วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนซ่อมของเก่า เรื่องเศร้าของเพชรบุรี

“เสาที่เปลี่ยน กรมศิลปากร ตรวจแล้ว เราจึงเปลี่ยน” นายสมคิดยืนยัน

เสียงของนายสมคิด ชัยราช คนคุมงานของบริษัทรับเหมาซ่อมศาลาวัดใหญ่สุวรรณาราม หรือวัดใหญ่ อ.เมือง จังหวัดเพชรบุรี ท่ามกลางสื่อมวลชนและช่างเมืองเพชรราว 20 คน และบอกอีกว่า ลงมือซ่อมศาลามากว่า 3 เดือนแล้ว ตลอดโครงการได้งบประมาณ 12 ล้านบาท

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเสากระพี้มากเกินไปนั้น นายสมคิดบอกว่า “ผ่านการตรวจสอบของกรมศิลป์แล้ว กรมศิลป์อนุญาตให้ใช้ได้ ผมยอมรับว่าคุณภาพเสาปานกลาง แต่พอใช้ได้ ส่วนเรื่องกระบวนการจัดซื้อเป็นเรื่องของบริษัทจัดหามา”

โครงการซ่อม “เราจะส่งงานเป็นคราวๆไป การจะปรับเปลี่ยนอะไร กรมศิลปากรต้องแจ้งมา เนื้องานตรงไหนไม่ได้ก็ต้องปรับยอดเงิน ปรับแล้วจะเปลี่ยนกี่อย่างก็เป็นไปตามสัญญา การดำเนินการคือ งวดที่หนึ่ง ตั้งนั่งร้าน ลอกสี เราทำแล้ว ตอนนี้อยู่งวดที่สองคือ ซ่อมกลอน ระแนง เรายังไม่ได้ส่งงานลอตที่สอง เสานี้ยังไม่ได้ผ่าน งวดสอง เรายังไม่ได้ส่งงาน ถ้ากรมศิลป์มาแทงเรื่องให้เปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยน”

แทบไม่ทันสิ้นเสียงทักท้วงจากช่างและสื่อมวลชน รองอธิบดีกรมศิลปากรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และสั่งการให้เปลี่ยนเสาอย่างฉับพลันทันที นับเป็นกรณีตัวอย่างที่ “ชาวบ้าน” ได้มีส่วนร่วมในการดูแลทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน แม้กรมศิลปากรจะขึ้นทะเบียนไปแล้วก็ตาม

เสียงช่างเพชรบุรีอย่างนายเช้า พิมพ์นาค อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ที่ 7 ต.ไร่สะท้อน อ.บ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี บอกว่า “มีหลายอย่างที่พบว่าไม่ถูกต้อง อย่างเชิงชายเขาไม่ทำเดือยเหมือนเดิม ที่ทำใหม่เขาแค่ใช้ตะปูตอกเข้าไป ส่วนเสาที่เราติงนั้นเพราะว่าถ้าใช้เสาไม้อ่อนจะผุง่าย คุณภาพไม่ดี คิดเปรียบเทียบง่ายๆคือ ถ้าเราใช้ไม้ 100 ปี เสาก็จะทนเป็นร้อยปี”

ในเรื่องเสาไม่ใช่แค่เสาไม่มีคุณภาพอย่างเดียว “การเจาะรูเสาแทนที่จะวัดตัวรอดมาก่อน แล้วค่อยเจาะรูที่เสา เวลานำมาเข้าจะได้สนิทกัน แต่นี่ช่างซ่อมเขาเจาะเสียจนกว้าง ทำให้นำมาเข้าแล้วไม่สนิท”

พลางกล่าวอย่างหมดอาลัยว่า “ศาลาหลังนี้ พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา น่าจะทำให้เหมือนเดิมทุกประการ เราเป็นห่วงเมืองเพชรของเรา เราเป็นช่างเมืองเพชร งานของเรามีเยอะ ไม่ใช่ไม่ได้ทำแล้วมาทักท้วง แต่ที่เรามาทักท้วงเพราะเราต้องการรักษาเชิงช่างไว้”

พลางสรุปว่า “ช่างจากที่อื่นมาทำให้คนเมืองเพชรดู คนดูเขาก็จะหาว่าเป็นช่างเมืองเพชรทำ เสียวัฒนธรรมเมืองเพชรหมด”

ส่วนนายทองร่วง เอมโอษฐ์ อายุ 73 ปี ศิลปินแห่งชาติ ชาวเพชรบุรี เริ่มด้วยประวัติของศาลาวัดใหญ่สุวรรณารามว่า “ตำหนักหลังนี้เดิมเป็นงานของอยุธยา มาตรฐานระดับเดียวกับเพชรบุรี การได้ศาลาหลังนี้มา ได้มาในสมัยพระสังฆราชเจ้าแตงโม พระเจ้าอยู่หัวในสมัยนั้นพระราชทานปลูกที่เพชร แต่เมื่อมีการบูรณะเกิดขึ้น ตอนแรกทุกอย่างตามลักษณะโบราณ แต่การซ่อมครั้งนี้ หลักการของงานไม้เพี้ยนไป มันไม่เป็นไปตามหลักการของการก่อสร้าง”

ไม่เป็นไปตามหลักการก่อสร้างอย่างไร “อย่างการรับน้ำหนัก ตัวไหน รับตัวไหน นี่ไม่ถูกต้อง ตัวรับน้ำหนักกลายเป็นตัวโหนน้ำหนัก เพื่อให้เห็นความถูกต้องว่าของจริงเป็นอย่างไรก็ไม่ยาก เพราะมันมีร่องรอยอยู่ ควรทำให้ถูกต้อง และไม่ใช่ถูกต้องตามรูปแบบเท่านั้น แต่ต้องถูกต้องถามหลักกลศาสตร์ด้วย ตัวไหนตั้งอยู่บนตัวไหน”

