วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชามติ รธน. ‘ลงประชามติวันนี้ รับ-ไม่รับ’

โฆษก 2 นายพลออกมายัน ทุกอย่างเป็นตามโรดแม็ป โพลกลัว-นักการเมืองโกง

พร้อมแล้วชี้ชะตาการเมืองไทย วันลงประชามติ 7 ส.ค. รัฐบาลมั่นใจดูแลจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ราบรื่น ปลอดภัย นายกฯฝากประชาชนพิจารณารับหรือไม่รับร่าง รธน.จากเนื้อหาสาระ อย่าคล้อยตามลมปากของใคร “ไก่อู” ย้ำผลออกอย่างไรก็ยังยึดโรดแม็ปเดิมเลือกตั้ง 2560 คสช.ยันไม่มีอะไรน่าห่วง แม้ยังมีพวกปลุกกระแสแต่บล็อกได้ ตร.คุมเข้มเตรียมกำลังเต็มสูบกว่าแสนนาย ด้าน “บิ๊กป๊อก” เชื่อไม่มีเกมใต้ดินคืนหมาหอน กกต.พร้อม 100% ห่วงฝนตก-กาบัตรเสีย ย้ำรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ 3 ทุ่ม เผยใช้หีบบัตรทั้งหมด 3 ชนิด เหงื่อตกระบบรายงานผลล่ม แต่ “สมชัย” ยืนกรานแก้ไขเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอให้มั่นใจบัตรปลอมทำยาก ด้านพรรคเพื่อไทยเชิญชวนคนไปใช้สิทธิ พร้อมจับผิดการนับคะแนน ส่วน “จาตุรนต์” ออกโรงโต้แทนเมียถูกหาว่าช่วยผู้ต้องหา เล็งฟ้องกลับคนใส่ร้าย ด้าน “อภิสิทธิ์” เห็นพ้อง “บิ๊กตู่” ขอประชาชนตัดสินใจลงประชามติจากเนื้อหา เผยถ้าร่าง รธน.ผ่านก็พร้อมลงสนามเลือกตั้ง

ถึงเวลาชี้ชะตาพลิกเปลี่ยนการเมืองประเทศไทยอีกครั้ง 7 ส.ค.2559 วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ใช้เวลายกร่างนานราว 9 เดือน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายแง่มุมทั้งเห็นด้วยและเห็นต่าง และเป็นที่จับตาอย่างยิ่งของทั้งคนในประเทศและนานาชาติว่าร่างรัฐธรรมนูญรวมทั้งคำถามพ่วงจะผ่านความเห็นชอบจากประชาชนหรือไม่

รัฐมั่นใจประชามติ 7 ส.ค.เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. เวลา 12.30 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.ว่า เชื่อมั่นว่าสถานการณ์การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนได้เตรียมการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนเป็นอย่างดี และทำมานานแล้ว เชื่อว่าคนไทยเข้าใจสถานการณ์ของบ้านเมืองว่าการลงประชามติเป็นการวางอนาคตร่วมกัน และรู้ดีว่าสถานการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 เป็นอย่างไร ที่ผ่านมาได้เห็นความพยายามของทุกภาคส่วน ทั้ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นักวิชาการ และฝ่ายการเมืองที่จะเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิ พร้อมกันนี้นายกฯยังได้ฝากให้ประชาชนที่จะไปลงคะแนนศึกษาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้รอบด้านประกอบการตัดสินใจอย่าไปลงคะแนนตามข้อมูลของใคร นายกฯอยากประชาชนให้ศึกษาวิธีกาบัตรให้ถูกต้อง ไม่ทำให้บัตรเสีย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประชาสัมพันธ์ด้วย

ยันทุกอย่างจะเป็นตามโรดแม็ป

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ขอให้ประชาชนไปใช้สิทธิให้มากที่สุด ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรทุกอย่างจะเดินหน้าไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามโรดแม็ป ขอให้มั่นใจการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการพัฒนาประเทศโดยรวม เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้การเข้ามาควบคุมอำนาจเป็นไปโดยเปล่าประโยชน์ หรือเกิดปัญหาซ้ำรอยอดีต หากประชาชนให้ความร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามกฎหมายประคับประคองสถานการณ์โดยรวมของประเทศ ไม่ยอมให้ผู้ไม่หวังดีสร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย ตลอดจนเสนอแนะและมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศกับรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

