วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ประกาศบ้าง รับรธน. พร้อมคำถามพ่วง

พท.-ปชป.อัดชี้นำกลัวแพ้! ตร.โร่แจ้งจับ‘เมียจาตุรนต์’ ช่วยแก๊งรธน.เก๊หนีซ่อนวัด

“ประยุทธ์” ทิ้งหมัดตรงโค้งสุดท้าย ประกาศ รับ รธน.พร้อมคำถามพ่วง โต้รัฐบาลไม่คิดสืบทอดอำนาจ ลั่นรักษาคำพูด รธน.ผ่านหรือคว่ำเดินหน้าตามโรดแม็ป อ้อนคนไทยแห่ไปใช้สิทธิให้ถล่มทลาย “มีชัย” ยิ้มอุ่นใจผู้นำส่งสัญญาณทางบวก ถ้า รธน.แท้ง ไม่หวน กลับมาร่างอีก “วัชระ” ซัด “บิ๊กตู่” ชี้นำข่มขู่ส่อผิด ก.ม. “จาตุรนต์” หยันนายกฯ กลัวแพ้ดิ้นทิ้งทวน กกต. ตั้งโปรเจกเตอร์จอยักษ์รายงานคะแนนแบบเรียลไทม์ “สมชัย” คาด 3 ทุ่ม 7 ส.ค. รู้ผลไม่เป็นทางการ เตือน ปชช.ห้ามเซลฟี่ในหน่วยเสี่ยงติดคุก ขอร้องอย่าใส่เสื้อ “เยสหรือโน เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ” มาใช้สิทธิ “ยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลให้การคดีจำนำข้าว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ข้องใจถูกเรียกฟ้องแพ่ง ก่อนคดีอาญา-ป.ป.ช.เร่งชี้มูลความผิดก่อนคดีจีทูจีข้าวเก๊ “บุญทรง” ตร.เชียงใหม่แจ้งจับ “เมียจาตุรนต์” พาผู้ต้องการปลอม รธน.ซุกวัด

สิ้นสุดการรอคอย คนไทยได้ร่วมกันตัดสินชี้ชะตากำหนดอนาคตประเทศ โดยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพร้อมการติดตามนับผลการลงคะแนน คาดการณ์จะสามารถรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการได้ภายใน 21.00 น. วันที่ 7 ส.ค.

กกต.คึกพร้อมรายงานผลประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 5 ส.ค. บรรยากาศการเตรียมความพร้อมการทำประชามติของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตลอดทั้งวัน ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่บริเวณลานชั้น 2 ของสำนักงานจัดเตรียมพื้นที่แถลงข่าว รวมทั้งจุดอำนวยความสะดวกให้แก่สื่อมวลชน ที่จะมาเกาะติดการออกเสียงประชามติ รวมถึงการเตรียมความพร้อมการรายงานผลประชามติ ติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ 2 จอ ที่จะเป็นการแสดงผลคะแนนแบบเรียลไทม์ รายภาค รายจังหวัด และกราฟฟิกวงกลมรูปโดนัท ที่จะใช้สีส้มบอกคะแนนไม่เห็นชอบ และสีน้ำเงินบอกคะแนนเห็นชอบ ทั้งประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง โดยในการแถลงข่าวของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งในช่วงบ่ายวันเดียวกันมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมากมารอทำข่าวอย่างคึกคัก

“เรืองไกร” บี้สอบราคาหีบบัตรแพง

เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นำกล่องพลาสติกขนาดใกล้เคียงกับหีบบัตรลงคะแนนประชามติของ กกต. มามอบให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ผ่านเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบราคาที่ กกต.จัดซื้อ เนื่องจากกล่องที่มีขนาดและคุณสมบัติใกล้เคียงกันซื้อได้ในราคาขายปลีก ใบละ 215 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อหีบบัตรลงคะแนนประชามติของ กกต.เพียง 5 หมื่นใบ แต่มีหน่วยลงคะแนนมีกว่า 9 หมื่นหน่วย จึงขอให้ กกต.ชี้แจงด้วยว่าจะใช้หีบบัตรลงคะแนนแบบใด นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ สตง. และ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย

