วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันลงมติกติกาสูงสุด “ชี้ขาด”อนาคตประเทศไทย : คำสั่งประชาชน เหนืออำนาจใด

ปฏิทินเวลาเดินมาถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2559

นับเป็นอีกวันสำคัญที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองของประชาชนชาวไทย

กับวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนำโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการฯ อีก 20 คน ทำการยกร่างฯ โดยใช้เวลา 180 วัน มีด้วยกันทั้งหมด 16 หมวด 279 มาตรา

ลุ้นกติกาสูงสุดของประเทศฉบับใหม่จะผ่านหรือโดนคว่ำ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อม สารพัดปมเสียดทาน สัมผัสได้กับบรรยากาศช่วงโค้งสุดท้ายเข้าสู่ทางตรงก่อนถึงวันลงประชามติ

มีประเด็นปั่นป่วนวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน

ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นปมเหตุที่สถานทูตต่างชาติ ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น พม่า ได้เตือนพลเรือนของตนเองในการหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมในวันทำประชามติ

ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยทั้งทหาร ตำรวจ ก็ระดมกำลังดูแลป้องกันเหตุเต็มอัตรา

หลังจากก่อนหน้านี้ ว่ากันตามสถิติที่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยยอดผู้ขัดขวางการลงประชามติทั่วประเทศรวมแล้วปาเข้าไป 58 คดี

และที่แรงๆเลยก็คือกรณีการไล่ล็อกเครือข่ายนัก

การเมืองตระกูลดังในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ถูกกล่าวหาเป็นขบวนการเผยแพร่เอกสารบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ

น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย โดนทหารบุกรวบตัวคาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ โดน 2 เด้ง ทั้งคำสั่งตามมาตรา 44 พักงานไม่มีกำหนดพร้อมดำเนินคดี และทั้งหมดถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร

โดยปรากฏการณ์ “เชือดไก่” ขู่พวกท้าทาย

แต่นั่นก็ยังมีคนกล้าเปิดหน้าแสดงตัว “โหวตโน” โชว์จุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญชัดๆ

โดยเฉพาะพวกที่มีโมเมนตัมสูงๆ กระตุกแรงสั่นสะเทือนในวงกว้าง อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทำให้กระแสของฝ่าย “ไม่รับ” ดูแรงขึ้นทันที

ในขณะที่ “ฝ่ายรับ” ก็สำแดงอาการเต็มที่ แบบที่ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. ออกตัว “ล้อฟรี” ประกาศหนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ สื่อโซเชียลฯตีปี๊บเชียร์กันทุกวัน

ถึงขั้นงัดมุก “แขวนนกหวีด” ตั้งท่าจะระดมพลออกมา ดีว่าโดนฝ่ายความมั่นคง คสช.เบรกซะก่อน

ต่างฝ่ายต่างเดินแต้มตามธง ส่งสัญญาณถึงกองหนุน

“ฝ่ายรับ” กับ “พวกคว่ำ” ทำให้ท็อปบูตทั้งเหนื่อยและเครียดในการคุมสถานการณ์

แต่ก็ยังมีจังหวะคั่นด้วยบรรยากาศขำๆ แบบที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดฉากแถลงโชว์สื่อมวลชน แสดงความพร้อมของอุปกรณ์ในการทำประชามติ

มีการโยนหีบบัตรกล่องพลาสติกที่คุยว่าแข็งแรง แตกโพละต่อหน้าต่อตานักข่าว

เล่นเอาฮาครืนทั้งประเทศ แม้แต่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.เองยังอดขำไม่ได้ กับช็อตหน้าแตกของทีมงาน กกต.

พอเป็นสีสันคั่นฉากซีเรียสได้

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์มาอยู่ตรงช็อตท้ายๆ ช่วงปลายสัปดาห์ ในอารมณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เขียนข้อความด้วยลายมือใส่กระดาษ ฝากผ่าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อสื่อสารผ่านไปถึงประชาชนคนไทย

โดยใจความว่า อย่าเพิ่งกลัวผีที่ยังมองไม่เห็นตัวในการทำประชามติ แต่ให้กลัวผีที่หลอกหลอนมาก่อนหน้า จึงขอให้คนไทยช่วยกันร่ายคัมภีร์หรือคาถาป้องกันผีในอนาคตให้ได้ คาถาป้องกันผีนี้ คือการมีความเข้าใจ ร่วมมือ และก้าวเดินไปพร้อมกัน เพื่อก้าวสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป

กระตุ้นฝ่ายรับร่างฯ เป็นนัย

และถึงที่สุดเลย พล.อ.ประยุทธ์ก็ยืนยันในนามส่วนตัว จะไปลงประชามติในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

โดยจะลงเห็นชอบทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

เปิดไพ่ แบไต๋กันแบบไม่สงวนท่าที

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยปัจจัยแวดล้อมประกอบ ไม่ว่าจะเป็นกระแสขั้วนั้นขั้วนี้ หรือท่าทีของบุคคลที่มีอิทธิพลชี้นำ มาถึงวันนี้ 7 สิงหาคมวันประชามติ

ทุกอย่างก็อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน

เริ่มต้นเปิดหีบตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. ปิดหีบ

ก่อนอื่นเลย นายประวิตร รัตนเพียร กกต.ได้ฝากเตือนผู้มีสิทธิออกเสียงให้ระมัดระวังการเซลฟี่ ถ่ายรูปภายในหน่วยออกเสียงเพราะถือว่าผิดกฎหมาย

เสี่ยงโดนดำเนินคดีได้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

โดยที่ กกต.คาดจะรู้ผลได้อย่างไม่เป็นทางการในเวลาไม่เกิน 21.00 น.