คสช.ดูแลความเรียบร้อยเต็มที่

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงภาพรวมการดูแลความเรียบร้อยในวันลงประชามติ วันที่ 7 ส.ค.ว่า คสช.ยืนยันให้เกิดความมั่นใจและสบายใจว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยรักษาบรรยากาศบ้านเมือง ไม่ให้มีเหตุรุนแรงหรือผลกระทบต่อประชาชนในการเดินทางไปใช้สิทธิลงประชามติ สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าห่วง แม้จะเกิดเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่ส่งผลกระทบอะไร เจ้าหน้าที่ควบคุมเหตุการณ์ได้และกำลังเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมาย ขอย้ำว่า คสช.ยังคงยึดโรดแม็ปเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร จึงขอให้ผู้มีสิทธิออกมาลงประชามติตามเจตนารมณ์ ดุลพินิจและความเหมาะสมของแต่ละฝ่าย ในส่วนของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) มีคณะทำงานของแต่ละหน่วยในพื้นที่ แต่ละจังหวัด มีกองบัญชาการติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว

ยังมีพวกปลุกกระแสแต่จุดไม่ติด

พ.อ.ปิยพงศ์กล่าวว่า คสช.ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเห็นต่าง ซึ่งในภาพรวมมีการเคลื่อนไหวอยู่ แต่ไม่สามารถปลุกกระแสให้เกิดความวุ่นวาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถระงับยับยั้งได้ แต่ในส่วนของสังคมออนไลน์ ยังมีภาพความเคลื่อนไหวปรากฏ แต่เชื่อว่าประชาชนมีความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนแนวทางเตรียมการของ คสช.ต่อผลการลงประชามตินั้น หากผ่าน ขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำกฎหมายลูก หาเสียง เตรียมการเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่ผ่านก็คงต้องร่างกันใหม่ หรือนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งและประกาศใช้ก่อนจะหาเสียงเลือกตั้ง โดยทั้ง 2 แนวทางจะยึดตามกรอบเวลาโรดแม็ปของ คสช.คือมีการเลือกตั้งปี 2560

ตร.เข้มป้องปรามประชามติ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศรส.ปต.ตร.) พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม ร่วมกันมอบนโยบายการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.น.

พล.ต.ต.ชยพลกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้สืบสวน หาข่าวภายในพื้นที่รับผิดชอบ จัดกำลังตำรวจลงพื้นที่ในระดับหมู่บ้าน ชุมชน เฝ้าติดตามการลงประชามติ จัดแผนการปฏิบัติ แผนเผชิญเหตุ และวางตัวให้เหมาะสม พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ และประชาสัมพันธ์ ข้อห้าม ข้อกฎหมายต่างๆ รวมทั้งระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อป้องกันการกระทำความผิดร้ายแรงหรือเกี่ยวเนื่องในห้วงเวลาการออกเสียงประชามติ

“บิ๊กปู” ห่วงพื้นที่ภาคเหนือ-ใต้

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า สั่งกำชับตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วให้มีความพร้อมเข้าดำเนินการ ไม่มีจุดใดที่น่าเป็นห่วง ตามกระแสข่าวไม่มีกลุ่มที่เคลื่อนไหวเป็นห่วงก็ทางภาคเหนือและภาคใต้เกี่ยวกับเรื่องการบิดเบือนประชามติ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขออนุมัติหมายจับไปแล้ว 1 ราย ภาคเหนือน่าจะเป็นกลุ่มการเมืองเก่า ภาคใต้กลุ่มพีซทีวี และกลุ่มตั้งศูนย์ปราบโกงฯ วันนี้ ทาง บช.ภ. 5 ก็มีการตรวจค้นอีกหลายจุด ส่วนกรณี แจ้งความดำเนินคดีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยาของนายจาตุรนต์ ฉายแสง ข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหา ที่ สน.สำราญราษฎร์ คาดว่าวันที่ 8 ส.ค. คดีจะมีความคืบหน้า

เตรียมกำลังเต็มสูบกว่าแสนนาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะเดินทางไปสังเกตการณ์ที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี ถือว่าแทรกแซงหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ตอบว่า เป็นเรื่องของ กกต.ที่ต้องสั่งมาว่าให้ตำรวจดำเนินการอย่างไร หากมีการทำผิดกฎหมายตำรวจก็ดำเนินการจับกุม ขณะนี้มีการประเมินแล้วว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิลงประชามติจำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบเรียบร้อยในวันลงประชามติทั้งประเทศจำนวน 1 แสนกว่านาย อยากให้ประชาชนปฏิบัติตาม กกต.ห้าม เช่น เซลฟี่ ก็อย่าไปทำ หากทำตำรวจก็จับอย่างเดียว บังคับใช้กฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์

