วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มติมหาชนรับร่างรธน.เฉือน61-38 เห็นชอบคำถามพ่วง58-41คนใช้สิทธิ์27ล้าน

ประชาชนชาวไทยคึกคัก แห่ใช้สิทธิลงประชามติร่าง รธน. 27.6 ล้านคน จากยอดผู้มีสิทธิออกเสียง 50 ล้านคน ผลมติมหาชนท่วมท้นรับร่าง รธน.กว่า 15.56 ล้านเสียง มีผู้ไม่รับ 9.78 ล้านเสียง ส่วนคำถามพ่วงมีผู้รับ 13.9 ล้านเสียง ไม่รับ 10 ล้านเสียง อึ้งยอดบัตรเสียถึง 869,043 ใบ คนเด่น-ดังใช้สิทธิพร้อมหน้า “บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่-มีชัย” นำทีมแม่น้ำ 5 สาย ฝ่ายการเมืองก็พร้อมหน้า “ปู-มาร์ค-เทือก” “ป๋าเปรม-บิ๊กแอ้ด” ไม่พลาด “เบิร์ด-ธงไชย” นำทีมซุปตาร์ร่วมชี้ชะตา กำลังพลหลายหน่วยทหารตบเท้าเข้าแถวพรึ่บพรั่บ 3 จว.ชายแดนใต้คุมเข้ม แต่ไม่วายเกิดเหตุวางบึมรถขนหีบบัตร กลุ่มเอ็นดีเอ็มกล้าลองของฉีกบัตรในหน่วย กกต.ขู่เจอโทษหนัก 3 ข้อหาอย่าคิดว่าสู้คดีได้ พบทั่วประเทศฉีกบัตรอื้อซ่า ส่วนใหญ่คนแก่เห็นรอยปรุแล้วเข้าใจผิด “สมชัย” ยอมรับหน้าแหกคนใช้สิทธิต่ำกว่าเป้า

วันที่ทุกคนรอคอยเพื่อชี้ชะตาอนาคตประเทศก็เดินทางมาถึง เมื่อประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกันคึกคัก ผลปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงประชามติท่วมท้น ทิ้งห่างกลุ่มผู้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

“บิ๊กป้อม” ตื่นเต้นใช้สิทธิคนแรก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่หน่วยออกเสียงที่ 11 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง ลาดพร้าว 71 กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมารอใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรายแรกของหน่วย จากนั้น พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงดูแลอย่างดีที่สุด เพื่อความไม่ประมาท เราให้ความสำคัญงานด้านการข่าวด้วย เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย สำหรับเหตุระเบิดที่ จ.ยะลา เกิดนอกเขตเมือง มีเจตนาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ คิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 รายงานสถานการณ์แล้ว ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการลงประชามติครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม ขณะนี้ไม่มีสิ่งใด บ่งบอกว่ามีการทุจริต มั่นใจว่าจะไม่มีการทุจริตแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่

“บิ๊กตู่” ขอฉายเดี่ยวลงประชามติ

ต่อมาเวลา 09.10 น. ที่หน่วยออกเสียงที่ 12 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยรถเก๋งส่วนตัวยี่ห้อบีเอ็มดับบลิวซีรี 7 สีดำเลขทะเบียน ฎน 2498 กรุงเทพมหานคร ลำพังคนเดียว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ที่มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อลำดับที่ 171 จากจำนวนผู้มีสิทธิในหน่วย 522 คน เป็นที่น่าสังเกตว่ารายชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ถูกแก้ไขด้วยหมึกสีแดงจากยศ “พล.ต.” เป็นยศ “พล.อ.” ไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังใช้สิทธิ อยากให้ประชาชนมาใช้สิทธิกันมากๆ เพราะเป็นอนาคตประเทศ เพื่อความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ขอให้มากันถล่มทลาย อย่ากลัวฝน ยิ่งฝนตกก็ต้องมา

แฟนคลับตะโกนขอให้รักษาชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ มีหญิงสูงอายุตะโกนแทรกขึ้นมาเสียงดังว่า “ขอให้ท่านนายกฯปลอดภัย ขอให้รักษาประเทศ ไทยไว้ให้ได้” นอกจากนี้ยังมีชายคนหนึ่งที่เตรียมจดหมายจะยื่นให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องการแก้ไขปัญหาประเทศชาติอย่างถูกต้อง แต่ไม่ทันได้ยื่น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับไปก่อน โดยจดหมายดังกล่าวระบุว่า “ศัตรูที่มองไม่เห็นขอให้สละเวลาสัก 1 ชั่วโมง เพื่อประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ 1.ดูวีซีดี 34 นาที 2.อ่านเอกสารวันที่ 23 พ.ค.2557 3.อ่านเอกสารยกเลิกระบอบเผด็จการรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านหยุดวงจรอุบาทว์ คือ รัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญ และเลือกตั้งใหม่ โดยทำตามพระปฐมพระบรมราชโองการ”

มท.1 ชี้เหตุใต้แค่สร้างสถานการณ์

ส่วนที่หน่วยออกเสียงที่ 42 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นำครอบครัวออกมาใช้สิทธิโดยพร้อมเพรียง พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ภาพรวมยังไม่ได้ รับรายงานเหตุความวุ่นวาย ทุกพื้นที่ยังเรียบร้อยดี ส่วนพื้นที่เฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยดูแลสถานการณ์อยู่แล้ว คนไทยรู้ดีว่าความขัดแย้งวุ่นวาย ไม่ได้ช่วยให้ประเทศดีขึ้น สำหรับเหตุระเบิดที่ จ.ยะลา เป็นกระบวนการที่ต้องการสร้างสถานการณ์ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ตรวจสอบและดูแลอย่างเข้มงวด

2 บิ๊กนำหลังบ้านออกมาใช้สิทธิ

ขณะที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช. นำ พล.ต.หญิง บุญรักษา นาควานิช ภรรยาและบุตรชาย 2 คน เดินทางมาใช้สิทธิลงประชามติ ที่หน่วยออกเสียงที่ 31 หน้าซอยติวานนท์ 46 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดย พล.อ.ธีรชัยกล่าวถึงสถานการณ์การวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ขณะนี้ได้มอบให้ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแล ซึ่งการลงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ถือว่าเป็นความท้าทาย แต่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะอาจจะเป็นเรื่องอื่น หรืออาจจะเป็นเรื่องการลงประชามติที่หน่วยออกเสียงที่ 6 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พร้อมนางพจนีย์ คุ้มฉายา น.ส.อิงฆ์พลัฏฐ์ คุ้มฉายา ภรรยาและบุตรสาว ออกมาใช้สิทธิกันพร้อมหน้า และบริเวณใกล้เคียงกันที่ศูนย์เยาวชนบางเขน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน หน่วยออกเสียงที่ 1-5 มีทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) และประชาชนราว 500 คน ออกมาใช้สิทธิกันอย่างเนืองแน่น จนต้องต่อแถวยาวล้นทะลักออกมาถึงริมถนน แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ท่วมกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

