วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีชัยไปกว่าครึ่ง

สร้างความสุขสมหวังให้กับแฟนกีฬาชาวไทยอย่างต่อเนื่องจริงๆ

สำหรับทัพนักยกลูกเหล็กทีม ชาติไทย ที่เปิดฉากโอลิมปิก “ริโอเกมส์ 2016” มาได้ 2 วัน ก็ฟันไป แล้ว 2 เหรียญติดต่อกัน

หลังประเดิมเช้าตรู่วันอาทิตย์ จากเหรียญทอง ของ “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร จอมพลังสาว วัย 22 ปี จากชุมพร ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าทอง ในรุ่นเล็ก 48 กก.หญิงมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

และตามด้วยล่าสุดเมื่อเช้าวันจันทร์ ด้วยเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์ เหรียญแรกของนักยกน้ำหนักชายไทยในโอลิมปิกเกมส์ จาก “เจ้าดุ่ย” สินธุ์เพชร กรวยทอง จอมพลังหนุ่ม วัย 21 ปี จากเมืองช้าง สุรินทร์ ที่ทำได้ในรุ่น 56 กก.

แต่ความสำเร็จนี้ก็มาพร้อมข่าวเศร้าของเจ้าตัวที่ต้องสูญเสียคุณยายที่เป็นลมหมดสติลงไประหว่างที่กำลังลุ้น “ดุ่ย” หลานรัก ที่กำลังยกท่าสแนตช์ครั้งที่สอง ก่อนไปสิ้นลมที่โรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจขาดเลือด

ซึ่งก่อนจะช็อกคุณยายยังบอกทุกคนว่า “สงสารหลาน”

ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของสินธุ์เพชรที่ต้องมาเจอกับความสูญเสียในห้วงเวลาที่ทุกคนควรจะได้อยู่ฉลองชัยกันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างนี้

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าคุณยายของ “เจ้าดุ่ย” ก็คงนอนตายตาหลับ เพราะหลานคนเก่งได้กลายเป็น “ฮีโร่” ของประเทศชาติสมความ ปรารถนาแล้ว

ซึ่งคืนก่อนแข่งได้ทราบว่าคุณยายก็โทรศัพท์ข้ามทวีปอวยพรเจ้าตัวให้เอาเหรียญกลับบ้านมาให้ได้ และสินธุ์เพชรก็ทำได้จริงๆ

น่าเสียดายคุณยายที่เฝ้าประคบประหงมเลี้ยงดูหลาน “ดุ่ย” มาตั้งแต่เล็ก ไม่ได้อยู่ชื่นชมความสำเร็จของหลานรักคนนี้เสียนี่

และจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในโอลิมปิกเกมส์หนนี้ ก็จะทำให้ทั้ง 2 นักยกลูกเหล็ก “เปลี่ยนชีวิต” ของตนเองจากที่เคยปากกัดตีนถีบ ข้าวสารกรอกหม้อ กลายมาเป็นบุคคลอีกสถานะหนึ่งของสังคม

ที่เป็น “เศรษฐี” จากการเล่นกีฬา เฉกเช่น ฮีโร่โอลิมปิกรุ่นพี่หลายๆคนที่ผ่านมาในอดีต

ซึ่งต่อแต่นี้ไปหน้าที่ของทั้งคู่ก็คือประคองตัว ประคองชีวิตให้ดีๆ เพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทันทีหลังกลับถึงเมืองไทย

ขณะเดียวกัน นี่ก็คือ “แรงบันดาลใจ” ชั้นเยี่ยมของนักกีฬาไทยคนต่อๆไป ที่จะ “เติมเชื้อไฟ” ลงชิงชัยไล่ล่าเหรียญรางวัลในริโอเกมส์คราวนี้ อย่างไม่ต้องสงสัย

ซึ่งก็ไม่แน่ว่า จากการออกสตาร์ตโอลิมปิกแดนแซมบ้า ด้วย 1 ทอง 1 ทองแดง ของทีมยกน้ำหนักอย่างนี้

อาจเป็น “ยากระตุ้น” ให้ทัพกีฬาไทยของเราเดินหน้าทำลายสถิติการคว้าเหรียญรางวัลสูงสุดใน “เอเธนเกมส์” เมื่อปี 2004 ลงก็เป็นได้ ใครจะไปรู้

เพราะโบราณท่านบอกเอาไว้...ว่าอะไรก็ตาม

“เริ่มต้นดี มักมีชัยไปกว่าครึ่ง”.

"บี บางปะกง"

8 ส.ค. 2559 23:29 ไทยรัฐ