วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นพุ่ง 23 จุด รับผลประชามติ

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนร้อนแรงสุดรอบ 20 เดือน

ตลาดหุ้นไทยทะยานรับร่างรัฐธรรมนูญบวกกว่า 23 จุด ต่างชาติตะลุยซื้อต่อ เคาะกันไฟแลบกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท เหตุนักลงทุนเชื่อมั่นการเมืองมีเสถียรภาพ ขณะที่สภาตลาดทุนไทยเผย ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่งสูงสุด เข้าสู่กรอบร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 20 เดือน แต่นักวิเคราะห์เตือนหุ้นขึ้นร้อนแรงต่อเนื่องดันค่าพี/อีสูง ทำให้หุ้นไทยเริ่มราคาแพง เสี่ยงปรับฐานหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด หรือเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 ส.ค.59 หลังผ่านพ้นการลงประชามติ ที่ประชาชนส่วนใหญ่โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดทั้งวัน ดันดัชนีปรับขึ้นมาปิดทำการที่ 1,542.26 จุด เพิ่มขึ้น 23.57 จุด ทำนิวไฮหรือจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 1 ปี 5 เดือน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายทะลัก 76,292.36 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก 6,887.69 ล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่า หุ้นไทยโดดบวกแรง โดยมีแรงซื้อหุ้นใหญ่โดดเด่น ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าสะท้อนให้เห็นว่า เป็นแรงซื้อหลักจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยต่างชาติซื้อหุ้นไทยปีนี้กว่า 80,000 ล้านบาท และผลประชามติเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เงินต่างชาติไหลเข้าลงทุนต่อเนื่อง หลังจบข่าวดีเรื่องประชามติต้องจับตาปัจจัยต่างประเทศ คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังล่าสุดตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯค่อนข้างดีทำให้มีแนวโน้มมากขึ้นว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย รวมทั้งรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม คาดว่าหุ้นไทยมีโอกาสบวกได้ต่อ โดยกระแสเงินทุนยังเป็นปัจจัยหลักดันให้ดัชนีเดินหน้าบวกได้ต่อ ขณะที่ให้ติดตามตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียน

ขณะที่นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เดือน ส.ค.-ต.ค.) ว่า อยู่ที่ 128.81 เพิ่มขึ้นถึง 23.31% เทียบกับผลสำรวจเดือนก่อนหน้า โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนทุกกลุ่มปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด ดันดัชนีความเชื่อมั่นเข้าสู่กรอบร้อนแรง (Bullish) สูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 20 เดือน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตลาด หุ้นไทยมากที่สุดคือ การไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย รวมทั้งไทย ของเงินทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นผลจากความผันผวนของตลาดการเงินโลก และอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกต่ำ ทำให้นักลงทุนมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากตลาดพันธบัตรมาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น

ส่วนปัจจัยลบที่กดดันมากที่สุดคือ การเมืองในประเทศ ขณะทำการสำรวจช่วงปลายเดือน ก.ค.59 นักลงทุนเห็นว่า การเมืองเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นไทย แต่เมื่อผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้น โดยมองการเมืองหลังจากนี้มีเสถียรภาพ เพราะมีความชัดเจน รู้แน่นอนว่าจะเลือกตั้งปลายปีหน้า หรือไม่เกินกลางปี 61 จึงประเมินว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นเกิดใหม่ต่อเนื่อง

“การรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง เป็นบวกต่อหุ้นไทย และอาจได้เห็นกระแสเงินทุนไหลเข้าไทยมากขึ้น เพราะการเลือกตั้งมีความชัดเจน ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอำนาจผ่านสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่จะมีเสียงในการเลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาล ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ แผนการปฏิรูปและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในสายตาต่างชาติ และน่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนที่เป็น Foreign Direct Investment ด้วย ตั้งแต่ต้นปี ต่างชาติซื้อสุทธิแล้ว 82,000 ล้านบาท นักวิเคราะห์มีโอกาสปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้ ส่วนตลาดต่างประเทศยังไม่มีปัจจัยโดดเด่นดึงเงินทุนกลับ เพราะเศรษฐกิจไม่ดีนัก”

ด้านนายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาด หลักทรัพย์ กล่าวว่า ความไม่แน่นอนด้านการเมืองผ่านไปแล้ว หลังจากนี้จะเห็นต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหุ้นไทยขึ้นมาอยู่ที่ 14.95 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน หลังจากเคยขึ้นไปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 15.037 ล้านล้านบาท ในเดือน ก.พ.58 ขณะที่นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวในงานวิเคราะห์ทิศทางการลงทุนหัวข้อ “Outlook ตลาดหุ้นไทย หลังลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” ว่า หุ้นไทยปรับตัวขึ้นรับข่าวประชามติในระยะสั้น หุ้นไทยอาจเข้าสู่การปรับฐานในเดือนนี้ หลังนักลงทุนเริ่มกังวลกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือน ธ.ค.นี้ รวมถึงราคาหุ้นไทยอยู่ในระดับสูง แต่การปรับฐานไม่น่าหลุดระดับ 1,490 จุด เพราะยังได้รับแรงหนุนจากเงินทุนที่ยังไหลเข้าซื้อหุ้นไทย

“หุ้นไทยน่าจะปรับตัวขึ้นได้อีกครั้งช่วงไตรมาส 4 บล.กสิกรให้เป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ไว้ที่ 1,530 จุด แนะนำถือหุ้นระยะยาว เพราะหากการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็ป เงินทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนจำนวนมากอีกครั้งในช่วงดังกล่าว แนะนำถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐ หุ้นแบงก์ใหญ่รายตัว รวมถึงหุ้นส่งออกอาหารทะเล ทั้งแช่แข็งและไม่แช่แข็ง ปัจจัยเสี่ยงของตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นการเลือกตั้งที่ยังใช้เวลาอีกมาก และเสี่ยงต่อการถูกเลื่อนออกไป ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายทำกำไรออกมา ประกอบกับการขึ้นดอกเบี้ยเฟดอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด”.

ตลาดหุ้นไทยทะยานรับร่างรัฐธรรมนูญบวกกว่า 23 จุด ต่างชาติตะลุยซื้อต่อ เคาะกันไฟแลบกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท เหตุนักลงทุนเชื่อมั่นการเมืองมีเสถียรภาพ ขณะที่สภาตลาดทุนไทยเผย ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่งสูงสุด... 9 ส.ค. 2559 00:17 ไทยรัฐ