วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นครึ่งวันเช้าปิดบวก 6.51 จุด รับแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง

หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าเพิ่มขึ้น 6.51 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,548.77 จุด มูลค่าซื้อขาย 35,224.79 ล้านบาท รับแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง ประกอบกับผลประชามติ ยังเป็นปัจจัยชี้นำตลาดหุ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง...

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 9 ส.ค. 59 พบว่า หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าเพิ่มขึ้น 6.51 จุด หรือคิดเป็น 0.42% ดัชนีอยู่ที่ 1,548.77 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 35,224.79 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ ในระยะสั้นคงปรับขึ้นได้อีกนิดหน่อย เนื่องจากยังได้ผลบวกจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ อีกทั้งยังมีการเข้ามาเล่นเก็งกำไรผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ประเมินทั้งสัปดาห์นักลงทุนยังคงมีความมั่นใจอยู่ และอยากให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) (KTBST) ประเมินทิศทางตลาดจากผลของประชามติที่ออกมาเป็นบวกต่อตลาดหุ้น และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้มีเงินไหลเข้าตลาดหุ้น ทั้งจากนักลงทุนต่างประเทศและกองทุนในประเทศ ดัชนีฯ จึงมีแนวโน้มที่จะขึ้นแตะเป้าหมายของที่คาดไว้ในสัปดาห์นี้ที่ 1,550-1,566 จุด

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ (9 ส.ค.) มองว่า ด้วยเงินลงทุนที่จะกระจายไปในหุ้นหลายๆ กลุ่ม โดยมีกลุ่มนำ คือ หุ้นขนาดใหญ่ของแต่ละกลุ่ม และหุ้นที่กำไรออกมาดี ทำให้หุ้นส่วนใหญ่ของตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น การลงทุนจึงยังคงเป็นในเรื่องของ "จังหวะ" มากกว่า เพราะราคาหุ้นน่าจะเปิดสูง การเข้าลงทุนจึงควรรอเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในระหว่างวัน โดยเน้นหุ้นที่มีวอลุ่มซื้อขายมากๆ ไว้ก่อน แนะหุ้นสำหรับการเก็งกำไรช่วงสั้น ได้แก่ BBL, ADVANC, PTTEP, BANPU, CPALL, BA, PTL, MC

นายมงคล กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลที่เข้ามาในตลาดหุ้นไทย หลังทราบผลการทำประชามติ จะยังคงมีเข้ามาในตลาดได้อีก ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯ มีโอกาสที่จะเดินหน้าต่อไปได้ และผลการทำประชามติจะยังเป็นปัจจัยชี้นำตลาดหุ้นไทยติดต่อกันเป็นวันที่สอง

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ การร่วงลงของดัชนี Dow Jones ในคืนที่ผ่านมา มองว่าเป็นการขายทำกำไรหลังดัชนีขึ้นมามาก โดยการเอาเรื่องตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีในวันศุกร์มาเป็นประเด็น ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทในตลาดนั้นออกมาดีกว่าตลาดคาดมากพอควร บล.KTBST จึงไม่ได้กังวลต่อทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันนี้

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นมาเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของตลาดอยู่เหมือนกัน โดยอาศัยปัจจัยจากเรื่องของการประชุมแบบไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ที่ชื่อ International Energy Forum ในวันที่ 26-28 ก.ย. ที่อัลจีเรีย แม้ OPEC จะยืนยันว่าจะไม่มีการพิจารณาเรื่องคงกำลังการผลิตน้ำมันตามข่าวที่ออกมานี้ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวสูงขึ้นแตะ 43 เหรียญดอลลาร์ จะเป็นบวกต่อหุ้นผู้ผลิตน้ำมันในวันนี้ (9 ส.ค.) ด้วย

สำหรับตัวแปรอื่นๆ ที่จะมีผลต่อทิศทางตลาด จะเป็นเรื่องผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ที่เห็นกำไรจะโตขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้.

หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าเพิ่มขึ้น 6.51 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,548.77 จุด มูลค่าซื้อขาย 35,224.79 ล้านบาท รับแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง ประกอบกับผลประชามติ ยังเป็นปัจจัยชี้นำตลาดหุ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง... 9 ส.ค. 2559 12:39 ไทยรัฐ