“มีชัย” รับตื่นเต้นแต่ไม่คาดหวังผล

ที่หน่วยออกเสียงโรงเรียนวัดผาสุกมณีจักร ย่านเมืองทองธานี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสดชื่น หลังการใช้สิทธินายมีชัยกล่าวว่า การลงประชามตินานๆ จะมีครั้งหนึ่ง มีเฉพาะเรื่องสำคัญๆซึ่งเกี่ยวข้องกับคนทุกคน มองว่าบรรยากาศการใช้สิทธิเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น ขนาดตนที่คลุกคลีมานานยังตื่นเต้น ดังนั้นชีวิตคนเราหาเรื่องตื่นเต้นดีๆได้ยาก นานๆมีสักทีก็ควรออกมาใช้สิทธิกัน แต่ไม่ได้คาดหวังอะไรต่อผลประชามติ จะได้ไม่ผิดหวังภายหลัง

ส่วนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมนางอารยา วิชิตชลชัย ภริยา ออกมาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 10 โรงเรียนวัดทองนพคุณ เขตคลองสาน

“ปู” ดีใจยังเหลือสิทธิให้ได้ใช้

อีกด้าน ที่หน่วยออกเสียงที่ 32 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาใช้สิทธิ โดยมีนายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ ร่วมคณะมาด้วย บรรยากาศที่หน่วยมีประชาชนมาใช้สิทธิกันคึกคัก และมีมวลชนจำนวนหนึ่งมอบดอกไม้ให้กำลังใจ จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจที่วันนี้ได้มาใช้สิทธิ และยังเหลือสิทธิที่สามารถใช้ได้ในฐานะประชาชน วันนี้เชื่อว่าประชาชนรับรู้เนื้อหาพอสมควรแล้วในการตัดสินใจ ตามกระบวนการประชาธิปไตย ต้องดูผลอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะ เดินทางมาทำบุญที่วัดลานบุญ เขตลาดกระบัง และให้อาหารปลาเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึงวัด มีมวลชนจำนวนมากมารอให้กำลังใจมอบดอกไม้ พร้อมตะโกน “ยิ่งลักษณ์สู้ๆ”

สองพี่น้อง “โอ๊ค–อิ๊ง” พากันใช้สิทธิ

ที่หน่วยออกเสียงที่ 15 โรงเรียนพิมลวิทย์ แขวง-เขตบางพลัด นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค พร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” บุตรชายและบุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาใช้สิทธิลงประชามติด้วยรถตู้เบนซ์ วีโต้ สีเทา โดยมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ นั่งรออยู่ในรถ จากการตรวจสอบรายชื่อที่ติดไว้ที่บอร์ดหน้าหน่วยออกเสียง ปรากฏว่ายังมีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในลำดับผู้มีสิทธิที่ 534 เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุที่ยังคงมีชื่อยศ พ.ต.ท.ติดอยู่ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยแจ้งว่า ทางสำนักทะเบียนเขตบางพลัดส่งมาเช่นนี้ ไม่ทราบรายละเอียด หลังนายพานทองแท้และ น.ส.แพทองธาร ออกเสียงเสร็จ พากันขึ้นรถเพื่อพาคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดาไปใช้สิทธิ ที่เขตคันนายาวต่อ

“หญิงอ้อ” ย้ายบ้านมาคันนายาว

ต่อมาที่หน่วยออกเสียงที่ 16 หมู่บ้านเคหะธานี 3 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ เดินทางใช้สิทธิออกเสียง เพราะได้ย้ายทะเบียน บ้านมาอยู่ที่นี่ โดยมีนายพานทองแท้ นางพินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร พร้อมนายณัฐพงศ์ สามี และ น.ส.แพทองธาร เดินทางมาด้วย มีประชาชนส่วนหนึ่งมอบดอกไม้ให้กำลังใจกับคุณหญิงพจมานด้วย

“หญิงหน่อย” ลงคะแนนยกบ้าน

ส่วนบรรดาแกนนำพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่างๆ ต่างก็ออกมาใช้สิทธิโดยพร้อมเพรียง อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย นำครอบครัวออกมาใช้สิทธิ ที่หน่วยออกเสียงที่ 32 แขวงจอมพล เขตจตุจักร ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 28 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง โดยนายจตุพรกล่าวว่า แนวร่วม นปช.ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์ตามหน่วยต่างๆ หากพบว่ามีการทุจริตจะรายงานมายัง นปช.ทันที ถ้าผลออกมาโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ประเทศเราจะเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าโกง ก็ไม่มีแผ่นดินอยู่กันบ้าง

“มาร์ค” ห่วงคนไทยใช้สิทธิน้อย

อีกด้านหน่วยออกเสียงที่ 1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาใช้สิทธิออกเสียง จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด เพื่อ ให้ผลที่มีความผูกพันกับอนาคตประเทศ ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งส่งผลดีในแง่ของการยอมรับ ทำให้อนาคตราบรื่น อยากให้ประชาชนตื่นตัว เพราะห่วงว่าจะมาใช้สิทธิกันน้อย ที่ผ่านมาบรรยากาศไม่เหมือนการทำประชามติครั้งก่อนมีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลได้น้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน่วยออกเสียงดังกล่าว ยังมีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรียุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาใช้สิทธิในเขตนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 3 คน เป็นชาว ต่างชาติ 2 คน คนไทย 1 คน มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

“บิ๊กแอ้ด” เชื่อผลโหวตชี้อนาคต

สำหรับบุคคลสำคัญ และบุคคลที่มีชื่อเสียง ต่างออกมาใช้สิทธิ์กันพร้อมเพียง ที่โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางมาใช้สิทธิ โดย พล.อ.เปรมมีชื่อ ใช้สิทธิอยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด ลำดับที่ 419 ของ จ.นครราชสีมา นอกจากนี้ ในหน่วยดังกล่าวยังมีพลทหารชินวุฒิ อินทรคูสิน นักร้องชื่อดัง เดินทางมาใช้สิทธิเช่นกัน

ส่วนที่หน่วยออกเสียงที่ 21 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เดินทาง มาใช้สิทธิ โดย พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า มาลงคะแนนตามหน้าที่ อยากให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ วันนี้ถ้าเกิดว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ก็คงจะทราบถึงอนาคตคร่าวๆได้ เมื่อถามว่า การทำประชามติครั้งนี้ต่างกับครั้งปี 2550 หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวสั้นๆว่า ต่างกันเยอะ

“พี่เบิร์ด” ขอชี้ชะตาด้วยตัวเอง

สำหรับคนบันเทิงศิลปินดารา ต่างก็ไม่พลาดที่จะออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติในครั้งนี้ โดย ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 66 แขวงบางจาก เขตพระโขนง มีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก ในจำนวนนี้มีคนดังอย่าง นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อดีต รมว.สาธารณสุข และเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ศิลปินซุปเปอร์สตาร์คนดัง ค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มาร่วม ใช้สิทธิออกเสียงตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ กล่าวภายหลังใช้สิทธิออกเสียงว่า ภูมิใจที่ได้มาใช้สิทธิตามความคิดตนเอง ได้ทำหน้าที่คนไทยอีกครั้ง เป็นอำนาจในมือเราที่จะกำหนดทิศทางประเทศไทย อยากให้คนทุกคนออกมาใช้สิทธิตามความคิดของตนเองกันมากๆ ว่าอยากจะให้ประเทศไปทิศทางไหน

