วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐบาลจีนผนึกภาคเอกชน ชูรถยนต์-วัฒนธรรมต้าลี่

ผลิตภัณฑ์-รถบรรทุกและรถไฟฟ้ายี่ห้อ PROJEN และ SOJEN รุ่นต่างๆ ในโชว์รูมที่โรงงานเมืองต้าลี่ มณฑลยูนนาน ส่วนรูปเล็กคือนายหม่า หลี่ปิง ซีอีโอ ของบริษัทยูนนาน ลี่ฟาน จุ้นหม่า เวฮิเคิลส์ ซึ่งมีอายุเพียง 25 ปี.

ตั้งแต่ท่าน “เติ้ง เสี่ยวผิง” เริ่มปฏิรูป-เปิดประเทศตามนโยบาย “4 ทันสมัย” ในปี 2521 เศรษฐกิจจีนก็พัฒนารวดเร็วมั่งคั่ง และหนึ่งใน “จุดแข็ง” ของจีนก็คือ มีรัฐบาลที่แข็งแกร่งมั่นคงซึ่งสนับสนุนธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียว ซึ่ง “อุตสาหกรรมรถยนต์” ก็เป็นหนึ่งในนั้น!

ได้รับเชิญจากบริษัทรถยนต์ “ยูนนาน ลี่ฟาน จุ้นหม่า เวฮิเคิลส์ จำกัด” ไปร่วมพิธีเปิด “ฐานการผลิต ต้าหลี่ เฟิงอี้ ออโตโมบิล” กับการประชุมธุรกิจกลางปี 2016 และพิธีลงนามก่อตั้ง “พันธมิตรอุตสาหกรรมส่วนประกอบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมโปรเจน (PROJEN)” บริษัทลูกของยูนนาน ลี่ฟานฯ ที่เมืองต้าลี่ มณฑลยูนนาน เมื่อ 27-28 ก.ค. ทำให้ได้เห็นจุดแข็งที่ว่านี้ และบางเสี้ยวในอุตสาหกรรมรถยนต์อันมหึมาของจีนซึ่งทำอะไรเล็กๆ ไม่เป็น!

งานนี้มีหุ้นส่วนธุรกิจ ผู้แทนจำหน่าย เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อมวลชนทั้งใน-นอกประเทศไปร่วมนับพันคน โดยบริษัทนี้มีสาขาในหลายเมืองในภาคตะวันตกเฉียงใต้ เน้นผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์ (Commercial Vehicles) และรถไฟฟ้า มีทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ภายใต้ 2 ยี่ห้อ คือ “PROJEN” มีสัญลักษณ์รูปหัวม้า และ “SOJEN” สัญลักษณ์รูปตัว S ส่วนใหญ่ขายในตลาดจีน และส่งขายตลาดต่างประเทศด้วย ทั้งกัมพูชา เวียดนาม เมียนมา ลาว บังกลาเทศ ศรีลังกา และกำลังหาลู่ทางรุกตลาดไทย

หม่า เว่ยเหลียง ประธานสภาประชาชนมณฑลยูนนานที่ 10 วัย 53 ปี ผู้นั่งเก้าอี้ทางการเมืองอีกหลากหลาย ตั้งบริษัท “ต้าลี่ จุ้นหม่า อินดัสตรี แอนด์ เทรด กรุ๊ป” ในปี 2546 กิจการไปได้สวย ผลิตรถแทรกเตอร์ขายดีมาก จึงต่อยอดตั้งบริษัท “ยูนนาน ลี่ฟาน จุ้นหม่า เวฮิเคิลส์ จำกัด” ในปี 2547 ปัจจุบันเขาเป็นประธานบริษัทและให้หม่า หลี่ปิง ลูกชายวัยแค่ 25 ปี เป็น “ซีอีโอ” รับช่วงธุรกิจ

อดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา อดีตนายกฯ เหวิน เจียเป่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำคนปัจจุบัน ล้วนเคยไปเยือนบริษัทยูนนาน ลี่ฟานฯ และคำพูดของสี จิ้นผิง ที่ว่า “เอาชนะการพัฒนาด้วยนวัตกรรม” ก็กลายเป็นหัวใจของบริษัทนี้ ซึ่งชูปรัชญา “นวัตกรรมขับดันการพัฒนา, คุณภาพสร้างแบรนด์ที่ดีกว่า, แบรนด์สร้างอนาคตที่เจิดจ้า”

แม้เป็นอุตสาหกรรมท้องถิ่น PROJEN โตไวมากจนมีพื้นที่กว่า 5,400 ไร่ มีลูกจ้างกว่า 10,000คน มีเทคนิเชียนกว่า 1,500 คน และทำ 4 ธุรกิจหลัก คือผลิตรถยนต์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เทคโนโลยีขั้นสูง วิศวกรรมก่อสร้าง โดยทำทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม การตลาด และกำลังหาลู่ทางทำธุรกิจอื่นๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลข่าวสาร การพิมพ์ 3 มิติ การบินทั่วไป โดยเน้นใช้ “อินเตอร์เน็ต+การผลิตเชิงปัญญา”

บริษัทยังเน้นสนองนโยบาย “อุตสาหกรรม 4.0” และ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (One Belt, One Road) อันโด่งดังของรัฐบาลจีน โดยตั้งเป้าขยายตลาดไปทั่วจีน เอเชียใต้ ตะวันตก ตะวันออกเฉียงใต้ และมุ่งพัฒนาคุณภาพรถยนต์ให้เหนือกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อทำให้แบรนด์ “เมดอิน ไชน่า” เป็น 1 ภายใน ค.ศ.2025

เป็นการ “คิดการใหญ่” สไตล์พญามังกรที่น่าจับตาว่าจะถึงฝันหรือไม่!