“สมชัย” เตือน “เทือก-ตู่” หยุดจ้อ

ต่อเวลา 14.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังสิ่งที่ต้องพึงระวังในช่วงวันออกเสียงประชามติว่า ต้องไม่มีการแจกจ่ายสุราตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ส.ค. ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 7 ส.ค.ทั่วราชอาณาจักร ขณะเดียวกันการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ส.ค. จนถึงเวลา 16.00 น. ของวันที่ 7 ส.ค.ขอความร่วมมือให้นำเสนอเรื่องการรณรงค์การออกเสียงประชามติเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการวิพากษ์ วิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญดีหรือไม่ดีอย่างไร หรือควรรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ขอความร่วมมือผู้ทำกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่รณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ขอให้ยุติการจัดรายการ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ส.ค. เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารด้วยตัวเอง แม้ไม่มีข้อห้ามตามกฎหมาย แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยง กลายเป็นความผิดได้ จึงขอร้องให้ทั้ง 2 ท่านยุติ

ไม่ควรใส่เสื้อ Yes-No ไปใช้สิทธิ

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนประชาชนไม่ห้ามใส่เสื้อที่มีข้อความ yes หรือ no รับหรือไม่รับ เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ แต่ขอความร่วมมือ ไม่จำเป็นไม่ควรใส่เสื้อที่มีข้อความแสดงจุดยืนออกมาใช้สิทธิ เพราะหากเกิดความวุ่นวาย เช่น การโต้เถียง ชกต่อยจะกลายเป็นประเด็นก่อความวุ่นวาย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) สำหรับการถ่ายภาพ ทำนอกหน่วยได้ แต่ขอให้สังเกตอาณาเขตพื้นที่ลงคะแนน จะมีเชือกกั้นแถบสีเหลือง รวมทั้งห้ามถ่ายภาพการลงคะแนน ห้ามเซลฟี่ในหน่วย เพราะจะผิดกฎหมายอาญาชัดเจน มีโทษจำคุก ส่วนการถ่ายภาพผลการนับคะแนนทำได้ โดยขอให้ประชาชนช่วยกันถ่ายภาพผลการนับคะแนนโพสต์ลงเฟซบุ๊ก แล้วติด #ผลประชามติ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และองค์กรต่างๆ ตรวจสอบว่าคะแนนตรงกับที่ กกต.รายงานหรือไม่

3 ทุ่ม 7 ส.ค.รู้แน่รับ-ไม่รับร่าง รธน.

นายสมชัยกล่าวว่า สำหรับการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ จะไม่สามารถนำไปอ้างอิงได้ เพียงแต่บอกแนวโน้มที่ กกต.คาดการณ์ว่า ภายในเวลา 21.00 น. วันที่ 7 ส.ค. จะทราบผลร้อยละ 95 และถ้าหากผลคะแนนห่างกันเกินกว่า 1 ล้านคะแนน ค่อนข้างมั่นใจว่าผลคะแนนอย่างเป็นทางการไม่น่าพลิกไปจากนี้ แต่ถ้าห่างกัน 6-7 แสนคะแนน ทำให้คะแนน 5 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือจะมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะชนะวันนี้อาจจะแพ้ในอีก 3 วัน ซึ่งเป็นวันประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ กกต.จะมีการประกาศผลเป็นทางการเพียงครั้งเดียวไม่มีการประกาศซ้ำหลายครั้งเหมือนสมัยรุ่นพี่ที่ทำมา เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กกต.จะลงนามทั้ง 5 คนเพื่อส่งนายกรัฐมนตรีดำเนินการตามสมควรต่อไป

ผวาเหตุป่วน 3 จว.ใต้ก่อนวันจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัยยังได้สอบถามถึงกล่องพลาสติกที่นายเรืองไกรนำมามอบให้ กกต.ทดแทนหีบบัตรที่นายสมชัยทำแตกว่า อยู่ที่ไหนตนอยากเห็นจะได้นำมาทุ่ม ไม่ทราบว่าหีบบัตรประชามติที่ กกต.ซื้อสูงกว่าราคาตลาดหรือไม่ เพราะการจัดซื้อเป็นเรื่องสำนักงานจากการประกวดราคาตามปกติ แต่ยืนยันว่าทุกหน่วยมีหีบบัตรเพียงพอแน่นอน ส่วนใครที่บอกว่าหีบกระดาษทนทานกว่าขอให้มาแถลงข่าวพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม กังวลว่าจะเกิดเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในคืนวันที่ 6 ส.ค. ขนาดวันที่ตนไปจัดบิ๊กเดย์ที่ จ.ปัตตานี ยังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ 2 จุด

นายกฯ-ผบ.เหล่าทัพร่วม 129 ปี จปร.

