วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แย้ลงรู

แย้ลงรู

  • Share:

ขณะเตรียมตัวเตรียมใจ ก่อนไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ผมนึกการละเล่น แย้ลงรู จำได้ว่า อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ท่านเปรียบเปรยไว้ ในช่วงการสัประยุทธ์ชิงชัย การเมืองสมัยหนึ่ง

บ้านผมอยู่แถวปากอ่าว เป็นคนสามน้ำ อยู่กับน้ำเค็มน้ำจืดและน้ำกร่อย เคยชินกับสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็ก ตะขาบ จิ้งเหลน กิ้งก่า แต่ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ ของแย้ ทั้งยังไม่เคยเล่นแย้ลงรูเลยสักครั้ง

แย้ตัวแรกที่รู้จัก น่ารักมาก อยู่ที่สวนโมกข์ ไชยา อาจารย์พุทธทาส เล่นกับมันง่ายๆ แค่หากิ่งไม้เล็กริดกิ่งให้เป็นก้าน เหลือใบเป็นพวงเล็กๆไว้ที่ปลาย แล้วหมุนไปมา แย้จะวิ่งเข้ามาอยู่ในฝ่ามือได้เอง

แต่แย้ตัวของอาจารย์มีชัย อยู่ในบริบทตรงข้าม...เป็นแย้ตัวที่กำลังถูกไล่ล่า มันกำลังพยายามหนีเอาชีวิตรอด

ในหนังสือ กีฬาภูมิปัญญาไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีนาคม 2559) รศ.ชัชชัย โกมารทัต เล่าไว้ว่า

แย้ลงรู เป็นการเล่นคล้ายชักเย่อ ที่ไม่ใช้มือจับเชือก แต่จะใช้เชือกผูกลำตัว เลียนแบบพฤติกรรมของแย้ ที่ถูกชาวบ้านวางบ่วงดักจับที่ปากรู บ่วงจะรัดที่ลำตัวแย้ ขณะที่แย้ก็พยายามจะตะเกียกตะกายหนีลงรู

มีหลักฐานการเล่นแย้ลงรู ในงานแข่งขันกรีฑานักเรียนของมณฑลภูเก็ต พ.ศ.2452 เรียก ชักเย่อชิงธง ต่อมา พ.ศ.2467 เรียกกีฬาแย้ลงรู มักจัดกันในงานประจำปี งานสงกรานต์ งานเฉลิมพระชนมพรรษา และในงานประเพณีต่างๆ

ในอดีตแย้มีชุกชุมอยู่ทั่วทุกภาค ใช้ชีวิตหากินอยู่บนหน้าดิน และขุดรูเป็นที่อยู่อาศัย เป็นสัตว์ที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศ และระบบเศรษฐกิจพื้นบ้าน เป็นอาหารที่ทรงคุณค่าทางโภชนาการของชาวบ้าน

แย้ลงรูมีวิธีเล่นเป็นเอกลักษณะเฉพาะของไทย ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ปี พ.ศ.2554

วิธีการเล่น

1.มีผู้เล่น 3 หรือ 4 คน ใช้เชือกคนละเส้น ยาวราว 3-4 เมตร นำปลายเชือกด้านหนึ่งผูกเอวไว้ ให้ปมผูกอยู่ข้างหลัง

2.ให้ผู้เล่นแต่ละคน ยืนหันหลังให้กัน นำปลายเชือกอีกด้านมาผูกมัดร่วมกันไว้อย่างแน่นหนา โดยให้ความยาวเชือกจากปมที่ผูกร่วมกัน ไปยังด้านเอวของผู้เล่น แต่ละคนยาวเท่ากัน

3.ให้มีกรรมการคนหนึ่ง ยืนเหยียบปมเชือกที่ผูกร่วมกันแนบไว้ที่พื้น แล้วให้ผู้เล่นแต่ละคนเดินไปข้างหน้า จนเชือกตึงเป็นรูป 3 แฉก หรือ 4 แฉกตามจำนวนผู้เล่น

วางหรือปักธงเล็กไว้ข้างหน้าของผู้เล่นแต่ละคน ห่างจุดที่ผู้เล่นแต่ละคนยืนเป็นระยะเท่าๆกัน

4.เมื่อได้สัญญาณเริ่มเล่น ให้ผู้เล่นแต่ละคนออกแรงใช้ลำตัวดึง

ไปข้างหน้า ด้วยการเดินหรือคลานไปแย่งธงที่อยู่ข้างหน้ามาให้ได้เร็วที่สุด ผู้ใดคว้าก้านธงมาถือ กำชูขึ้นได้ก่อน จะเป็นผู้ชนะ

5.กติกา...ห้ามใส่รองเท้ามีปุ่มหรือเดือย ห้ามใช้มือจับเชือก ห้ามเชือกที่ผูกเอวหลุดต่ำกว่าสะโพก ห้ามจับผืนธง ให้จับที่ก้านธงเท่านั้น

สรรพคุณของการเล่นแย้ลงรูว่า ทำให้ร่างกายได้ออกแรงเต็มที่โดย

เฉพาะที่ขาและลำตัว ทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน ช่วยให้เกิดความแข็งแรง ความทนทาน ความอ่อนตัว และการทรงตัว ส่งเสริมจิตใจให้กล้าหาญ

การเล่นมีลักษณะขบขัน สนุกสนาน ทำให้อารมณ์แจ่มใส ช่วยฝึกผู้เล่นให้รู้จักการควบคุมอารมณ์

อาจารย์ชัชชัยบอกว่า สังคมก้มหน้าปัจจุบัน เด็กๆติดเกมคอมพิวเตอร์ จนอาจเกิดอันตราย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ หมกมุ่นแต่ในโลกฝัน กลายเป็นคนเก็บตัว หลีกหนีสังคม ไม่เข้าใจโลกของความจริง ปรับตัวไม่ได้ บางคนคิดสั้นทำร้ายตัวเอง

การรื้อฟื้นการเล่นแย้ลงรู จะเป็นทั้งการป้องกันและการเยียวยา ปัญหาของเด็กรุ่นใหม่

แต่ที่อาจารย์ชัชชัยไม่ได้บอก ผมขอบอกเอง การเล่นแย้ลงรู คงไม่มีในวิชาของทหาร สังเกตได้ ทหารใหญ่ๆหลายท่าน อารมณ์ขันไม่มี มีแต่อารมณ์ประชดประเทียด...ค่อนไปทางเครียด เมื่อผู้ใหญ่เครียด ผู้น้อยก็พลอยเครียดตาม

ทหารไม่สันทัดกีฬาแย้ลงรู ไม่มีทักษะในการยืดหยุ่นพลิกแพลงและอดทน หากเล่นแพ้ในเกมแย้ลงรูระดับชาติคราวนี้ ผมอดเป็นห่วงไม่ได้...

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 เนื้อตัวหน้าตาจะออกมาน่ารักน่าชังสักแค่ไหน

ถ้าสถานการณ์เข้าตำรา เสร็จนาฆ่าถึก เสร็จศึกฆ่าทหาร งานมันหนักนัก อาสาแบกแล้ว...ไม่ไหวก็คืนเวลาให้ชาวบ้านเขาไป...จะประชดสักคำก็คงไม่เสียหาย บ้านเมืองมีปัญหาอย่ามาเรียกทหารอีก...ก็แล้วกัน.

"กิเลน ประลองเชิง"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้