วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โดนมอมยาเลิฟ เกินขนาดถึงช็อก! ปมสาวพาณิชย์ดับ 4โจ๋หื่นรับรุมโทรม

แม่ร่ำไห้ใจสลายรับศพสาวพาณิชย์วัย 19 ที่ถูก 4 โจ๋มอมเหล้าพาไปรุมโทรม ในโรงแรมย่านบางซื่อ ผลพิสูจน์เบื้องต้นเสียชีวิตเพราะระบบหมุนเวียนโลหิตล้มเหลว คาดช็อกยาเลิฟหรือยาปลุกเซ็กซ์ที่พบในปากผู้ตาย เผยเหยื่อสาวเป็นลูก ด.ต.สังกัด บช.น. ส่วน 4 ทรชนเข้าเรือนจำหลังตำรวจนำไปฝากขังศาล ด้าน ผบก.น.2 ระบุกล้องวงจรปิดจับภาพชัด สาวพาณิชย์ถูกล่อลวงมาในสภาพช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขณะที่ รรท.ผบช.น.บอก ผู้ต้องหารับ เข้าไปข่มขืนทีละคน สุดสลดเฟซบุ๊กเป็นสื่อมรณะพาเหยื่อรู้จัก 1 ใน 4 แก๊งโจ๋แค่ 2 วันก่อนเกิดเหตุ

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุพบศพ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่ง ภายในห้องพักเลขที่ 1216 ชั้น 12 โรงแรมย่านบางซื่อ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 ส.ค. ต่อมาควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน คือ 1.นายคณากร หรือมาร์ก ทองเอม อายุ 19 ปี 2.นายคงกระพัน หรือเค้ก สังข์มีน้อย อายุ 21 ปี 3.นายธวัชชัย บุบผามะตะนัง อายุ 28 ปี และ 4.นายเขตตะวัน วิวัฒนานนท์ อายุ 21 ปี โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง ทั้งหมดให้การรับสารภาพอยู่กับผู้ตายและได้มีเพศสัมพันธ์กันก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต

ความคืบหน้าในคดีสะเทือนใจนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ส.ค.ที่ สน.บางซื่อ แม่ น.ส.บี ผู้เสียชีวิต ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนได้ซักถามหรือสัมภาษณ์แต่อย่างใด เนื่องจากยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียอย่างกะทันหัน

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยของคดีก่อนเปิดเผยว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และส่งตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาแล้ว ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุพบว่าผู้ต้องหาได้นัดผู้ตายไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนจะดื่มกินกัน จากนั้นเวลา 05.44 น. ผู้ต้องหาบางส่วนได้มาที่โรงแรมที่เกิดเหตุเพื่อเปิดห้อง และกลับไปรับผู้ตายอีกครั้ง กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ตายอยู่ในอาการมึนเมาไม่ได้สติ ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ต้องพยุงเข้าไปในห้อง ภาพจากกล้องวงจรปิดนั้นเป็นที่ชี้ชัด ผู้ตายถูกล่อลวงมาก่อเหตุ อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยผู้ตายนั้นรู้จักกับ 1 ในกลุ่มคนร้ายเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ก่อนจะนัดมาเจอกัน

ผบก.น.2 กล่าวต่อว่า ต่อมาเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 3 ส.ค. 1 ในผู้ที่ก่อเหตุอ้างว่าเป็นแฟนผู้ตายได้แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิให้เข้าไปช่วยปั๊มหัวใจให้ผู้ตาย โดยบอกว่าแฟนสาวตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนไม่ได้อยู่ด้วย เจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบกล้องจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด ในช่วงค่ำวันที่ 3 ส.ค.แต่ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ จนมารับสารภาพในวันที่ 4 ส.ค. เพราะจำนนต่อหลักฐาน และจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายรู้จักเพียง 1 ใน 4 ของกลุ่มคนร้าย เชื่อว่าการก่อเหตุทั้งหมดเป็นการวางแผนของกลุ่มผู้ต้องหา ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย ส่วนยาที่พบในปากผู้ตาย และการตรวจหาสารเสพติดในร่ายกายของผู้ต้องหาต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อนว่าเป็นสารอะไร ส่วนผู้ปกครองของผู้ตายนั้นติดใจแค่ว่าผู้ตายนั้นไม่ได้เสียชีวิตด้วยตัวเอง หรือเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ แต่ในส่วนคดีความนั้นให้เป็นไปตามกระบวนการ อยากจะฝากไปยังผู้ปกครองและวัยรุ่นโดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากปัจจุบันการสื่อสารถือว่าเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ควรระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาพูดคุยด้วย

ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.ให้สัมภาษณ์ถึงคดีนี้ว่า เป็นเหตุชาย 4 คน พาหญิงสาว 1 คน เข้าโรงแรมย่านบางซื่อ อยู่ในห้องพักโรงแรมดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 5 นาที ก่อนที่จะมี 3 คนออกมาจากห้อง เหลืออีก 1 คน อยู่ในห้องพักดังกล่าวก่อนจะได้รับแจ้งว่าฝ่ายหญิงเสียชีวิต ได้ไปสอบปากคำผู้ต้องหาพร้อมกับ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เพื่อรีบนำตัวส่งฝากขัง เบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่พอซักถามแล้วยืนยันว่าผู้ต้องหาได้เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราทีละคน ลักษณะคล้ายรุมโทรมหญิง ส่วนกรณีที่มียาเสพติดอยู่ในปากผู้ตายยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่นายมาร์ก หนึ่งในผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ นำยาเสพติดให้ผู้ตายเสพ โดยรู้จักผู้ตายผ่านเฟซบุ๊กได้เพียง 2 วัน อ้างฝ่ายหญิงเป็นคนโทร.นัดมาหา

