วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สามัคคี ปรองดอง สหกรณ์สร้างชาติ

“สหกรณ์ไทย”...เป็นฟันเฟืองที่สำคัญ

สอดคล้องกับความเข้มแข็งทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม...รากหญ้า ตามยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งหมายให้... “ประชาชนกินดีอยู่ดี”

ต้องยอมรับว่า “สหกรณ์” เป็นองค์กรหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมในเชิงระบบ ระบบของกลุ่ม นับรวมไปถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเกษตรกร...ประชาชน

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า กระบวนการสหกรณ์...ปรัชญาสหกรณ์เกิดจากการที่ทุกคนมีความมุ่งหวังในการที่จะพึ่งพาซึ่งกันและกัน ให้ความช่วยเหลือกันและกัน และพึ่งพาตนเอง ตรงนี้...เป็นแนวทางที่สอดรับกับปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านต้องการให้ทุกคนมีการอยู่ร่วมกัน โดยใช้แนวทางของสหกรณ์ด้วยในส่วนหนึ่งที่พระองค์ท่านพูดถึงก็คือ... ความปรองดอง ความสามัคคี ความซื่อสัตย์

“สหกรณ์...ต้องอยู่ร่วมกันด้วยความซื่อสัตย์ สามัคคี ด้วยอุดมการณ์ที่ไปด้วยกัน” ดร.วิณะโรจน์ ว่า “สถานการณ์ปัจจุบัน...กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ คำนึงถึงความเข้มแข็งของการสร้างสหกรณ์มาก จัดทำแผนพัฒนาในระยะเวลา 2 ปี...2559-2560”

สหกรณ์ในฐานการพัฒนา ณ วันที่ 1 มกราคม 2559 อยู่ที่ 8,230 แห่ง ถึงวันนี้จะมีเพิ่มขึ้นมาก็อีกนิดหน่อย ในจำนวนนี้จะแบ่งเป็น 7 ประเภท...สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์บริการ สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนียน

ก่อนที่จะเดินหน้าพัฒนาจะมีการจัดชั้นความเข้มแข็งออกเป็น 4 ระดับ โดยดูจากประสิทธิภาพในการเข้ามามีส่วนร่วมของสมาชิก การดูแลสมาชิกสหกรณ์ และในเรื่องการควบคุมภายใน ข้อบกพร่อง การทุจริต การลงทุน การบริหารจัดการในเชิงธุรกิจของสหกรณ์

ไล่เรียงตั้งแต่...ชั้นแรก “สหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง” เป็นสหกรณ์ที่มีการมีส่วนร่วมของสมาชิกมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป การดำเนินธุรกิจมีความเข้มแข็ง สัดส่วนของการลงทุนต่อทุนเป็นไปตามมาตรฐาน ข้อบกพร่อง...ทุจริตไม่มี การควบคุมภายในได้รับการรับรองมาตรฐาน จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เกณฑ์ดีเยี่ยม

โดยรวมการจัดอยู่ในกลุ่มสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็งนั้น ในชั้นแรกในเกณฑ์ที่ว่ามานี้มีอยู่ 2,252 แห่ง ถัดมา...ชั้นสอง อยู่ในระดับกลาง มีศักยภาพสามารถที่จะต่อยอดไปสู่ระดับเข้มแข็งได้ ขณะเดียวกันเรื่องทุจริต ข้อบกพร่องต่างๆก็ได้รับการแก้ไขไปหมดแล้ว พร้อมที่จะพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งได้

ในชั้นที่สองนี้ มีจำนวนสหกรณ์มากหน่อย 4,102 กว่าแห่ง

ต่อไป “ชั้นที่สาม”...ชั้นนี้พบว่ามีข้อบกพร่อง มีเรื่องการทุจริตซึ่งจำแนกเป็นหลายๆประเภท บางส่วนก็พบข้อบกพร่องทางการเงินเกิดจากการทำธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์อีกบางส่วน หรือเกิดจากความไม่เข้าใจของประธาน กรรมการ หรือของผู้จัดการ...บางส่วน “ในกลุ่มนี้ กรมฯจะเข้าไปช่วยแก้ไข ฟื้นฟูเดินหน้าต่อไปให้ถูกต้อง...ยกระดับชั้นที่สามไปสู่ชั้นที่สองให้ได้ พร้อมๆกับผลักดันกลุ่มที่สอง...ไปสู่ชั้นที่หนึ่ง”

แล้วก็มาถึงกลุ่มสุดท้าย...“ชั้นที่สี่” ให้เข้าใจง่ายๆในกลุ่มนี้ก็คือสหกรณ์ที่ล้มไปแล้ว ยกเลิกไปแล้ว อยู่ในขั้นตอนการชำระบัญชีเพื่อให้สิ้นสภาพสหกรณ์ไป

“กลุ่มนี้เป็นสหกรณ์ที่มีปัญหาต่อเนื่องมายาวนาน ตามกฎหมายสหกรณ์ถ้าไม่ทำธุรกิจติดต่อกันสามปี ตามกฎหมายก็ให้พ้นสภาพ...แต่วิธีการพ้นสภาพก็มีหลายขั้นตอน ประกาศให้พ้นสภาพ...ชำระบัญชีจนถอดถอนชื่อไปจากบัญชี...สะสางทรัพย์สินสหกรณ์ที่มีอยู่ ตอนนี้มีจำนวน 1,088 แห่ง”