มท.1 เชื่อไม่มีตุกติกคืนหมาหอน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ต้องรับผิดชอบในทุกพื้นที่ รวมกับศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ที่คอยดูแลโดยรวมในพื้นที่ทั่วไป ประสานงานเจ้าหน้าที่ กกต.ในพื้นที่ หากมีเหตุฉุกเฉินรายงานไปยังศูนย์ที่กระทรวงมหาดไทยได้ทันที ทั้งนี้อยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันมาลงคะแนนออกเสียงประชามติให้มากๆ ส่วนจะออกมาใช้สิทธิกี่เปอร์เซ็นต์นั้น คงไม่สามารถบอกได้ แต่น่าจะมีจำนวนมาก คืนวันที่ 6 ส.ค.ที่ถือเป็นคืนหมาหอน เชื่อว่าไม่มีใครกล้าทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าจะเชิญชวนหรือแสดงความเห็นเพื่อให้ความรู้โดยเที่ยงธรรม คงไม่มีปัญหา หากวิพากษ์วิจารณ์โน้มน้าวอาจขัดต่อกฎหมายได้

“กกต.” สั่งกรรมการหน่วยเป็นกลาง

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่สำนักงานเขตราชเทวี นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วมตรวจเยี่ยมการแจกจ่ายและตรวจนับวัสดุอุปกรณ์การออก เสียงประชามติ ณ สำนักงานเขตราชเทวี โดยนายประวิชได้เน้นย้ำความห่วงกังวลในเรื่องหน่วยออกเสียงภายนอกอาคารที่อาจได้รับผลกระทบหากเกิดฝนตก โดยนายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.เขตราชเทวี ยืนยันว่าได้เตรียมความพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ หลังจากนั้นนายประวิชได้ไปตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยของเขตราชเทวี โดยนายประวิชได้เน้นย้ำกับกรรมการประจำหน่วยว่าขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ วางตัวเป็นกลาง และยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การทำประชามติเป็นไปตามมาตรฐานสากล

พร้อม 100% ห่วงฝนตก-บัตรเสีย

นายประวิชให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กกต.มีความพร้อมในการจัดออกเสียงประชามติ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งการจัดเตรียมหน่วยออกเสียง การจัดส่งหีบบัตร และบัตรออกเสียงที่ตอนนี้ส่งถึงทุกหน่วยแล้ว แต่มีข้อห่วงกังวล 2 เรื่องคือ 1.การจัดออกเสียงในหน้าฝนเกรงว่าจะเกิดฝนตก 2.เรื่องบัตรเสีย ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดบัตรเสียโดยเปล่าประโยชน์ จึงขอให้ประชาชนพิจารณาให้ดี เพราะการทำประชามติครั้งนี้มี 2 ประเด็น และควรกากบาทให้จุดตัดของเส้นอยู่ภายในช่องว่าง ไม่ควรเขียน ข้อความใดๆลงในบัตร นอกจากนั้นยังอยากเตือนประชาชนที่อาจจะติดนิสัยถ่ายรูปเซลฟี่ หากมีการถ่ายรูปเซลฟี่ภายในหน่วยออกเสียงจะทำให้ผิด กฎหมาย และมีโทษ แต่สามารถถ่ายภายนอกหน่วยได้

ย้ำ 3 ทุ่มรู้ผลคะแนนไม่ทางการ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. รักษาการแทนเลขาธิการ กกต. แถลงถึงความพร้อมในการจัดทำประชามติ วันที่ 7 ส.ค.ว่า สำนักงาน กกต.ทุกจังหวัดได้รายงานความพร้อมแล้ว ทั้งในเรื่องวัสดุอุปกรณ์ และบุคลากรต่างๆ ให้กับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) นอกจากนี้ กกต.ได้ไปสังเกตการณ์การแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ ไม่พบปัญหา ส่วนบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงได้แจกใหม่ทั้งหมด เพื่อติดหน้าหน่วยเลือกตั้ง อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ กรณีระบบเซิร์ฟเวอร์ล่ม เพราะบางพื้นที่อยู่ในจุดห่างไกลมีปัญหาการเชื่อมต่อสัญญาณ กกต.กำลังเร่งแก้ไข โดยมีแผนสำรองให้หน่วยเลือกตั้งใช้แฟกซ์ และโทรศัพท์ รายงานผลคะแนนมายัง กกต.กลาง อาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่จะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการภายใน 21.00 น.