คนบันเทิงพาเหรดตบเท้าออกเสียง

ส่วน น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 มาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 5 ซอยกิ่งแก้ว 14/1 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ด้านพระเอกหนุ่มชื่อดังช่อง 3 “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ออกมาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 23 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร โดยหลังจากออกเสียงเสร็จพระเอกหนุ่มให้สัมภาษณ์ว่า เราควรออกมาตามหน้าที่ของคนไทย เพราะทุกครั้งที่มีการใช้สิทธิแปลว่าต้องมีอะไรสำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวเดินต่อไป ตนว่าครั้งนี้มีผลกับคนไทย ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนเพราะเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายของคนไทย ขณะที่พระเอกร้อยล้านมาดกวน เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ออกมาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 9 กรมสรรพสามิต ถนนนครไชยศรี และกล่าวหลังใช้สิทธิว่า หน้าที่ของเราในฐานะประชาชนคนไทย ถ้าเรา สละเสียงของเราไปเหมือนเราละทิ้งหน้าที่ ทุกเสียงล้วนมีพลังที่ยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับพระเอก ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ มาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 12 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กล่าวว่า ฝากคนไทยว่าเราอยากได้ความเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องร่วมมือกันใช้สิทธิใช้เสียง

เตือนแห่โชว์นิ้วโป้งระวังโดนแฮก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหล่าดาราคนดังหลายคนหลังออกไปใช้สิทธิแล้ว พากันแห่แชร์ภาพนิ้วโป้งเปื้อนหมึกลงในเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อยืนยันการไปใช้สิทธิด้วย อาทิ ณเดชน์ ที่กลับไปใช้สิทธิพร้อมคุณแม่แก้วที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น นอก จากนี้ ยังมีป๋อ-ณัฐวุฒิ คิมเบอร์ลี่ มิ้นต์-ชาลิดา จอย-รินลณี เบลล่า-ราณี โอปอล์-หมอโอ๊ค หญิง-รฐา เต้ย-พงศกร เกรท-วรินทร เป็นต้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีคำเตือนแจ้งผ่านโลกออนไลน์ที่แชร์ข้อมูลข่าวเมื่อปี 2015 กรณีนักวิจัยจากฟลายอายอิงค์ บริษัททางด้านการป้องกันภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ ออกมาเปิดเผยในงาน Black Hat USA 2015 ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันแฮกเกอร์มีรูปแบบการโจมตีข้อมูล รูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า Fingerprint Sensor Spying Attack หรือการขโมยข้อมูลลายนิ้วมือผ่านเซ็นเซอร์ได้จากระยะไกล ทำให้สามารถเข้าไปปลอมแปลงการยืนยันตัวตนได้

“สุเทพ” นำลูกๆใช้สิทธิพร้อมหน้า

สำหรับบรรยากาศการใช้สิทธิออกเสียงทั่วประเทศ ในพื้นที่ภาคใต้ ที่อาคารโรงเรียนบ้านบ่อกรัง หน่วยออกเสียงที่ 2 หมู่ 2 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานกรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย และบุตรสาวทั้ง 2 คน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่มารอใช้สิทธิกันคึกคัก ซึ่งนายสุเทพได้เข้าคูหาออกเสียงเป็นคนแรก จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งใจมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้า เพราะมีภารกิจที่ กทม. จึงตื่นเช้าไหว้พระ ทำภารกิจ ก่อนชวนกันมาออกเสียง จากนั้นได้เดินทางไปไหว้บรรพบุรุษที่วัดท่าสะท้อน แล้วไปสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานีเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางไป กทม.

ทหาร ทภ.4 ดึงลูก–เมียใช้สิทธิพรึ่บ

ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่มกปปส. เดินทางไปลงเสียงประชามติที่หน่วยเลือกตั้งภายในสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช โดยมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์อย่างบางตาในช่วงเช้า ส่วนที่หน่วยออกเสียงประชามติในโรงเรียนโยธินบำรุง ตั้งอยู่ค่ายทหารวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยทหารกองทัพภาคที่ 4 ทหารและครอบครัวพากันออกมาใช้สิทธิลงประชามติอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า

“นิพิฏฐ์” ย้ำทุกฝ่ายต้องยอมรับผล

ที่ จ.พัทลุง ที่หน่วยออกเสียงที่ 1 ศาลากลาง หมู่บ้าน หมู่ 1 ต.โตนดด้วน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต รมว.วัฒนธรรม และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมภรรยามาใช้สิทธิท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมออกเสียงจำนวนมาก นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ทุกคนต้องยอมรับผลของการลงประชามติครั้งนี้ หากผ่านก็นำไปสู่การเลือกตั้ง หากไม่ผ่านก็ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา โดยผู้จัดร่างฯต้องวิเคราะห์หาสาเหตุว่าทำไมประชาชนจึงไม่ยอมรับร่างฯ เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุง หากผ่านประชามติมั่นใจว่าการเมืองจะขาดเสถียรภาพจนอาจนำไปสู่การยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง แม้รัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงไม่ผ่านการลงประชามติ รัฐบาลก็ยังดูแลและควบคุมสถานการณ์ของประเทศได้อย่างแน่นอน

“ชวน” ลั่นไม่เคยเบื่อหน่ายการเมือง

ที่หน่วยออกเสียงประชามติที่ 60 บริเวณโรงเรียนวัดมัธยมวัดควนวิเศษ อ.เมืองตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาใช้สิทธิด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมเดินทักทายประชาชนที่มาใช้สิทธิอย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายชวนกล่าวว่า เรื่องพรรคประชาธิปัตย์เป็นจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พื้นฐานความคิดอยู่กับประชาชน เรามาในระบบนี้ได้ก็มาจากประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงพอสมควร แต่สิ่งที่เห็นว่าถอยหลังไปคือความเป็นประชาธิปไตย ส่วนใหญ่นักการเมืองมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป เข้าใจสำหรับทุกคนอยากให้บ้านเมืองสงบสุข แต่ตอนที่เกิดเหตุการณ์ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่สาเหตุของปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดนั้นเกิดจากพฤติกรรมของคนส่วนหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งและไม่ใช่คนทั้งหมด สำหรับตนจะยังโลดแล่นอยู่บนเส้นทางการเมือง และไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการเมือง

3 จว.ชายแดนใต้ตรวจยิบคุมเข้ม

ส่วนการใช้สิทธิของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีประชาชนพากันออกไปลงประชามติตามหน่วยออกเสียงกันอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง มีการตรวจค้นรถทุกชนิดที่ผ่านเข้าออกหน่วยลงประชามติ และลาดตระเวนเส้นทางป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสเข้ามาสร้างสถานการณ์

