วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิษณุเร่งกม.ลูก4ฉบับ ยํ้าเลือกตั้ง60 ปูโพสต์เสียใจ ปท.ถอยหลัง

วิษณุเร่งกม.ลูก4ฉบับ ยํ้าเลือกตั้ง60 ปูโพสต์เสียใจ ปท.ถอยหลัง

  • Share:

“บิ๊กป้อม” ปลื้มผลประชามติ รธน.-คำถามพ่วงฉลุย เหนียมอย่ามองเป็นชัยชนะของ คสช. ย้ำยังไม่ถึงเวลาปลดล็อกนักการเมือง นายกฯถกนอกรอบ ผบ.เหล่าทัพเตรียมประชุมร่วม ครม.-คสช. “วิษณุ” รีบดับปมร้อนเลื่อนเลือกตั้งต้นปี 61 แนะ กรธ.เร่งสปีด 4 ก.ม.ลูกสำคัญก่อน หั่นเวลายกร่างทุกขั้นตอนลง “มีชัย” เสียงอ่อยเล็งเขียน ก.ม.หมวดเลือกตั้ง แจงเป็นไปไม่ได้เขียนบทเฉพาะกาลให้ ส.ว.ชงชื่อนายกฯได้ “ปู” บ่นเสียใจได้ รธน.พาชาติถอยหลัง พท.บี้ คสช.ตอบแทนชาวบ้านซื้อใจรับ รธน.จัดเลือกตั้งใน 6 เดือน “วรชัย” ยุ “ประยุทธ์” ตั้งพรรคลุยเลือกตั้ง หยันเป็นนายกฯจาก ส.ส.ดีกว่ามาจากโควตาคนนอก “จตุพร” ปลุกมวลชนอย่าสิ้นหวัง “มาร์ค” สะกิดนักการเมืองทบทวนตัวเอง ยัน ปชป.-กปปส.ไม่แตกคอ “ถาวร” ชี้หมดยุคนักการเมืองสั่งประชาชน รับทหารต่อท่ออำนาจอย่างน้อย 4 ถึง 8 ปี

จากกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุต้องใช้เวลาทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนไปเป็นต้นปี 2561 จนทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจนั้น ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุการเลือกตั้งจะยังคงมีขึ้นภายในปี 2560 ตามโรดแม็ปเดิม โดยแนะนำให้ กรธ.เร่งร่างกฎหมายลูกสำคัญ 4 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งก่อน

“บิ๊กป้อม” เขินอย่าพูดเป็นชัยชนะ คสช.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่วัด พิชยญาติการาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงร่าง รัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติว่า เป็นเสียงประชาชนอยากให้มีรัฐธรรมนูญ เพื่อเดินตามโรดแม็ปให้ประเทศเดินไปได้ ไม่อยากให้ถอยหลังผลจึงผ่าน ตัวเลขคนมาใช้สิทธิไม่น้อย ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้รับได้ ไม่เสียหาย อย่าไปมองว่าเป็นการแพ้ชนะ นายกฯเองไม่ได้คิด ไม่ใช่การแข่งขัน ไม่ได้หมายความว่าประชาชนเลือกจะอยู่กับทหารมากกว่านักการเมือง นั่นตีความกันเอาเอง และไม่อยากให้พูดว่าเป็นชัยชนะของ คสช. คงไม่เกี่ยวกัน ประชาชนอาจมองว่าบ้านเมืองสงบทำมาหากินได้ ส่วนที่เห็นชอบกับคำถามพ่วงนั้นประชาชนไม่ได้อยากเห็นนายกฯคนนอก แต่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในการทำงานของรัฐสภา ขอย้ำว่าประเด็นนายกฯคนนอกคงไม่เกี่ยว ต้องมาจากรัฐสภาจะเลือกใครมา และไม่มีแนวคิดตั้งพรรคการเมือง แม้ว่าได้รับความนิยมจากประชาชนก็ตาม ส่วนที่มองว่า คสช.ได้คะแนนมาก เพราะมีมาตรการควบคุมการแสดงความคิดเห็นคงไม่ใช่ พวกเขาต้องพอใจการทำงานของ คสช. ทั้งนี้ไม่ได้รู้สึกใจหายที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2560 อายุเยอะแล้ว ใครจะเป็นก็เป็นไป หลังการเลือกตั้ง มีรัฐบาล คสช.ก็ต้องยุบไป ยืนยันว่าบ้านเมืองมีความเป็นประชาธิปไตย เพียงแต่สิ่งใดที่เป็นความขัดแย้งจะไม่ให้ทำ จนกว่าจะนำไปสู่การเลือกตั้ง ต้องเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