ใช้หีบบัตรทั้งหมด 3 ประเภท

นายบุณยเกียรติกล่าวว่า ได้เน้นย้ำไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย และขอให้ใช้เครื่องหมายกากบาทลงในช่องลงคะแนนให้ถูกต้อง โดยขอให้กาเครื่องหมายเป็นเส้นตรง 2 เส้น ตัดกัน ซึ่ง กปน.จะอนุโลมและวินิจฉัยเครื่องหมายที่เป็นเส้นตรงตัดกันทุกรูปแบบ แม้จะไม่ใช้เครื่องหมายกากบาทที่สวยงามก็ไม่ถือเป็นบัตรเสีย ในส่วนของหีบบัตรซึ่งมีปัญหาชำรุดจากการขนส่งบ้าง กกต.ได้เตรียมหีบบัตรสำรองไว้พร้อม โดยการลงคะแนนครั้งนี้จะใช้หีบบัตร 3 ประเภท คือ หีบพลาสติกที่สั่งผลิตใหม่ 5 หมื่นใบ หีบเหล็กและหีบกระดาษที่เคยใช้งานเดิม

งานเข้าระบบรายงานผลล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเตรียมการออกเสียงประชามติตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกันแต่ละจังหวัดทั่วประเทศได้พยายามรายงานการตรวจรับอุปกรณ์การออกเสียงประชามติผ่านแอพพลิเคชั่น Rapid Report แต่ไม่ประสบความสำเร็จโดยกว่าร้อยละ 80 เมื่อกรอกชื่อและรหัส เพื่อจะเข้าระบบไปกรอกข้อมูล พบว่าระบบไม่ตอบสนอง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งสามารถเข้าระบบได้ แต่เมื่อกรอกข้อมูลแล้วข้อมูลไม่ขึ้น ทำให้แต่ละจังหวัดประสานงานมายังส่วนกลางผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อขอทราบแนวทางการแก้ไข แต่ทางสำนักงานก็ไม่สามารถให้ความชัดเจน หรือวิธีการแก้ไขอะไรได้ รักษาการเลขา กกต.จึงได้แจ้งแนวปฏิบัติแก่ทุกจังหวัดกรณีไม่สามารถกู้ระบบได้ว่า การรายงานผลไม่เป็นทางการให้รายงานมาทางโทรสาร (แฟกซ์) แล้วทางสำนักงาน กกต.จะคีย์ข้อมูลเข้าระบบอีกครั้งหนึ่ง

“สมชัย” ยันแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาเวลา 17.15 น. ที่สำนักงาน กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ระบบรายงานการออกเสียงประชามติผ่านแอพพลิเคชั่น Rapid Report มีปัญหาว่า ขณะนี้ได้แก้ไขระบบดังกล่าวกลับคืนมาแล้ว วันที่ 7 ส.ค.ไม่น่าจะมีปัญหา กกต.จะรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจนถึง 95 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลา 21.00 น. และจะขยายเวลาถึง 24.00 น. เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ขอให้เข้าใจว่าการรายงานผลแบบไม่เป็นทางการเป็นคนละระบบกับการรายงานผลแบบเป็นทางการ ซึ่งจะทำงานคู่ขนานกันไป

ขณะเดียวกัน กกต.ได้ปรับปรุงการรายงานผลแบบเป็นทางการให้รวดเร็วขึ้น โดยเตรียมการประชุมเพื่อรับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ส.ค. ขอเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิและร่วมกันสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน หากมีข้อสงสัยก็สามารถทักท้วงได้
ขอให้มั่นใจทำบัตรปลอมยาก

นายสมชัยกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการทำประชามติว่า เรื่องบัตรออกเสียงประชามติขอให้ประชาชนมั่นใจได้ เพราะ กกต.มีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรออกเสียงถึง 5 ขั้นตอน ยืนยันว่าจะไม่สามารถปลอมบัตรออกเสียงได้ ส่วนกรณีการทำเอ็กซิตโพลที่หน้าหน่วยสามารถทำได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยผลสำรวจได้ก่อนเวลา 16.00 น.ของวันที่ 7 ส.ค. ส่วนการจัดยานพาหนะขนส่งประชาชนไปใช้สิทธินั้นภาคเอกชนไม่สามารถทำได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ส่วนหน่วยงานราชการนั้นสามารถทำได้ในกรณีที่เป็นพื้นที่ทุรกันดาร เดินทางยากลำบาก แต่ต้องขออนุญาตจาก กกต. ขณะนี้มีหน่วยงานราชการในพื้นที่ 26 จังหวัดขออนุญาตจัดยานพาหนะขนส่งประชาชนไปใช้สิทธิ โดยส่วนใหญ่เป็นหน่วยทหาร และโรงเรียนทหาร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งทุกครั้ง และหน่วยทหารมักจะอยู่ห่างจากหน่วยออกเสียง ไม่สะดวกที่ทหารจะเดินออกมาเอง จึงถือเป็นการเดินทางทุรกันดาร