“เจ๊แดง–สมชาย” นำทีมกาโหวต

ส่วนที่ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ บรรยากาศการออกเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้คนออกมาใช้สิทธิกันจำนวนมาก โดยเฉพาะบุคคลมีชื่อเสียง อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ได้ไปใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 6 บ้านสันป่าเลียง ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ไปใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 11 วัดลัฏธิวัน ต.ริมใต้ อ.แม่ริม โดยนายสมชายเปิดเผยว่า วันนี้ใช้สิทธิในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ส่วนอนาคตทางการเมืองยังไม่ได้ตัดสินใจ ต้องการให้กฎหมายเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น ขอให้ทุกคนทำงานอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมาทุกอย่างก็จะได้รับการยอมรับได้ไม่ยาก ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้ง 11 โรงแรมเก้าโฮเทล ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ส่วนนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. ไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้ง 2 วัดชัยมงคล ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่

ระทึกรถ กก.หน่วยไถลลงเขา

ขณะที่นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ไปใช้สิทธิที่วัดชัยมงคล ต.ช้างคลาน และไปตรวจ เยี่ยมหน่วยออกเสียงที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีนายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า บรรยากาศทั่วไปปกติดี มีคนออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก มีรายงานว่าช่วงเช้าเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยในพื้นที่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง กรรมการหน่วยฯรถตกข้างทางไหลลงไปในลำห้วยลึกกว่า 20-30 เมตร ภายในรถมีนายวิชิต บุญแปง อายุ 54 ปี ผอ.หน่วย พร้อมคณะกรรมการรวม 8 คน กำลังเดินทางไปยังหน่วยในพื้นที่ แต่มีฝนตกหนักและเส้นทางเป็นทางลงเขาลาดชัน ทำให้รถเสียหลักตกข้างทาง ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่ง รพ.แม่วาง ส่วนที่หน่วยออกเสียงมีเจ้าหน้าที่สำรองดำเนินการต่อไปได้

กลุ่มชาวเขาสร้างสีสันประชามติ

ส่วนที่ จ.ตาก หลังเปิดคูหาให้ลงประชามติตั้งแต่เช้า มีชาวเขาหลายเผ่าหลายชาติพันธุ์ต่างมารอใช้สิทธิ เช่น อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด เต็มไปด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมาใช้สิทธิจำนวนมาก เช่น เดียวกับ อ.พบพระ มีชาวเขาเผ่าม้ง กะเหรี่ยงเผ่าอิ่วเมี่ยน เผ่าลาหู่ เผ่าลีซอ เผ่ามูเซอจีน และอีก้อ แต่งชุดชนเผ่าสีสันสวยงามพากันมาลงประชามติ ทำให้ตามคูหาต่างๆ เต็มไปด้วยสีสันละลานตา ส่วน จ.แพร่ ประชาชนได้ไปใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียงกัน บรรยากาศโดยรวมในช่วงเช้าแต่ละหน่วยมีผู้ออกไปใช้สิทธิกันบางตา นายปรภล พูตระกูล ผอ.กกต.ประจำจังหวัดแพร่ กล่าวว่า บรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับการก่อกวนแต่อย่างใด

โคราชเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียด

สำหรับภาคอีสาน ที่ จ.นครราชสีมา ประชาชนออกมาใช้สิทธิต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะหน่วยออกเสียงภายในโรงเรียนโยธินนุกูล หมู่ 1 เขตเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อ.เมืองนครราชสีมา ที่มีอยู่ 9 หน่วย ทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ออกมาใช้สิทธิต่อเนื่องและคึกคักมากกว่าหน่วยอื่น บางหน่วยประชาชนต้องยืนรอต่อแถวยาวเหยียด เพราะส่วนใหญ่เดินทางมาพร้อมกัน ขณะที่ พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมาใช้สิทธิที่หน่วยที่ 2 พร้อมเปิดเผยว่า ภาพรวมภาคอีสานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ ส่วนที่หน่วยออกเสียงประชามติภายในวัดหลักร้อย หน่วยที่ 157 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีต ส.ส. เดินทางมาใช้สิทธิโดยได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก

“ชัย–เสี่ยหนู” ลงคะแนนที่บุรีรัมย์

ที่ จ.บุรีรัมย์ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ บุตรชายคนเล็ก เดินทางมาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 18 บ้านศิลาชัย หมู่ 15 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ส่วนนายเนวิน ชิดชอบ ยังไม่พบว่าเข้าไปใช้สิทธิในหน่วยที่มีชื่ออยู่ ทราบเพียงว่าเดินทางไปกับทีมฟุตบอลเพื่อร่วมแข่งขันกับทีมชัยนาทในวันเดียวกัน ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 6 ศาลากลางหมู่บ้านไทยเจริญ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์

ค่ายประจักษ์ 3 ทหารตบเท้าพรึ่บ

ที่ จ.อุดรธานี ที่หน่วยออกเสียงที่ 150 ถนนทหาร เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเป็นหน่วยออกเสียงของชุมชนค่ายประจักษ์ 3 มทบ.24 มีทหารออกมาเข้าคิวต่อแถวลงประชามติจำนวนมาก คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหน่วยออกเสียงที่ 133 ชุมชนตำรวจ ถนนศรีสุข เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีครอบครัวข้าราชการตำรวจออกมาใช้ลงคะแนนเสียงเรื่อยๆแต่ไม่คึกคัก ขณะที่หน่วยออกเสียงรอบนอกเขตเทศบาลนครอุดรธานี และต่างอำเภอ ประชาชนทยอยมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง

อยุธยาร้องลิเกชวนคนสร้างสีสัน

ขณะที่ภาคกลาง ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา บรรยากาศการลงประชามติเป็นไปด้วยความคึกคัก ที่หน่วยออกเสียงที่ 1 หมู่ 1 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา มีคนพิการออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ที่เรียกเสียงฮือฮาเมื่อนายพรชัย ลาภนิล แต่งตัวชุดลิเกเดินทางมาลงคะแนน พร้อมร้องลิเกเชิญชวนอยู่หน้าหน่วย สร้างรอยยิ้มให้กับผู้มาใช้สิทธิออกเสียง ก่อนที่จะไปเปิดร้านขายกาแฟ ที่หน้าวิหารพระมงคลบพิตร

ปากน้ำลมแรงเต็นท์ระเนนระนาด

ส่วนที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เกิดฝนตกและมีลมกรรโชกแรง ทำให้หน่วยออกเสียงได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ เต็นท์ที่กางไว้สำหรับเป็นหน่วยออกเสียง หักโค่นลงมาทับบอร์ดรายชื่อพังเสียหาย บางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เจ้าหน้าที่ต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์หน่วยเลือกตั้งไว้ที่สูง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้สิทธิ ที่หน่วยออกเสียงประชามติที่ 23 โรงเรียนคลองบางปิ้ง หมู่ 5 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ และแกนนำ นปช. พร้อมครอบครัว เดินทางมาออกเสียงลงคะแนน ขณะที่นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย เดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงที่หน่วยออกเสียงที่ 66 หมู่ 1 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

ที่หน่วยออกเสียงที่ 41 สโมสรหมู่บ้านภัสสร 4 ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 3 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ พร้อมนางจินตนา จั่นตอง ภรรยา เดินทางมาใช้สิทธิออกเสียง ที่หน่วยออกเสียงที่ 3 หน้าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนนนทบุรี 1 อ.เมืองนนทบุรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. พร้อม น.ส.สิริสกุล ใสยเกื้อ ภรรยา เดินทางมาใช้สิทธิ

