วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พบชาวบ้านสกลนคร 2 รายเป็นบุคคลในภาพเข้าเฝ้าฯ พระราชินี ใกล้ชิด

พบชาวบ้านสกลนคร 2 รายเป็นบุคคลในภาพเข้าเฝ้าฯ พระราชินี ใกล้ชิด

  • Share:

พบแล้วชาวบ้านสกลนคร 2 คน จาก 8 คนที่เคยเข้าเฝ้าฯ หรือถวายงาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่กระทรวงวัฒนธรรมตามหา

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศตามหาบุคคลในภาพ จำนวน 8 คน ที่เข้าเฝ้าฯ หรือถวายงาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นหนึ่งในการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และความเป็นเลิศด้านศิลปวัฒนธรรม เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ซึ่ง จ.สกลนคร มีบุคคลในภาพจำนวน 2 คน

ทั้งนี้ นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วัฒนธรรมสกลนคร นำผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 165 บ.หนองม่วง ม.3 ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ซึ่งเป็นที่อยู่ของ นางดอกไม้ คำวงษ์ อายุ 61 ปี เป็นบุคคลในภาพลำดับที่หนึ่ง เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังบ้านหนองม่วง ม.3 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2523

รายงานข่าวแจ้งว่า นางดอกไม้ คำวงษ์ อาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น สุขภาพยังแข็งแรง ได้เล่าให้ฟังว่า ครั้งนั้นได้นำบุตรสาวที่อยู่ในภาพวัย 5 เดือน ชื่อ ด.ญ.จันทนา ไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ที่โรงเรียนบ้านหนองม่วง เนื่องจากบุตรสาวมีอาการป่วยตัวร้อนและมีไข้สูง เพื่อรอรับการรักษากับหน่วยแพทย์ของพระองค์ ระหว่างเสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎร พระองค์ได้สนพระทัยสอบถามอาการของบุตรสาวถึงอาการป่วย โดยทรงพระกรุณา ใช้ผ้าประคบหน้าผากบุตรสาวเพื่อลดไข้ พร้อมรับบุตรสาวเป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และจัดรถ ส่ง โรงพยาบาลสกลนคร ทั้งทีมแพทย์และพยาบาล มีการดูแลบุตรสาวอย่างดี รวมไปถึงยังได้พระราชทาน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม จนอาการบุตรสาวหายเป็นปกติภายใน 1 อาทิตย์

นางดอกไม้ กล่าวว่า ความรู้สึกในขณะนั้น นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พระองค์ทรงห่วงใย ไม่ว่าจะมีหรือจน หากวันนั้นไม่ได้พบพระองค์ บุตรสาวของตนอาจไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ก็ได้ เนื่องจากขณะนั้นสถานพยาบาลมีน้อยและอยู่ห่างไกล รวมถึงระบบการรักษาที่ไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน ทุกวันนี้ตนยังเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง (กลุ่มปักผ้า) เพื่อหารายได้เสริมจากการว่างเว้นจากการทำนา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ที่จะมาถึงนี้ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง ตนและครอบครัวจะเทิดทูนสถาบันไว้เหนือเกล้าตราบเท่าชีวิต

ส่วนบุคคลในภาพอีกราย คือ นางวาสนา แก้วหานาม อายุ 33 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน บ้านเลขที่ 29 บ.หนองม่วง ม.3 ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร อาศัยอยู่กับสามีและลูก เป็นบุคคลในภาพลำดับที่ 7 ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เมื่อครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร บ้านหนองม่วง ม.3 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2547

นางวาสนา เล่าว่า ตนได้รับการคัดเลือกจากผู้ใหญ่บ้านผ่านโครงการศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง เนื่องจากมีฐานะยากจน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานความช่วยเหลือเพื่อให้มีอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยพระราชทานเงินสด จำนวน 15,000 บาท พร้อมทรงรับเข้าเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง กลุ่มปักผ้า และวันนั้น พระองค์ยังได้พระราชทานผ้าสำหรับปัก พร้อมอุปกรณ์และภาพตัวอย่าง (ภาพดอกบัวอยู่กลางบึง) จำนวน 4 ผืน เพื่อให้นำไปปัก โดยมีรับสั่งว่า "เป็นการบ้าน" ซึ่งขณะนั้นรู้สึกปลาบปลื้มยินดี ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระองค์ทรงมีต่อตนเอง ที่เป็นราษฎรผู้ยากไร้ ไม่มีที่ทำกิน ทำให้ทุกวันนี้มีอาชีพทำเกษตรและรับจ้างทั่วไป นอกจากนั้น ยังรับงานปักจากศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง มาทำเป็นอีกหนึ่งรายได้ ทำให้ครอบครัวไม่เดือดร้อนเหมือนในอดีต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้