เตือนอย่าเล่นโปเกม่อนในหน่วย

นายสมชัยยังกล่าวอีกว่า ขอแนะนำผู้ที่เล่นเกมโปเกม่อน โก ในกรณีที่มีตัวโปเกม่อนหายาก ปรากฏอยู่ในหน่วยออกเสียงขอความร่วมมืองดเล่นเกมดังกล่าวใกล้บริเวณหน่วยออกเสียง หากจะเล่นก็อย่าให้เป็นการก่อความวุ่นวายหน้าหน่วยออกเสียง และขอย้ำว่าจะเข้าไปในหน่วยออกเสียงไม่ได้ เพราะอาจผิดกฎหมายประชามติได้

ชลบุรี-สองแควทยอยรับอุปกรณ์

ที่ศาลาประชาคมอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ผอ.หน่วยออกเสียงประชามติ คณะกรรมการประจำหน่วย และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยจำนวน 144 หน่วยออกเสียงประชามติในพื้นที่ อ.สัตหีบ ทยอยเดินทางมารับหีบบัตรออกเสียงประชามติและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเจ้าหน้าที่ที่มารับหีบบัตรได้ตรวจเช็กวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะเซ็นชื่อกำกับ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอย ดูแลความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ขณะที่ศูนย์ประสานแผนอำเภอเมืองพิษณุโลกซึ่งเป็นจุดรับอุปกรณ์ในการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ในพื้นที่เขต อ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยทยอยมารับอุปกรณ์โดยก่อนรับมีการตรวจสอบเอกสารและตรวจหีบบัตรเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง โดย พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลรักษาความสะดวกและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย โดยแต่ละจุดที่มีการตรวจรับอุปกรณ์ยังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ

อุบลฯ-สุราษฎร์ราบรื่นไร้อุปสรรค

ส่วน จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยายการแจกอุปกรณ์และบัตรใช้ออกเสียงลงประชามติที่ว่าการอำเภอเมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่งานประจำหน่วยออกเสียงได้ทยอยมารับหีบบัตรใช้หย่อนบัตรออกเสียงและอุปกรณ์ต่างๆ นายเธียรชัย พุทธรังษี นอภ.เมืองอุบลราชธานี เผยว่า การแจกอุปกรณ์ประจำหน่วยออกเสียงลงคะแนนประชามติในครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่นไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ

ที่โรงเรียนเทพมิตรศึกษา อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสถานที่รับหีบลงประชามติ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยลงคะแนนในเขตพื้นที่ต่างอำเภอเดินทางมารับหีบรับบัตรลงคะแนนและอุปกรณ์สำหรับการลงคะแนนเสียงประจำหน่วย โดยมีนายอวยชัย อินทร์นาค รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายประเวศ ไทยประยูร นอภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง สุราษฎร์ธานีคอยสังเกตการณ์ใกล้ชิด

กฟภ.เตรียมแผนรับมือไฟดับ

นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA กล่าวว่า ได้เตรียม พร้อมด้านการจ่ายไฟฟ้าในช่วงการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จัดมาตรการป้องกันเป็นพิเศษ เตรียมความพร้อมล่วงหน้าในกรณีที่อาจเกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง จัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน พัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และเครื่องมือสื่อสาร ให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรอง ติดตั้งระบบไฟแสงสว่างฉุกเฉิน สถานที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติด้วย

“ปนัดดา”ลั่นถึงเวลากำจัดสิ่งเลวร้าย

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษ ที่กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองทัพอากาศ ดอนเมือง เมื่อวันที่ 5 ส.ค.โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตลอดอายุราชการ 36 ปี เริ่มต้นรับราชการในเวลานั้น คณะทูตานุทูตและชาวต่างประเทศ ต่างเกรงอกเกรงใจประเทศไทย เมื่อเข้าสู่ยุคที่เรียกกันไปเองว่าประชาธิปไตย การ บริหารประเทศกลายเป็นระบบวงศาคณาญาติ พวก พ้อง และบริษัทส่วนตัว หาผลกำไรเข้าตัว แยกไม่ออกระหว่างส่วนตัวกับส่วนรัฐ เกิดความไม่โปร่งใส ทุจริต ขาดจรรยาบรรณ ผู้นำไม่ยึดหลักคุณธรรม ใช้อำนาจสั่งการเจ้าหน้าที่ของรัฐให้กระทำในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎระเบียบ จนสุดท้ายไปไม่รอด เลวร้าย สุดคือ ยุยงส่งเสริมให้คนไทยแตกแยกเป็นสี เป็นศัตรู ใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินเข้าครอบงำ ถึงเวลานี้เป็นห้วงเวลาสำคัญที่ทุกคนต้องช่วยกันดำรงรักษาประเทศชาติเพื่อลูกหลานไทย

