วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิธีดู "ของโจร" ไม่พลาดก่อนเสี่ยงคุก

ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี เงินในกระเป๋าน้อยลง แต่รายจ่ายเพิ่มมากขึ้น สินค้ามือสอง หรือสินค้าราคาถูกเป็นอีกทางเลือกที่หลายท่านเลือกซื้อ

บทความในสัปดาห์นี้จึงอยากจะขอเตือนภัยที่อาจจะมาพร้อมกับ สินค้าราคาถูก หรือสินค้ามือสอง โดยจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร รวมถึงจะมีวิธีการป้องกันอย่างไร เมื่อท่านตกอยู่ในสถานการณ์เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีรับของโจร ท่านควรแสดงหลักฐานอะไรบ้าง

ลักษณะของสินค้าที่ถูกขโมยมา บางคนเรียกจนติดปากว่า "ของร้อน" จะมีลักษณะเป็นสินค้าใช้งานแล้ว และมีข้อสังเกตหลักๆ ดังนี้

ราคาต่ำกว่าราคาขายในท้องตลาดอย่างมาก สอบถามคนขายจะได้รับคำตอบว่า "รีบใช้เงินหรือร้อนเงิน" ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง เนื่องจากคนที่ต้องการใช้เงินจริงๆ  จนต้องนำสิ่งของส่วนตัวออกมาขายนั้น ส่วนใหญ่มักจะขายในราคาลดประมาณ 50% และจะทราบราคาที่ซื้อมาจริงๆ

คนขายพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบแหล่งที่มาของสินค้าหรือวิธีการใช้ เนื่องจากไม่ทราบว่าสินค้าซื้อมาจากที่ใด ไม่เคยใช้สินค้าดังกล่าวมาก่อน จึงไม่สามารถตอบแหล่งที่มา หรือสถานที่ซื้อ หรือวิธีการใช้งานได้ พยายามปกปิดประวัติส่วนตัว เช่น บ่ายเบี่ยงที่จะให้ดูเอกสาร หรือบัตรประชาชน เป็นต้น หากเป็นสินค้าที่วางขายผ่านแอพพลิเคชั่น LINE หรือ IG หรือ Facebook คนขายจะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ซึ่งผิดปกติไปจากบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ค้าขายผ่านระบบออนไลน์ จะมีการถ่ายภาพการใช้ชีวิตส่วนตัวสลับกับการขายสินค้า โดยเฉพาะคนขายที่เพิ่งเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่นาน ยิ่งควรระวังครับ หากเป็นการขายสินค้าในระบบออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ต คนขายจะบ่ายเบี่ยงที่จะนัดพบเพื่อส่งมอบสินค้า เนื่องจากเกรงว่าจะถูกวางแผนล่อซื้อ

ในกรณีที่ท่านซื้อสินค้ามาแล้ว และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการซื้อสินค้า ที่ต้องสงสัยว่าจะได้มาจากการกระทำความผิด ท่านต้องพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อให้ได้ว่าซื้อมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ที่สำคัญท่านซื้อสินค้าต่อมาจากใคร และไม่มีเจตนารับซื้อของโจร ซึ่งข้อสังเกตที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น เป็นวิธีการตรวจสอบเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าก่อนที่ท่านจะตกลงซื้อสินค้าดังกล่าว ท่านมีการตรวจสอบแล้วว่าสินค้าดังกล่าวไม่ใช่สินค้าที่ถูกขโมยมา หรือได้มาเนื่องจากการกระทำความผิด และรับซื้อไว้โดยมิได้มีเจตนาจะซื้อของโจร ที่สำคัญหากท่านสามารถให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกี่ยวกับบุคคลที่นำสิ่งของหรือสินค้ามาขายได้ ท่านก็จะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาครับ ดังนั้นภาพถ่ายของผู้ขายสินค้า ภาพถ่ายบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขาย และหลักฐานการโอนเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญนะครับ

ปัญหาที่ตามมาคือ ตำรวจจะทำการยึดสินค้าดังกล่าวไว้เป็นของกลาง และคืนของกลางให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ซึ่งท่านจะต้องไปดำเนินการฟ้องร้องเรียกเงินคืนจากผู้ขาย เนื่องจากมีการรอนสิทธิ์ หรือมีบุคคลภายนอกมีสิทธิ์เหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกัน ส่วนใหญ่แล้วคนขายจะอ้างว่าถูกหลอกมาอีกทอดหนึ่ง แต่ตามกฎหมายกำหนดให้คนขายจะต้องรับผิดในกรณี ผู้ซื้อถูกรอนสิทธิ์ แม้จะถูกหลอกมาอีกทอดหนึ่งก็ตาม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475 "หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิ์ของผู้ซื้อในอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิ์เหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของผู้ขายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น"

ในคดีรับของโจรนั้นมีโทษหนักกว่าการลักทรัพย์ เรียกได้ว่าคนรับซื้อต้องรับโทษทางอาญามากกว่าคนกระทำความผิดหรือลักทรัพย์ เนื่องจากเจตนารมณ์ของกฎหมาย มุ่งหมายที่จะตัดไฟแต่ต้นลม คือ การเอาผิดกับผู้ที่รับซื้อในสถานหนัก เพื่อไม่ให้มีแหล่งรับซื้อ ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยเอาไปเสีย รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งสินค้า หรือสิ่งของที่ได้มาจากการกระทำความผิดทางอาญา เมื่อไม่มีแหล่งรับซื้อสิ่งของแล้ว คดีลักทรัพย์ก็จะเบาบางลง เนื่องจากไม่สามารถแปรสภาพสินค้าหรือสิ่งของให้เป็นเงินได้

ในคดีรับของโจรจะต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนในคดีลักทรัพย์ จะต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท ทั้งนี้ ในคดีลักทรัพย์จะมีโทษหนักขึ้นตามลำดับ ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการกระทำความผิด เช่น ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ เป็นต้น ครับ

สุดท้ายนี้ ขอให้ท่านพึงระวังในการซื้อสินค้ามือสองครับ ควรซื้อขายกับบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น หลักฐานการซื้อขายรวมถึงเอกสารเกี่ยวกับผู้ขาย หลักฐานการโอนเงิน เป็นสิ่งสำคัญที่ท่านควรจะเก็บไว้เป็นข้อมูลหลักฐาน เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตครับ

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์

8 ส.ค. 2559 11:15 ไทยรัฐ