ามาคุณแม่มาเที่ยว ก็อย่าลืมเตรียมหมวกหรือร่มมากันแดดด้วยนะจ๊ะ ถ้าพร้อมแล้ว ตามฮัมมิ่งเบิร์ดมาเจาะลึกแหล่งท่องเที่ยวน่าชมภายในศูนย์ฯ กันเลย

 *ชมคลิป*

สิ่งควรรู้ก่อนเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
- พระราชกรณียกิจที่สำคัญของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือการเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุกแห่งหนทั่วทุกภาคของประเทศไทย พระองค์ทรงปฏิบัติติดต่อกันมานานหลายสิบปี จึงทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจนของราษฎร ทรงมีพระราชประสงค์จะจัดหาอาชีพให้ราษฎรทำ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เพียงพอแก่การยังชีพ

- สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงสนพระทัยในงานฝีมือพื้นบ้านหรือศิลปกรรมพื้นบ้านอย่างมาก จึงทรงส่งเสริมเรื่องนี้โดยการจัดให้มีครูออกไปฝึกสอนราษฎร ช่วยปรับปรุงคุณภาพของงานให้ดียิ่งขึ้น เมื่อราษฎรมีความชำนาญแล้ว ผลงานที่ผลิตออกมาก็จะทรงรับซื้อไว้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

- ต่อมาวันที่ 3 มิ.ย. 2523 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงจัดตั้งเป็นศูนย์ศิลปาชีพบางไทรขึ้นมา รัฐบาลเองก็ให้หน่วยงานราชการต่างๆ สนับสนุนโครงการของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

- ศูนย์ฯ ดูแลโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบในด้านการดูแลสถานที่และการฝึกอบรม และมีหน่วยทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ มาช่วยดูแลในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และประสานงาน

- ทางศูนย์ฯ มีผู้ชำนาญงานช่างแขนงต่างๆ มาฝึกสอน เมื่อสามารถผลิตงานได้แล้ว ศูนย์ฯ จะรับซื้อผลงานไปจำหน่าย เปิดอบรมศิลปาชีพรุ่นแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2524 สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทรเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2527

แผนกช่างฝีมือ 32 แห่ง
จุดแรกที่อยากพาไปชม ก็คือ กลุ่มอาคารแผนกช่าง ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของศูนย์ฯ ประกอบด้วยอาคารฝึกอบรมแผนกต่างๆ มุ่งฝึกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรม ปัจจุบันมีโรงช่างอยู่ถึง 32 แผนก ได้แก่ แผนกช่างสานย่านลิเภา ช่างทอผ้าไหม เครื่องเคลือบดินเผา ช่างแกะสลัก ช่างเป่าแก้ว ช่างทอผ้าลายตีนจก ช่างประดิษฐ์หัวโขน ช่างปักผ้า และอื่นๆ อีกมากมายพูดไม่หมด ฮัมมิ่งเบิร์ดขอพาชมแผนกเด่นๆ สัก 2-3 แห่งพอเป็นน้ำจิ้มละกันเนอะ

เริ่มจากแผนกช่างทอผ้าไหมและทอผ้าตีนจก เป็นแผนกที่สำคัญมาก เพราะเป็นงานฝีมือท้องถิ่นที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงโปรดมาก ทำให้ผ้าไทยโบราณกลับมามีความสำคัญ คนรุ่นใหม่รู้จักและเกิดการอนุรักษ์ผ้าไทย ต่อมาเป็นแผนกช่างเป่าแก้ว ช่างฝีมือดีงานละเอียดอ่อนช้อยสวยงาม ส่วนแผนกช่างสานย่านลิเภา ก็งดงามไม่แพ้กัน กว่าจะสานได้แต่ละเส้นใช้เวลานานมาก เราได้ทดลองทำแล้วยอมใจ ทำได้ไม่เท่าไรก็หยุดเพราะไม่มีความอดทนพอ (ฮา…)

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้ว จะส่งไปจำหน่ายที่ร้านจิตรลดาทุกสาขาทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้ามาชมขั้นตอนการผลิตงานในแผนกต่างๆ ได้ตามสบาย แต่ห้ามส่งเสียงรบกวนสมาธิการทำงาน หรือจับต้องผลิตภัณฑ์ บางแผนกห้ามถ่ายภาพ โซนแผนกช่างเขาเปิดทุกวันเวลา 09.00-16.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์ที่ปิดทำการ)

หมู่บ้านศิลปาชีพ
โซนนี้มีพื้นที่กว้างขวางหลายสิบไร่ ภายในเป็นหมู่บ้านไทยโบราณ 4 ภาค มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางพื้นที่ ที่บ้านแต่ละหลังจะมีผลงานศิลปะหัตถกรรมของแต่ละภาคให้ได้ชม บางหลังมีร้านอาหารที่ใต้ถุน บางหลังก็มีร้านขายของ และยังสามารถขึ้นไปชมความงามของสถาปัตยกรรมบนบ้านแต่ละหลังได้ด้วย

โซนบ้านไทยโบราณแห่งนี้ สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มอบไว้ให้แก่ทางศูนย์ฯ เพื่อเป็นสถานที่แสดงถึงสถาปัตยกรรม ในการสร้างบ้านเรือนของคนไทยภาคต่าง ๆ การจำลองชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมไทยจากทั่วประเทศ เปิดทุกวัน เวลา 08.30-17.00 น.