ในฐานะช่าง “เราเข้าใจว่าวัสดุถ้าจะหาแบบของเดิมมันหายาก และความยากทำให้ทุนสูงขึ้น กำไรก็จะลดน้อยลง ค่าหัวคิว ค่าเปอร์เซ็นต์ก็น้อยลง ดังนั้นเขาก็ประหยัดโดยการตบตาผู้ดู เราในฐานะช่างเมืองเพชรก็พยายามบอก แต่โดยเงื่อนไขข้อกฎหมายแล้ว กรมศิลป์เขาเป็นเจ้าของ เราทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้”

อย่างไรก็ตาม “ผมอยากให้เคารพช่างเมืองเพชรบ้าง การออกเงื่อนไขอะไรมา ควรให้เขาทำได้อย่างสบายใจ ให้เขาทำได้ดีไม่ต้องอึดอัด อย่าปล่อยให้เงินมันเหลือมากนัก ให้มันพอดีๆ ไม่ใช่คนทำงานไม่ได้อะไร ให้ได้กันแต่พอสมควร” อาจารย์ทองร่วงตบท้าย

ในมุมของนักวิชาการอาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว หลังจากเดินสำรวจบอกว่า “เสาอย่างน้อยต้นหนึ่งไม่มีคุณภาพ มีรอยปะเอาไว้ด้วย มีการตัดผุ เราไม่รู้อะไรอยู่ข้างในบ้าง การเข้าเดือยก็ไม่ถูกต้อง เฉพาะที่เชิงชาย ปกติเขาใช้เดือยหางเหยี่ยว นี่รอยผุก็เอาตะปูเย็บตีเข้าไปมันก็เน่าอีก”

ประเด็นอื่นๆอย่าง “การติดตั้งคันทวย ของเดิมเขาใช้เดือย นี่เอาตะปูตีติดเข้าไปเลย ช่างเมืองเพชรเขารับไม่ได้ การเจาะเสาเอารอดใส่แล้วเอามือยัดใส่เข้าไปได้ อย่างนี้เขาไม่ทำกันหรอกช่างเมืองเพชร”

การกระทำผิดพลาดทั้งหมดนั้น “ผมไม่เชื่อว่ากรมศิลป์จะออกแบบซ่อมแบบนี้ และการให้ใช้ของเก่าโดยเฉพาะเชิงชายที่เน่าแล้วเอาตะปูอัดเข้าไปนั้น ถ้ากรมศิลป์ให้ทำก็แสดงว่าไม่ไหวหรอกแบบนี้ มันต้องแก้ไข”

ทางออกควรทำอย่างไร “ผมว่าถ้าทำสัญญา ใครจะรับเหมาอย่างไรก็ช่างเถอะ แต่เวลาทำให้ช่างพื้นบ้านที่มีความเชี่ยวชาญเขาทำมันก็จบ ช่างพื้นบ้านเขาไม่สุกเอาเผากินอย่างนี้หรอก” อาจารย์ล้อมบอก

สำหรับวัดใหญ่สุวรรณาราม ตั้งอยู่ริม ถ.พงษ์สุริยา อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นพระอารามเก่าแก่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเพชรบุรี ศาลาการเปรียญเป็นเรือนไทยที่ช่างซ่อมแซม เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ จึงเป็นที่รักและหวงแหนของชาวเพชรบุรี

กลุ่มคนเคลื่อนไหวเรื่องวัดใหญ่สุวรรณาราม ได้ตกลงรวมเป็นกลุ่ม “ปฏิวัติวัฒนธรรม” โดยมีช่างทองร่วง เอมโอษฐ์ เป็นประธานกลุ่ม อาจารย์แสนประเสริฐ ปานเนียม ผอ.ศูนย์วัฒนธรรม ม.ราชภัฏเพชรบุรี เป็นเลขา และจะยื่นเรื่องฟ้อง ป.ป.ช. กรณีกรมศิลป์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่วัดใหญ่สุวรรณารามต่อไป

นายกิตติพงษ์ พึ่งแตง หรือครูเจี๊ยบ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์สมบัติแม่น้ำเพชรบุรีบอกว่า การยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.เพชรบุรีเป็นไปตามข้อตกลงกันระหว่างชาวเพชรบุรี แม้รองอธิบดีกรมศิลปากรจะลงพื้นที่ และสั่งเปลี่ยนเสาไปแล้ว 3 ต้นก็ตาม

“นอกจากเปลี่ยนเสา 3 ต้นแล้ว ยังสั่งให้ถอนตะปูออก แต่ก็มีบางส่วนที่ถอนออกไม่ได้ เนื่องจากจะทำให้เกิดความเสียหายได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แล้ว ต่อไปสิ่งที่เราต้องทำก็คือการเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวลักษณะนี้ขึ้นอีก” ครูเจี๊ยบบอก

การซ่อมครั้งนี้ ส่วนที่ผิดเพี้ยน “คือความไม่มีภูมิปัญญาของผู้ที่ทำ คือไม่รู้ว่าใช้เหตุผลในการทำอย่างไร เพียงแต่ว่าเอาไปรวมๆกันแล้วให้มันอยู่ได้ จริงๆแล้วมันต้องอยู่ได้อย่างสวยงาม ถูกต้อง และนานด้วย”

นายช่างทองร่วง เอมโอษฐ์ ศิลปินแห่งชาติชาวเพชรบุรี บอกด้วยเสียงหนักแน่น.

10 ส.ค. 2559 10:04 ไทยรัฐ