เรื่องของเรื่อง มันมีปมให้ขบกันตั้งแต่ยังไม่รู้ผลคว่ำหรือหงาย กับประเด็นที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วิเคราะห์ล่วงหน้าเป็นเชิงแสดงความกังวล

เรื่องการไม่ยอมรับผลประชามติ

เพราะไม่ว่าผลโหวตจะออกมารับหรือไม่รับ

ร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีแนวโน้มถูกขยายความ แปลความหมายผลคะแนนในทางที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ตามชนวน “หัวเชื้อ” ขัดแย้งสะสมที่ไม่ได้ซาลงไป

และนั่นก็ล้อกันพอดีกับปรากฏการณ์ที่นายสุเทพเปิดปฏิบัติการแฉดักคอ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เตรียมป่วนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติ

โดยอ้างว่าไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อไป

ในขณะที่อดีตนายกฯทักษิณ ก็ส่งอีเมลคำแถลงถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะให้ประชาชนชาวไทยลงประชามติ เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ “งี่เง่าไร้ประโยชน์” จะทำให้คณะทหารสามารถ

กุมอำนาจต่อไปอย่างถาวร และทำให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งในอนาคตไม่สามารถที่จะปกครองประเทศได้

โดยร่องรอยมันก็เป็นอะไรที่พอเห็นเค้าลางเหมือนกัน

เอาเป็นว่า ประเมินกันตามเงื่อนไขของผลการประชามติที่จะออกมาชี้ขาดอนาคตประเทศไทย

ในมุมแรกเลย หากร่างรัฐธรรมนูญพร้อมคำถามพ่วงผ่านด่านทั้งคู่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ คสช.จะเบาเนื้อเบาตัวมากที่สุด เพราะทุกอย่างจะเดินหน้าตามโปรแกรมโรดแม็ป

ไม่ต้องสะดุดกับแรงเสียดทาน

เพราะมันคือการประทับความชอบธรรมของรัฐบาลทหาร คสช.ในการลากเกมอำนาจพิเศษออกไปได้แบบสบายๆ ไร้กังวล

ตรงกันข้ามมันคือการลงโทษนักการเมือง นักเลือกตั้งอาชีพต้องพึงสังวร

พฤติกรรมแบบเก่าประชาชนไม่เอาแล้ว

หรือถ้าออกมามุม ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน แต่คำถามพ่วงไม่ผ่าน โดยสถานการณ์ที่ คสช.ก็อาจจะเบาตัว แต่หายใจได้ไม่ทั่วท้อง เพราะทางหนึ่งร่างรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้ แต่ก็ต้องเคลียร์กระแสประชาชนไม่เอาด้วยกับพิมพ์เขียวลากยาวอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านของทหาร

แต่หากออกในมุม ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แต่คำถามพ่วงผ่าน ตามเงื่อนไขก็จะเข้าทาง คสช.ต้องการให้ออกมุกนี้มากที่สุด เพราะมันคือจุดที่จะเปิดทางให้ทหารสามารถใช้พิมพ์เขียวลากยาวอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านมาปรับใช้ในร่างรัฐธรรมนูญที่หัวหน้า คสช.มีอำนาจในการยกร่างขึ้นมาเองเลย

ทั้งหมดทั้งปวง ในกรณีที่จะเลวร้ายสุดของ คสช.ก็คือหวยออกมาในมุมที่ผลประชามติไม่ผ่านทั้งร่างรัฐ-ธรรมนูญและคำถามพ่วง

โดนโหวตคว่ำหัวทิ่มหัวคะมำ

มันก็หนีไม่พ้นโดนตีปี๊บขยายผล ตอกย้ำประชาชนไม่เอาผลิตผลจากการรัฐประหาร

ไม่ต้องการให้ทหารนำพาประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูป

ยิ่งตามรูปการณ์ ถ้าจำนวนประชาชนออกมาใช้สิทธิแบบถล่มทลาย คะแนนโหวตไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญท่วมท้น ตัวเลขไม่เอาคำถามพ่วงล้นทะลัก

พล.อ.ประยุทธ์และทีมงานก็ยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์เหมือน “กล้วยทับ” ถูกบีบหนัก

แรงกดดันจะยกระดับเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

อ้างเหตุยึดเอาผลประชามติค้ำคอรัฐบาลทหาร

ตามเงื่อนไขที่มากับสถิติประชามติ คสช.ก็ไม่มีทางบ่ายเบี่ยง

เบื้องต้นเลยกับร่างรัฐธรรมนูญที่อยู่ในอำนาจหัวหน้า คสช.ก็หนีไม่ออก ต้องใช้กระแสประชาชนเป็นแนวทางหลักในการยกร่าง นำไปใช้เลือกตั้งตามโรดแม็ป คสช.ลากต่อออกไปได้อีกไม่นาน

ขืนดื้อดึงก็ยิ่งเสี่ยงกับแรงบีบมหาศาล

อำนาจพิเศษ มาตรา 44 ก็ยากจะทัดทานได้

ในเมื่อคำสั่งของประชาชน เหนือกว่าทุกอำนาจ.

"ทีมการเมือง"

6 ส.ค. 2559 11:25 6 ส.ค. 2559 11:25 ไทยรัฐ