วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่ารู้! น่าทำ! เพื่อหนังไทยพัฒนา จากใจ เอ วีระศักดิ์

รู้จริงหลากมุมเรื่องหนังทั้งในไทยเรา และระดับอินเตอร์ของแท้ ก็ต้องอาจารย์เอ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ มีความรู้ความสามารถแน่นเว่อร์ จึงได้รับเกียรติไปเป็นที่ปรึกษา และทำงานให้กับหลายหน่วยงาน อายุพุ่งแต่ความขยันพุ่งยิ่งกว่า งานหนังยิ่งกว่าถนัด เพราะปีนี้อาจารย์เอ วีระศักดิ์ ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการอีกปี คัดเลือกหนังไทยคุณภาพไปออสการ์ ครั้งที่ 89 เพื่อไปชิงสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best Foreign Language Film Award) โดยปีนี้ได้หนังแนวขนหัวลุกเรื่องอาปัติ ไปเข้าชิงนั่นเอง!

ยังมีหลายประเด็นเกี่ยวกับหนัง ที่น่าสนใจน่าทำตาม เพื่อพัฒนาหนังไทยให้เจริญเติบโตก้าวไกลกว่าที่เป็นอยู่ เราไปฟังกันเลยกับอาจารย์เอ วีระศักดิ์ "อังกฤษดึงเงินส่วนหนึ่งมาจากกองสลากลอตเตอรี่ เพื่อช่วยสนับสนุนในระบบการทำหนัง เขาทำไม่หยุด ทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนเกาหลีก็ทำมานานแล้วมากกว่า 10 ปี ถ้าคำนวณการสร้างหนังจาก 100% เกาหลีจะแบ่งเป็นรัฐให้เงินทุน 30% อีก 70% ผู้อำนวยการสร้างหรือผู้กำกับไปหามาเองนะ ทั้งสองฝ่ายก็เสี่ยงจะเจ็บตัวเหมือนกัน แต่เขาก็เปิดโอกาส ช่วยหนังที่มีแนวโน้มว่าจะดี พอมีทางจะรอดและเติบโตได้

"หนังเป็นอุตสาหกรรมครีเอทีฟ หนังดีๆ จะกลายเป็นกระบวนความคิดคนที่พลังแข็งแรงที่สุด หนังเป็นการย้อมความคิดคนที่แข็งแรงที่สุด (เน้นเสียงดังช้าๆ ชัดๆ ทีละพยางค์) กล่อมเกลาพฤติกรรมคนในสังคมได้ดีที่สุด เพราะคนเขียนบทจะพิถีพิถันเขียนบทอย่างดีให้น่าติดตาม คนทำหนังก็จะวางแนวทาง ตั้งใจทำหนังออกมาอย่างดีเหมือนกัน ยกตัวอย่าง รถยนต์ยี่ห้อไหน ถ้าจะสร้างตัวตนว่าใช้แล้วทำให้เราดูเหมือนรวยจริง มันไม่ใช่อยู่ดีๆ จะสร้างภาพจำเองมาได้ ก็จะเริ่มกล่อมตอกย้ำความคิดคนดูจากหนัง เอารถไปเข้าฉากในหนังดังต่างๆ ว่าถ้ามีรถยี่ห้อนี้นะแสดงว่ารวยจริง มันจะค่อยๆ สร้างตัวตนขึ้นมาจนแข็งแรงขึ้นๆ คนสร้างหนังต้องสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ หรือแฟชั่นในหนังดูแล้วสวยจังดูดี กระโปรงสั้น แว่นกันแดด แม้แต่การโกนผมให้เกลี้ยงเกลา การไว้จอนผม จนกลายเป็นแฟชั่นในชีวิตจริง บางทีคนทำหนังไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นเทรนด์หรอก แต่คนเข้าไปดูแล้วโดนกล่อมเกลาความคิด จนกลายเป็นแฟชั่นที่คนนิยมกันไปเอง เพราะไปเปลี่ยนความคิดคนได้

"ย้อนกลับมาดูในวงการหนังไทยเรา ยังจำกันได้มั้ย วันที่เราได้เห็นหนังนางนาก ฝีมือกำกับของ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร วันนั้นเราได้เห็นผู้กำกับที่เก่งอีกคน ทำหนังไทยให้ดูเนียน เนี้ยบดูสวยดูดี เราเห็นได้ชัดว่าหนังไทยเปลี่ยนไป หนังเรื่องต่อมาก็หันมาทำหนังสวยเนี้ยบคล้ายนางนาก นั่นคือการขยับมาตรฐานที่ดีขึ้นครั้งสำคัญของวงการหนังไทย  