ในส่วนการฝากขังกลุ่มผู้ต้องหา มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ทิวากร โปร่งเส็ง รอง สว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปฝากขังที่ศาลอาญาครั้งแรก ในคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นถึงแก่ความตาย ในลักษณะโทรมหญิง คำร้องระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ส.ค. 59 ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้พาหญิงผู้เสียชีวิต ไปที่โรงแรมเสนาเพลส ซอยพหลโยธิน 41 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ข่มขืนกระทำชำเรา กระทั่งเหยื่อถึงแก่ความตาย ต่อมาจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ขอฝากขังไว้มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 - 15 ส.ค. พร้อมคัดค้านการประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะคุมตัวทั้งหมดไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากแหล่งข่าวฝ่ายสืบสวนแจ้งว่า น.ส.บีผู้ตาย รู้จักกับนายคณากร หรือมาร์ก ผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 1 ส.ค. และได้ติดต่อกันทางมือถือ เฟซบุ๊ก และไลน์ จนวันเกิดเหตุ นายคณากรนัดผู้ตายผ่านเฟซบุ๊กให้มาเจอกันที่ซอยอินทามระ 7 จากนั้นได้พาผู้ตายไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ปากซอยอินทามระ 9 ก่อนพาไปนั่งดื่มสุราที่หน้าบ้านในซอยอินทามระ 7 มีนายธวัชชัย และนายเขตตะวันนั่งกินอยู่ก่อน ส่วนนายคงกระพันตามมาทีหลัง เพราะเป็นผู้ไปเปิดห้องในโรงแรมที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลา 06.00 น. ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มผู้ต้องหาใช้รถ จยย. 2 คัน ขี่ไปโรงแรม มีนายธวัชชัยเป็นผู้ขี่ ผู้ตายนั่งกลาง นายคงกระพันนั่งซ้อนท้าย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ขี่ จยย. อีกคันตามไป และช่วยกันนำร่างไม่ได้สติของผู้ตายเข้าไปในห้อง ต่อมาเวลา 07.30 น. ผู้ต้องหา 3 คน ได้ออกมาจากห้อง เหลือนายคณากรกับผู้ตายเพียง 2 คน จากนั้นเวลา 15.00 น. นายคณากรได้ปลุกผู้ตายแต่ผู้ตายไม่ตื่น และพบว่าร่างผู้ตายเริ่มแข็ง รีบแจ้งมูลนิธิฯมาช่วยเหลือ จากการตรวจสอบหาสารเสพติดในร่างการผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พบสารเสพติดในร่างกายประเภทกัญชา ส่วนสารที่อยู่ในปากผู้ตาย คาดว่าจะเป็นยาเลิฟ หรือยาปลุกเซ็กซ์

บ่ายวันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ แม่ผู้ตายพร้อมด้วยญาติเดินทางมาติดต่อรับลูกสาว ด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้า และอยู่ในสภาพที่ยังทำใจไม่ได้ ระบุเพียงสั้นๆ จะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองเตยใน แขวงทุ่งวัดดอน เขตคลองเตย กทม. ทั้งนี้ ผู้ตายเป็นลูกสาวตำรวจยศ ด.ต.สังกัด บช.น.ด้วย โดย สน.ที่พ่อผู้ตายสังกัด เป็นเจ้าภาพสวดศพในคืนนี้คืนแรก และจะฌาปนกิจศพในวันจันทร์ที่ 8 ส.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตาย เบื้องต้นเกิดจากระบบหมุนเวียนโลหิตล้มเหลว หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหาอสุจิในช่องคลอด และตรวจบริเวณใต้เล็บผู้เสียชีวิตเพื่อนำมาตรวจหาดีเอ็นเอแฝง ก่อนนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย นอกจากนี้ ในส่วนสารเคมีบางอย่างเป็นคราบบริเวณปากผู้เสียชีวิต พบว่าเป็นยาเลิฟหรือยาปลุกเซ็กซ์ที่กลุ่มผู้ต้องหาวางยาปลุกอารมณ์ผู้เสียชีวิต แต่ให้ยาในจำนวนที่มากเกินไป ทำให้ร่างกายรับไม่ไหว และเกิดสภาวะช็อกก่อนที่จะเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะต้องรอผลตรวจพิสูจน์สารเคมีที่พบอีกครั้ง เพื่อสรุปว่าเป็นสารเคมีประเภทหรือชนิดใดต่อไป โดยขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 45 วัน ก่อนรวบรวมรายงานผลการตรวจทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ดำเนินการต่อไป

ขณะเดียวกัน บนเฟซบุ๊กผู้ตาย มีเพื่อนๆเข้ามาโพสต์ข้อความไว้อาลัยกันจำนวนมาก โดยแฟนหนุ่มผู้ตายได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตนเองว่า “ไม่มีอีกแล้ว สายตาคู่นั้น ที่คอยห่วงใยฉัน ในวันที่เดียวดาย (รู้สึกท้อแท้)” โดยมีกลุ่มเพื่อนชายคนสนิทผู้ตายได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก

แม่ร่ำไห้ใจสลายรับศพสาวพาณิชย์วัย 19 ที่ถูก 4 โจ๋มอมเหล้าพาไปรุมโทรม ในโรงแรมย่านบางซื่อ ผลพิสูจน์เบื้องต้นเสียชีวิตเพราะระบบหมุนเวียนโลหิตล้มเหลว คาดช็อกยาเลิฟหรือยาปลุกเซ็กซ์ที่พบในปากผู้ตาย... 6 ส.ค. 2559 00:41 6 ส.ค. 2559 00:59 ไทยรัฐ