วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ.ร.ฎ.อภัยโทษปี 59 นักโทษชั้นดีได้สิทธิ คดีข่มขืนไม่เข้าข่าย

"ปลัด ยธ." ระบุ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2559 ปรับหลักเกณฑ์ นักโทษชั้นดีขึ้นไปได้รับสิทธิ ผู้ต้องขังคดีฆ่าข่มขืน, ฉ้อโกง, ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่เข้าข่ายอภัยโทษ พร้อมสั่งทุกเรือนจำเร่งคัดกรองรายชื่อที่ได้รับสิทธิ ยืนยันหลังจากนี้ไม่มีปรากฏการณ์ปล่อยตัวพร้อมกันทีละหมื่น...

หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ 2559 มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 70 ปี 9 มิ.ย. 2559 และในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 ส.ค. 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้ผู้ต้องโทษมีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี (โปรดเกล้าฯ อภัยโทษ 'ผู้ต้องราชทัณฑ์' เนื่องในวันมหามงคล)

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ส.ค. 59 ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2559 จะมีผลใช้ทันที ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา และมีกฎหมายเขียนไว้ว่าภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน แต่ละเรือนจำจะดำเนินการคัดกรอง ตรวจสอบรายชื่อผู้ต้องขังก่อนนำเสนอต่อศาลในพื้นที่ เพื่อให้ศาลพิจารณาอีกครั้ง ว่าสมควรพักโทษหรือออกหมายปล่อยตัวหรือไม่ โดยผู้ต้องขังแต่ละรายจะได้รับการปล่อยตัว พ้นเรือนจำ หรือหมายลดวันต้องโทษเป็นเป็นรายๆ ไป หลังจากนี้จะไม่มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังทีละหมื่นคน เพราะกฎหมายมีผลใช้บังคับ เรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่งแล้ว จะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาก่อน และกรรมการจะต้องประชุมร่วมกัน จึงจะพิจารณาคัดรายชื่อผู้ต้องขังออกมา ก่อนจะส่งไปที่ศาลแต่ละจังหวัด เพื่อรอให้ศาลพิจารณาอีกครั้งในการออกหมายปล่อย หรือหมายลดวันต้องโทษ ดังนั้น จึงจะไม่มีปรากฏการณ์ที่ผู้ต้องขังจะออกมาเป็นหมื่นคนพร้อมกันแบบที่ผ่านๆ มา

"พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ บางฐานความผิดจะได้น้อยลง เช่น ฐานความผิดในคดียาเสพติด อย่างในฐานความผิดการผลิตยาเสพติด ก็จะต้องดูว่าศาลมีคำพิพากษาจำคุกตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป ก็จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษน้อยลง เงื่อนไขอีกประเด็นคือ หากผู้ต้องขังคนใดกลับมากระทำผิดอีกครั้งหนึ่ง และถูกอัยการฟ้องว่ากระทำผิดซ้ำ และได้รับการพิจาณาพักโทษน้อยลงหรือไม่ได้เลย ขณะที่โทษฐานความผิดที่ยังไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ยังมีฐานก่อการร้าย ฐานต่อชีวิตและร่างกาย เช่น การฆ่า ฯลฯ ยังต้องไปดูเงื่อนไขอื่นๆ อีก แม้จะเป็นความผิดเหล่านี้นานพอสมควร อันนี้ก็ได้ยอมรับว่าหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในปีนี้มีความยากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ที่ผู้ต้องขังหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำขึ้นอีก จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ กรมราชทัณฑ์จะพิจารณาจาก 2 ส่วน คือ 1. ข้อหาที่ผู้ต้องขังถูกศาลพิพากษา และ 2. ความประพฤติของผู้ต้องขังที่ต้องเป็นชั้นดีขึ้นไป จึงจะได้รับการพระราชทานอภัยโทษจาก พ.ร.ฎ.ฉบับนี้" นายชาญเชาว์ กล่าว

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของมาตราการดูแลความปลอดภัย ถ้าเป็นผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเลยนั้น หากทางเรารู้จำนวนที่แน่นอนก็คงจะมีการประสานไปยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะทราบอยู่แล้วว่ามีใครที่ออกไปบ้าง โดยเราก็จะขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่คงไม่ถึงขั้นที่จะต้องไปสะกดรอยดูความประพฤติของกลุ่มคนเหล่านี้ที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ อาจจะเป็นการละเมิดสิทธิของเขาได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าผู้ต้องขังที่ได้รับการอภัยโทษในครั้งนี้ จะต้องเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ในชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม ที่ผ่านการคัดกรองพิจารณาจากคณะกรรมการร่วมอีกชั้น

"ส่วนผู้ต้องขังคดีการเมือง คงตอบไม่ได้ เพราะกรมราชทัณฑ์ไม่ได้แบ่งนักโทษเป็นคดีการเมือง แต่ใช้ข้อหาผู้ต้องขังเป็นเกณฑ์หลัก ว่าโดนคดีข้อหาอะไร ความผิดอะไร ส่วนผู้ต้องขังในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ได้อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นจะต้องไปดูเงื่อนไขอื่นๆ ประกอบด้วย" ปลัดกระทรวงยุติธรรม เผย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีลักษณะความผิดแนบท้าย พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ ที่ไม่อยู่ในข่ายได้รับการพระราชทานอภัยโทษเลย เป็นความผิดตามกฎหมาย 9 ฉบับ คือ 1. กฎหมายอาญา ความผิดก่อการร้าย ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน (อั้งยี่ ซ่องโจร) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายแก่ประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง (คดีพรากผู้เยาว์ จับตัวเรียกค่าไถ่) และ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (กรรโชกทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์) 2. ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน 3. ความผิดว่าด้วยกฎหมายป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติ 4. ความผิดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 5. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐหรือฮั้วประมูล 6. ความผิดว่าด้วยกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ 7. ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกฉ้อโกง ประทุษร้ายต่อทรัพย์ หรือกระทำทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ 8. ความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐหรือความผิดต่อหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น และ 9. ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายศุลกากร

"ปลัด ยธ." ระบุ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2559 ปรับหลักเกณฑ์ นักโทษชั้นดีขึ้นไปได้รับสิทธิ ผู้ต้องขังคดีฆ่าข่มขืน, ฉ้อโกง, ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่เข้าข่ายอภัยโทษ พร้อมสั่งทุกเรือนจำเร่งคัดกรองรายชื่อที่ได้รับสิทธิ ... 9 ส.ค. 2559 19:00 9 ส.ค. 2559 19:32 ไทยรัฐ