ภายใน 2 ปีนี้ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ สั่งการหนักแน่นต้องชำระสะสางสหกรณ์กลุ่มนี้ให้เสร็จสิ้น ควบคู่ไปกับพัฒนาสหกรณ์กลุ่มอื่นๆที่เหลือให้ก้าวหน้ามากขึ้น ยกระดับขึ้นให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ปี 2560 ตั้งเป้าภาพรวม สร้างสหกรณ์ชั้นหนึ่ง 65 เปอร์เซ็นต์ หรือ 4,000 กว่าแห่ง...จะเหลือสหกรณ์ชั้นสองแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีสหกรณ์ชั้นสามที่ยังมีโอกาสดำเนินธุรกิจต่อเนื่องจากมีปัญหาผิดพลาดบ้าง ความไม่เข้าใจ...ไม่รู้อีก 5 เปอร์เซ็นต์

การพัฒนาติดอาวุธสหกรณ์ตามโครงการต่างๆ ผ่านผู้มีส่วนร่วม วิธีการ ยกตัวอย่างในภาคเกษตรจะมีเรื่องของการเข้าไปช่วยเหลือเรื่องเงินทุน เครื่องจักรกลทางการเกษตร การสร้างความเข้มแข็ง...การให้กู้ จัดหาแหล่งน้ำเพื่อการทำการเกษตร การนำผู้บริหารสหกรณ์มาเข้าอบรมในสถาบันพัฒนากรรมการและฝ่ายจัดการของสหกรณ์...ให้สหกรณ์กลุ่มเป้าหมายได้เข้ามาพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

“นับรวมไปถึงข้าราชการของกรมฯเองที่จะต้องมีความรู้ที่ทันสมัย มีการทำงานที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น...กฎ ระเบียบต่างๆที่ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย ต้องเรียนรู้ รับรู้ ผ่านโรงเรียนผู้ตรวจการสหกรณ์ อีกทั้งความร่วมมือประชารัฐ...หอการค้าที่เข้ามาช่วยเหลือ อาทิ โครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์การเกษตร”

งบประมาณที่รัฐบาลให้มาส่งเสริมพัฒนากระบวนการสหกรณ์ไทยในภาพรวมปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ในการรวบรวมปัจจัยการผลิตเพื่อให้ราคามีความสมดุล ไม่นับรวมเงินช่วยในเรื่องการแปรรูป การพัฒนาต่อยอดอาชีพ ดร.วิณะโรจน์ย้ำว่า ปี 60 กรมฯเองก็วางงบประมาณไว้เกือบ 300 ล้านฯที่จะเข้าไปพัฒนาสหกรณ์ เป็นกระบวนการที่พุ่งเป้าให้ “สหกรณ์ไทย” มีความเข้มแข็ง

“เดินหน้าแล้วจะรู้ว่าสำเร็จได้ผลอย่างไร ทุกโครงการก็ต้องประเมินผล...สัมฤทธิผลขนาดไหน การใช้เงินเป็นไปตามเป้าหมายไหม คุ้มค่า ประหยัด โปร่งใสหรือเปล่า”

ปัญหา อุปสรรค ในการพัฒนาสหกรณ์...วันนี้เราจะเห็นภาพการพัฒนาค่อนข้างชัดเจนมาก พยายามมุ่งเน้นคือการสร้างความเข้าใจให้กับสมาชิกสหกรณ์ กระบวนการพัฒนามีอะไรบ้าง รัฐบาลมุ่งหมายพัฒนาสหกรณ์...สมาชิกสหกรณ์อย่างไร หรือแม้แต่สมาชิกต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไร?

ทุกอำเภอทั่วประเทศมีข้าราชการกรมฯประจำ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะคอยประสานงานในพื้นที่ ชุมชน ส่งต่อนโยบาย เชื่อมกิจกรรมและรับปัญหาอุปสรรคกลับมาปรับปรุงแก้ไข

“สหกรณ์” ต้องเกิดจากความศรัทธาของสมาชิก ระบบ...การที่เห็นความก้าวหน้า ประสิทธิภาพ...การมีชีวิตที่ดีขึ้นโดยระบบสหกรณ์ ความตั้งใจพัฒนาในภาพรวม มั่นใจว่าจะสร้างความเข้มแข็งได้

“ธนาคารสหกรณ์”...เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีแนวคิดให้สหกรณ์ที่มีแหล่งเงินมากๆ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนียน ทำอย่างไรให้เงินที่มีสร้างประโยชน์ให้กับกระบวนการสหกรณ์ ออกดอกออกผลได้ ช่วยเหลือกันได้ มีความเป็นไปได้ไหมที่จะเกิดขึ้น...สหกรณ์ลงหุ้นกันเข้ามาใช้ประโยชน์ในอัตราดอกเบี้ยแบบกันเอง

“สหกรณ์ออมทรัพย์มีเงินทุนเรือนหุ้นถึง 8 แสนล้านฯ ทำอย่างไรให้เกิดดอกผล มาช่วยกระบวนการสหกรณ์อื่นๆที่ยังต้องการแหล่งทุนอีกมากได้...มุ่งหมายให้ภาคสหกรณ์เข้มแข็ง”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับแนวทาง...“สหกรณ์” ดร.วิณะโรจน์ บอกว่า เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนมีความภาคภูมิใจ ดีใจที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่ห่วงใย ให้ความรักกับประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่เว้นแม้แต่กระบวนการสหกรณ์ที่พระองค์ท่านทรงสอนให้อยู่ร่วมกันอย่างซื่อสัตย์ สามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง...การเกษตรทฤษฎีใหม่ หัวใจสำคัญที่สมาชิกนำมาปฏิบัติแล้วหลุดพ้นจากวัฏจักรยิ่งทำยิ่งจน เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการดำรงชีวิตให้เข้มแข็ง ร่มเย็น มั่นคง.

8 ส.ค. 2559 10:05 ไทยรัฐ