คุมเข้มยังไม่ปลดล็อกนักการเมืองจ้อ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนการเปิดช่องให้นักการเมืองแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ ต้องขอพิจารณาก่อนว่าจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร ทุกอย่างมีโรดแม็ป การร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องออกกฎหมาย 4 ฉบับนำไปสู่การเลือกตั้ง การประชุมพรรคคงประชุมได้ในเร็ววัน ไม่ต้องห่วง ขอให้ใจเย็น บทบาท คสช.ต่อจากนี้ยังต้องทำงานอีกมาก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่วางรากฐานนำไปสู่การปฏิรูปในอนาคต ส่วนที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มการเมืองที่ถูกจับกุม และเปิดสถานีโทรทัศน์พีซทีวีนั้น การปล่อยตัวต้องเป็นไปตามขั้นตอน และตามอำนาจหน้าที่ของศาล ตนยังเน้นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบสุข ประชาชนก็เห็นด้วยกรณี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่ผ่านรับร่างนั้น มีนักข่าวโทร.มาถามว่าประชาชนเข้าใจผิด อยากให้ คสช.อยู่ต่อ เลยไม่ให้ผ่าน เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าที่ประชาชนให้ผ่านเป็นเพราะอยากให้ คสช.ไปเร็วๆหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป คงไม่มีอะไรเร็วไปกว่านี้ ส่วนที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี อยากเห็นความปรองดองหลังจากนี้ ทุกคนเป็นห่วงความปรองดอง นักการเมืองต้องคุยกันให้ได้ ต้องเล่นตามกติกา

“บิ๊กป๊อก” เชื่อคนอยากได้ความสงบ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ประเมินว่าประชาชนให้ความสำคัญกับความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงเป็นหลัก แม้มีบท เฉพาะกาลส่วนหนึ่ง และผู้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนก็สูง จากนี้รัฐบาลและ คสช.จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ไม่ว่าภัยแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าตามโรดแม็ปที่จะมีการเลือกตั้งในปี 2560 แต่หากการเลือกตั้งเลื่อนออกไปบ้างก็ไม่มีปัญหา ทุกฝ่ายตรียมพร้อมทำตามโรดแม็ป ส่วนข้อเรียกร้องให้ผ่อนปรนยกเลิกคำสั่งให้นักการเมืองเปิดให้ประชุมพรรคการเมืองได้นั้น ที่ผ่านมา คสช.ผ่อนปรนให้นักการเมืองประชุมได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องยกเลิกคำสั่ง ขอแค่อย่าทำผิดกฎหมาย

“วิษณุ” ยันเลือกตั้งปี 60 ตามโรดแม็ป

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือร่วมกับ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ และ พล.ต.วิระ โรจนวาศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถึงแนวทางและขั้นตอนต่างๆ หลังทราบผลประชามติอย่างไม่เป็นทางการว่า ได้หารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้กระบวนการต่างๆเร็วขึ้น และจะเสนอต่อที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคสช.วันที่ 9 ส.ค. รายละเอียดกระบวนการและระยะเวลาอาจเปิดเผยหลังการประชุมร่วม เบื้องต้น กกต.รายงานให้ทราบว่า มีคนออกมาใช้สิทธิเกือบร้อยละ 60 ถือว่าน่าพอใจ เทียบกับการทำประชามติของอังกฤษ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่การเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2561 นายวิษณุตอบว่า ถ้าใช้กำหนดเวลาเต็มตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็ไม่เกินปี 2560 กรธ.มีหน้าที่ปรับร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงใน 30 วัน จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีเวลาพิจารณา 30 วัน การร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับมีเวลา 8 เดือน หากทำ 4 ฉบับที่จำเป็นสำหรับเลือกตั้งก่อนจะทำให้เร็วขึ้นได้ และระยะเวลาให้ สนช.พิจารณากฎหมายลูกภายใน 60 วัน ทุกขั้นตอนอาจไม่ต้องใช้เวลาเต็ม เมื่อทุกอย่างสั้นลงก็ไปสู่เป้าหมายเลือกตั้งปี 2560 ได้ ทุกอย่างเป็นตามโรดแม็ป

สะกิด กรธ.ปั่น ก.ม.ลูกยึดคำพูดนายกฯ

เมื่อถามย้ำว่าเหตุใดนายมีชัยถึงพูดว่าอาจขยายเวลาเลือกตั้งช่วงต้นปี 2561 จนทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวล นายวิษณุกล่าวว่า “มีอะไรบางอย่างที่เราอาจทำของเราจนสุดแล้ว แต่มีบางอย่างเหนือกระบวนการที่เราจะควบคุม จึงต้องบวกลบเผื่อเวลา ถ้าเราทำให้เร็วการบวกลบเวลาไม่ควรจะเผื่อไปยาวกว่าปี 60 แต่เมื่อเอาอย่างอื่นมาเผื่อเข้าไป มันอาจจะต้องเกิน แต่ถ้าเราทำให้มันเร็ว เผื่ออย่างไรก็ไม่เกิน ผมอยากให้มันเร็ว พูดวันนี้ก็ยังเลือกตั้งในปี 60 ไม่เห็นจะต้องมีปัญหาอะไร นายกฯก็พูดแล้วว่าไม่สืบทอดอำนาจและเลือกตั้งในปี 60”

พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.คงไม่แถลงชี้แจงต่อประชาชนหลังการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ส.ค. เนื่องจากต้องรอผลการนับคะแนนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการก่อน และไม่มีการประชุมนอกรอบระหว่างนายกฯกับนายวิษณุและผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากวันที่ 9 ส.ค.ช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม.จะมีการหารือร่วมกับ คสช.อยู่แล้ว

