วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข้าใจผิดไปใหญ่! ผู้เฒ่าทั่วไทยงงหนัก ฉีกบัตรออกเสียงประชามติเพียบ!

เหล่าบรรดาคุณตา-คุณยาย ปชช. แม้แต่ผู้พิการหลายจังหวัดทั่วไทย เดินทางใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ที่เมืองคอน บ่าวสาวสร้างสีสัน ใส่ชุดวิวาห์มาลงประชามติ ขณะที่ ยังมีผู้สูงวัยหลายราย ฉีกบัตรออกเสียง หลังเข้าใจผิดคิดว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วน...

พ่อเฒ่าเมืองเลยวัย 80 ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ

วันที่ 7 ส.ค.59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุ ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกออกเสียงที่ 2 หมู่ 2 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอภูเรือ กำลังสอบปากคำนายพัด สุวรรณชาติ อายุ 80 ปี อยู่ที่ 34 หมู่ 2 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย ซึ้งเป็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ได้ฉีกบัตรระหว่างเข้าคูหา จน จนท.ประจำหน่วยได้ทำการจับกุมไว้ นายอินทรี นนทการ ผญบ.หมู่ 2 และเป็นประธานหน่วยออกเสียงร่างประชามติ หน่วยที่ 2 เล่าว่า ตาพัด ได้เดินเข้ามาพร้อมบัตรประชาชน เพื่อขอใช้สิทธิ์ในการออกเสียง จนท.ประจำหน่วยจึงอำนวยความสะดวกให้ จนนายพัด เมื่อได้รับบัตรแล้วเข้าไปที่คูหาแต่ไม่เข้าใจในการออกเสียง จึงได้ฉีกบัตร เมื่อ จนท.เห็นจึงได้เชิญตัวมาสอบถามถึงสาเหตุ และแจ้งไปทางนายอำเภอให้ทราบ นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอภูเรือ เปิดเผยว่า จากการสอบถามนายพัด ทราบว่านายพัดอายุมากแล้ว หูฟังไม่ค่อยได้ยิน และเข้าใจว่าเมื่อกาบัตรแล้ว ต้องฉีกเป็น 2 ส่วน เพราะบัตรบนล่างคนละสี จึงได้ฉีกบัตรเพื่อนำไปหย่อนลงกล่อง แต่ จนท.เห็นเสียก่อน กรณีจากการสอบถามนายพัด ไม่มีเจตนาที่จะฉีกบัตร หูไม่ได้ยิน และอายุมากแล้ว จึงถือว่าไม่มีเจตนากระทำความผิด ซึ่งจะต้องปล่อยตัวไป และได้รายงานให้ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย ทราบแล้ว

สมุทรปราการ คุณยายวัย 67 เข้าใจผิด ฉีกบัตรลงประชามติ

ส่วนที่ อ.เมืองสมุทรปราการ บริเวณหน้าคูหาพบ นางสาวเลี่ยม หมันกระโทก อายุ 67 ปี อยู่ในอาการตกใจ พร้อมกับบัตรออกเสียงประชามติ ซึ่งได้ถูกฉีกขาดออกจากกันเป็นสองส่วน เมื่อสอบถาม นางสาวเลี่ยม รับว่าตนเองฉีกบัตรออกเสียงประชามติจริง เนื่องจากเกิดการเข้าใจผิด เพราะคิดว่าให้ฉีกเป็นสองส่วน

ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงสายวันนี้ ตนกับลูกชายได้เดินทางมาที่ ร.ร.วัดตำหรุ เพื่อมาออกเสียงลงประชามติ หลังจากตนได้ตรวจสอบรายชื่อและเข้าไปเซ็นรับบัตรออกเสียง เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้บอกกับตนว่า ให้ใส่สองช่อง จากนั้นตนก็นำบัตรเข้าไปกาในคูหา พบว่าบัตรมีสองส่วน โดยส่วนแรกมีพื้นหลังกระดาษเป็นสีฟ้าให้กาเห็นชอบและไม่เห็นชอบ และด้านล่างบัตรซึ่งเป็นประเด็นเพิ่มเติม มีพื้นหลังเป็นสีชมพู ก็มีช่องให้กา เห็นชอบไม่เห็นชอบ เหมือนกัน จึงทำให้ตนสับสนเข้าใจผิด หลังจากกาเสร็จตนจึงได้ฉีกบัตรเป็น 2 ส่วน และเดินออกมาจากคูหา เพื่อนำบัตรมาหย่อนลงตู้ แต่กลับพบว่าด้านหน้าตนนั้นมีอยู่ตู้เดียว ด้วยความสงสัยตนจึงได้เดินไปถามทางเจ้าหน้าที่ว่าจะให้ใส่บัตรตรงไหน เพราะตนเห็นมีอยู่ตู้เดียว กระทั่งถูกจับดังกล่าว โดยตนไม่ได้มีเจตนาที่จะฉีกบัตร เนื่องจากเข้าใจผิดและเกิดความสับสนของบัตรเท่านั้น