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ร.ร.นายร้อย จปร.) เขาชะโงก จ.นครนายก พล.อ.หญิง สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีวันคล้ายวันกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าครบ 129 ปี พร้อมทรงวางพานพุ่มและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ณ ศาลาวงกลม ก่อนเสด็จเข้าหอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นประธานพิธีถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 10 รูป โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และนายทหารชั้นผู้ใหญ่เฝ้ารับเสด็จ ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ช่วงเช้า มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ศิษย์เก่า ร.ร.นายร้อย จปร.วางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมรูป ร.5 มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.

ย้ำรัฐบาลไม่คิดสืบทอดอำนาจ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนเป็นศิษย์เก่าที่นี่ และเคยเป็นทหารใส่เครื่องแบบทหารนอกราชการมาใน 2 สถานะคือ ตำแหน่งนายกฯและในฐานะศิษย์เก่า อยากพูดในฐานะหัวหน้า คสช.ว่าเราเข้ามาเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยมากขึ้นจนมีเสถียรภาพ เพื่อเดินหน้าประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ประเทศมีบทเรียนที่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนและมีรัฐธรรมนูญ รัฐบาลและ คสช.เดินหน้ามาโดยลำดับทุกอย่างก้าวหน้า แต่ปัญหาความขัดแย้งยังมีอยู่ รัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาก็มีทั้งดี ดีมากและดีน้อย แต่ไม่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับไหนถูกใจคนได้ 100% คงเป็นไปได้ยาก ที่ผ่านมาเราพยายามเดินหน้าปฏิรูปให้ได้ รัฐบาลไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ตนพูดเสมอว่าเราจะต้องเลือกตั้งปี 2560 เพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้ทั้งในและต่างประเทศ จะเข้าไปสู่กระบวนการเหล่านั้นได้คือการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นมาอีก อยากให้เข้าใจว่าเราต้องการเดินหน้าประเทศ ทำอย่างไรให้ประเทศชาติมีเสถียรภาพอีกอย่างน้อย 5 ปี

แสลงใจไม่อยากให้เรียก รธน.ทหาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้มองว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการร่างโดยทหาร แต่เป็นการร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยนำเอาพื้นฐานของเดิม ปัจจุบันและอนาคตมาใส่ไว้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ทุกอย่างจะเป็นแบบเดิม จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาให้ได้ เพื่อให้ทันตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ ยืนยันว่า ประชาชนมีส่วนร่วมตามขั้นตอนอยู่แล้ว มีเพียงบางพวกเท่านั้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ ไปบังคับไม่ได้ ส่วนการทำประชามติถ้าคิดว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ตนไม่จำเป็นต้องไปประกาศไว้แบบนั้นทั้งให้มีการเลือกตั้งและการทำประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) กำหนดไว้ชัดเจน สิ่งที่จะเกิดขึ้น 2 วันข้างหน้านี้ถือเป็นอนาคตของประเทศ อย่าให้ใครมาบิดเบือนหรือชี้นำในทางที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ประชาชน อดทนสักระยะหนึ่ง อย่าขัดแย้งกันด้วยเรื่องการลงประชามติ

