วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นับถอยหลังประชามติ: แจ้งจับเมียอ๋อย ช่วยซ่อน แก๊งปลอม รธน.

พาไปหลบในวัดสระเกศฯ กกต.ติงใส่เสื้อ‘รับ-ไม่รับ’ ‘ปู’ขนศาล-ให้การคดีข้าว!

กกต.ตั้งโปรเจกเตอร์จอยักษ์ รับรายงานผลออกเสียงประชามติ รธน. โชว์คะแนนเรียลไทม์แยกรายภาค-จังหวัด “สมชัย” คาด 3 ทุ่ม 7 ส.ค. รู้ผลไม่เป็นทางการ ย้ำเตือน ปชช.ห้ามเซลฟี่ในหน่วยมีสิทธิติดคุกขอร้องอย่าใส่เสื้อแสดงจุดยืน “เยสหรือโน เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ” มาใช้สิทธิ “ประยุทธ์” ย้ำรัฐบาลไม่คิดสืบทอดอำนาจ ลั่นรักษาคำพูด รธน.ผ่านหรือคว่ำลุยตามโรดแม็ป อ้อนคนไทยแห่ไปใช้สิทธิให้ถล่มทลาย ฮึ่มหลังเลือกตั้งอย่าจุดไฟขัดแย้งวุ่นวาย “ปู” ปลุกชาวบ้านใช้สิทธิจะได้ไม่เสียใจภายหลัง “มาร์ค” ขอบคุณ คสช.ยึดสัจจะเดินหน้าประเทศ “ยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลให้การไต่สวนคดีข้าว ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่เคยเพิกเฉยปล่อยให้เจ๊ง ข้องใจถูกเรียกฟ้องแพ่งก่อนคดีอาญา-ป.ป.ช.เร่งชี้มูลความผิดก่อนคดีจีทูจีข้าวเก๊ “บุญทรง” ตร.เชียงใหม่แจ้งจับ “เมียจาตุรนต์” พาผู้ต้องหาปลอม รธน.ซุกวัด

สิ้นสุดการรอคอย คนไทยได้ร่วมกันตัดสินชี้ชะตากำหนดอนาคตประเทศโดยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมความพร้อมการติดตามนับผลการลงคะแนน คาดการณ์จะสามารถรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการได้ภายใน 21.00 น. วันที่ 7 ส.ค.

กกต.คึกพร้อมรายงานผลประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 5 ส.ค. บรรยากาศการเตรียมความพร้อมการทำประชามติของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตลอดทั้งวัน ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่บริเวณลานชั้น 2 ของสำนักงานจัดเตรียมพื้นที่แถลงข่าว รวมทั้งจุดอำนวยความสะดวกให้แก่สื่อมวลชน ที่จะมาเกาะติดการออกเสียงประชามติ รวมถึงการเตรียมความพร้อมการรายงานผลประชามติ ติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ 2 จอ ที่จะเป็นการแสดงผลคะแนนแบบเรียลไทม์ รายภาค รายจังหวัด และกราฟฟิกวงกลมรูปโดนัท ที่จะใช้สีส้มบอกคะแนนไม่เห็นชอบ และสีน้ำเงินบอกคะแนนเห็นชอบ ทั้งประเด็นร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง โดยในการแถลงข่าวของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งในช่วงบ่ายวันเดียวกันมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมากมารอทำข่าวอย่างคึกคัก

“เรืองไกร” ร้องสอบราคาหีบบัตรแพง

เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นำกล่องพลาสติกขนาดใกล้เคียงกับหีบบัตรลงคะแนนประชามติของ กกต. มามอบให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ผ่านเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบราคาที่ กกต.จัดซื้อ เนื่องจากกล่องที่มีขนาดและคุณสมบัติใกล้เคียงกันซื้อได้ในราคาขายปลีก ใบละ 215 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อหีบบัตรลงคะแนนประชามติของ กกต.เพียง 5 หมื่นใบ แต่มีหน่วยลงคะแนนกว่า 9 หมื่นหน่วย จึงขอให้ กกต.ชี้แจงด้วยว่าจะใช้หีบบัตรลงคะแนนแบบใด นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ สตง. และ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย

“สมชัย” เตือน “เทือก–ตู่” หยุดจ้อ

ต่อเวลา 14.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังสิ่งที่ต้องพึงระวังในช่วงวันออกเสียงประชามติว่า ต้องไม่มีการแจกจ่ายสุราตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ส.ค. ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ทั่วราชอาณาจักร ขณะเดียวกันการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ส.ค. จนถึงเวลา 16.00 น.ของวันที่ 7 ส.ค. ขอความร่วมมือให้นำเสนอเรื่องการรณรงค์การออกเสียงประชามติเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญดีหรือไม่ดีอย่างไร หรือควรรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ขอความร่วมมือผู้ทำกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ขอให้ยุติการจัดรายการ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 6 ส.ค.เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารด้วยตัวเอง แม้ไม่มีข้อห้ามตามกฎหมาย แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยงกลายเป็นความผิดได้ จึงขอร้องให้ทั้ง 2 ท่านยุติ

ไม่ควรใส่เสื้อ Yes–No ไปใช้สิทธิ

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนประชาชนไม่ห้ามใส่เสื้อที่มีข้อความ yes หรือ no รับหรือไม่รับ เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ แต่ขอความร่วมมือ ไม่จำเป็นไม่ควรใส่เสื้อที่มีข้อความแสดงจุดยืนออกมาใช้สิทธิ เพราะหากเกิดความวุ่นวาย เช่น การโต้เถียง ชกต่อยจะกลายเป็นประเด็นก่อความวุ่นวาย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) สำหรับการถ่ายภาพ ทำนอกหน่วยได้ แต่ขอให้สังเกตอาณาเขตพื้นที่ลงคะแนน จะมีเชือกกั้นแถบสีเหลือง รวมทั้งห้ามถ่ายภาพการลงคะแนน ห้ามเซลฟี่ในหน่วย เพราะจะผิดกฎหมายอาญาชัดเจน มีโทษจำคุก ส่วนการถ่ายภาพผลการนับคะแนนทำได้ โดยขอให้ประชาชนช่วยกันถ่ายภาพผลการนับคะแนนโพสต์ลงเฟซบุ๊ก แล้วติด #ผลประชามติ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและองค์กรต่างๆ ตรวจสอบว่าคะแนนตรงกับที่ กกต.รายงานหรือไม่

3 ทุ่ม 7 ส.ค.รู้แน่รับ–ไม่รับร่างรธน.

นายสมชัยกล่าวว่า สำหรับการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ จะไม่สามารถนำไปอ้างอิงได้ เพียงแต่บอกแนวโน้มที่ กกต.คาดการณ์ว่า ภายในเวลา 21.00 น.วันที่ 7 ส.ค. จะทราบผลร้อยละ 95 และถ้าหากผลคะแนนห่างกันเกินกว่า 1 ล้านคะแนน ค่อนข้างมั่นใจว่าผลคะแนนอย่างเป็นทางการไม่น่าพลิกไปจากนี้ แต่ถ้าห่างกัน 6-7 แสนคะแนน ทำให้คะแนน 5 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือจะมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะชนะวันนี้อาจจะแพ้ในอีก 3 วัน ซึ่งเป็นวันประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ กกต.จะมีการประกาศผลเป็นทางการเพียงครั้งเดียวไม่มีการประกาศซ้ำหลายครั้งเหมือนสมัยรุ่นพี่ที่ทำมา เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กกต.จะลงนามทั้ง 5 คนเพื่อส่งนายกรัฐมนตรีดำเนินการตามสมควรต่อไป

ผวาเหตุป่วน 3 จว.ใต้ก่อนวันจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัยยังได้สอบถามถึงกล่องพลาสติกที่นายเรืองไกร นำมามอบให้กกต.ทดแทนหีบบัตรที่นายสมชัยทำแตกว่า อยู่ที่ไหนตนอยากเห็นจะได้นำมาทุ่ม ไม่ทราบว่าหีบบัตรประชามติที่ กกต.ซื้อสูงกว่าราคาตลาดหรือไม่ เพราะการจัดซื้อเป็นเรื่องสำนักงานจากการประกวดราคาตามปกติ แต่ยืนยันว่าทุกหน่วยมีหีบบัตรเพียงพอแน่นอน ส่วนใครที่บอกว่าหีบกระดาษทนทานกว่าขอให้มาแถลงข่าวพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม กังวลว่าจะเกิดเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในคืนวันที่ 6 ส.ค.ขนาดวันที่ตนไปจัดบิ๊กเดย์ที่ จ.ปัตตานียังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ 2 จุด

นายกฯ–ผบ.เหล่าทัพร่วม 129 ปี จปร.