เล็งเสนอตั้งอนุกรรมการแยกชุด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การหารือระหว่างนายวิษณุ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯและ พล.ต.วิระ ได้หารือถึงขั้นตอนหลังร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านประชามติ ต้องทำอะไรบ้าง ลำดับแรกต้องรอหนังสือตอบกลับจาก กกต.อย่างเป็นทางการก่อนภายใน 3 วัน จากนั้นกรธ.จะแถลงขั้นตอนต่างๆ เมื่อมีการประกาศเป็นรัฐธรรมนูญเรียบร้อย มีขั้นตอนอย่างไร กรอบเวลาเท่าไหร่ ส่วนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ อันดับแรกต้องเร่งทำกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับให้เสร็จก่อน ในวงหารือเห็นควรเสนอให้ตั้งอนุกรรมการแต่ละชุดหรือไม่ โดยมีกรรมการ กรธ.ร่วมอยู่ด้วย รวมถึงต้องมีตัวแทนส่วนราชการที่มีกฎหมายต้องรับผิดชอบตามการปฏิรูปเข้าร่วมให้ความเห็นหรือไม่ ตรงนี้มอบให้ กรธ.ไปคิดมา นอก จากนี้ยังได้หารือถึงคำถามพ่วงว่า กรธ.จะแก้ไขโดยกำหนดคำถามพ่วงไว้ในบทเฉพาะกาลเพิ่มเติมใหม่ในมาตราหรือลงวรรคไหนได้หรือไม่ ถ้าลงไม่ได้ต้องเขียนเพิ่มเติมมา แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากต้องเขียนเพิ่มเติมอาจต้องใช้เวลาเพิ่มจากโรดแม็ป ไปอย่างน้อย 2-3 เดือน ซึ่งจะเป็นเหตุผลทำให้การเลือกตั้งอาจเลื่อนไปต้นปี 61

“บิ๊กตู่” ถกนอกรอบ ผบ.เหล่าทัพ

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ตลอดทั้งวันไม่มีวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ ทั้งในและนอกทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้านายกฯนั่งทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา 13.00 น. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทยอยเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ประกอบด้วย พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. เพื่อสรุป ประเมินสถานการณ์ รวมถึงกำหนดแนวทางหลังร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านประชามติ ก่อนมีการประชุมร่วม ครม.-คสช.ในวันที่ 9 ส.ค. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ ได้ใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมง

ขอบคุณพี่น้องช่วยดูแลความสงบ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลัง ผบ.เหล่าทัพเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ว่า นายกฯ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยและดูแลประชาชนในช่วงที่ผ่านมา เมื่อถามว่าได้พูดคุยเรื่องโผทหารหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่ได้พูดคุยเรื่องโผทหาร โผอยู่ที่ผม ผมเป็นคนทำ ไม่ใช่นายกฯทำ วันนี้เป็นการคุยในนามพี่ๆน้องๆที่ทำงานกันเหนื่อยเท่านั้นเอง”

สมช.ระบุภัยพื้นที่กดดัน 3 จชต.คว่ำ รธน.

นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า แม้ฝ่ายผู้ไม่หวังดีพยายามก่อเหตุ ข่มขู่ บิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวข้องกับศาสนา การศึกษา แต่ประชาชนยังใช้สิทธิมากเกินเป้า เชื่อว่าเพราะฝ่าย กอ.รมน. ศอ.บต.จังหวัด ได้ทำความเข้าใจข้อเท็จจริงแล้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเคาะประตูให้มาใช้สิทธิ

ด้าน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ผลการลงประชามติของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องตระหนักว่าพี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อาจถูกกดดันจากภัยใดๆ หรือจากฝ่ายผู้เห็นต่าง

คสช.โวประชามติฉลุยสังคมดีขึ้น

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.แถลงหลังการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. ว่า ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์โดยรวม และผลการลงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ โดยภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เชื่อว่าจะทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ในส่วนของ คสช.ยังคงต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกส่วน ให้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง จะคงดูแลสถานการณ์โดยรวมให้เรียบร้อย ดูแลให้ประชาชนปลอดภัย เดินหน้างานปรองดองสมานฉันท์ และสานต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ รวมถึงจัดระเบียบสังคม อาทิ แก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหารถตู้สาธารณะ การจัดระเบียบรถรับส่งนักเรียน

กต.แจงโรดแม็ปคณะทูต ตปท.