พท.ชวนใช้สิทธิจับผิดนับคะแนน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันที่ 7 ส.ค.ถือเป็นวันสำคัญที่คนไทยทุกคนต้องออกไปเลือกอนาคตที่ยังมีโอกาสเลือกได้ จึงอยากขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ยามปกป้องประชาธิปไตย เชิญชวนออกมาใช้สิทธิกันให้มากๆ ช่วยกันหมั่นออกมาตรวจดูบรรยากาศหน้าหน่วยลงประชามติ ใช้โทรศัพท์มือถือหรือกล้อง บันทึกภาพเหตุการณ์ให้การลงประชามติครั้งนี้เกิดความโปร่งใสและบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด มีแต่ประชาชนที่เป็นความหวังพลังแห่งความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะช่วยทำให้การลงประชามติเกิดความบริสุทธิ์และยุติธรรมที่สุด “7 สิงหาไปลงประชามติไปช่วยกันเฝ้าดูการนับคะแนนหน้าหน่วย”

จี้ ผวจ.-นอภ.วางตัวเป็นกลาง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เชื่อในเกียรติภูมิของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ กว่าจะไต่เต้าขึ้นมาถึงตำแหน่งอันมีเกียรติดังกล่าว ได้ผ่านการมีผู้บังคับบัญชามาจำนวนมาก คงได้เรียนรู้ที่จะรักษาตัวและประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นอย่างดี และทราบปัญหาโครงสร้างการเมืองการปกครองว่าหากกติกาไม่เป็นประชาธิปไตย เราจะอยู่บนโลกใบนี้อย่างลำบาก โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ จึงขอให้ข้อคิดว่าให้วางตนเป็นกลางในการลงประชามติ เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมของบ้านเมือง ซึ่งเป็นหลักที่ข้าราชการทุกคนพึงปฏิบัติ

ผลลัพธ์อาจไม่ตรงใจเหล่าผู้นำ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แสดงความเห็นรับร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกันหมดว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อ คสช.เป็นคนตั้ง กรธ.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วจะมาบอกว่าไม่รับร่างได้อย่างไร แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน เพราะแต่ละท่านที่ออกมาพูด ก็พูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เชื่อว่าประชาชนมีข้อมูลที่จะตัดสินใจเองได้ แม้จะไม่ได้รับรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญกันทุกครัวเรือนก็ตาม โดยมองว่าผลลัพธ์อาจตรงข้ามกับที่รัฐบาล คสช.หวังเอาไว้

“อ๋อย” ปัดภรรยาหาที่ซ่อนให้ “วิศรุต”

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตนเพิ่งทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า ตำรวจเชียงใหม่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ให้ดำเนินคดีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยา ในข้อหาช่วยเหลือผู้อื่นกระทำผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้ที่พำนักโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยกระทำการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม โดยนางจิราภรณ์ต้องสงสัยมีส่วนร่วมในการช่วยซ่อนเร้นแก่นายวิศรุต คุณะนิติสาร ผู้ต้องหากระทำความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่หลบหนีคดีที่มีการนำจดหมายบิดเบือนแจกจ่ายทางไปรษณีย์ใน จ.เชียงใหม่ พาไปฝากที่วัดสระเกศวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.นั้น ภรรยาตนฝากแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซ่อนตัวของนายวิศรุตแต่อย่างใด

เล็งฟ้องกลับคนพูดเท็จใส่ร้าย

“กำลังรอฟังว่าจะมีการตั้งข้อหาใดหรือไม่ และจะมีหมายเรียกหรือหมายจับเมื่อใด หากมีหมายเรียกพร้อมไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและสู้คดีเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ทุกเมื่อ และจะเตรียมฟ้องกลับผู้ที่ใส่ร้าย ให้การเท็จหรือกระทำใดๆให้เสียหายด้วย” นายจาตุรนต์กล่าวและว่า อยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดเดียวว่า คดีใหญ่โตที่เชียงใหม่ ตามที่ตำรวจชี้แจงเป็นแผนผังว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงโทษรวมกันประมาณ 20 ปี คือผู้ที่ซื้อซอง ซื้อแสตมป์ ซื้อซองจดหมาย หรือปิดซอง โดยเอกสารแผ่นเดียวที่เป็นต้นเหตุนั้น ไม่ถูกเปิดเผยเป็นทางการ แต่ที่สื่อมวลชนนำมาลงข่าวเป็นเพียงข้อห่วงใยต่อร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น พ้นวันที่ 7 ส.ค.จะได้เห็นกันว่ามีใจความอย่างไร

