วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส

สำนักข่าว “บลูมเบิร์ก” ได้จัดอันดับดัชนีความทุกข์ยากล่าสุดของปีนี้ โดยอ้างอิงจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานของ 74 ประเทศทั่วโลก พบว่า ประเทศที่มีความทุกข์จากภาวะเศรษฐกิจน้อยที่สุด ปรากฏว่าประเทศไทยมาอันดับ 1 มีคะแนนความทุกข์ยากแค่ 1.1% น้อยที่สุด

ถือเป็นดินแดนที่มีความสุขมากที่สุดในโลก

สิงคโปร์มาอันดับ 2 ได้ 1.40% ญี่ปุ่นมาอันดับ 3 ได้ 2.70% เหนือกว่าสหรัฐฯ อังกฤษ และจีน ประเทศที่มีความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจมากที่สุดคือ เวเนซุเอลา สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันตก สินค้าขาดแคลนทั้งอาหารและเวชภัณฑ์สูงถึง 188.2%

ถึงขนาดว่าต้องแย่งชิงอาหารการกินกันเลยทีเดียว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันลำดับต้นของโลก

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อแหละครับ...

“สยามเมืองยิ้ม” อย่างประเทศไทยนั้นถือว่ายังโชคดีกว่าอีกหลายประเทศ แม้จะมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองมากว่า 10 ปี ตลอดจนเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดีนัก แต่ก็ยังสามารถประคับประคองตัวอยู่กันได้

มิน่าล่ะ...ประเทศต่างๆระดับอภิมหาอำนาจ จึงเข้ามาจุ้นบ่อยๆ

ดังนั้น ทางเดียวที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดี คนไทยทุกคนจึงต้องช่วยกันคิดสมัครสามัคคีกันให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีความสุขอย่างยั่งยืนและถาวร

หลังจากการลงประชามติผ่านพ้นไปได้โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอย่าง 4 ประเทศเกิดความกังวลแทน ทั้งๆที่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะสหรัฐฯดูจะห่วงใยอย่างออกหน้าออกตาเหมือนประสงค์ดีแต่ประสงค์ร้ายมากกว่า

รัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านความเห็นชอบจากประชาชนถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องยอมรับและเดินหน้าต่อไป ทำให้ประเทศเกิดความสงบกลับมาอีกครั้ง

ผมว่า 3 คนที่โล่งอกมากที่สุดไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะต่างก็ต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา

พล.อ.ประยุทธ์นั้นประกาศรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงคงสบายใจไปได้ระดับหนึ่ง เพราะสถานการณ์ทางการเมืองคงจะเบาบางลง เพราะประชาชนให้ดาบอาญาสิทธิ์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศและมุ่งไปสู่การปฏิรูป

จากนี้ไปจึงต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น และต้องให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมเป็นภารกิจที่จะต้องสนองความต้องการจากฉันทานุมัติ

อย่าทำให้ผิดหวังก็แล้วกันมิฉะนั้นมันอาจจะเกิดแรงสะท้อนกลับได้

คุณมีชัยระดับปรมาจารย์ทางการเมืองด้วยวัยปูนนี้แล้ว คงต้องการสร้างผลงานเพื่อประเทศชาติเพื่อเป็นเกียรติและศรีแก่ชีวิต

รัฐธรรมนูญฉบับมีชัยจึงมีความหมายอย่างยิ่ง หากผลงานครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จคงเป็น “ตราบาป” ทางใจได้

คนชื่อ “สมคิด” ก็เช่นกัน เพราะต้องรับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจทั้งหมด หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านอะไรจะเกิดขึ้นตามมาก็รู้กันอยู่ เมื่อผลออกมาอย่างนี้จึงเห็นรอยยิ้มมากกว่าที่ผ่านมา

หากการเมืองไม่ดีย่อมส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจอย่างแยกไม่ออก

ความเชื่อมั่นจากภาคเอกชน นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศแสดงออกอย่างชัดเจนที่เห็นอย่างนี้ซึ่งเกิดความมั่นใจในการลงทุนเมื่อรู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 60

กระแสตอบรับจากการที่ดัชนีตลาดหุ้นทะยานขึ้นทันที นักลงทุนประกาศพร้อมลงทุนแบบไม่ต้องลังเลเหมือนที่ผ่านมา

เมื่อ “ประชาชน” เปิดโอกาสให้อย่างนี้ อย่าทำให้ผิดหวังก็แล้วกัน.

"สายล่อฟ้า"

10 ส.ค. 2559 09:34 ไทยรัฐ