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า คณะ ทูตานุทูตได้แสดงความยินดีกับไทยที่จัดทำประชามติเรียบร้อยและยินดีกับผลประชามติเพื่อเดินตามโรดแม็ป ผลที่ออกมาคือการตัดสินใจของประชาชนผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม วันนี้ได้ทำสรุปผลการทำประชามติอย่างไม่เป็นทางการให้สถานเอก– อัครราชทูตไทยทั่วโลกทราบแล้ว ยังไม่มีชาติใดแสดงความกังวลต่อโรดแม็ปที่ประกาศไว้ และภายหลังจากที่ทราบผลประชามติอย่างเป็นทางการจาก กกต. กระทรวงจะเชิญผู้เกี่ยวข้องบรรยายสรุปต่อคณะทูตานุทูต เพื่อให้ทราบขั้นตอนโรดแม็ปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ปี 2560

สปท.ตีปีก รธน.–คำถามพ่วงผ่านฉลุย

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)เป็นประธาน ก่อนเข้าสู่วาระประชุม ประธาน สปท.แสดงความยินดีกับผลการออกเสียงประชามติ ขอให้สมาชิกร่วมมือทำงานที่เหลืออยู่ และร่วมมือกับ คสช. ครม. กรธ. และ สนช. ขอให สปท.ร่วมเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์การปฏิรูปประเทศกับ คสช. สัญญาจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. กล่าวว่า สปท.มีส่วนสำคัญนำคำถามพ่วงให้ประชาชนร่วมออกเสียงประชามติ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติเป็นฤกษ์ดี สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานบรรลุเป้าหมาย ประชาชนต้องการเห็นการปฏิรูปเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“พรเพชร” แนะตั้งเพิ่ม 10 กรธ.ช่วยงาน

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การร่างกฎหมายประกอบรัฐ­ธรรมนูญตามหลักเกณฑ์ ต้องรอให้รัฐธรรมนูญประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน แต่เห็นว่าไม่จำเป็นต้องรอ กรธ.เตรียมยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไปพลางก่อน เมื่อร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้จะย่นเวลาร่างกฎหมายลูกได้ ควรเอาโรดแม็ปเดิมบวกระยะเวลาการบรรจุคำถามพ่วงในรัฐธรรมนูญ 60-75 วัน รวมเข้าไปด้วย ส่วนเรื่อง ส.ว.ต้องรอให้มี พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.ก่อน กรธ.มี 21 คนมีภารกิจมากมาย อาจเพิ่ม กรธ.อีก 10 คน โดย คสช.จะพิจารณาเห็นชอบ ขึ้นอยู่กับ กรธ.เป็นหลักว่าต้องการเพิ่มหรือไม่ผู้ที่จะเข้ามาไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย แต่เชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน เช่น การเลือกตั้ง พรรคการเมือง เป็นต้น

กกต.ไม่เอาผิดผู้สูงอายุฉีกบัตร

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวหลังการประชุม กกต.ว่า กกต.ได้เตรียมเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ซึ่งจะเสนอที่ประชุม กกต.ให้ความเห็นชอบก่อนเสนอต่อ กรธ.ปลายเดือนนี้

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กรณีทำลายบัตรในวันออกเสียงพบว่ามีทั้งสิ้น 35 จังหวัด 59 เหตุการณ์ โดย 58 เหตุการณ์มาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้สูงอายุ กกต.ไม่ประสงค์ให้ดำเนินคดีหากสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่ามีลักษณะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ขอให้ยุติการดำเนินคดี ส่วนอีก 1 เหตุการณ์เป็นการกระทำผิดโดยเจตนาก็จำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่งผลทางการให้นายกฯ 10 ส.ค.

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ผลคะแนนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงอย่างไม่เป็นทางการ กกต.ส่งไปยัง ครม.แล้วแต่ไม่ใช่ผลที่ กกต.รับรอง ถ้าส่งมาครบทั้ง 77 จังหวัดและตรวจสอบแล้วว่ามีความถูกต้อง กกต.ก็จะประชุมเพื่อรับรองในวันที่ 10 ส.ค.และจะส่งให้นายกรัฐมนตรีภายในค่ำวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการร้องคัดค้านเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ส่วนจำนวนผู้มาใช้สิทธิ กกต.อยู่ระหว่างร้อยละ 58- 60ถือว่ามากกว่าปี 50 บัตรเสียก็ต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในภาพรวมของการใช้สิทธิ กกต.ค่อนข้างพอใจและปลายเดือนนี้ กกต.จะประชุมเพื่อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

แบ่งพฤติการณ์ทำผิด 4 กลุ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.ได้แบ่งพฤติการณ์ของผู้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ออกเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กรณีผู้ฉีกบัตรที่ไม่มีเจตนากระทำผิดรวม 34 จังหวัด 58 กรณี 2.กรณีผู้ฉีกบัตรที่มีเจตนากระทำความผิด 1 เหตุการณ์ คือที่เขตบางนา กทม. กรณีของนายปิยรัฐ จงเทพ 3.กรณีผู้ใส่เสื้อสัญลักษณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2 ราย คือนายรังสิมันต์ โรม และนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ ใส่เสื้อ Vote no เข้าหน่วยออกเสียง 4.กรณีผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ 1 ราย ฐานใช้เครื่องมือบันทึกภาพบัตรออกเสียงที่ลงคะแนนแล้ว คือนายพีระพล แซ่ว่อง หน่วยออกเสียง อ.เมืองลพบุรี

“มีชัย” เตรียมร่วมประชุม คสช.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รับมอบดอกไม้ให้กำลังใจจากนางฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. โดยนายมีชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกฯที่ติดตามชี้แนะการทำงานของ กรธ.จนประสบผลสำเร็จ จากนี้จะต้องร่วมกันทำหน้าที่ต่อไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง การประชุม คสช.วันที่ 9 ส.ค.ตนจะเข้าร่วมประชุมในฐานะ คสช.ด้วย เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานต่อไป เมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการวันที่ 10 ส.ค. เดาว่านายกฯคงร้อนใจสำหรับการเดินหน้าตามโรดแม็ป ที่มีเวลา 240 วัน ทำกฎหมายลูก 10 ฉบับ ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ต้องแก้บทเฉพาะกาลให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงภายใน 30 วัน