“มาร์ค” ขอ ปชช.ตัดสินใจบนเนื้อหา

ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์สุขุมวิท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังบรรยายพิเศษ เรื่อง “บัณฑิตไทยในบริบท : ไทยแลนด์ 4.0” ที่จัดโดยบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงในวันที่ 7 ส.ค.ว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนออกไปใช้สิทธิ ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไร เพราะเมื่อคะแนนประชามติออกมาแล้วจะมีผลผูกพันกับทุกคน ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านก็จะบังคับใช้กับทุกคน แต่ถ้าไม่ผ่านก็ไปจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จึงอยากให้พิจารณาในเนื้อหาสาระของตัวร่างให้มากที่สุด อย่าเอาปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลและ คสช. ก็ยืนยันแล้วว่าไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ ทุกอย่างจะเดินตามโรดแม็ป ส่วนตัวมั่นใจว่าไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะผ่านหรือไม่ สังคมส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้เกิดความวุ่นวายใดๆอีก แต่คนที่ต้องการสร้างความวุ่นวายก็มักมีเงื่อนไขอยู่เสมอ

พร้อมลงเลือกตั้งถ้าร่าง รธน.ผ่าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านการลงประชามติ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ตนไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะไม่เคยวิจารณ์ถึงระบบการเลือกตั้งที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะถ้ากติกาเป็นธรรม มีความเป็นสากลเพียงพอ เราซึ่งเป็นผู้เล่นก็ต้องยอมรับ เมื่อถามถึงกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างอดีต ส.ส.ของพรรคที่มีความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ตรงกัน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่วันนี้เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เป็นประเด็นหลัก สิ่งสำคัญตอนนี้คืออนาคตประเทศ ขอยืนยันว่าไม่มีอดีต ส.ส.พรรคที่เคยร่วมงานกับ กปปส. โทร.มาขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค วันนี้มาวิตกกังวลเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ต้องเอาทิศทางอนาคต ของประเทศชาติให้ชัดเจนก่อนว่าจะเดินไปทางไหน

“สุรินทร์” ชวนคนรุ่นใหม่ไปใช้สิทธิ

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กพรรคประชาธิปัตย์โพสต์ข้อความของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเชิญชวนประชาชนไปลงประชามติว่า “ถึงหนุ่ม สาว คนรุ่นใหม่ชาวไทยทุกคน คุณคือคนรุ่นใหม่ของสังคมไทย และจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในระบบการเมืองที่กำลังอยู่ในช่วงของการออกแบบอยู่ในขณะนี้ พวกคุณล้วนเป็นเจ้าของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเรา และจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในระบบใหม่นี้ต่อไปอีกนาน คุณอาจจะรังเกียจนักการเมืองบางคน หรือไม่พอใจพรรคการเมืองบางพรรค แต่คุณไม่สามารถที่จะมีชีวิตที่ดีได้หากไม่ใส่ใจ ไม่ลุกขึ้นมามีส่วนร่วมทางการเมือง ชีวิตของคุณนั้นล้วนถูกวางกรอบด้วยการเมืองไม่ว่าจะรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นผลจากวิวัฒนาการทางการเมืองในประเทศของคุณเอง ในขณะที่คุณเลือกวิถีชีวิตตามใจชอบได้ คุณก็เป็นผู้กำหนดวิถีทางของการเมืองตามที่คุณต้องการได้เช่นกัน โปรดออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้เพื่อบอกว่าคุณใส่ใจการเมืองความเป็นไปของสังคมของคุณและประเทศไทยที่คุณรัก”

“สุเทพ” อธิษฐานให้ รธน.ผ่าน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า วันที่ 7 ส.ค. วันสำคัญที่เป็นวาระแห่งชาติ กำหนดอนาคตของประเทศด้วยมือของเรา ตั้งใจว่าจะตื่นตั้งแต่เช้า ไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิภาวนา กรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ วีรชนที่เสียสละเลือดเนื้อในการต่อสู้ร่วมกันมา 204 วัน เราจะไปลงประชามติว่ารับหรือไม่รับ ตนตัดสินใจจะตั้งจิตอธิษฐานต่อพระผู้เป็นเจ้า ขอพรให้ประเทศไทย ขอให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติประเทศไทย จะได้เห็นแสงสว่าง จะได้มีการปฏิรูปประเทศไทยขนานใหญ่ ได้เห็นการเมืองที่ดีที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจริงๆ
เเอมเนสตี้ติงละเมิดคนเห็นต่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เเอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเเนล ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์การจัดการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของไทยว่า ยังคงมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ใช้กฎหมายปราบปรามต่อผู้แสดงความเห็นแตกต่างจากรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการสั่งยกเลิกกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับการอภิปรายเรื่องประชามติอย่างน้อย 3 ครั้ง นอกจากนี้ แอมเนสตี้ยังอ้างว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังแจ้งให้อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งยุติแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญด้วย

