วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พล็อตทุกอย่างไว้หมดแล้ว

Referendum การลงประชามติ เป็นการลงคะแนนของประชาชนเพื่อตัดสินใจว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องใด หรือประเด็นใด ประเด็นหนึ่ง ที่กระทบต่อผลประโยชน์สำคัญมากของชาติ สำหรับสากลปฏิบัติ เมื่อประชาชนลงประชามติเป็นอย่างไรแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามนั้นโดยเคร่งครัด

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา คนไทยใช้อำนาจด้วยตนเองโดยตรง โดยวิธีการออกเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญและรับคำถามพ่วง เมื่อประชาชนให้การรับรองแล้ว ทุกการกระดิกพลิกตัวที่เคยต่อต้าน ก็จะต้องหยุด และเดินเข้าสู่กติกาที่ได้รับรองแล้วโดยคนส่วนใหญ่

ไม่เช่นนั้นประเทศก็จะเสี่ยงเดินตามรอยเวเนซุเอลา ซึ่งมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเกือบ 3 แสนล้านบาร์เรล มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายในพื้นที่มากถึง 9 แสนตารางกิโลเมตร แต่วันนี้กลายเป็นประเทศล้มเหลว ถึงขนาดผู้คนฆ่ากันตายเพราะแย่งชิงอาหาร

อดีตประธานาธิบดีที่มีชื่อเสียงของเวเนซุเอลา พันเอก อูโก ชาเวซ เริ่มชีวิตการเมืองจากการทำรัฐประหารเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2535 และทำอีกครั้งเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2535 ภายในเวลา 10 เดือน ชาเวซก่อรัฐประหารโค่นรัฐบาลถึง 2 ครั้ง แพ้ทุกครั้ง

ได้รับนิรโทษกรรมออกจากคุกมาแล้ว ชาเวซหัวหน้ากบฏก็ไปลงสมัครแข่งขันเป็นประธานาธิบดีใน พ.ศ.2541 ปรากฏว่า ได้รับเลือกตั้งและกล่าวคำสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2542

ประธานาธิบดีทุกคนจะต้องกล่าวคำสาบานตนตามธรรมเนียมที่ทำกันมามากกว่า 40 ปี แต่ชาเวซซึ่งเริ่มมาจากการทำรัฐประหาร ทว่าภายหลังตัดสินใจหันเข้าหาระบอบประชาธิปไตย กลับกล่าวคำสาบานที่แกแต่งขึ้นมาเองซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าขอสาบานต่อหน้าประชาชน ภายใต้รัฐธรรมนูญที่กำลังจะสิ้นสุดฉบับนี้ว่า ข้าพเจ้าจะมุ่งมั่นให้สาธารณรัฐใหม่ได้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เหมาะสมกับยุคสมัย”

สาบานตนเป็นผู้นำเสร็จปุ๊บ ชาเวซก็ใช้สิทธิประธานาธิบดีออกกฎหมายให้มีการลงประชามติปั๊ป โดยถามประชาชนว่า ท่านเห็นด้วยกับการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่? ผลของการลงประชามติเมื่อ 15 ธันวาคม 2542 ประชาชนเห็นชอบร้อยละ 71 ของผู้มาใช้สิทธิ์

ประธานาธิบดีก่อนหน้าชาเวซทุกคนมาจากครอบครัวมีอันจะกิน ชาเวซเป็นคนแรกที่มาจากครอบครัวฐานะยากจนมาก แกจึงแนะนำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความก้าวหน้าสูง ปกป้องสิทธิและประโยชน์ของประชาชนมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเก่า

รัฐธรรมนูญของเวเนซุเอลาสมัยนั้นน่าสนใจครับ บางมาตราเขียนว่าเวเนซุเอลาเป็นรัฐที่ยึดสังคมและประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานทางกฎหมาย มาตรานี้ยังเขียนถึงความยุติธรรม เสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน ความสมานฉันท์ ความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน จริยธรรม และความแตกต่างทางการเมือง

บางมาตรากำหนดถึงภาษา แม้ว่าสเปนจะเป็นภาษาราชการ แต่ก็ต้องเอาภาษาของชนกลุ่มน้อยในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นภาษาราชการในเขตนั้นไปด้วย ในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและของมนุษย์ บางมาตราเขียนว่า ห้ามนำตำแหน่งและยศฐาบรรดาศักดิ์มาเป็นข้ออ้างเพื่ออภิสิทธิ์ หรือเรียกร้องการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกับคนอื่นทั่วไป บางมาตราเขียนถึงรัฐต้องสอบสวนและลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ

ได้รัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ก็จึงต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีกันใหม่ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีใน พ.ศ.2543 ชาเวซชนะด้วยคะแนนร้อยละ 56.2 กลุ่มพวกที่เคยทำรัฐประหารด้วยกันกับชาเวซก็ได้ความนิยมเพิ่มขึ้น ได้ชัยชนะในการเลือกผู้ว่าการรัฐจากเดิม14รัฐเพิ่มขึ้นมาเป็น 23 รัฐ สมาชิกรัฐสภาก็ได้เพิ่มขึ้นจนครองเสียงข้างมาก

ความที่ชาเวซเป็นห่วงเป็นใยแต่คนจน พวกทหาร ศาล และนักธุรกิจนายทุนที่มีภูมิหลังมาจากครอบครัวร่ำรวยยอมรับไม่ได้ จึงวางแผนโค่นชาเวซด้วยการไปจ้างพวกหัวหน้าแรงงานให้หยุดงานประท้วง ให้นักศึกษาออกมาเดินขบวนสนับสนุนการหยุดงานของคนงาน และส่งมือที่สามเข้าไปเพื่อให้มีการยิงผู้ประท้วงตาย

พอมีคนตาย ทุกอย่างก็เป็นไปตามพล็อตที่วางกันไว้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็มาออกรายการโทรทัศน์ แล้วก็พูดว่า

“...ประชาชนตาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถเจรจากับผู้ประท้วงได้ ที่ผมทำอยู่นี่ไม่ใช่การรัฐประหารนะครับ แต่เป็นการแสดงจุดยืนที่เป็น อันหนึ่งอันเดียวกันกับประชาชน”

“ท่านประธานาธิบดีครับ ผมจงรักภักดีต่อท่านมากจริงๆ แต่ (การที่มีคนตายและนี่ต้องถือว่าเป็น) การละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอเรียนว่า ความตายของประชาชนนั้น ผมรับไม่ได้”

รับไม่ได้และเป็นยังไงต่อไป

ขอมารับใช้ต่อในวันพรุ่งนี้ครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

8 ส.ค. 2559 09:40 8 ส.ค. 2559 09:40 ไทยรัฐ