ลั่นรับร่าง รธน.พร้อมคำถามพ่วง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า หลายท่านถามมาหลายครั้งแล้วว่ามีความคิดเห็นอย่างไร กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอตอบในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายมาแล้ว ขอยืนยันว่าไม่ใช่การชี้นำ ส่วนตัวจะไปร่วมลงประชามติและจะลงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงคำถามพ่วงประชามติ เพราะถ้าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไปไม่ได้ทุกอย่างจะกลับไปที่เดิม ที่สำคัญต้องใช้เวลาที่เหลือร่างกฎ– หมายลูก ยังมีอีกหลายขั้นทั้งการออก พ.ร.บ.กฎกระทรวง ระเบียบสำนักนายกฯ รวมถึงระเบียบอื่นที่เกี่ยวพันเชื่อมโยง เราอย่ามาทะเลาะเรื่องรัฐธรรมนูญกันอีกเลย ขอให้ดูพิจารณาให้ดี ในส่วนของตนได้ผ่านการพิจารณาด้วยตัวเองแล้ว และก็รับได้ ไม่ถือว่าโน้มน้าวชักชวน แล้วแต่ประชาชนตัดสินใจ อย่ามาว่าตนเพราะเปิดทุกอย่างให้แล้ว ถ้าจะเป็นเผด็จการอย่างที่หลายคนว่ามา ไม่จำเป็นต้องให้มีการลงประชามติ และไม่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งในปี 60 อยากให้ทุกคนมองกันตรงนั้น

เปรียบ รธน.เป็นยันต์กันผีป้องคนดี

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประเทศไทยพร้อมจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พร้อมหรือไม่พร้อมอยู่ที่ตัวเรา คนไทยทั้ง 67 ล้านคน ไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่ต่างประเทศ เพราะไม่ได้มาร่วมชะตากรรมและมาลำบากกันในวันนี้ สิ่งที่ขอร้องคืออยากให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพความมั่นคง ส่วนที่เคยระบุว่าไม่ให้กลัวผีที่มองไม่เห็นนั้น เพราะหลายคนไปวาดภาพไว้ เป็นเพียงคำเปรียบเทียบในส่วนที่มองไม่เห็น เรื่อง คสช.จะสืบทอดอำนาจ ในอดีตมีผีอยู่เหมือนกัน จะต้องทำอย่างไรให้มีคาถาป้องกันผีให้ได้ คล้ายกับการไปเลือกตั้งจะต้องมีรัฐธรรมนูญให้ได้ รัฐธรรมนูญเปรียบเสมือนยันต์กันผี และทำอย่างไรให้คนดีอยู่ได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัว ทุกอย่างจะเริ่มต้นได้ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม ถ้าใช้แบบเดิมก็กลับไปที่เก่า

เมื่อถามอีกว่ามีคนสงสัยว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะไปไหน นายกฯกล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน ควรจะกลับบ้าน ไม่อยากให้ไปคิดตรงนั้น คืออย่าไปกลัวผีที่มองไม่เห็น ตนก็ยังอยู่แต่เป็นเรื่องของกระบวนการต่อไป อย่ามากังวลกับตน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็เป็นคนไทยและไม่ทำลายประเทศไทย

ชวนคนไทยร่ายคาถาสะกดผี

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงช่วงเวลาที่จะออกไปใช้สิทธิลงประชามติว่า “พวกเธอคนละเขตกับฉัน ไม่เกี่ยวกับฉัน” เมื่อถามย้ำว่า นายกฯจะออกมาใช้สิทธิกี่โมง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แล้วพวกคุณจะมากันกี่โมง พวกคุณตื่นกันกี่โมง ตี 4 ไหมล่ะ เธออย่ามาบังคับฉัน เธอต้องให้ฉันไปใช้สิทธิก่อน แล้วพวกเธอค่อยไปใช้สิทธิของพวกเธอ ฉันจะไปลงประชามติประมาณ 8-9 โมงเช้า” เมื่อถามว่า ยังมีคัมภีร์กันผีอื่นอีกหรือไม่ หลังบอกอย่าเพิ่งกลัวผีที่ยังมองไม่เห็นตัวในการทำประชามติ และขอให้คนไทยช่วยกันร่ายคาถาป้องกันผีในอนาคตให้ได้ นายกฯตอบว่า “อย่าไปกลัวผี มองผีตัวเดิมก่อน อย่าไปกลัวผีที่มองไม่เห็น ส่วนผมมีพระจะกลัวอะไร ทำตัวเองให้ดีแล้วกัน”