เอ็นดีเอ็มลองของฉีกบัตรในหน่วย

สำหรับเหตุปั่นป่วนในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยังพบว่ามีอยู่หลายพื้นที่ โดยเมื่อเวลา 12.00 น. บริเวณหน่วยออกเสียงนอกเขตจังหวัดชุดที่ 3 ที่สำนักงานเขตบางนา นายปิยรัฐ จงเทพ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคบัณฑิต) นายกสมาคมเพื่อเพื่อน ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ได้ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ ในหน่วยออกเสียงพร้อมตะโกนคำว่า “เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ” จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ควบคุมตัวไปโรงพัก ทั้งนี้นายปิยรัฐ ยังได้เขียนแถลงการณ์ด้วยลายมือส่งถึงสื่อมวลชน ใจความว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ขอเรียนกับเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และประชาชน ให้ทราบว่าการกระทำของผม กระทำไปโดยมีสติครบสมบูรณ์ ไม่มีซึ่งอาการป่วยทางจิตใดๆ ไม่ได้เสพติดสุรา และของมึนเมา ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นโดยจิตสำนึกของพลเมือง ที่เพียงต้องการเรียกร้อง และยืนยันต่อสิทธิเสรี อันพึงมีพึงได้ของเราเพียงเท่านั้น หากแม้ว่าผลของมันจะเป็นอย่างไรผมขอรับผิดชอบ กับการกระทำของผม โดยไม่หลีกลี้หนีหาย เพราะความกลัวแต่อย่างใด ผมจะขอสู้คดีนำสืบให้ศาลเห็นถึงการใช้อำนาจอย่างเผด็จการ บิดเบือนกฎหมายจากความชอบธรรม ตามหลักการประชาธิปไตยจับกุมคุมขังประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ร่างรัฐธรรมนูญ ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม จนยากจะหาทางแก้ และใช้ซึ่งความมั่นคงในเสรีภาพอิสรภาพของประชาชน”

คนแก่เข้าใจผิด ฉีกบัตรอื้อ

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. แถลงผลสรุปการกระทำความผิดการลงคะแนนประชามติในพื้นที่ กทม. ดังนี้ 1.สน.ทุ่งครุ นายพิพัฒน์ แพรสุวรรณรักษ์ อายุ 69 ปี ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ ที่หน่วยลงประชามติ ซอยประชาอุทิศ 72 เนื่องจากการเข้าใจผิด 2.สน.ชนะสงคราม ที่หน่วยลงประชามติ โรงเรียนวัดใหม่อมตรส เนื่องจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ที่บัตรลงคะแนนฉีกขาดตอนฉีกออกจากต้นขั้ว เพื่อให้ประชาชน ซึ่ง น.ส.มณีรัตน์ วิเศษสัตย์ ผอ.ปต. พิจารณาแล้วเป็นบัตรที่ใช้การไม่ได้ 3.สน.บางนา นางมนฤดี อ่ำสกุล อายุ 54 ปี ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ ที่โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ เขตบางนา เนื่องจากเข้าใจผิด 4.สน.บางพลัด นาย โสภณ ชูติมานนท์ อายุ 75 ปี ฉีกบัตรลงประชามติที่หน่วยลงคะแนนที่ 30 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด เนื่องจากเข้าใจผิด 5.สน.เตาปูน นางสุพัตรา เกษจรัล อายุ 59 ปี ฉีกบัตรที่โรงเรียนผดุงศิษย์พิทยา เขตบางซื่อ เนื่องจากเข้าใจผิด 6.สน.บวรมงคล นายโกมล แย้มโอฐ ฉีกบัตรลงประชามติที่หน่วยเลือกตั้ง 54 โรงเรียนวัดบวรมงคล เขตบางพลัด เนื่องจากเข้าใจผิด

บางนาลองของเจตนาทำผิด

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า 7.สน.พระโขนง นายสมเกียรติ เกรียงไกร อายุ 78 ปี ฉีกบัตรลงประชามติ ที่โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต เนื่องจากเข้าใจผิด 8.สน.มีนบุรี นายนภดล รักษาพล อายุ 18 ปี ฉีกบัตร ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 หมู่บ้านคาซาลีน่า 2 เขตคลองสามวา เพราะเข้าใจผิด 9.สน.มีนบุรี น.ส.สมศรี เอกตระกูล อายุ 55 ปี ฉีกบัตรที่โรงเรียนสุเหร่ากองดิน 2 แขวงแสนแสบ เนื่องจากเข้าใจผิด 10.สน.บางนา นายปิยรัฐ จงเทพ นายกสมาคมเพื่อเพื่อน สวมเสื้อยืดคำว่า No Coup ตะโกนคำว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” พร้อมฉีกบัตรออกเสียง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยควบคุมส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดี นอกจากนี้ ตำรวจ สามารถจับกุมผู้ฝ่าฝืนจำหน่ายสุรา 6 คดี ท้องที่ สน.พญาไท 3 คดี สน.ชนะสงคราม 2 คดี และ สน.ภาษีเจริญ 1 คดี

จ่อเล่นงานหนักแจ้งผิด 3 ข้อหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของนายปิยรัฐหลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเนื่องจากจงใจฉีกบัตรลงประชามติ ที่สำนักงานเขตบางนา ได้ถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.บางนา นานกว่า 2 ชั่วโมง เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายปิยรัฐ 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ โทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ทำให้เสียทรัพย์ โทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท 3.ทำลายเอกสารราชการ โทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หนุ่มสุรินทร์เมาแล้วฉีกบัตร

ขณะที่ภาคอีสาน พบผู้กระทำผิดการลงคะแนนประชามติในหลายจังหวัด อาทิ นายพัด สุวรรณชาติ อายุ 80 ปี ที่หน่วยออกเสียงประชามติที่ 2 หมู่ 2 อ.ภูเรือ จ.เลย ข้อหาฉีกบัตรประชามติ นายสมพงษ์ ทะวิลา อายุ 56 ปี ที่หน่วยประชามติที่ 2 วัดมัชฌิมโพธิการาม ต.กุดแห่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ข้อหาฉีกบัตร น.ส.แต๋ว ปัดถา อายุ 67 ปี ที่หน่วยที่ 27 ศาลาวัดบ้านหนองตะมะ ต.โพธิ์ จ.ศรีสะเกษ ข้อหาฉีกบัตร ส่วนที่ จ.สุรินทร์ นายสมจิตร กองแก้ว อายุ 67 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยลงประชามติที่ 12 อ.ศีขรภูมิ เนื่องจากกาผิด แล้วคิดว่าจะขอบัตรใหม่ได้ และนายสมบัติ บุตรสาลี อายุ 42 ปี เมาสุราและฉีกบัตรที่หน่วยลงประชามติที่ 8 ต.สลักใด อ.เมือง จ.สุรินทร์

สาวกะเหรี่ยงใช้สิทธิครั้งแรกไม่รู้ ก.ม.

