วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' ย้ำไม่เปลี่ยนจุดยืนเดิม ขอพื้นที่เสียงข้างน้อย ปัดพรรคแตก

"อภิสิทธิ์" ย้ำยอมรับผลประชามติ ไม่แปลกใจผลคะแนนภาคใต้ ยกปี 50 เทียบ ชี้ผลประชานิยมคนละเรื่องผลเลือกตั้ง ปัดพรรคแตก เร่งเคลียร์ปัญหาภายใน ย้ำไม่เปลี่ยนจุดยืน ยังยึดอุดมการณ์

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.59 ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์หลังทราบผลประชามติว่า เมื่อประชาชนตัดสินแล้ว เราต้องยอมรับ พรรคเองต้องมองไปข้างหน้า จากนี้จะมีการแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เข้ากับคำถามพ่วง รวมถึงต้องร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง จึงต้องรอดูว่า คสช.จะมีนโยบายอย่างไร ส่วนที่ กรธ.เตรียมขอความเห็นในการร่างกฎหมายลูก พรรคพร้อมให้ข้อมูลที่ประชาชนเห็นชอบเพราะต้องการเดินหน้า และไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายความขัดแย้งอีก ดังนั้นนักการเมืองทุกพรรคก็ต้องมองย้อนกลับไปแล้วทบทวน

เมื่อถามว่า ความขัดแย้งยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะถูกกดโดยกติกาของ คสช.จะทำให้เดินหน้าไปอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าเมื่อ คสช.เดินหน้าตามกติกานี้ได้ เพราะปัญหาในอดีตเกิดจากเสียงข้างมาก ไม่ยอมให้พื้นที่หรือรับฟังเสียงข้างน้อย ถือเป็นบทเรียนสำคัญหนึ่งจึงต้องคิดถึงทุกคน เชื่อว่าจะประคับประคองไปได้

ส่วนที่มีกระแสว่าฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควรลงเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นของแต่ละคน ที่ผ่านมาตนแสดงจุดยืนก็เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนและชุมชน ห่วงต่อความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในโครงสร้าง และมาตรการการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ไม่มีส่วนใดไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส่วนผลคะแนนเห็นชอบในภาคใต้มากนั้น ก็ไม่กังวล เพราะเคารพและเข้าใจในความรู้สึกของประชาชนที่ตัดสินใจ หากแยกดูในรายจังหวัด จะพบว่าคะแนนต่อคำถามพ่วงจะใกล้เคียงกับการทำประชามติปี 50 จะชัดเจนมาก หากวิเคราะห์ถึงผลคะแนน จึงไม่แปลกอะไร เพราะภาคใต้เองก็มีผลคะแนนคล้ายประชามติ ปี 50 เพียงแต่คะแนนที่รับร่างรัฐธรรมนูญจะลดลงมา มีที่พลิกไปเลยก็ คือ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเท่าที่ติดตาม ปัญหาในพื้นที่อาจสะท้อนว่า ติดใจในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ชี้ผลประชานิยมคนละเรื่องผลเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่า คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ลดลงน้อยกว่าคะแนนนิยม กปปส. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดว่าเรื่องการลงคะแนนประชามติ จะเป็นเรื่องของพรรคหรือกลุ่มการเมือง ประชาชนตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานความต้องการ ว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร หากไปสรุปเช่นนั้น เหมือนกับจะไม่จดจำการทำประชามติปี 50 เดือน ส.ค. ฝ่ายที่รับชนะ 57% ต่อ 43% แต่ในอีก 3 เดือนต่อมาพรรคการเมืองที่ไม่รับก็ชนะการเลือกตั้ง ตนเข้าใจในการตัดสินใจลงคะแนนในแต่ละครั้ง ว่ามีปัจจัยเฉพาะ ซึ่งตนก็รับฟังความรู้สึกและอารมณ์ เพื่อาปรับแนวทางของพรรคเช่นกัน ยืนยันว่าอุดมการณ์ของพรรคยังมีจุดยืนเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า กรณีในพรรคมีความเห็นต่างที่มีสมาชิก กปปส.อยู่ด้วย จะทำให้พรรคแตกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้บอกตลอดว่าเคารพความเห็นของทุกฝ่าย ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองและนักการเมืองจะต้องยึดถืออุดมการณ์ ถ้าเราสนับสนุนพรรค หรือนักการเมืองที่ไม่สนใจอุดมการณ์ใดเลยจะอันตรายมากกว่า ดังนั้นตนจึงเคารพจุดยืนและความเห็นต่าง เพราะเราก็ไม่ได้ขัดแย้งหรือต่อสู้กับใคร และไม่ได้รณรงค์ใดๆ ด้วยซ้ำ แม้ตนจะทราบผลล่วงหน้าก็ต้องแสดงจุดยืนเช่นนี้ และเคารพน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน เรื่องในพรรคเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคทุกคนต้องช่วยกันทำให้พรรคเป็นที่ยอมรับ เป็นที่พึ่งหวังของประชาชน.

"อภิสิทธิ์" ย้ำยอมรับผลประชามติ ไม่แปลกใจผลคะแนนภาคใต้ ยกปี 50 เทียบ ชี้ผลประชานิยมคนละเรื่องผลเลือกตั้ง ปัดพรรคแตก เร่งเคลียร์ปัญหาภายใน ย้ำไม่เปลี่ยนจุดยืน ยังยึดอุดมการณ์ 8 ส.ค. 2559 14:26 ไทยรัฐ