จริงๆแล้ว ตลาดรถยนต์ภายในจีนก็ใหญ่มหึมา เพราะจีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน จึงมีอุตสาหกรรมรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลกในเชิงหน่วยการผลิต มากกว่าอียูหรือสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่นรวมกัน จีนมีบริษัทรถยนต์ของจีนเองและที่ร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติหลายพันบริษัท ในปี 2557 ยอดผลิตรถยนต์ทั้งหมดของจีนสูงราว 26% ของทั้งโลก และคาดว่าใน ค.ศ.2030 ตลาดรถยนต์ในจีนเองจะโตขึ้นจาก ค.ศ.2005 ถึง 10 เท่า และใน ค.ศ.2020 รถยนต์ทุกประเภทที่จดทะเบียนวิ่งบนถนนจีนจะสูงกว่า 200 ล้านคัน!

แม้จะไป “ต้าลี่” หรือ “ต้าหลี่” สั้นๆ ก็ประทับใจไม่วาย ปัจจุบัน ต้าลี่ ซึ่งภาษาไทยใหญ่เรียกว่า “แสหลวง” หรือ “มิถิลา” เป็นเมืองเอกของ “เขตปกครองตนเองชนชาติไป๋ ต้าลี่” อยู่ห่างคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนานกว่า 400 กม. เดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลา 4-6 ชม.

ต้าลี่เคยเป็นเมืองหลวงอาณาจักร “หนานเจ้า” หรือ “น่านเจ้า” ดินแดนชาวไป๋ซึ่งนับถืออิสลามเมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน มีภูมิทัศน์สวยงาม ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขา “ชังซาน” และทะเลสาบ “เอ๋อไห่” ทะเลสาบใหญ่อันดับ 2 ของจีน เดิมเป็นรัฐเอกราชก่อนถูกพวกมองโกลยึดครองและต่อมาตกอยู่ใต้อำนาจจีน

ปัจจุบัน ต้าลี่มีทั้งส่วนเมืองเก่าและเมืองใหม่ บ้านเรือนสไตล์ชาวไป๋และชาวอี้ ชนกลุ่มน้อยตั้งแต่โบราณยังเห็นอยู่ทั่วไป มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น เจดีย์สามองค์ที่วัดฉงเชิ่ง กำแพงเมืองเก่า ถนนนานาชาติ ไปจนถึงมหาวิทยาลัยต้าลี่ริมเขาชังซานซึ่งใหญ่โตมโหฬาร มีนักศึกษากว่า 30,000 คน

ไปต้าลี่หนนี้ โชคดีได้ชมเทศกาลคบไฟของชาวอี้ หนึ่งในเทศกาลคบไฟแห่งชาติจีน ซึ่งจัดขึ้นในโรงงานแห่งนี้ มีผู้คนเข้าร่วมนับหมื่น ส่วนเทศกาลคบไฟของชาวไป๋ซึ่งจัดไปแล้วเมื่อ 25 มิ.ย. ยิ่งมีตำนานเร้าใจ

ตามตำนานราชวงศ์ถัง กษัตริย์ “ผีหลอเก๋อ” (พีล่อโก๊ะ) ประมุขอาณาจักรหนานเจ้า 1 ใน 6 รัฐในภูมิภาคต้าลี่ยุคโบราณ หวังผนึก 6 รัฐเข้าด้วยกัน จึงส่งเทียบเชิญประมุขอีก 5 รัฐไปร่วมงานเลี้ยงเพื่อสังหารด้วยการเผาทั้งเป็น แต่พระนางไป๋ เจี่ย พระมเหสีของเติ้ง หยานเจ้า ประมุขรัฐไป๋ รู้ทันจึงห้ามพระสวามีแต่ไม่เป็นผล พระนางจึงได้แต่เอากำไลทองแดงผูกข้อมือเขาไว้เพื่อจะได้จำศพที่ไหม้เกรียมได้

หลังกำจัดศัตรูแล้ว ผีหลอเก๋อหลงเสน่ห์พระนางไป๋ จึงไว้ชีวิตและขอแต่งงาน ซึ่งนางก็แสร้งรับปากเพื่อฝังศพพระสวามีก่อน จากนั้นก็นำกองทัพสู้กับหนานเจ้าแต่พ่ายแพ้ พระนางจึงกระโดดลงทะเลสาบเอ๋อไห่ปลิดชีพตนเองในคืนวันที่ 25 มิ.ย. นั่นคือที่มาของเทศกาลคบไฟชาวไป๋

ประวัติศาสตร์เหล่านี้รัฐบาลจีนนำมาต่อยอดทำการตลาดส่งออกวัฒนธรรมอยู่อย่างเข้มข้น!

"บวร โทศรีแก้ว"

6 ส.ค. 2559 11:38 6 ส.ค. 2559 11:40 ไทยรัฐ