ส่วนที่ภาคเหนือ นายสุรพันธ์ บรรจบ อายุ 48 ปี ฉีกบัตรที่หน่วย 16 บ้านดอกบัว ต.ท่าวังทอง จ.พะเยา น.ส.รัตนาภรณ์ เจนจบเอี่ยมลออ อายุ 21 ปี เชื้อสายกะเหรี่ยง ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 26 โรงเรียนแม่สลิดหลวงวิทยา อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยระบุว่า เพิ่งมาใช้สิทธิครั้งแรก ไม่รู้ว่าทำอย่างไรเลยฉีกบัตรในคูหา นายไพบูลย์ ศุภรัตน์ อายุ 54 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 84 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ นางหงิด คล้ายแป้น อายุ 76 ปี ฉีกบัตรที่หน่วย 9 ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เนื่องจากนางหงิดสติไม่สมประกอบภาคตะวันออก จ.ชลบุรี มีผู้กระทำผิด 2 ราย คือ นายบุญเด็จ จอมแก้ว อายุ 67 ปี ฉีกบัตรลงประชามติที่หน่วยที่ 44 หมู่ 9 ต.สัตหีบ และนางแวว ยอดขาว อายุ 70 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 40 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา

กลาง–ใต้งงกับบัตรลงคะแนน 2 สี

ภาคกลาง นางเมือง หนุนภักดี อายุ 88 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 8 โรงอาหารวัดถ้ำมังกรทอง ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายมณี สิทธิ์น้อย อายุ 56 ปี ฉีกบัตรหน่วยที่ 9 ศูนย์การเรียนรู้หมู่ 9 ต.สามโก้ จ.อ่างทอง และ น.ส.เลี่ยม หมันกระโทก อายุ 67 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 17 โรงเรียนวัดตำหรุมิตรภาพ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เข้าใจผิด เนื่องจากบัตรลงประชามติมี 2 สี และมีรอยปรุ ทำให้เข้าใจว่าต้องฉีกแบ่งเป็น 2 ส่วน ก่อนหย่อนลงตู้

ภาคใต้ พบผู้กระทำผิดได้แก่ นางทิม เมฆมุสิก อายุ 80 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 44 วัดท่ามิหรำ อ.คูหาสวรรค์ จ.พัทลุง นางวราภรณ์ สุทธินนท์ อายุ 62 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 57 สมาคมแต้จิ๋ว ต.ทับเที่ยง จ.ตรัง และนางวัลลีย์ เงาตระกูล อายุ 81 ปี ฉีกบัตรที่หน่วยที่ 105 วัดโพธิ์นิมิตร ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

พบทั่วประเทศทำผิด 88 คดี

ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมสรุปสถานการณ์ภาพรวมของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการลงประชามติ (ศรส.ปต.ตร.) ภายหลังปิดหีบลงประชามติ โดย พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า หลังปิดหีบบัตร พบการกระทำผิดทั่วประเทศรวม 88 คดี มีการดำเนินคดีร้องทุกข์กล่าวโทษไปแล้ว ร้อยละ 40 แบ่งเป็นการลักลอบจำหน่ายจ่ายแจกสุรา 27 คดี คดีเกี่ยวกับบัตรลงคะแนนประชามติ อาทิ การฉีกบัตรลงคะแนน 60 คดี การขัดขวางการลงประชามติ 1 คดี แต่ไม่พบคดีอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อการลงคะแนน โดยคดีฉีกบัตรพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่เข้าใจผิด เป็นอำนาจ กกต.ต้องพิจารณาถึงเจตนาว่าจงใจฉีกบัตรหรือไม่ ก่อนแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่วนกรณีเจตนาฉีกบัตรชัดเจนมีเพียง 1 คดี ที่ สน.บางนา ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ การดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมทั่วประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตรวจสอบการข่าวความเคลื่อนไหวกลุ่มการเมืองทุกพื้นที่ เบื้องต้นไม่พบความผิดปกติ

ปัตตานีดักบึมรถขนหีบบัตร

อีกด้าน เมื่อเวลา 17.10 น. พ.ต.ต.นุกูล แก้วปลอด สว.สส.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี นำกำลังไปตรวจสอบเหตุระเบิดบนถนนในหมู่บ้านแซะโมะ หมู่ 4 ต.ตะบิ้ง พบรถ จยย. 2 คันล้มในที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี ชื่อนายอารีซี มาหะมะ อายุ 42 ปี ครูโรงเรียนบ้านแซะโมะ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าหน้าท้อง แขนขวา และใบหน้า อาการสาหัส นำส่งต่อ รพ.ปัตตานี ส่วน ส.ต.ต.กฤษฎา หลวงสนาม ส.ต.ต.นาวิน แสงทองสุข ผบ.หมู่ ป.สภ.สายบุรี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวบาดเจ็บเล็กน้อย ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดริมถนนกว้าง 60 ซม. มีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ สอบสวนทราบว่า นายอารีซี เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียงประชามติที่ 4 ในโรงเรียนบ้านแซะโมะ หลังนับคะแนนเสร็จไปส่งหีบบัตรยังที่ว่าการอำเภอสายบุรี โดยหีบบัตรอยู่ในรถเก๋งเจ้าหน้าที่หน่วยที่ขับนำหน้า ส่วนนายอารีซี กับตำรวจ 2 นายขี่รถ จยย. 2 คันตามหลัง ถึงที่เกิดเหตุคนร้ายกดชนวนระเบิดขึ้นทำให้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเจ้าหน้าที่ในรถเก๋งปลอดภัย เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์

องค์กรนานาชาติร่วมสังเกตการณ์

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ซอยบางกรวย-ไทรน้อย 10 อ.บางกรวย จ.นนทบุรี นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมนางแน่งน้อย สมเจริญ ภรรยา เดินทางมาใช้สิทธิที่หน่วยออกเสียงที่ 17 บริเวณปะรำสนามเปตอง ซอยบางกรวย-ไทรน้อย 10 โดยระหว่างนายศุภชัยใช้สิทธิออกเสียง มีตัวแทนจากประเทศภูฏาน ประเทศติมอร์เลสเต และมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ เข้าร่วมสังเกตการณ์และศึกษารูปแบบการใช้สิทธิออกเสียงด้วย หลังจากใช้สิทธิแล้วนายศุภชัยพร้อมคณะตัวแทนจากต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศสังเกตการณ์ตามหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขต จ.นนทบุรี บริเวณศาลากลาง จ.นนทบุรี

“สมชัย” ใช้แอพฯดาวเหนือนำทาง

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เดินเท้าจากคอนโดมิเนียมส่วนตัวย่านราชเทวี โดยใช้แอพพลิเคชั่น “ดาวเหนือ” ที่สำนักงาน กกต.จัดทำขึ้น เพื่อเป็นแผนที่นำทางมายังหน่วยออกเสียง มาใช้สิทธิที่โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย เขตราชเทวี โดยนายสมชัยกล่าวภายหลังใช้สิทธิว่า กรณีที่มีการแจกเอกสารรณรงค์เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ จ.ชัยภูมิ ได้รับรายงานว่ามีการแจกเอกสาร 3 ชิ้น มี 1 ใน 3 ชิ้นผิดกฎหมาย คือ เอกสาร 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีเนื้อหาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ผิด พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้รับรายงานการกระทำผิดกฎหมายประชามติผ่านแอพพลิเคชั่น “ตาสับปะรด” แล้วกว่า 140 เรื่อง เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีกว่า 35 เรื่อง