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ร.ร.นายร้อย จปร.) เขาชะโงก จ.นครนายก พล.อ.หญิงสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีวันคล้ายวันกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าครบ 129 ปี พร้อมทรงวางพานพุ่มและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรม ราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ณ ศาลาวงกลม ก่อนเสด็จเข้าหอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นประธานพิธีถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 10 รูป โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และนายทหารชั้นผู้ใหญ่เฝ้ารับเสด็จ ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงเช้ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ศิษย์เก่า ร.ร.นายร้อย จปร.วางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมรูป ร.5 มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.

ย้ำรัฐบาลไม่คิดสืบทอดอำนาจ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเป็นศิษย์เก่าที่นี่ และเคยเป็นทหาร ใส่เครื่องแบบทหารนอกราชการมาใน 2 สถานะคือ ตำแหน่งนายกฯ และในฐานะศิษย์เก่า อยากพูดในฐานะหัวหน้า คสช.ว่า เราเข้ามาเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยมากขึ้นจนมีเสถียรภาพ เพื่อเดินหน้าประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ประเทศมีบทเรียนที่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนและมีรัฐธรรมนูญ รัฐบาลและ คสช.เดินหน้ามาโดยลำดับทุกอย่างก้าวหน้า แต่ปัญหาความขัดแย้งยังมีอยู่ รัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาก็มีทั้งดี ดีมากและดีน้อย แต่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนถูกใจคนได้ 100% คงเป็นไปได้ยาก รัฐบาลไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ตนพูดเสมอว่าเราจะต้องเลือกตั้งปี 2560 เพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้ทั้งในและต่างประเทศ อยากให้เข้าใจว่าเราต้องการเดินหน้าประเทศ ทำอย่างไรให้ประเทศชาติมีเสถียรภาพอีกอย่างน้อย 5 ปี

แสลงใจไม่อยากให้เรียก รธน.ทหาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้มองว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการร่างโดยทหาร แต่เป็นการร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ทหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยนำเอาพื้นฐานของเดิม ปัจจุบันและอนาคตมาใส่ไว้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ทุกอย่างจะเป็นแบบเดิม จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาให้ได้ เพื่อให้ทันตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ ยืนยันว่าประชาชนมีส่วนร่วมตามขั้นตอนอยู่แล้ว มีเพียงบางพวกเท่านั้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ ไปบังคับไม่ได้ ส่วนการทำประชามติถ้าคิดว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ตนไม่จำเป็นต้องไปประกาศไว้แบบนั้นทั้งให้มีการเลือกตั้ง และการทำประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) กำหนดไว้ชัดเจน สิ่งที่จะเกิดขึ้น 2 วันข้างหน้านี้ถือเป็นอนาคตของประเทศ อย่าให้ใครมาบิดเบือนหรือชี้นำในทางที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ประชาชนอดทนสักระยะหนึ่ง อย่าขัดแย้งกันด้วยเรื่องการลงประชามติ

อ้อนคนไทยไปใช้สิทธิให้ถล่มทลาย

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติตอนหนึ่งว่า วันที่ 7 ส.ค.นี้ เป็นวันออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเครื่องมือนำไปสู่การเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาล ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็ยังไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้ ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปออกไปใช้สิทธิให้ถล่มทลายให้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ขอร้องท่านไปให้เต็ม ไม่ต้องกลัว

ผ่านหรือคว่ำ ลต.ตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แต่ใครก็ตามที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย อลหม่าน เกิดการบาดเจ็บสูญเสีย จะลงโทษอย่างเด็ดขาด อย่าให้โอกาสนี้เป็นประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ เป็นวิกฤตการณ์ทำร้ายประเทศ ถ้า “ผ่าน” จะมีการประกาศใช้จัดทำกฎหมายที่จำเป็นต่อการเลือกตั้ง แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป ภายในปี 60 ถ้า “ไม่ผ่าน” เรายังมีความจำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ดี จะต้องทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่ให้กระทบกับโรดแม็ป หลายคนจับจ้อง ถ้าตรงนี้มันไปไม่ได้ ท้ายสุดต้องกดดันรัฐบาล คสช.อยู่ดี