โพลกระฉูดให้ คสช.อยู่ต่อล้นหลาม

วันเดียวกัน สำนักวิจัยซุปปอร์โพล โดยชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน เปิดผลสำรวจความเชื่อมั่นของสาธารณชน ต่อ ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง หลังดาวพฤหัสฯ พ้นราหู 7 ส.ค. จากกลุ่มตัวอย่างประชาชน 1,274 คน ระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. พบส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.4 เชื่อมั่นว่าบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย ขณะที่ร้อยละ 14.6 ไม่เชื่อมั่น เมื่อถามถึงความภูมิใจของความเป็นคนไทย เปรียบเทียบช่วงที่บ้านเมืองขัดแย้งรุนแรง (ก่อน คสช. และ รัฐบาล เข้ามา) กับช่วงเวลาปัจจุบันยุค คสช. และ รัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.8 ระบุภูมิใจมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 13.8 ระบุภูมิใจลดลง ที่น่าสนใจส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.4 ระบุให้โอกาสรัฐบาล และ คสช. ทำงานต่อไป ขณะที่ ร้อยละ 10.9 ไม่ให้โอกาส ร้อยละ 93.6 ยังกังวลต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองจะกลับมา

ยังกังวลทะเลาะเบาะแว้งไม่ทุเลา

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,321 คน เรื่อง “การเมืองไทย” เมื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมืองไทย ระหว่างก่อนและหลังที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารบ้านเมือง ร้อยละ 44.74 เห็นว่าดีขึ้น ร้อยละ 32.10 เหมือนเดิม ร้อยละ 23.16 แย่ลง ส่วน “การเมืองไทย” ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ร้อยละ 74.49 ระบุ ยังคงมีความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ร้อยละ 64.02 ยังมีปัญหาทางการเมือง นักการเมืองยังเห็นแก่อำนาจและประโยชน์ส่วนตน ร้อยละ 62.53 น่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่วางไว้ ร้อยละ 60.94 มี คสช.ดูแลบริหารบ้านเมืองเหมือนเดิม และร้อยละ 51.22 ถูกจับตามอง ทั้งจากภายในและต่างประเทศ

“ปู” ตื้นตันโพสต์ขอบคุณกำลังใจ

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพบรรยากาศแฟนคลับที่ไปให้กำลังใจที่หน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการเบิกความสืบพยานนัดแรกในคดีโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พร้อมโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ขอขอบคุณกำลังใจจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน ทั้งที่ฝากคำอวยพรและส่งกำลังใจมาให้ผ่านทุกช่องทางในวันสำคัญของชีวิต โดยเฉพาะที่มาให้กำลังใจที่หน้าศาลฎีกาฯ และต้องขอโทษที่ไม่มีโอกาสทักทายได้ทั่วถึง เพราะต้องรีบเตรียมตัวขึ้นเบิกความ แต่รับรู้ได้ถึงแววตาแห่งความเป็นมิตร ความเอื้ออาทรและความห่วงใย เป็นความรู้สึกตื้นตันที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้ รวมถึงขอโทษและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่ศาลฎีกาฯ ด้วยที่ช่วยอำนวยความสะดวก รวมถึงผู้สื่อข่าวทั้งในและต่างประเทศ ยืนยันกำลังใจที่ได้รับทำให้ตนอดทน มุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเอง

“วรงค์” ตามจิกกัดอัด “ปู” โบ้ยสื่อ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ไปให้การในชั้นไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีจำนำข้าวว่า ติดตามคำตอบในศาลกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เคยให้สัมภาษณ์เรื่องเคยเห็นเอ็มโอยูการระบายข้าวแบบจีทูจี ลองอ่านคำตอบของเขาดูครับ “ส่วนที่มีการปรากฏข่าวตามสื่อมวลชนว่า ตนเห็นหนังสือสัญญาจีทูจีนั้น เป็นเรื่องคลาดเคลื่อนในการให้สัมภาษณ์ เนื่องจากมีนักข่าวถามหลายประเด็น แต่ข้อเท็จจริงคือตนไม่เคยเห็นสัญญาจีทูจี ส่วนที่ได้เห็นและได้รับทราบก็เป็นในตามที่ปรากฏใน ครม.เท่านั้น” แสดงว่าโบ้ยว่าสื่อถาม

พร้อมแล้วชี้ชะตาการเมืองไทย วันลงประชามติ 7 ส.ค. รัฐบาลมั่นใจดูแลจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ราบรื่น ปลอดภัย นายกฯฝากประชาชนพิจารณารับหรือไม่รับร่าง รธน.จากเนื้อหาสาระ อย่าคล้อยตามลมปากของใคร... 7 ส.ค. 2559 00:54 ไทยรัฐ