อ้อนคนไทยไปใช้สิทธิให้ถล่มทลาย

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติตอนหนึ่งว่า วันที่ 7 ส.ค.นี้ เป็นวันออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเครื่องมือนำไปสู่การเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาล ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็ยังไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้ ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปออกไปใช้สิทธิให้ถล่มทลายไปให้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ขอร้องท่านไปให้เต็ม ไม่ต้องกลัว

ผ่านหรือคว่ำเลือกตั้งตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แต่ใครก็ตามที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย อลหม่าน เกิดการบาดเจ็บสูญเสีย จะลงโทษอย่างเด็ดขาด อย่าให้โอกาสนี้เป็นประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ เป็นวิกฤตการณ์ทำร้ายประเทศ ถ้า “ผ่าน” จะมีการประกาศใช้จัดทำกฎหมายที่จำเป็นต่อการเลือกตั้ง แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งตามโรดแม็ป ภายในปี 60 ถ้า “ไม่ผ่าน” เรายังมีความจำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ดีจะต้องทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่ให้กระทบกับโรดแม็ป หลายคนจับจ้อง ถ้าตรงนี้มันไปไม่ได้ท้ายสุดต้องกดดันรัฐบาล คสช.อยู่ดี

ฮึ่มหลังเลือกตั้งอย่าจุดปมวุ่นวาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้วิตกกังวลกับสถานการณ์ ประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงด้วยความขัดแย้งโดยการลงประชามติไม่ได้ ตนไม่ยอมอยู่แล้ว ประโยชน์ของบ้านเมืองต้องมาก่อนประโยชน์ส่วนบุคคล ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน คงต้องรักษาคำพูด จะอยู่เคียงคู่พี่น้องประชาชนต่อไปเท่าที่เวลาเปิดโอกาสให้ทำ เพื่อจะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตราบจนกระทั่งส่งต่อภารกิจให้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งได้เรียบร้อย โดยไม่มีการสืบทอดอำนาจ จะไม่ยอมให้ผู้ใดก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย ฉวยโอกาสทำผิดกฎหมาย สร้างความขัดแย้งหรือขัดขวางการพัฒนาและการปฏิรูปประเทศเป็นอันขาด เมื่อผลการออกเสียงประชามติปรากฏชัดเจนไม่ว่าจะเป็นประการใด คสช.และรัฐบาลจะได้ชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้ทราบ จะได้คลายกังวลผ่านทางสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

“บิ๊กป้อม” โวยไม่มีโกงจะทำไปทำไม

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ส่วนตัวคิดเหมือนกับนายกฯ ไม่ได้ขัดแย้งกัน เคยเห็นตนขัดแย้งกับนายกฯหรือไม่ เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯออกมาระบุว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ไร้ประโยชน์ และสืบทอดอำนาจให้ คสช. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเพียงความคิดของนายทักษิณ ที่ไม่มีสิทธิลงประชามติ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ สำหรับกรณีกลุ่ม นปช.ให้ประชาชนเป็นสายสืบประชาธิปไตยไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยลงประชามตินั้น ไปสืบได้เลย เราทำชัดเจนไม่มีปัญหาอยู่แล้ว กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย คสช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมดำเนินการ ในภาพรวมของทั้งประเทศ ขอให้ไว้ใจได้ว่าจะไม่มีการทุจริต คิดว่าไม่รู้จะทำไปทำไม

มท.สั่งแจงถี่ยิบสกัดข่าวลือบิดเบือน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า มั่นใจว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่จะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด วันที่ 7 ส.ค.ส่วนกลางจะตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประชามติที่ห้องประชุมชั้น 5 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

วันเดียวกัน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ด้วยปรากฏว่ายังคงมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวงบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า หากการลงประชามติผ่านไปได้จะมีการปฏิรูปหรือลดทอนอำนาจหน่วยราชการหรือยุบเลิก อปท.หรือยกเลิกโครงการกองทุนต่างๆ ของรัฐรวมทั้งโครงการสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย สร้างความสับสนและความไม่มั่นใจ ขอให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร อปท.ชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อทุกช่องทางในพื้นที่โดยเน้นย้ำบ่อยๆจนถึงเวลา 18.00 น.วันที่ 6 ส.ค.