แถลงเปิดหีบทุกอย่างเรียบร้อย

ต่อมาเวลา 11.00 น.ที่สำนักงาน กกต. นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม แถลงความคืบหน้าหลังเปิดหีบลงคะแนนออกเสียงประชามติ ว่า การเปิดหีบออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิออกเสียงมากพอสมควร จากนั้นนายประวิชเปิดให้สื่อมวลชนสังเกตการณ์การรายงานสถานการณ์การออกเสียงประชามติ ของอาสาสมัครที่เป็นการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ลูกเสืออาสา รด.จิตอาสา จำนวน 57,000 คน ผ่านศูนย์ปฏิบัติการเพื่อกำกับ และสั่งการการออกเสียงประชามติ ระบบสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ECT TALK โดยมีการติดต่อสอบถามไปยังพื้นที่ต่างๆ ผ่านระบบดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่รายงานสถานการณ์เปิดหน่วยลงคะแนนได้เรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคขัดขวาง

ให้ กปน.แจ้งเตือนอย่าฉีกบัตร

ด้านนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รักษาการเลขาธิการ กกต. ได้สื่อสารผ่านระบบดังกล่าวไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กกต.จว.) โดยเน้นย้ำให้ประสานไปยังอนุกรรมการออกเสียงระดับอำเภอ กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ว่าการแจกบัตรให้กับผู้มาใช้สิทธิ ขอให้ประชาสัมพันธ์ด้วยว่าเมื่อใช้สิทธิแล้วอย่าได้ฉีกบัตร เพราะผิดกฎหมาย พบบางหน่วยเกิดจากผู้สูงอายุเข้าใจผิด โดยเห็นว่ามี 2 ประเด็น เมื่อกากบาททำเครื่องหมายแล้วต้องฉีกออก แล้วจึงต้องนำไปหย่อนในหีบบัตร เป็นความเข้าใจผิด ขณะนี้ได้รับรายงานจาก ผอ.กกต.จังหวัด พบว่ามีการฉีกบัตรแล้ว 21 หน่วย 14 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ หน่วยที่ 47 ประชาอุทิศทุ่งครุ หน่วยที่ 101 ร.ร.ศรีเอี่ยมอนุสรณ์บางนา และหน่วยที่ 19 เขตวังทองหลาง, จ.นครปฐม หน่วยที่ 4 ต.สามพราน หน่วยที่ 7 ต.บางเลน หน่วยที่ 3 ต.พระประโทน, จ.ฉะเชิงเทรา หน่วยที่ 23 เทศบาลเมือง และหน่วยที่1 ต.บางซ่อน จ.สมุทรสาคร หน่วยที่ 5 ต.บ้านบ่อ, จ.พะเยา หมู่ 13 ต.ท่าวังทอง จ.ปทุมธานี หน่วยที่ 6 ต.สวนพริกไทย, จ.ชลบุรี หน่วยที่ 40 ต.ชากคร้อ, จ.สุรินทร์ หมู่ 12 ต.ยาง และหมู่ 7 ต.สลักได, จ.นครสวรรค์ หน่วยที่ 9 และหน่วยที่ 84, จ.กาญจนบุรี หน่วยที่ 8 ม.7 ต.เกาะสำโรง, จ.อุบลราชธานี หมู่ 7 ต.สมสะอาด, จ.บุรีรัมย์ หมู่ 11 ต.สะเดา, จ.เชียงราย หน่วยที่ 2 บ้านเทิดไทย และ จ.ยโสธร หน่วยที่ 3 ต.ค้อเหนือ

ชี้เหตุเห็นรอยปรุแล้วเข้าใจผิด

นายบุณยเกียรติกล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นการฉีกออกเป็นสองส่วนเนื่องจากเห็นว่าบัตรมีสีที่แตกต่างกันตรงกลางมีรอยปรุรอยพับ ซึ่งอาจเป็นการเข้าใจผิด ตามมาตรา 59 พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 อย่างไรก็ตามผู้ที่ฉีกบัตรจะตั้งใจหรือไม่นั้นก็จะต้องถูกดำเนินคดี อยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ยืนยันว่า กกต.ประชาสัมพันธ์มาโดยตลอดว่ามีบัตรใบเดียว สองประเด็น และไม่ได้ให้ฉีกบัตร รวมทั้งการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมาก็ไม่เคยให้ฉีกบัตรเป็นสองส่วน แต่เมื่อบัตรถูกฉีกแล้วถือว่าเป็นบัตรเสีย และผู้ที่ฉีกบัตรก็ไม่สามารถรับบัตรเพื่อไปใช้สิทธิใหม่ได้ เพราะถือว่าใช้สิทธิไปแล้ว

ขู่ นศ.ฉีกบัตรอย่าคิดว่าสู้คดีได้

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวว่า พบการฉีกบัตรที่แสดงเจตนาทางการเมือง โดยเป็นการกระทำของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหน่วยออกเสียงเขตบางนา การแสดงออกดังกล่าวอาจเข้าใจว่าเป็นการแสดงออกทางการเมือง ที่สามารถไปสู้ในรูปคดีเพื่อให้หลุดพ้นจากการลงโทษได้ หรืออาจเป็นการเลียนแบบกรณีที่อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งเคยฉีกบัตรเลือกตั้ง ที่ถูกดำเนินคดีแล้วเข้าใจว่าศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ข้อเท็จจริงเป็นความผิดที่ศาลได้ลงโทษเป็นตัวอย่างแล้ว แม้ศาลชั้นต้นจะยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อ 10 ส.ค.2555 ว่าเป็นความผิดลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท รอลงอาญา 1 ปี เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี และศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อ 3 มิ.ย.2557 ยืนตามศาลอุทธรณ์ ซึ่งแปลว่า ณ วันนี้อาจารย์ที่ฉีกบัตรดังกล่าวไม่สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

ปธ.กกต.นำทีมแถลงหลังปิดหีบ

จากนั้นเวลา 16.15 น. นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นำ 4 กกต.ร่วมกันแถลงสรุปผลภาพรวมหลังปิดหีบออกเสียงประชามติ โดยนายศุภชัยกล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร กอ.รมน. ทำให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ป่วนหรือวุ่นวาย ส่วนกรณีที่มีการฉีกทำลายบัตรออกเสียงประชามติในหลายพื้นที่ จากรายงานของ กกต.จังหวัด พบว่าเกิดจากความเข้าใจผิด การกระทำที่เป็นความผิด ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนการฉีกบัตรจากเหตุเข้าใจผิดนั้น กกต.จะนำไปปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิต่อไป ทั้งนี้หากไม่มีการร้องคัดค้าน กกต.จะประกาศผลการออกเสียง และจำนวนผู้มาใช้สิทธิให้นายกฯทราบโดยเร็ว