เสียงอ่อยเร่งร่าง 4 ก.ม.ลูกสำคัญก่อน

นายมีชัยกล่าวอีกว่า การใส่คำถามพ่วงในบท เฉพาะกาล หาก กรธ.สงสัยถ้อยคำจะต้องไปถามสนช.ส่วนข้อห่วงกังวลว่าจะแก้ไขให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้ คงเป็นไปไม่ได้ ตามคำถามพ่วง ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ เมื่อถามว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 60ไม่ใช่ 61 นายมีชัย กล่าวว่า ก็ถูก กรธ.ต้องเร่งทำกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับให้เสร็จก่อน ส่วนข้อกังวลที่ว่า พ.ร.บ.พรรคการเมืองจะเซตซีโร่พรรคการ เมืองหรือไม่ ต้องไปดูข้อบังคับพรรคการเมืองว่า มีข้อไหนที่ขัดร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าไม่มีขัดไม่ต้องเริ่มใหม่ แต่ถ้ามีขัดต้องเริ่มใหม่ กรธ.ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ กรธ.อยากให้พรรคการเมืองมาแสดงความคิดเห็นเสนอแนะ เพราะเราต้องพึ่งเขาเพื่อไม่ให้กติกาที่วางไว้เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติซึ่งจะทำในนามตัวบุคคลไม่ใช่ในนามพรรค

“ปู” เสียใจได้ รธน.ทำชาติถอยหลัง

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ภายหลังผลการลงประชามติประชาชนเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่า ขอน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้อง ประชาชน แต่ขอแสดงความคิดเห็นว่า 1.ไม่แปลกใจกับผลประชามติ เพราะไม่ได้เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ในเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เสมือนเป็นการรับฝ่ายเดียวและต่างจากการทำประชามติครั้งอื่นและที่ประเทศทั่วโลกเขาทำกัน 2.ไม่เสียดายที่ได้ทำหน้าที่พลเมืองคนหนึ่งตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยในการไปใช้สิทธิลงประชามติแม้จะเป็นเสียงส่วนน้อยก็ตาม 3.แต่เสียใจและเสียดายกับประเทศที่กำลังจะก้าวถอยหลังไปใช้รัฐธรรมนูญที่ดูเหมือนจะเป็นประชาธิปไตยแต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

ภูมิใจเป็นนายกฯ จากประชาชน

ต่อมาช่วงบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กอีกครั้งว่า “เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2554 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดิฉันดำรงตำแหน่งนายกฯคนที่ 28 ของประเทศไทย เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน แม้เวลาจะผ่านไป 5 ปีเป็นเวลาของความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ เพราะถือว่าได้รับฉันทามติที่พี่น้องประชาชนเลือกเข้ามา ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย และดิฉันดีใจทุกครั้งถึงแม้เวลาจะผ่านมานาน ทุกคนยังรักและหวังดีกับดิฉันเสมอมา ในทุกที่ๆไป ได้รับกำลังใจที่อบอุ่นกลับมาทุกครั้ง นี่คือสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว ต้องขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและไว้วางใจในช่วงเวลาอันมีค่านั้น ทุกอย่างจะยังจารึกและบันทึกไว้ในหัวใจดิฉันตลอดไปไม่ลืมเลือน และจะคอยเป็นกำลังใจพี่น้องประชาชนในทุกสถานการณ์ค่ะ”

บี้รัฐบาลจัดเลือกตั้งใน 6 เดือน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้สุ่มถามชาวบ้านหลายพื้นที่พบว่ารับร่างรัฐธรรมนูญเพราะต้องการออกจากสภาพการเมืองและเศรษฐกิจปัจจุบัน ถ้าไม่รับเกรงว่าจะได้สิ่งที่แย่กว่า ไม่แน่ใจว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่ เมื่อประชาชนซื้อใจด้วยการรับร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้แม่น้ำทุกสายคืนความสุขที่แท้จริงให้ประชาชน ทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนย่นระยะเวลาออกกฎหมายลูก จัดการเลือกตั้งภายใน 6 เดือน หรือ 180 วันนับจากวันประชามติ

“หญิงหน่อย” ขอ ปชช.มีส่วนร่วม ก.ม.ลูก

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความชื่นชมพี่น้องชาวไทยที่ออกมาทำหน้าที่ตัดสินอนาคตของประเทศ ทั้งผู้รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อผลประชามติออกมาเช่นนี้ทุกฝ่ายต้องน้อมรับและร่วมเดินหน้าไปสู่การคืนประชาธิปไตยโดยสันติอย่างรวดเร็ว ขอให้คสช.ได้โปรดนำบทเรียนในครั้งนี้ไปแก้ไข โดยเฉพาะการจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชน การจับกุมผู้เห็นต่าง การเปิดใจรับฟังทุกฝ่ายย่อมดีกว่าการปิดกั้น หลังจากร่างรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ต้องทำกฎหมายลูกอีก 10 ฉบับ ใช้เวลายาวนานถึง 17 เดือน รัฐบาลต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ฟังเสียงทุกฝ่ายให้รอบด้าน ต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของประชาชน แทนการใช้อำนาจบังคับ จึงจะสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน สุดท้ายขอคารวะแด่ผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยทุกท่าน ขอเป็นกำลังใจรักษาหัวใจที่แข็งแกร่ง เพื่อเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน เพื่อประชาชน อย่างสันติและยั่งยืน

