วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยัน ไก่ไทย ไร้ฮอร์โมนเร่งโต ทำเด็กเป็นหนุ่มสาวเร็ว

แพทย์ระบุหลายปัจจัยมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนในสมองเด็ก ย้ำความเชื่อเก่า ฮอร์โมนในไก่ ทำให้เด็กมีภาวะโตเร็ว ด้านสัตวแพทย์ย้ำเทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์ไก่ตามธรรมชาติช่วยอัตราเติบโตของไก่เร็วขึ้น ผนวกมาตรฐานการเลี้ยง การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์และคำสั่งซื้อของประเทศคู่ค้า ที่เข้มงวดด้านความปลอดภัยในอาหาร ล้วนการันตีไก่ไทยไม่ใช้ฮอร์โมน

พญ.อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ ไก่ไทยปลอดภัยไม่ใช้ฮอร์โมน จัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลกสาขาประเทศไทย ว่า เด็กจะเข้าสู่วัยหนุ่มสาวในช่วงอายุ 8-13 ปี เด็กที่มีภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อน 8 ปี จะถือว่าเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย และหากเป็นหนุ่มสาวหลัง 13 ปีไปแล้ว จะถือว่าเป็นหนุ่มสาวช้ากว่าปกติ โดยภาวะโตเป็นหนุ่มสาวเร็วหรือช้านั้น เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ (เช่น โภชนาการ การออกกำลังกาย พฤติกรรมต่างๆ) และโรคภัยไข้เจ็บของเด็ก ซึ่งต้องพิจารณาเป็นองค์รวม

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทางการแพทย์หลายชิ้นยืนยันว่า ภาวะโภชนาการเกินหรือภาวะอ้วนในเด็ก มีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนเจริญเติบโตของร่างกาย และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโตเร็ว ส่วนเนื้อไก่ที่อาจมีคนมองว่าเป็นเหตุให้เกิดภาวะโตเร็วนั้น เป็นความเชื่อเก่า ที่สมัยก่อนมีการฝังฮอร์โมนเลี้ยงไก่ แต่ปัจจุบันมีกฎหมายควบคุมไม่ให้มีการใช้ฮอร์โมนแล้ว ที่สำคัญ ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ใดๆ ระบุว่าเด็กโตเร็วเพราะกินเนื้อสัตว์ปนเปื้อนฮอร์โมนเลย ขณะที่เด็กหลายๆ คนที่ไม่รับประทานเนื้อไก่ก็ประสบภาวะโตเร็วเช่นกัน

ด้าน น.สพ.ศศิ เจริญพจน์ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ ยืนยันว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามีประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 417 /2528 ลงวันที่ 23 กันยายน 2529 เพิกถอนทะเบียนตำรับยาสำหรับสัตว์ Hexoestrol ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ใช้ในสัตว์ปีก หากมีการลักลอบใช้ถือว่าผิดกฎหมาย และกรมปศุสัตว์มีการเฝ้าระวัง ตลอดจนสุ่มตรวจฮอร์โมนในเนื้อสัตว์ปีกเป็นประจำทุกปี โดยสำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ รายงานว่าในช่วงปี 2553–2559 มีการสุ่มตัวอย่างสัตว์ปีกจำนวน 2,192 ตัวอย่าง และไม่พบฮอร์โมนตกค้างแม้แต่ตัวอย่างเดียว

น.สพ.บริสุทธิ์ วรรณสุทธิ์ นักวิชาการ บริษัท คอบบ์ แวนเทรส เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาสายพันธุ์ไก่เนื้อ (สายพันธุ์ COBB) ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า กรณีที่ไก่เนื้อทุกวันนี้โตเร็วกว่าในอดีต เป็นเพราะกระบวนการคัดเลือกสายพันธุ์ตามธรรมชาติ ที่พัฒนาโดยใช้หลักการพื้นฐานวิชาพันธุศาสตร์ โดยไก่จะต้องผ่านเกณฑ์ลักษณะเด่นทางพันธุกรรม จึงจะถูกคัดเลือกเพื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อ เมื่อไก่ที่ได้รับการพัฒนาด้านพันธุกรรมที่ดีแล้ว นำไปเลี้ยงในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ให้อาหารที่มีโภชนาการที่ดีกับการเจริญเติบโตของไก่แต่ละช่วงวัย ภายใต้การเลี้ยงที่ถูกต้อง และมีมาตรฐานการป้องกันโรคที่ดี ไก่เนื้อก็จะแสดงลักษณะภายนอกที่ชัดเจน คือ เติบโตรวดเร็ว และแข็งแรงตามพันธุกรรมธรรมชาติ

ทั้งนี้ การคัดเลือกสายพันธุ์ตามธรรมชาติ (Genetic Breeding) ที่ใช้นั้น แตกต่างกับการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) อย่างสิ้นเชิง และไม่มีอันตรายใดๆ จากเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้อัตราการเติบโตของไก่สูงขึ้นทุกปีๆ ละ 45-50 กรัม โดยปัจจุบันใช้เวลา 6 สัปดาห์ จะได้ไก่ขนาด 2.5 กก. แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมไก่ของโลกจะสามารถเลี้ยงไก่ในเวลา 6 สัปดาห์ จะได้น้ำหนักไก่ถึง 3 กก. โดยไม่มีการใช้ฮอร์โมนใดๆ

ด้าน น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล นักวิชาการ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่อุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทยจะใช้สารเร่งการเจริญเติบโต เพราะผิดทั้งกฎหมายของประเทศไทย และขัดต่อข้อบังคับของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญ อีกทั้งปัจจัยสนับสนุนทั้ง 5 ข้อ ได้แก่ พันธุ์สัตว์ที่ดี อาหารสัตว์คุณภาพดี โรงเรือนและอุปกรณ์ทันสมัย การดูแลด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี และระบบการป้องกันโรคที่ดี ก็ทำให้ไก่เนื้อของไทยเติบโตเร็วอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งใดๆ

ปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับ 4 ของโลก สร้างรายได้จากการส่งออกเนื้อไก่ไปยังนานาประเทศปีละกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องถูกตรวจสอบมาตรฐานสินค้า รวมถึงสารตกค้างต่างๆ จากประเทศคู่ค้าอยู่ตลอดเวลา จนเป็นที่ยอมรับของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสูงมาก จึงมั่นใจได้ในไก่เนื้อของไทยว่าปลอดภัย ไม่ใช้ฮอร์โมน

แพทย์ระบุหลายปัจจัยมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนในสมองเด็ก ย้ำความเชื่อเก่า ฮอร์โมนในไก่ ทำให้เด็กมีภาวะโตเร็ว ด้านสัตวแพทย์ย้ำเทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์ไก่ตามธรรมชาติช่วยอัตราเติบโตของไก่เร็วขึ้น การันตีไก่ไทยไม่ใช้ฮอร์โมน 6 ส.ค. 2559 21:04 ไทยรัฐ