"เรื่องกองทุนส่งเสริมภาพยนตร์ รัฐบาลไทยกำลังให้ความสนใจ ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณรัฐบาลที่ใส่ใจเรื่องหนังมากขึ้น ส่วนเรื่องความเข้าใจให้ครบมิติก็ต้องให้เวลาเขาหน่อย ทั้งในเรื่องการเขียนกฎหมายใหม่ การแก้กฎหมายที่จะเปิดโอกาสให้คนทำหนังมากขึ้น หรือถ้ารัฐจะแบ่งเงินแบ่งพลังมาช่วยโปรดักชั่นการถ่ายทำก็ดี หรือการพัฒนาบทให้ดีขึ้นเข้มข้นขึ้นน่าติดตาม การช่วยลงทุนวิจัยเก็บข้อมูลมาเสริมอุตสาหกรรมหนังล้วนแล้วแต่สำคัญ ก็ต้องให้งบมากกว่านั้น ที่ผ่านมางบไม่ได้มาถึงอุตสาหกรรมหนังตรงๆ อย่างเพียงพอ รัฐเติมเต็มให้มากขึ้นหน่อย และคนสร้างหนังก็ต้องไปหามาเองด้วยจากภาคเอกชน รัฐช่วยไป 10 เรื่อง เห็นผล 1 เรื่องก็ถือว่าโอเคนะ อย่างหนังสเนป...แค่ได้คิดถึง กว่าจะตั้งเรื่องเสนองบเบิกตามระเบียบ กว่าจะได้เงินจากรัฐมาก็ไม่กี่ล้าน ก็ตั้งนานนะ ระยะหลังๆ ก็เริ่มรวดเร็วขึ้น

"ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ มีระดมทุนผ่านหุ้นเพื่อสร้างหนังขึ้นมา ก็มีมาแล้วในหลายประเทศ สมมติเราศรัทธาในผู้กำกับคนนี้ อยากจะเห็นหนังที่เขาทำมากเลย ก็ระดมทุนผ่านกองทรัสต์ในตลาดทุนในกลุ่มครีเอทีฟอินดรัสทรีส์ (Creative Industries) เพราะมันเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ อย่างในเกาหลี อเมริกา อยากจะเห็นคู่จิ้นคู่นี้ในหนังด้วยกัน อยากให้ผู้กำกับคนนี้มาทำให้ แฟนคลับก็ช่วยกันเติมเงินเข้ามาสิ โอ๊ย วิธีนี้ทำมาเยอะแล้วในหลายประเทศ แต่ต้องขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ตั้งเป็นกองทรัสต์ ต้องมีผู้จัดการที่มีวินัยการเงินมากๆ ต้องบริหารจัดการมืออาชีพเลยนะ ไม่งั้นจะเสี่ยง เดี๋ยวจะกลายเป็นหลอกลวงประชาชน หรือมีทั้งแบบใส่เงินไปเลยในกองทรัสต์ เหมือนศรัทธามากๆๆๆ เอาไปเลยเงิน เพราะอยากเห็นหนังจากทีมนี้สร้างขึ้นมา ทำฉายแล้วมีกำไรก็ปันผลกันได้ หรือฉายแล้วไม่มีกำไรก็ไม่ว่ากัน วิธีนี้บ้านเรายั้งไม่คุ้น จริงๆ มันมีหลายวิธี ที่จะทำให้มีเงินเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมหนัง เพื่อทำหนังดีๆ ออกมา

"การทำหนังแบบโคโปรดักชั่น (Co Production) มีเงินมาจากสองก้อนที่เป็นหุ้นส่วนกัน เช่น เงินมาจากรัฐบาลแต่ละประเทศ หรือจากบริษัทข้ามชาติ ก็จะได้เงินเยอะขึ้น เพื่อร่วมกันสร้างหนังเรื่องหนึ่งขึ้นมา ก็อาจจะได้หนังที่มีรสชาติข้ามวัฒนธรรม ได้ตลาดที่กว้างกว่า มันน่าจะได้ผลผลิตที่ดีกว่าหนังปกติ ส่วนสหรัฐฯ ไม่ต้องทำโคโปรดักชั่นกับใคร เพราะเขาเป็นศูนย์กลางของหนังโลกอยู่แล้ว

"หนังแต่ละเรื่องมีจุดประสงค์หลายอย่างในการทำ เช่น ทำขึ้นมาเพื่อเอารางวัล ทำขึ้นมาเพื่อให้คนนิยมดูกันเยอะๆ อังกฤษ, เกาหลี หรือประเทศไหนๆ ก็มีหนังห่วยเยอะเลย ไม่ใช่มีหนังห่วยแล้ว เราจะไม่มีโครงการสนับสนุนส่งเสริมหนังต่อไป ก็ต้องมีโครงการที่ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ หนังไทยยังต้องพัฒนากันไปอีกเยอะ ทั้งเรื่องบทและโปรดักชั่น ถามว่าต้องทำมั้ย ต้องทำดิ เพื่อเป็นเมล็ดพันธ์ุให้หนังไทยเติบโตต่อไป (ยิ้ม)".

รู้จริงหลากมุมเรื่องหนังทั้งในไทยเรา และระดับอินเตอร์ของแท้ ก็ต้องอาจารย์เอ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ มีความรู้ความสามารถแน่นเว่อร์ จึงได้รับเกียรติไปเป็นที่ปรึกษาและทำงานให้กับ 8 ส.ค. 2559 15:27 ไทยรัฐ