“ปึ้ง” ขอทำหน้าที่สอดส่องทุจริต

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ด้วย ที่ฝ่ายท่านได้รับชัยชนะ หวังว่า คสช.ควรเดินตามโรดแม็ปต่อไปได้ด้วยความสบายใจ อดีตนักการเมืองเสียงข้างน้อยจะเดินหน้า ตามบทบาท เท่าที่จะทำได้ ยินดีให้ความร่วมมือกับคสช.และรัฐบาลนำพาประเทศชาติให้ก้าวต่อไปข้างหน้า และจะช่วยทักท้วงติติง หากเห็นว่ารัฐบาลหรือคสช.ไม่ควรทำในสิ่งใดที่อาจก่อความเสียหายแก่บ้านเมือง เช่น การทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง คดโกงภาษี เอารัดเอาเปรียบผู้ยากไร้ หรือการดำเนินการของภาครัฐที่กระทบต่อผู้มีรายได้น้อย หัวหน้า คสช.คงอนุญาต

“วรชัย” ยุ “บิ๊กตู่” ตั้งพรรคลุยเลือกตั้ง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการสังเกตการณ์การนับคะแนนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โปร่งใสไม่มีอะไรตุกติก ชัดเจนว่าประชาชนต้องการเลือกตั้ง เพื่อหนีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ที่สำคัญ คสช.ต้องเดินตามโรดแม็ป คือเลือกตั้งและนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าได้สร้างผลงานให้ประชาชนยอมรับและร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งพรรคการเมืองเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็น ส.ส.และเป็นนายกฯจากการเลือกตั้งจากประชาชน ย่อมดีกว่าการเป็นนายกฯคนนอก บ้านเมืองจะได้ผ่อนคลาย ลดความขัดแย้งการประท้วง ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแบบพ.ค.35 ไม่เกิดปัญหาวุ่นวายจากนายกฯคนนอก และจะพิสูจน์ว่าประชาชนยอมรับจริงหรือไม่

“จตุพร” ปลุกมวลชนอย่าสิ้นหวัง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ หัวข้อ สู้เพื่อประชาธิปไตยจนกว่าประชาชนประกาศชัย ว่า เราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วเพราะเป็นการสู้ในสงครามที่ไม่มีโอกาสชนะ คนที่ผ่านโรงเรียนหลักสูตรทหาร เอาเปรียบทุกอย่าง ในเมื่อเปลี่ยนผลคะแนนไม่ได้ต้องรีบลุกแต่อย่ายอมแพ้ ขอให้ลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจอธรรมและเผด็จการ โดยเลี่ยงความรุนแรงใช้แนวทางสันติวิธีเดินเข้าสู่ประชาธิปไตย วันข้างหน้าถ้ากติกาเป็นธรรมเชื่อว่าผลลัพธ์จะเป็นอีกอย่าง สำหรับตนยืนยันไม่ลงเลือกตั้งแน่นอน ส่วนพรรคการเมืองควรประกาศต่อประชาชนว่าจะเอานายกฯคนนอกหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนรู้ก่อน ถ้าเสียงข้างน้อยในสภาไม่บวกให้คนนอก ก็ไม่มีสิทธิเหยียบทำเนียบรัฐบาล

“อนุสรณ์” โกนหัวไว้อาลัย ปชต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยได้โกนศีรษะภายหลังผลประชามติออกมาว่าประชาชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายอนุสรณ์ กล่าวว่า โดยปกติเป็นคนไว้ผมสั้นอยู่แล้ว แต่การโกนหัวในครั้งนี้เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับระบอบประชาธิปไตย ประเทศได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าฉบับที่ถูกฉีกไปก่อนหน้านี้

ชี้เทเสียงแลก ลต.ไม่ใช่ชอบทหาร

ขณะที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า ประชาชนตัดสินใจเลือกรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง โดยไม่ให้ความสำคัญกับสาระร่างรัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่ได้รับร่างมาอ่าน ยังไม่ได้ศึกษาด้วยซ้ำไป คือรับด้วยความรู้สึกแท้ๆ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อยากจะไปสู่การเลือกตั้ง เชื่อว่าเลือกตั้งแล้วจะมีบรรยากาศเป็นประชาธิปไตยขึ้น ชอบหรือไม่ชอบ ถูกใจหรือไม่ ก็ต้องน้อมรับและปรับตัวเองให้อยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของอำนาจให้ได้

นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ผลที่ ออกมาทำให้รู้ว่าคนที่ใช้สิทธิไม่ได้อ่านเนื้อหารัฐ– ธรรมนูญเพราะไม่ได้รับการจัดส่งไปถึงมือ แต่ตัดสินใจตามความรู้สึกที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง ต้องการให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มี ส.ส.เอาไว้คอยปรึกษา ช่วยเหลือเวลามีปัญหา แต่ไม่ใช่สะท้อนว่าประชาชนไว้วางใจทหารมากกว่านักการเมืองแน่นอน เขาไม่ได้คิดถึงปัจจัยอื่นหรือที่ว่าชอบทหารไม่ชอบทหาร

“มาร์ค” แนะนักการเมืองทบทวนตัวเอง

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อประชาชนตัดสินแล้ว เราต้องยอมรับ พรรคเองต้องมองไปข้างหน้า จากนี้จะมีการแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เข้ากับคำถามพ่วง รวมถึงต้องร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง ต้องรอดูว่า คสช.จะมีนโยบายอย่างไร ส่วนที่ กรธ.เตรียมขอความเห็นการร่างกฎหมายลูก พรรคพร้อมให้ข้อมูล ที่ประชาชนเห็นชอบเพราะต้องการเดินหน้าไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายความขัดแย้งอีก ดังนั้นนักการเมืองทุกพรรคต้องมองย้อนกลับไปแล้วทบทวน เมื่อถามว่า ความขัดแย้งยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะถูกกดโดยกติกาของ คสช. จะเดินหน้าไปอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าเมื่อ คสช.เดินหน้าตามกติกานี้ได้ เพราะปัญหาในอดีตเกิดจากเสียงข้างมาก ไม่ยอมให้พื้นที่หรือรับฟังเสียงข้างน้อย ถือเป็นบทเรียนสำคัญหนึ่ง จึงต้องคิดถึงทุกคน เชื่อว่าจะประคับประคองไปได้

ยัน ปชป.ไม่แตก ย้ำยึดมั่นอุดมการณ์

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ลดลงน้อยกว่าคะแนนนิยมของ กปปส. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าการลงประชามติจะเป็นเรื่องของพรรคหรือกลุ่มการเมือง ประชาชนตัดสินใจบนความต้องการว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร การทำประชามติปี 50 เดือน ส.ค. ฝ่ายรับชนะ 57% ต่อ 43% แต่ในอีก 3 เดือนต่อมา พรรคการเมืองที่ไม่รับกลับชนะการเลือกตั้ง การลง คะแนนแต่ละครั้งมีปัจจัยเฉพาะ ตนก็รับฟังความรู้สึกและอารมณ์ เพื่อปรับแนวทางของพรรค ยืนยันว่าอุดมการณ์ของพรรคยังมีจุดยืนเหมือนเดิม ผลคะแนนเห็นชอบในภาคใต้ที่ออกมาไม่กังวล ถ้าดูรายจังหวัดคะแนนต่อคำถามพ่วงใกล้เคียงกับการทำประชามติปี 50 เพียงแต่คะแนนรับร่างรัฐธรรมนูญลดลงมาที่พลิกไปเลยคือพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ น่าเป็นห่วงอาจสะท้อนว่าติดใจบทบัญญัติเกี่ยวกับศาสนา

เมื่อถามย้ำว่า การที่สมาชิก กปปส.เห็นต่าง จะทำให้พรรคแตกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า บอกตลอดว่าเคารพความเห็นทุกฝ่าย ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร พรรคการเมืองและนักการเมืองต้องยึดถืออุดมการณ์ ถ้าเราสนับสนุนพรรคหรือนักการเมืองที่ไม่สนใจอุดมการณ์ใดเลยจะอันตรายมากกว่า แม้ตนจะทราบผลล่วงหน้าก็ต้องแสดงจุดยืนเช่นนี้ และเคารพน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน

“นิพิฏฐ์” ทำใจฝ่ายผู้ชนะคุมเกม

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับที่เดิม กรธ. รัฐบาล หรือ คสช.บอกจะเขียนแค่ 4 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่เมื่อประชามติผ่านอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือผู้ชนะ คสช.เป็นผู้คุมเกมยากแล้วที่ผู้เล่นจะไปโต้แย้ง ต้องปล่อยให้รัฐบาลตัดสินใจจะร่างกฎหมายลูกแค่ 4 ฉบับ 10 ฉบับ หรือยืดเวลาไปอีกเท่าไหร่ ต้องปล่อยรัฐบาลเต็มที่ แล้วรอดูฤทธิ์เดชของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จากนี้อีก 1 ปี จะแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรได้บ้าง นี่คือปัญหาของประเทศเรา ขอให้ดูผู้นำรัฐบาลทหารพม่าเป็นตัวอย่างหลังลงจากอำนาจก็ไปบวช ไม่ต้องมีทหารถือปืนไปยืนล้อมรอบวัด หมายความว่าเขาปล่อยให้ฝ่ายการเมือง ภาคประชาชนเดินตามครรลองต่อ โดยที่ไม่ได้วางเกมสืบทอดอำนาจใดๆ พูดแบบนี้อาจจะดูแรงแต่ขออภัย แค่อยากให้คนไทยได้เรียนรู้

“ถาวร” ชี้หมดยุคนักการเมืองสั่ง ปชช.

นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส.และอดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผลลงคะแนนครั้งนี้ไม่ถือเป็นชัยชนะของพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใด แต่เป็นชัยชนะของประชาชนพลังเงียบ ผู้ขาดโอกาสแสดงทัศนะผ่านสื่อ ผลคะแนนภาคใต้แสดงให้เห็นว่าคนไทยได้ปฏิรูปตัวเอง ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนความเห็นช่วงการชุมนุมของมวลมหาประชาชน 204 วัน มีแต่นักการเมืองและข้าราชการบางคนที่ยังไม่ปฏิรูป ต้องวิเคราะห์ถอดบทเรียนว่านักการเมืองไม่สามารถสั่งประชาชนได้แล้ว ส่วน กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กปปส.ไม่ได้ลงคะแนนเสียงตามหัวหน้าพรรคตัดสินใจ เพราะเป็นความคิดส่วนตัวของหัวหน้า แม้จะอ้างอุดมการณ์พรรค เมื่อไม่ได้เป็นมติพรรค จึงไม่ใช่กฎเหล็กที่ต้องอยู่ในกรอบนั้น เรายังคงเหนียวแน่นเป็นประชาธิปัตย์เหมือนเดิม แต่พรรคต้องถอดบทเรียนว่าอุดมการณ์ประชาธิปไตยต้องโปร่งใส ไม่ใช่คิดแต่การเลือกตั้งทุกตำแหน่ง

รับให้ทหารสืบทอดอำนาจ 8 ปี

นายถาวรกล่าวอีกว่า คสช.ได้อำนาจอย่างน้อย 4-8 ปีไปแล้ว จะเรียกว่าสืบทอดอำนาจก็ไม่ผิด แต่อย่าใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ขอให้รับฟังเสียงข้างน้อยด้วย เพื่อให้การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยได้เซตตัวเองหรือปรับปรุงตัวเองและหันมาทบทวน กปปส.จะติดตามนับจากนี้ไป ส่วนที่ให้ ผบ.เหล่าทัพ 6 ตำแหน่งเป็น ส.ว.แต่งตั้งด้วยนั้น มวลมหาประชาชนยังมีนกหวีดเป็นอาวุธ หากมีการทุจริตยุคต่อไปหรือคิดว่าตัวเองเป็นเสียงข้างมากมี ส.ว.ในมือ 250 เสียงแล้ว มีบทเรียนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กปปส.จะจับตามองตั้งแต่การร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับ ขอให้ผู้ร่างเปิดใจกว้าง รับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน ทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองและสื่อ

“ศรีสุวรรณ” จ่อยื่นประชามติเป็นโมฆะ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า กระบวนการจัดทำประชามติชัดเจนว่า กกต.ละเลยปฏิบัติหน้าที่ ทำให้การไปลงประชามติของผู้มีสิทธิออกเสียงไม่เป็นไปโดยเที่ยงธรรมหลายประการ อาทิ การไม่แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทุกครัวเรือนอย่างทั่วถึง เลือกปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายประชามติ ไม่เอาผิดกับผู้ชี้นำเช่น นายกฯชี้นำว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ขณะที่ผู้รณรงค์คัดค้านกลับถูกดำเนินคดี การเร่งแถลงผลประชามติทั้งที่มีเหตุควรเชื่อได้ว่า การลงประชามติบางหน่วยไม่บริสุทธิ์เที่ยงธรรม เช่น บางหน่วยมีคะแนนลงประชามติมากกว่าผู้มาใช้สิทธิ แต่ กกต.นิ่งเฉยที่จะไต่สวนให้ชัดแจ้ง การจัดทำอุปกรณ์ลงประชามติ เช่น หีบบัตรไม่แข็งแรง ขัดประกาศ กกต. การจัดทำบัตรประชามติใบเดียว แต่มี 2 ข้อคำถาม ทำให้ผู้มีสิทธิสับสน จนทำความผิดกฎหมายประชามติจำนวนมาก ทำให้การลงประชามติไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ผลของประชามติจึงผิดพลาดคลาดเคลื่อน สมาคมฯจะนำไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนเอาผิด ในวันที่ 10 ส.ค. เวลา 11.00 น. รวมถึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การลงประชามติเป็นโมฆะ

ศาลไม่ให้ประกัน “บุญเลิศ “กับพวก

อีกเรื่องกรณีการปลอมแปลงเอกสารร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายจำนงค์ ไชยมงคล พร้อมทีมทนายความเดินทางไปยังศาลทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อ.เมืองเชียงใหม่ นำหลักฐานและหลักทรัพย์ ยื่นขอประกันตัวนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ รองนายก อบจ.เชียงใหม่ และอดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย หลานสาวของนายบุญเลิศ กับพวกรวม 10 คน ถูกจับกุมเกี่ยวกับการกระทำความผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น และมาตรา 210 สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปกระทำการเข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร แต่ศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยทีมทนายความกล่าวว่า จะเดินทางมายื่นขอประกันอีกครั้งวันที่ 15 ส.ค.ที่จะครบการฝากขัง 12 วัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้