อาคารชมวิว ท่าน้ำชัยยุทธ
ส่วนอาคารอีกแห่งหนึ่งที่น่าไปเดินกินลมชมวิว ก็คือ อาคารท่าน้ำชัยยุทธ เป็นท่าน้ำที่ใช้สำหรับการเดินทางโดยเรือโดยสาร จากกรุงเทพฯ สามารถนั่งเรือมาที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ก็มาขึ้นที่ท่านี้แหละ ส่วนใครที่เดินทางมาโดยรถยนต์ก็แวะมานั่งเล่น ชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยาที่จุดนี้ได้ด้วยเหมือนกัน 


ซื้อของฝากที่ศาลาพระมิ่งขวัญ
ต่อมาเป็นอาคารสำคัญที่ขาช็อปห้ามพลาด ไหนๆ ก็มาเที่ยวชมศูนย์ฯ แล้ว ก็ต้องแวะไปช็อปชิ้นงานที่สวยงามซึ่งเขานำมาวางจำหน่ายที่ ศาลาพระมิ่งขวัญ แห่งนี้นี่เอง ภายในมีร้านขายสินค้าตั้งเรียงรายกันไป มีทั้งเครื่องเคลือบ เครื่องเบญจรงค์ ตุ๊กตาดินเผา ตุ๊กตาเป่าแก้ว ผ้าทอมือลวดลายต่างๆ เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องจักสาน แก้วน้ำ จานชาม ของแต่งบ้าน เป็นต้น ส่วนชั้นบนก็เป็นโซนนิทรรศการผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพชิ้นยอดเยี่ยมของศูนย์ศิลปาชีพฯ งดงาม หาชมได้ยาก เราซื้อตุ๊กตาแก้วและเครื่องเคลือบติดไม้ติดมือกลับมาด้วย สวยและราคาถูก (ถูกกว่าตลาดจตุจักรอีกนะ) อ้อ! ที่นี่เปิดให้ชมทุกวัน วันธรรมดา 09.00-17.00 น. วันหยุดราชการ 09.00-18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

สวนนกและวังปลา
นอกจากได้ชมการผลิตชิ้นงาน และช็อปปิ้งสินค้าคุณภาพราคาถูกแล้ว ถ้ามีเด็กๆ ไปด้วยเราแนะนำให้เข้าไปเที่ยวชมในโซนสวนนกและวังปลา สำหรับสวนนก มีนกหายากกว่า 100 ชนิด มีการสภาพแวดล้อมให้คล้ายคลึงธรรมชาติ เช่น สภาพป่า น้ำตก ธารน้ำ เป็นต้น มีระบบไฟล่อแมลงซึ่งเป็นอาหารของนก มีระบบฝนเทียมให้ความชุ่มชื้น ดูแลโดยมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เปิดเวลา 09.00-19.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ส่วนวังปลา ภายในมีตู้แสดงพันธุ์ปลาขนาดใหญ่ ความจุ 1,400 ตัน และยังมีตู้ทรงทรงกลมขนาด 600 ตันอีกด้วย จัดแสดงปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด ทั้งปลาพื้นเมืองใกล้สูญพันธุ์ และปลาที่พบเห็นได้ทั่วไป ดูแลโดยกรมประมง เปิดเวลา 10.00-16.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร)

การเดินทาง
การเดินทางสามารถไปทางเรือตามลำน้ำเจ้าพระยาถึงท่าของศูนย์ฯ หรือไปทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางสายนนทบุรี-ปทุมธานี (ทางหลวงหมายเลข 306) เลยแยกรังสิตไปไม่ไกลนัก จะมีทางแยกขวามือไปอำเภอบางไทร

แผนที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร คลิกที่นี่

*ล้อมกรอบ*
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท แต่วันจันทร์อาคารหลายแห่งของศูนย์ฯ ปิด ควรเลือกมาวันอื่นๆ จะได้ชมได้ครบทุกจุดนะจ๊ะ สอบถามเพิ่มเติมที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร โทร. 0-3536-6252-4, 0-3528-3246-9 หรือ www.bangsaiarts.com 



ปีนี้พาแม่ไปไหนดีนะ? ปกติแล้วในวันแม่นอกจากพาท่านไปดูหนัง ทานข้าวนอกบ้าน และซื้อพวงมาลัยดอกมะลิมาไหว้แล้ว อีกอย่างที่ลูกๆ ให้ความสำคัญคือ การพาคุณแม่ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ถ้าจะเอาแบบสะดวกสบาย เที่ยวง่ายๆ ชิลๆ เข้าว่า แนะนำให้ 10 ส.ค. 2559 14:22 ไทยรัฐ