ฮึ่มหลังเลือกตั้งอย่าจุดปมวุ่นวาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้วิตกกังวลกับสถานการณ์ ประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงด้วยความขัดแย้งโดยการลงประชามติไม่ได้ ตนไม่ยอมอยู่แล้ว ประโยชน์ของบ้านเมืองต้องมาก่อนประโยชน์ส่วนบุคคล ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน คงต้องรักษาคำพูด จะอยู่เคียงคู่พี่น้องประชาชนต่อไปเท่าที่เวลาเปิดโอกาสให้ทำ เพื่อจะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตราบจนกระทั่งส่งต่อภารกิจให้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งได้เรียบร้อย โดยไม่มีการสืบทอดอำนาจ จะไม่ยอมให้ผู้ใดก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย ฉวยโอกาสทำผิดกฎหมาย สร้างความขัดแย้งหรือขัดขวางการพัฒนาและการปฏิรูปประเทศเป็นอันขาด เมื่อผลการออกเสียงประชามติปรากฏชัดเจนไม่ว่าจะเป็นประการใด คสช.และรัฐบาลจะได้ชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้ทราบ จะได้คลายกังวลผ่านทางสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

มท.สั่งแจงถี่ยิบสกัดข่าวลือบิดเบือน

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า มั่นใจว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่จะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด วันที่ 7 ส.ค. ส่วนกลางจะตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประชามติ ที่ห้องประชุมชั้น 5 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

วันเดียวกัน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ด้วยปรากฏว่ายังคงมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวงบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า หากการลงประชามติผ่านไปได้จะมีการปฏิรูปหรือลดทอนอำนาจหน่วยราชการหรือยุบเลิก อปท.หรือยกเลิกโครงการกองทุนต่างๆของรัฐรวมทั้งโครงการสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย สร้างความสับสนและความไม่มั่นใจ ขอให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร อปท.ชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อทุกช่องทางในพื้นที่อย่างกว้างขวาง โดยเน้นย้ำบ่อยๆ จนถึงเวลา 18.00 น.วันที่ 6 ส.ค. สำหรับการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามพื้นที่หมู่บ้านชุมชนเพื่อป้องกันเฝ้าระวังไม่ให้มีการก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนขณะและหลังวันเวลาลงประชามติ

“วิษณุ” ออกตัวเขียนนิยายเก่งกว่า รธน.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ หลังวันที่ 7 ส.ค.รัฐบาลจะหารือแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป หากร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่าน คสช.จะไม่อยู่ต่ออีก 5 ปี คสช.และ ครม.จะสิ้นสุดลงเมื่อเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ ต้องเตรียมสังคายนาคำสั่ง คสช.ทั้งหลายตั้งแต่รัฐธรรมนูญผ่าน ส่วน สปท.ต้องสลายตัวไปภายใน 4-5 เดือน หากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน สนช.จะอยู่จนถึงมีการเลือกตั้ง ไม่มีการแปรสภาพเป็น ส.ว.แน่นอน เนื่องจาก สนช.ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ อีกทั้ง ส.ว.ต้องคัดคนที่เหมาะสมอีกแบบหนึ่งไม่เหมือน สนช. แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ความยุ่งยากเรื่องธุรการขั้นตอนต่างๆจะมากขึ้น เพราะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะหาใครมาร่าง จะร่างโดยวิธีใด ใช้เวลาเท่าไร เมื่อถามว่าจะรับร่างเองหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ที่ประชุมร่วม ครม.-คสช.จะหาคนมาร่างแทนจนได้ แต่ส่วนตัวเขียนนิยายเก่งกว่าเขียนรัฐธรรมนูญ

“ปู” ปลุกคนใช้สิทธิจะได้ไม่เสียใจทีหลัง

เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.ว่า การลงประชามติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมา จะนับคะแนนเฉพาะคนที่มาใช้สิทธิเท่านั้นว่า จะเลือกอนาคตประเทศให้ไปทางใด อยากให้ทุกคนทำเต็มที่จะได้ไม่เสียใจกับผลที่ออกมา เชื่อว่าทุกคนห่วงในเรื่องความโปร่งใสการทำประชามติในครั้งนี้ เพราะเป็นการตัดสินใจอนาคตของประเทศ อยากให้ประชาชนพิจารณาเนื้อหาทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อใช้วิจารณญาณได้อย่างเต็มที่ และไม่ขอแสดงความเห็นหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ขอให้ผลลงคะแนนออกมาก่อน ทุกคนต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ หากทุกคนใช้สิทธิเต็มที่ จะได้ผลที่สะท้อนความ ต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หากมาใช้สิทธิน้อยผลที่ได้จะไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการในหลักของประชาธิปไตย

“มาร์ค” ขอบคุณ คสช.เดินตามโรดแม็ป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนไปใช้สิทธิในการลงประชามติในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ไม่ว่าท่านจะคิดหรือมีความเห็นอย่างไร พึงพอใจกับกระบวนการประชามติหรือไม่ เพราะในที่สุดผลการลงคะแนนในวันที่ 7 ส.ค.จะผูกพันทุกคนในการกำหนดกฎหมายสูงสุดของประเทศ ขอขอบคุณรัฐบาลและ คสช.ที่ยืนยันว่า ไม่ว่าผลของการลงคะแนนจะเป็นอย่างไร จะเดินหน้าประเทศตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวและโรดแม็ป และมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศจะไม่ยอมให้คนกลุ่มเล็กๆที่ต้องการเห็นความวุ่นวายในบ้านเมืองไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ ประสบความสำเร็จในการสร้างความปั่นป่วน การตัดสินใจในการลงประชามติจะได้อยู่บนพื้นฐานของเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ

จับเลขาฯนายกช้างเผือกส่งตำรวจ

เวลา 15.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ นำตัวนางเนติธัช อภิรติมัย อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ถนนสนามบินเก่า ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ เทศบาล ตำบลช้างเผือก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารเลขที่ 45/2559 ในข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ส่งมอบให้ ร.ต.อ.ธิติ เปฏะพันธุ์ รอง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำวันตามขั้นตอนหลังคุมตัวครบ 7 วัน ก่อนประสาน พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฎร์ ผกก.สอบสวนกลุ่มงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ รับตัวไปดำเนินคดี

ทั้งนี้ มีรายงานว่าการจากการสืบสวนทราบว่า นางเนติธัชเป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวโยงกระทำความผิดเผยแพร่จดหมายส่งไปรษณีย์ในหลายพื้นที่ในภาคเหนือ มีเนื้อหาในลักษณะบิดเบือนร่าง รธน. โดยกระทำการร่วมกับ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ทั้งนี้นางเนติธัชได้ทำจดหมายขึ้นมา 7,562 ฉบับ ขณะเดียวกันแนวทางการสืบสวนพบความ สัมพันธ์ว่านางเนติธัชนั้นสนิทสนมกับนายคเชน เจียกขจร นายกเทศมนตรี ตำบลช้างเผือก โดยทำหน้าที่เป็นเลขานุการของนายคเชนด้วย

แจ้งจับ “เมียจาตุรนต์” ซุกผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฎร์ ผกก. (กลุ่มงานสอบสวน) บก.ภ.จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ให้ดำเนินคดีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยานายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ ในข้อหาช่วยเหลือผู้อื่นกระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนักโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยกระทำการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม โดยนางจิราภรณ์ต้องสงสัยมีส่วนร่วมในการช่วยซ่อนเร้นแก่นายวิศรุต คุณะนิติสาร ผู้ต้องหากระทำความผิด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่หลบหนีคดีที่มีการนำจดหมายบิดเบือนแจกจ่ายทางไปรษณีย์จำนวนมากใน จ.เชียงใหม่ โดยพาไปฝากที่วัดสระเกศวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.

“ปู” ขึ้นศาลคดีปล่อยโกงข้าว

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ที่ศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และทีมทนาย เดินทางไปขึ้นศาล ซึ่งศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยปากแรกฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว โดยมีบรรดาแกนนำพรรค เพื่อไทย และอดีต ส.ส. อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.การต่างประเทศ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และมวลชนจำนวนมากมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมร้องเพลง “ของเธอ” และเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ตะโกนเชียร์ยิ่งลักษณ์สู้ๆท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกำลังตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย

กังขารีดค่าเสียหายก่อนคดีอาญา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นสืบพยานว่า มั่นใจในการนำเสนอพยานเอกสาร และพยานบุคคลต่อสู้คดีโดยจะทำให้เต็มที่เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ทำอะไรผิดตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนการเรียกค่า เสียหายทางละเมิดจริงๆแล้วต้องให้คดีอาญาเสร็จสิ้นก่อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารที่ตนได้ร้องขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมการความรับผิดทางละเมิดไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา และการฟ้องร้องค่าเสียหายต่างๆนั้นตนได้พ้นจากภารกิจหลังปฏิวัติแล้วช่วงนั้นไม่ได้ดูแลรับผิดชอบ จึงต้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย ยืนยันโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่มีประโยชน์และเราต้องการช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง

แถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากนั้นเวลา 09.30 น. ศาลเริ่มการไต่สวน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเพื่อแถลงเปิดคดีตามเอกสารเพาเวอร์พอยต์ที่จัดเตรียมไว้ สรุปประเด็นสำคัญ 6 ข้อ ให้องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนพิจารณา ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเมื่อแถลงนโยบายต่อสภาย่อมมีผลผูกพันที่ ครม.ต้องปฏิบัติ ให้ความคุ้มค่า ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลกำไร หากจะคิดเพียงกำไร-ขาดทุน ทุกโครงการก็มีผลขาดทุนหมดต้องทำเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ยกระดับข้าวไทย ส่วนที่กำหนดราคารับจำนำ 15,000-20,000/ตัน เพื่อให้มีรายได้เทียบเท่ารายได้ขั้นต่ำวันละ 300 บาท รับจำนำข้าวทุกเมล็ดก็เพื่อให้สิทธิชาวนาทุกรายไม่เลือกปฏิบัติ ข้อกล่าวหาว่าบิดเบือนกลไกตลาดนั้นไม่เป็นความจริง เพราะปีแรกมีเกษตรกรเข้าสู่โครงการ 58% ปีถัดมายังมีถึง 50% ดังนั้นจำนวนข้าวอีกครึ่งพ่อค้าคนกลางสามารถซื้อจากเกษตรกรได้ตามปกติ

ยืนกรานไม่เพิกเฉยละเลยให้เจ๊ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การระบายข้าวอ้างอิงจากราคาตลาดโลกในการส่งออกและตามรายงานศึกษาของหน่วยงานทั้งไทย-ต่างประเทศ ระบุว่ามีความคุ้มค่า ชาวนามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นและหนี้ลดลง ดังนั้นการที่ ป.ป.ช.นำรายงานของอนุกรรมการปิดบัญชีระบุว่าโครงการได้รับความเสียหายจึงไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้มีหน้าที่ประเมินความคุ้มค่า ยิ่งไปกว่านั้น ป.ป.ช.กล่าวหาตนทราบเรื่องปิดบัญชีแล้วแต่ไม่ยกเลิกโครงการนั้นไม่สมเหตุสมผล โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง ยืนยันกับตนว่าโครงการไม่มีความเสียหายยังอยู่ในกรอบการเงินการคลัง และมีประโยชน์โดยรวม ที่ ป.ป.ช.กล่าวหาตนนั้นยังไม่มีพยานชัดเจนว่า มีความเสียหายในพื้นที่ไหน และมีใครเป็นผู้กระทำผิด โครงการจำนำข้าวมีการป้องกันความเสียหายด้านการคลังและงบประมาณอย่างเคร่งครัด มติ ครม.กำหนดวงเงินหมุนเวียนไม่เกิน 500,000 ล้านบาท และเงินกู้ไม่เกิน 20% ทำประกันภัยข้าว ตนจึงไม่ได้ละเว้นเพิกเฉยให้เกิดความเสียหาย ตนไม่เคยละเลยการตรวจสอบจำนวนข้าวแต่ทำหน้าที่เป็นไปตามกรอบ

ข้องใจ ป.ป.ช.เร่งชี้ผิดก่อน “บุญทรง”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า การระบายข้าวแบบจีทูจี ตนตั้งคณะอนุกรรมการมาไต่สวนและมีการปรับ ครม. แทนที่ ป.ป.ช.จะเร่งรีบไต่สวนของนายบุญทรง ในฐานะผู้ปฏิบัติงานกลับกล่าวหาตนก่อนในฐานะผู้ให้นโยบายเป็นการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม การแจ้งข้อกล่าวหากับการไต่สวนของ ป.ป.ช.มีเอกสารเพียง 49 แผ่นไม่มีหลักฐานว่าตนกระทำการไม่ชอบหรือทุจริต สรุปสำนวน 2 เดือนเศษแต่โครงการอื่นใช้เวลา 5 ปี ขณะที่คดีนายบุญทรง ใช้เวลา 8 เดือนเศษ หลังจากสรุปสำนวนตน เป็นการเร่งรัดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมทั้งนำเอกสารที่มีเพิ่มอีก 60,000 แผ่นที่ไม่ได้ไต่สวนชั้น ป.ป.ช.มาปรักปรำกับที่จะมีการส่งเอกสารละเมิดคดีแพ่งทั้งที่คดีอาญายังไม่มีข้อยุติ พยานโจทก์และ ป.ป.ช.มีแต่ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อโครงการจำนำข้าว และโจทก์ยังนำหลักคิดกำไร-ขาดทุนมาประเมินกับโครงการรัฐที่ช่วยเหลือโดยไม่ยึดความคุ้มค่า อีกทั้งพยานโจทก์ยังให้การแตกต่างและขัดแย้งกันเองกับเอกสาร ส่วนปัญหาข้าวสารถุงได้มอบหมายนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว. พาณิชย์ ตรวจสอบ แล้วในที่สุดมีการยกเลิก ทั้งนี้ตนยืนยันไม่ได้เพิกเฉยหรือยินยอมให้มีการทุจริต