ชายเข้าใจผิด! เห็นบัตร 2 สี คิดว่าต้องฉีกก่อนหย่อนลงตู้

นายสุพจน์ จินดาเงิน ผอ.ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 2 วัดมัชฌิมโพธิการาม หมู่ 1 บ้านกุดแห่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู แจ้งมายัง พ.ต.อ.ชนะเกียรติ วงศ์แสงเทียน ผกก.สภ.นากลาง ว่า มีผู้มาออกเสียงได้ฉีกบัตรลงคะแนน จึงเดินทางไปที่หน่วยดังกล่าว พร้อมชุดสืบสวน และทำการจับกุม นายสมพงษ์ ทะวิลา อายุ 56 ปี ที่อยู่ 176 หมู่ 1 ต.กุดแห่ อ.นากลาง พร้อมของกลาง สำเนาบัตรออกเสียงประชามติที่ถูกฉีก 1 ใบ พร้อมแจ้งข้อหา ทำลายบัตรออกเสียงโดยไม่มีอำนาจ หรือจงใจทำให้บัตรออกเสียงชำรุดหรือเสียหาย ก่อนนำส่ง พ.ต.ท.ภิรมชัย นาคสุวรรณ รอง ผกก.สอบสวน ดำเนินคดี

เบื้องต้น นายสมพงษ์ กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า เห็นบัตรมีสองสี เข้าใจว่าแบ่งเป็นสองส่วนจึงฉีกออก เพื่อจะได้นำไปหย่อนตู้สองใบ เป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ 

จ.ศรีสะเกษ คนพิการแห่ใช้สิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ-หญิงสูงอายุฉีกบัตร

ที่หน่วยออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 4 ศาลาประชาคม หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองศรีสะเกษ ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ หลังจากเปิดหีบมีผู้มีสิทธิ์มาลงคะแนนกันอย่างต่อเนื่อง

นายสนอง สุภาวิลัย อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/7 ถนนศรีวิเศษ ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ได้นั่งรถเข็นวีลแชร์ให้ญาติเข็นมาใช้สิทธิ์ โดยนายสนอง บอกว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ตนจะต้องออกมาใช้สิทธิ์ไม่เคยขาด

กระทั่งต่อมา พ.ต.อ.อัยรัช ชินประยูร ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่า ที่หน่วยออกเสียงหน่วยที่ 27 เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่ศาลาวัดบ้านหนองตะมะ ต.โพธิ์ มีประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ ได้มีการฉีกบัตรลงคะแนน จึงสั่งให้ พ.ต.ท.จินดา ท่องบ้านทุ่ม สวป.ไปตรวจที่เกิดเหตุ ตามที่ได้รับแจ้ง พบตำรวจรักษาความปลอดภัยประจำหน่วยได้ทำการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้แล้ว ทราบชื่อคือ นางสาวแต๋ว ปัดถา อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 7 ต.โพธิ์ จึงนำตัวมาสอบสวน

นางสาวแต๋ว ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ฉีกบัตรลงคะแนนจริง เนื่องจากไม่เข้าใจ เพราะบัตรลงคะแนนมีรอยปรุ คิดว่าต้องฉีกครึ่ง หย่อนลงหีบสองใบ ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายบัตรลงคะแนนให้เสียหาย ทั้งนี้ ตำรวจได้สอบปากคำโดยละเอียดและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ 

หญิงวัย 62 ปี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฉีกบัตรลงประชามติ

พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผกก.สภ.เมืองตรัง รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ตร.และเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตังที่ 57 สมาคมแต้จิ๋ว ถนนพระรามหก ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง ว่ามีหญิงสูงวัยรายหนึ่งในเขตเทศบาลนครตรัง ฉีกบัตรลงประชามติภายในหน่วยลงคะแนน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ โดยที่หน่วยเลือกตั้งที่ 57 พบนางวราภรณ์ สุทธินนท์ อายุ 62 ปี ชาว ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านถ่ายเอกสารหน้าศาลากลาง จ.ตรัง กำลังให้การกับนายประพันธ์ งามวิวัฒน์อนันต์ หัวหน้างานสืบสวน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่คณะกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ฯ ได้อนุญาตให้นางวราภรณ์ ใช้สิทธิและหย่อนลงประชามติในหีบบัตรได้ตามปกติ และพาตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองตรัง ซึ่งนางวราภรณ์ มีอาการตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้ตั้งใจ

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่า นางวราภรณ์ เมื่อรับบัตรลงประชามติฯ แล้ว เดินเข้าคูหาเพื่อกาลงประชามติ แต่คิดว่าจะต้องแบ่งบัตรออกเป็นสองส่วน จึงใช้นิ้วกรีดตามแนวรอยพับที่พิมพ์ลงในบัตรประชามติดังกล่าว และฉีกบัตรออกเป็นสองส่วน เมื่อเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งสังเกตเห็นเข้าจึงเข้าไปสอบสวน และชี้แจงทำความเข้าใจ กระทั่งแน่ชัดว่านางวราภรณ์ ไม่ได้ตั้งใจจะฉีกบัตรเพื่อทำลายหรือป่วนการลงประชามติแต่อย่างใด จึงวินิจฉัยร่วมกันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า ไม่มีเจตนาทำลายบัตร และบัตรยังใช้สิทธิได้ก็อนุญาตให้ลงประชามติ ก่อนทำความเข้าจะและลงบันทักไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองตรัง โดยไม่ได้แจ้งความเอาผิดแต่อย่างใด

แม่เฒ่าพัทลุงวัย 80 ฉีกบัตรเลือกตั้ง เข้าใจผิดคิดว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วน

จ.พัทลุง ในหน่วยลงประชามติที่ 44 บริเวณวัดท่ามิหรำ อ.คูหาสวรรค์ ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง พบนางทิม เมฆมุสิก อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 ซอย 22 ถนนราเมศวร์ ต.คูหาสรรค์ ฉีกบัตรประชามติออกเป็น 2 ส่วน โดยเผยว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะฉีกบัตรลงเสียงประชามติ แต่เข้าใจว่าหลังจากที่ลงเสียงประชามติในส่วนของการรับร่างรัฐธรรมนูญ กับคำถามพ่วงท้ายแล้ว จะต้องฉีกบัตรดังกล่าวออกเป็น 2 ส่วน เพื่อนำไปหย่อนลงในหีบลงเสียงประชามติ จึงถูก ตร.ที่ดูแลประจำหน่วยเลือกตั้งเข้าควบคุมตัวดังกล่าว

ทางด้านบุตรสาวของนางทิม เผยว่า นางทิม เป็นผู้รักในระบอบประชาธิปไตย และจะออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทางลูกๆ รู้สึกสงสารผู้เป็นแม่ที่ถูกควบคุมส่ง ตร.ในครั้งนี้ แต่ก็ยอมรับในการปฏิบัติหน้าที่ของ ตร.ที่เข้าควบคุมตัวผู้เป็นมารดา

อุบลฯ คุณตาวัย 76 ใช้ไม้เท้าเดินทางมาลงประชามตินอกเขต

ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี นายสุนทร ตันเลิศ อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 262/9 ซ.งามวงศ์วาน 9 หมู่ 9 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี หนึ่งในผู้มาใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด เผยว่า ตนมาอาศัยอยู่กับลูกชายที่ ต.ปทุม อ.เมืองอุบลราชธานี หลายปีแล้ว เพราะอายุมากและมีโรคประจำตัว เดินไม่สะดวก ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกครั้ง เพราะถือเป็นหน้าที่อันสำคัญที่พลเมืองไทยต้องปฏิบัติ และการลงประชามติครั้งนี้ ยังเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศ จึงไม่พลาดที่จะออกมาใช้สิทธิด้วย

สำหรับหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิทั้งหมด 2,223 คน คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ ณ หน่วยนี้เต็ม 100%

เจ้าบ่าวเจ้าสาวควงแขนลงคะแนนประชามติในชุดวิวาห์

ส่วนที่หน่วยออกเสียงที่ 4 หอประชุมหมู่บ้าน หมู่ 4 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดความฮือฮาขึ้น เมื่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวซึ่งอยู่ในชุดวิวาห์ ได้ควงคู่กันเข้าไปในหน่วยลงคะแนนเสียงประชามติพร้อมกัน เพื่อใช้สิทธิลงประชามติ ทำให้ได้รับความสนใจจากประชาชนที่กำลังเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนนประชามติและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยลงคะแนน

สอบถามเจ้าบ่าว คือ นายรณชัย บัวทอง อายุ 26 ปี และเจ้าสาว คือ นางสาวสุนิษา บุญเดช อายุ 25 ปี ได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนทั้งสองตั้งใจที่มาลงเสียงประชามติ ก่อนจะไปจัดงานแต่งงานกันที่ บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ในตอนเย็นวันนี้ 

"คุณยายคำ" อายุ 104 ปี ให้หลานพามาใช้สิทธิ์

ที่ จ.ยโสธร พบ คุณยายคำ อาจแสง วัย 104 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.5 บ้านกุดพันเขียว ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย โทรให้หลานจากชลบุรี พาไปลงประชามติ เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ณ หน่วยออกเสียง น.5 ศาลาวัดบ้านกุดพันเขียว ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย

ภายหลังหย่อนบัตรออกเสียง คุณยายคำ ออกให้พรแก่ นายอภิรัตน์ ป้องกัน นายอำเภอมหาชนะชัย พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ คุณยายยังบอกว่า ได้คุยทางโทรศัพท์กับนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร โดยท่านผู้ว่าฯ บอกกับคุณยายว่า จะมาเยี่ยมในโอกาสต่อไป

คุณย่าเมืองชล วัย 103 ปี 4 เดือน ใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ

จ.ชลบุรี พบ นางสาวระพีพรรณ สันตะจิตร์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ขับรถพา นางสงกรานต์ สันตะจิตร์ อายุ 103 ปี 4 เดือน ซึ่งเป็นย่า มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เมื่อคุณย่าสงกรานต์ ยังแข็งแรง พูดยิ้มแย้มอารมณ์ดี เจ้าหน้าที่กรรรมการได้ดูบัตรประชาชน ซึ่งตรงกับในรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จึงทำการพิมพ์ลายนิ้วมือให้ลงชื่อ ก่อนยื่นบัตรออกเสียงให้เข้าคูหากากบาท โดยคุณย่า 103 ปีเศษ เดินเข้าคูหากากบาทด้วยความคล่องแคล่ว

นางสาวระพีพรรณ กล่าวว่า คุณย่าอยากมาออกเสียงลงประชามติมาก พูดรบเร้าต้องมาให้ได้ เนื่องจากดูข่าวทางทีวี และอ่านหนังสือพิมพ์ด้วย ย่าบอกว่ามันไม่เหมือนลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป ครั้งนี้ย่ามีสิทธิ์ต้องไปใช้สิทธิ์ จึงให้พามาและยังบอกว่า ครั้งต่อไปหากมีเลือกตั้งอะไร ถ้าย่าอยากมาตนก็ต้องพามาอีกตามความประสงค์ เพราะย่ายังแข็งแรงเดินเองได้

เหล่าบรรดาคุณตา-คุณยาย ปชช.หลายจังหวัดทั่วไทย เดินทางใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ที่เมืองคอน บ่าวสาวสร้างสีสันใส่ชุดวิวาห์มาลงประชามติ ขณะที่ยังมีผู้สูงวัยหลายราย ฉีกบัตรออกเสียง หลังเข้าใจผิดคิดว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วน... 7 ส.ค. 2559 14:58 7 ส.ค. 2559 15:44 ไทยรัฐ