ย้ำส่วนใหญ่ฉีกเพราะเข้าใจผิด

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. กล่าวว่า กรณีการฉีกทำลายบัตรที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 26 จังหวัด ส่วนใหญ่พบเกิดจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีเพียงกรณีเดียวที่มีการจงใจฉีกบัตร เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง นอกจากจะผิดตามมาตรา 59 แล้ว ยังผิดฐานก่อความวุ่นวายในการออกเสียงประชามติในมาตรา 60 (9) ด้วย

มติมหาชนรับร่าง รธน.–คำถามพ่วง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า สำหรับผลการนับคะแนนเสียงประชามติทั่วประเทศอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 19.33 น. นับคะแนนไปแล้ว 94 เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่า มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 27,623,126 คน จากผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทั้งประเทศ 50,585,118 คน แบ่งเป็นผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ 15,562,327 คน คิดเป็น 61.40 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ 9,784,680 คน คิดเป็น 38.60 เปอร์เซ็นต์ มีผู้ลงคะแนนเห็นชอบคำถามพ่วงให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯเห็นชอบ 13,969,594 คน คิดเป็น 58.11 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นชอบ 10,070,599 คน คิดเป็น 41.89 เปอร์เซ็นต์ มีบัตรดี 26,688,729 ใบ และบัตรเสีย 869,043 ใบ

“สมชัย” เสียงอ่อยคนใช้สิทธิต่ำเป้า

กระทั่งเวลา 19.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แถลงผลการออกเสียงอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ผลคะแนนออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการคงไม่คลาดเคลื่อนมากนัก โดยจากผลการรายงานอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าการทำประชามติครั้งนี้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ ประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์ ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าการทำประชามติ 2550 และน้อยกว่าที่ กกต.ตั้งเป้าไว้ โดยยอดผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดมีจำนวน 50,261,529 คน เมื่อถามว่ามีผู้มาใช้สิทธิเพียง 55 เปอร์เซ็นต์ จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงฉันทามติหรือไม่ นายสมชัยตอบว่า กติกาก็คือกติกา การออกเสียงประชามตินับเพียงคนที่มาใช้สิทธิ ไม่ว่าผู้มาใช้สิทธิจะมีจำนวนถึงครึ่งหรือไม่ ให้ยึดตามเสียงข้างมากและถือเป็นที่ยุติ เป็นหลักสากล จึงไม่น่าเป็นสาเหตุที่จะมาตั้งคำถามว่าจะเป็นฉันทามติได้หรือไม่ นอกจากจะหาเรื่อง ส่วนตัวเห็นว่าไม่เหลืออะไรให้คิดแล้ว

“ชวน” ไม่ขลัง คนตรังรับร่างอื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคะแนนที่ออกมาล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. พบหลายพื้นที่น่าสนใจ อาทิ ภาคใต้ 14 จังหวัด มีผู้เห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญ 2,713,420 คิดเป็น 76.65% ไม่เห็นชอบ 826,504 คิดเป็น 23.35% และเห็นชอบคำถามพ่วง 2,543,542 คิดเป็น 74.35% ไม่เห็นชอบ 877,689 คิดเป็น 25.65% โดยเฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นฐานเสียงของนายสุเทพ เทือกบรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส. มีผู้เห็นชอบ 361,118 คิดเป็น 87.33% ไม่เห็นชอบ 52,395 คิดเป็น 12.67% และเห็นชอบคำถามพ่วง 336,740 คิดเป็น 84.26% ไม่เห็นชอบ 62,925 คิดเป็น 15.74% ขณะที่จังหวัดตรัง ฐานเสียงของนายชวน หลีกภัย ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ มีผู้เห็นชอบ 230,123 และไม่เห็นชอบ 36,676 และเห็นชอบคำถามพ่วง 214,757 ไม่เห็นชอบ 42,018

3 จว.ชายแดนใต้ไม่รับร่าง รธน.

แยกเป็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.นราธิวาส มีประชาชนเห็นชอบเพียง 84,122 ไม่เห็นชอบ 136,284 คำถามพ่วงเห็นชอบ 79,979 ไม่เห็นชอบ 134,005 จ.ยะลา เห็นชอบ 76,024 ไม่เห็นชอบ 110,995 ส่วนคำถามพ่วงเห็นชอบ 72,447 ไม่เห็นชอบ 109,215 จ.ปัตตานี เห็นชอบ 85,349 ไม่เห็นชอบ 159,341 เห็นชอบคำถามพ่วง 81,633 ไม่เห็นชอบ 157,040

อีสานภาคเดียว กลุ่มไม่รับชนะ

ขณะที่ภาคอีสาน 19 จังหวัด ปรากฏว่าเป็นเพียงภาคเดียวที่มีคะแนนไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าคะแนนรับร่าง เนื่องจากเป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง โดยมีคะแนนไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ 51.42% หรือ 4,226,752 คะแนน ขณะที่คะแนนเห็นชอบ 48.58% หรือ 3,993,944 คะแนน ส่วนประเด็นคำถามพ่วงประชามติ มีคะแนนไม่เห็นชอบ 55.43% หรือ 4,267,561 คะแนน คะแนนเห็นชอบ 44.57% หรือ 3,431,849 คะแนน แต่หากเทียบกับผลการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 พบว่าคะแนนไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 มีแนวโน้มลดลงค่อนข้างมาก

เหนือพลิกโผรับร่างลอยลำ

สำหรับภาคเหนือ 16 จังหวัด ผลคะแนนออกมา พลิกไปจากที่หลายฝ่ายคาดหมาย โดยมีผู้รับร่างรัฐธรรมนูญ 2,230,245 คน คิดเป็น 57.74% ไม่เห็นชอบ 1,632,013 คน คิดเป็น 42.26% คำถามพ่วง เห็นชอบ 1,952,525 คน คิดเป็น 54.19% ไม่เห็นชอบ 1,650,849 คน คิดเป็น 45.81% โดยผลคะแนนรายจังหวัดพบว่าที่เห็นชอบมี 11 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ น่าน พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ และไม่เห็นชอบ 5 จังหวัดคือ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำพูน แพร่

ภาคกลางไฟเขียวขาดกระจุย

ส่วน กทม.และ 26 จังหวัดภาคกลาง เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ 5,955,874 คน คิดเป็น 69.47% ไม่เห็นชอบ 2,618,017 คน คิดเป็น 30.53% และเห็นชอบคำถามพ่วง 5,451,308 คน คิดเป็น 66.18% ไม่เห็นชอบ 2,786,349 คน คิดเป็น 33.82% โดยเฉพาะเสียงคน กทม.และในพื้นที่ที่เป็นเขตทหาร น่าสังเกตว่าคะแนนเสียงที่ออกมาค่อนข้างทิ้งขาด

ประชาชนชาวไทยคึกคักแห่ใช้สิทธิลงประชามติร่าง รธน. 27.6 ล้านคน จากยอดผู้มีสิทธิออกเสียง 50 ล้านคน ผลมติมหาชนท่วมท้นรับร่าง รธน.กว่า 15.56 ล้านเสียง มีผู้ไม่รับ 9.78 ล้านเสียง ส่วนคำถามพ่วงมีผู้รับ 13.9 ล้านเสียง ไม่รับ 10 ล้าน 8 ส.ค. 2559 07:26 ไทยรัฐ