วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หมายจับเพิ่ม 19 ธรรมกาย! ขวางดีเอสไอ ฟัน 'ธัมมชโย' ใช้ยุทธภัณฑ์

หมายจับเพิ่ม 19 ธรรมกาย! ขวางดีเอสไอ ฟัน 'ธัมมชโย' ใช้ยุทธภัณฑ์

  • Share:

ตำรวจแถลงสรุปเอาผิดธัมมชโยกับพวกรวม 4 ราย ในข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ขัดขวางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดนด้วย ล่าสุดออกหมายจับเพิ่มอีก 19 ราย หลังจากก่อนหน้านี้ออกหมายจับไปแล้ว 10 คน ส่วนใหญ่เข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้วและให้การปฏิเสธ ด้านทนายพระมหาศาสนมุนี หรือเจ้าคุณแป๊ะ เผยรอหมายเรียกจากดีเอสไอ ในคดีร่วมกันครอบครองรถเบนซ์โบราณ ถ้าส่งมาก็พร้อมไป แต่ยังไม่รู้ว่าจะเรียกไปในฐานะอะไร เป็นพยานหรือผู้ถูกกล่าวหา เตรียมเปิดแถลงข่าวแจงรายละเอียดเรื่องนี้แล้ว ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ที่วัดปากน้ำ

ตำรวจแถลงผลที่ประชุมสรุปเอาผิดพระธัมมชโย และพวกรวม 4 คน ในข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์ทหาร (ลวดหนามหีบเพลง) รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมที่ขัดขวางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอีกจำนวนหนึ่ง เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 ส.ค. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.เศรษฐกรณ์ ชัยวีระวงศ์ รอง ผกก.ป.สภ. คลองหลวง และ พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้ร่วมกันแถลงข่าว ผลการดำเนินคดีวัดพระธรรมกาย สืบเนื่องจากวันที่ 16 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำหมายค้นของศาล เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร โดยมีกลุ่มมวลชนเข้ามาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า ในเรื่องผลการดำเนินคดีวัดพระธรรมกาย ได้เคยแถลงข่าวไปแล้ว 2 ครั้ง จะเห็นได้ว่าสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ขอเรียนว่าปัจจุบันคดีต่างๆ มีความคืบหน้าไปมาก คดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขณะนี้เหลืออยู่เพียง 2 คดี ได้แก่คดีความผิดเกี่ยวกับการครอบครองยุทธภัณฑ์ (ลวดหนามหีบเพลง) และคดีความผิดเกี่ยวกับการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน แต่ละคดีมีความคืบหน้าดังนี้

ในคดีเกี่ยวกับการครอบครองยุทธภัณฑ์ (ลวดหนามหีบเพลง) ผลการตรวจพิสูจน์ลวดหนามหีบเพลงของกลาง ปรากฏว่าเป็นยุทธภัณฑ์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 โดยวัดพระธรรม–กายมีเจตนาที่จะใช้เพื่อกีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ผลการประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวน ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ 141/2559 ได้มีมติให้ดำเนินคดีกับบุคคล 4 คน ที่ถือว่าเป็นผู้ครอบครองยุทธภัณฑ์ ได้แก่ 1.วัดพระธรรมกาย โดยพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย ในฐานะนิติบุคคล 2. พระสมนึก ปิยธัมโม 3. นายพิชัย เหล่าศิริมงคล 4. นายวัลลภ กัณหะเสน พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วในวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา นายพิชัยและนายวัลลภ ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกแล้ว เบื้องต้นยังไม่ขอให้การใดๆ จะมาให้การพร้อมพยานหลักฐานในภายหลัง

ส่วนความผิดเกี่ยวกับการชุมนุมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน เคยเรียนให้ทราบแล้วว่า รู้ชื่อรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว 10 คน ฟ้องคดีต่อศาลแล้ว 1 คน เข้ามอบตัว 3 คน อีก 6 คน ได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ปัจจุบันมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 5 คน ทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยังไม่ขอให้การใดๆ จะมาให้การเพิ่มเติมพร้อมพยานหลักฐานอีกครั้งในภายหลัง และที่สำคัญเมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม) พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับบุคคลตามภาพที่เป็นผู้ชุมนุมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน โดยศาลได้ออกหมายจับ น.ส.จีรภา ไร้รอด กับบุคคลตามภาพ รวม 19 คน ซึ่งทีมสืบสวน สภ.คลองหลวง จะได้เร่งรัดจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป แต่ทั้งนี้ยังมีผู้กระทำความผิดที่ยังไม่ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับอยู่อีก ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ หากมีความคืบหน้าประการใด สภ.คลองหลวง จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวทิ้งท้ายว่า มีประเด็นที่น่าสังเกตว่า ในการชุมนุมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายในวันที่ 16 มิ.ย.59 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น จะเห็นได้ว่ากลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมชุมนุม ใส่ผ้าปิดจมูกโดยมีจุดประสงค์เพื่อปิดบังใบหน้า ขอเรียนว่าในการชุมนุมสาธารณะนั้น นอกจากผู้ชุมนุมจะต้องชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธแล้ว ผู้ชุมนุมยังมีหน้าที่ไม่ปิดบังหรืออำพรางตนโดยจงใจมิให้มีการระบุตัวบุคคลได้ถูกต้อง หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ทั้งนี้เจตนารมณ์ของกฎหมายก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีบุคคลที่สาม ปะปนเข้ามาร่วมชุมนุมและก่อเหตุแทรกซ้อนได้ง่าย ดังนั้นในการชุมนุมสาธารณะขอให้ผู้ชุมนุมตระหนักถึงหน้าที่ของผู้ชุมนุมตามกฎหมายด้วย เพื่อประโยชน์แก่ตัวผู้ชุมนุมเอง

นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความของพระมหาศาสนมุนี หรือเจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล่าวถึงกรณีดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกพระมหาศาสนมุนี หรือเจ้าคุณแป๊ะ มารับทราบข้อกล่าวหาในคดีร่วมกันครอบครองรถเบนซ์โบราณในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เนื่องจากปรากฏหลักฐานเข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้สั่งซื้อและประกอบรถคันดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหมายเรียกจากดีเอสไอมายังเจ้าคุณแป๊ะและตน หากมีหมายเรียกมาจะดูว่ามีข้อกล่าวหาเรื่องอะไรและอยู่ในฐานะใดเป็นพยานในคดี หรือผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้ได้เตรียมเอกสารและข้อมูลต่างๆเพื่อชี้แจงกรณีรถเบนซ์โบราณไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะแถลงข่าวชี้แจงในวันที่ 8 ส.ค.นี้ที่ชั้น 2 พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำฯ แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะแถลงช่วงเช้าหรือบ่าย ทั้งนี้จะแจ้งต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกับเจ้าคุณแป๊ะ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการครอบครองรถและไม่รู้ด้วยว่ารถเสียภาษีไม่ถูกต้อง หากดีเอสไอมีหมายเรียกมายังเจ้าคุณแป๊ะก็พร้อมให้ความร่วมมือไปตามหมายเรียก และตนจะเดินทางไปร่วมให้ข้อมูลกับเจ้าคุณแป๊ะด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้