งง ปธ.นบข.ยึดเวลามากกว่ายุติธรรม

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า พบเอกสารของคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ฉบับหนึ่งจึงขอตั้งข้อสงสัยว่า ที่กล่าวถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดที่ระบุว่า ประธาน นบข.ให้ข้อสังเกตว่า หน้าที่ของคณะกรรมการคือ ประเมินความเสียหายและนำส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังตั้งเรื่องโดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นความยุติธรรม แต่ต้องดำเนินการตามกรอบเวลาให้ทันการส่งฟ้อง มิฉะนั้นจะถือเป็นความบกพร่องของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นตนจึงหวังให้ศาลเป็นที่พึ่งให้ความเป็นธรรม

อัยการจี้จุดยกเลิกโครงการอื่นได้

ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงเปิดคดีเสร็จ นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักการสอบสวน ในฐานะคณะทำงานคดีจำนำข้าว ได้ซักค้าน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่า มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเกิดปัญหาและเข้าใจการใช้อำนาจยับยั้งโครงการ เมื่ออัยการถามว่า เหตุใดจึงมีการยุติโครงการบริหารจัดการน้ำและปรับปรุงเปลี่ยนหลักเกณฑ์เงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า กรณีที่โครงการบริหารจัดการน้ำต้องยุติไปเพราะทำตามคำสั่งของศาลปกครอง ส่วนการจัดการกองทุนน้ำมันเป็นคนละภารกิจที่ไม่อาจนำมาเทียบเคียงได้ อัยการถามอีกว่า จำเลยอบรมหลักสูตรวิทยาลัยตลาดทุน รุ่นเดียวกับนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ อดีตรองอัยการสูงสุด (ประธานคณะทำงานร่วมอัยการและ ป.ป.ช.) และจำเลยได้รับเลือกเป็นประธานรุ่นด้วย หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบยอมรับว่า ได้เข้าอบรมจริง แต่บุคคลที่ร่วมอบรมมีหลากหลายและมี ป.ป.ช.ด้วย แต่ไม่สนิทกับใครเป็นพิเศษ

สนช.บี้ป้อนกระทู้ทวงค่าจำนำเจ๊ง

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็นประธานที่ประชุม พิจารณากระทู้ถามของนายสมชาย แสวงการ สนช.ถามนายกฯถึงการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ชี้แจงแทนนายกฯว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการฯยืนยันตัวเลขปิดบัญชี ณ วันที่ 30 ก.ย.58 ขาดทุน 7.45 แสนล้านบาท จำนวนข้าวรวม 85 ล้านตัน แยกเป็นสมัยก่อนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ขาดทุน 163,000 ล้าน สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขาดทุน 536,000 ล้าน สรุปส่งฟ้องได้ภายในเดือน ส.ค.ส่วนกรณีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว. พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และพวกรวม 23 คนนั้น กระทรวงพาณิชย์พบเสียหาย 2.57 หมื่นล้านบาท มีนักการเมือง 3 คน และข้าราชการ 3 คนเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างออกคำสั่งเรียกชดใช้ค่าเสียหาย

กกต.ตั้งโปรเจกเตอร์จอยักษ์ รับรายงานผลออกเสียงประชามติ รธน. โชว์คะแนนเรียลไทม์แยกรายภาค-จังหวัด “สมชัย” คาด 3 ทุ่ม 7 ส.ค. รู้ผลไม่เป็นทางการ ย้ำเตือน ปชช.ห้ามเซลฟี่ในหน่วยมีสิทธิติดคุกขอร้องอย่าใส่เสื้อแสดงจุดยืน 6 ส.ค. 2559 05:50 ไทยรัฐ