วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก้โกงเลือกตั้ง

แก้โกงเลือกตั้ง

โดย ลมกรด
8 ส.ค. 2559 05:30 น.
  • Share:

ขณะที่เขียนต้นฉบับนี้ผมยังไม่รู้ผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาแบบไหน แต่ตอนนี้ท่านผู้อ่านคงทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการกันแล้ว จะถูกใจหรือไม่ถูกใจยังไงก็ขอให้ทุกท่านยอมรับผลที่ออกมา และร่วมใจกันเดินหน้าประเทศต่อไปตามฉันทามติ

สำคัญที่สุดคือ คสช.ต้องเดินหน้าจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 ตามโรดแม็ปที่ประกาศเป็นสัญญาประชาคมไว้

ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยผ่านประชามติ ขั้นตอนต่อไปต้อง

ร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ หรือหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็ต้องยกร่างกันใหม่ และทำกฎหมายลูกเช่นกันแล้วถึงจัดการเลือกตั้ง

วันนี้เลยขอเล่าถึง รายงานข้อเสนอแนะประกอบการร่างกฎหมาย ลูก ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี คุณเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน และมี อดีต ส.ส.จากหลายพรรค ร่วมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย

รายงานข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯมีทั้งหมด 4 เรื่อง แต่วันนี้ขอเล่าเฉพาะเรื่อง “เลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม” ซึ่งให้ความสำคัญกับ 4 ภาคส่วนคือ ภาคประชาชน พรรคการเมือง กกต. และ ส่วนราชการ

คณะกรรมาธิการฯเสนอว่า ควรกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ ในทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งระดับชาติ เพื่อปลุกเร้าให้ทุกภาคส่วน ตื่นตัว ถ้าประชาชนออกมาไปใช้สิทธิกันเยอะๆ จะทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงทำได้ยากขึ้น เพราะต้องใช้เงินซื้อเสียงมากขึ้น

นอกจากนี้ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง โดยความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ถือว่าประชาชนเป็นผู้เสียหาย สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องได้ และกรณีที่ประชาชนมีหลักฐานการทุจริตแล้วแจ้งให้กกต.ทราบ หากคดีถึงที่สุดปรากฏว่ามีการกระทำผิดจริง จะได้เงินรางวัลตอบแทนขั้นต่ำ 1 แสนบาท

ในส่วนของพรรคการเมือง คณะกรรมาธิการฯเสนอให้กำหนดมาตรการลงโทษที่รุนแรงเด็ดขาด ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทาง การเมือง หากผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำทุจริต มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีโดยไม่รอลงอาญา มีโทษปรับสูงสุด 20 ล้านบาท และถูกตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

รวมถึงหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่รู้เหตุแห่งการทุจริตแล้วเพิกเฉย จะถือว่ารู้เห็นเป็นใจด้วย มีโทษถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

ในทางกลับกันหากผู้ใด กลั่นแกล้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สร้างพยานหลักฐานเท็จ หรือ แจ้งความเท็จ จะมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีโดยไม่รอลงอาญา และโทษปรับ 20 ล้านบาทเหมือนกัน

ขณะเดียวกันข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ที่วางตัวไม่เป็นกลาง ทำให้ผู้สมัครเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ จะต้องถูกลงโทษสถานหนัก

สำหรับ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการควบคุมและจัดการเลือกตั้ง จะต้องมีมาตรการ บังคับอย่างจริงจัง ในการสั่งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และข้าราชการอื่น มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลืองานของ กกต. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และ กกต.ต้อง ปฏิบัติการเชิงรุก หาข้อมูลในพื้นที่ทั้งก่อนเลือกตั้ง ระหว่างเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้ง เพื่อปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียง

ผมขอเสริมสักหน่อย อยากให้มีมาตรการตรวจสอบ กกต.ด้วย ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต ไม่เป็นกลาง ควรมีบทลงโทษหนักหน่วงรุนแรง ทั้งทางแพ่งและทางอาญาไม่แพ้กัน

ถ้าทุกภาคส่วนรู้จักหน้าที่ตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม การเมืองไทยจะดีขึ้นแน่.

"ลมกรด"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้