“วิษณุ” ออกตัวเขียนนิยายเก่งกว่า รธน.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ หลังวันที่ 7 ส.ค.รัฐบาลจะหารือแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป หากร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่าน คสช.จะไม่อยู่ต่ออีก 5 ปี คสช.และ ครม.จะสิ้นสุดลงเมื่อเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ ต้องเตรียมสังคายนาคำสั่ง คสช.ทั้งหลายตั้งแต่รัฐธรรมนูญผ่าน ส่วน สปท.ต้องสลายตัวไปภายใน 4-5 เดือน หากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน สนช.จะอยู่จนถึงมีการเลือกตั้ง ไม่มีการแปรสภาพเป็น ส.ว.แน่นอน เนื่องจาก สนช.ส่วนใหญ่เป็นข้า-ราชการ อีกทั้ง ส.ว.ต้องคัดคนที่เหมาะสมอีกแบบหนึ่ง ไม่เหมือน สนช. แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ความยุ่งยากเรื่องธุรการขั้นตอนต่างๆจะมากขึ้น เพราะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะหาใครมาร่าง จะร่างโดยวิธีใด ใช้เวลาเท่าไร เมื่อถามว่าจะรับร่างเองหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ที่ประชุมร่วม ครม.-คสช.จะหาคนมาร่างแทนจนได้ แต่ส่วนตัวเขียนนิยายเก่งกว่าเขียนรัฐธรรมนูญ

“มีชัย” อุ่นใจนายกฯประกาศรับร่าง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. พร้อมคณะทั้ง 21 คน ได้พบสื่อมวลชนพร้อมตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเป็นนัดสุดท้ายก่อนลงประชามติ โดยนายมีชัย ได้ตอบคำถามตอนหนึ่งถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แสดงความเห็นรับร่างรัฐธรรมนูญเป็นสัญญาณบวกหรือไม่ว่า “บวก บวก บวก แบบ อินฟินิตี้” ทำให้อุ่นใจหมดความกังวลใจว่าไม่มีใครที่บิดเบือน เพราะมีคนไปบิดเบือนว่านายกฯสั่ง สนช. ให้ไม่รับร่างฯ การที่นายกฯออกมาพูดก็ดี อย่างน้อยงานที่ กรธ.ทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาแปลว่ามันใช้ได้ เมื่อถามอีกว่าจะเป็นการส่งสัญญาณไปถึงแฟนคลับทางการเมืองของลุงตู่ด้วยหรือไม่ นายมีชัยไม่ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มและพยักหน้า

รธน.ถูกคว่ำไม่หวนกลับมาอีกแน่

นายมีชัยกล่าวว่า หากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำตนไม่รู้สึกอะไร เราทำดีที่สุดตามหน้าที่ หากไม่ทำถึงจะรู้สึกเสียใจ จะรับหรือไม่รับเป็นสิทธิ หากร่างถูกคว่ำตนคงไม่ควรกลับมาร่างรัฐธรรมนูญอีกแล้ว เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ระบุว่า ไม่กกต.ก็ กรธ.จะเป็นแพะหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน นายมีชัยกล่าวว่า “เวลาที่คุณจะเป็นแพะคาดการณ์อะไรไม่ได้หรอก บทจะเป็นแพะก็ต้องเป็น โทษกันไปโทษกันมา หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอย่าไปคาดการณ์มัน แต่หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น คือ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการปฏิรูปสิ่งต่างๆ จะนำไปสู่วิถีชีวิตที่ดี ประชาชนจะมีส่วนร่วมกับโครงสร้างทางการเมืองมากขึ้น”

“ปู” ปลุกคนใช้สิทธิจะได้ไม่เสียใจทีหลัง

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.ว่า การลงประชามติครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมา จะนับคะแนนเฉพาะคนที่มาใช้สิทธิเท่านั้นว่า จะเลือกอนาคตประเทศให้ไปทางใด อยากให้ทุกคนทำเต็มที่จะได้ไม่เสียใจกับผลที่ออกมา เชื่อว่าทุกคนห่วงในเรื่องความโปร่งใสการทำประชามติในครั้งนี้ เพราะเป็นการตัดสินใจอนาคตของประเทศ อยากให้ประชาชนพิจารณาเนื้อหาทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อใช้วิจารณญาณได้อย่างเต็มที่ และไม่ขอแสดงความเห็นหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ขอให้ผลลงคะแนนออกมาก่อน ทุกคนต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ หากทุกคนใช้สิทธิเต็มที่ จะได้ผลที่สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หากมาใช้สิทธิน้อยผลที่ได้จะไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการในหลักของประชาธิปไตย

“วัฒนา”ฉะไพ่ใบสุดท้ายใช้ “ทักษิณ”หากิน

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก“เลิกหากินกับทักษิณได้แล้ว”ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ออกมาใส่ร้ายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะมันคือไพ่สุดท้ายของนายสุเทพคือ เอานายทักษิณออกมาหากิน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ถ่ายทอดมุมมองนายทักษิณ ถึงหลักการที่ดีของรัฐธรรมนูญ 6 ข้อ เปรียบเทียบกับหลักการในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ไม่มีตอนใดเลยที่แสดงความเห็นว่าควรรับหรือไม่อย่างไร นายสุเทพยังมุสาต่อไปอีกว่านายทักษิณส่งสัญญาณให้พวกตนคว่ำร่างฯ ส่วนคนที่ออกมาพูดว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะมีคนออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ทำให้ไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อไปคือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ไปบรรยายให้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ขณะที่นายสุเทพใช้วิธีสกปรกออกมาบิดเบือนใส่ร้ายนายทักษิณ ส่วนนายมีชัยใช้วิธีสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน เพื่อต้องการให้ร่างฯผ่าน ทั้งสองคนให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์หัวหน้าเผด็จการ ที่ชอบอ้างตัวเป็นคนดี แต่หนีการตรวจสอบ พฤติกรรมของทั้งสามคนจึงไร้คุณค่าทางการเมือง บาลีเรียกว่า“โมฆบุรุษทางการเมือง”เทียบไม่ได้กับนิสิตหญิงที่กล้าหาญต่อสู้กับเผด็จการ

อัดออกใบเสร็จได้ร่างฯตามใจแป๊ะ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่พูดทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าคิดอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่คงเป็นเพราะโค้งสุดท้ายมีแนวโน้มว่าฝ่ายไม่รับร่างมีน้ำหนักมากกว่า แค่ลุงกำนันออกมาห้อยนกหวีดยังไม่พอ ลุงตู่จึงต้องแต่งเครื่องแบบทหารออกมาประกาศรับร่างด้วย เท่ากับออกใบเสร็จว่า ทั้งตัวร่างและคำถามพ่วงตรงเป๊ะตามใจแป๊ะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัว พล.อ.ประยุทธ์คือผู้ได้ประโยชน์โดยตรงสูงสุดจากร่างนี้ ทั้งคงอำนาจมาตรา 44 จนกว่าจะมี ครม.เลือกตั้ง นิรโทษกรรมทุกอย่างไม่ต้องรับผิดชอบอะไร มีอำนาจแต่งตั้งส.ว.250 คน และมีโอกาสเป็นนายกฯคนนอกต้องพูดว่านายกฯ รับร่างเพราะตัวเองได้ประโยชน์ ถ้าผู้มีอำนาจสูงสุดแสดงออกแบบนี้ จะมีหลักประกันเรื่องความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างไร

เย้ย“บิ๊กตู่”กลัวแพ้ทิ้งทวนโค้งสุดท้าย

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะลงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง คงเป็นเพราะกลัวแพ้ ทั้งที่มันไม่เหมาะที่นายกฯและหัวหน้าคสช.ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับร่างรัฐธรรมนูญ จะประกาศแบบนี้ ถ้าร่างนี้ผ่านผู้ได้ประโยชน์มากที่สุดในประเทศไทยคือ พล.อ.ประยุทธ์ คสช.จะมีอำนาจเต็มและอ้างความชอบธรรมได้ว่าประชาชนเห็นชอบแล้ว ทำอะไรได้อีกมาก มีภูมิต้านทานจากกฎหมาย ไม่ต้องรับโทษใดๆ แม้ทุจริตคอร์รัปชันก็ตาม หลังเลือกตั้งยังมีอิทธิพลตั้ง ส.ว.250 คน มาเลือกนายกฯ กำหนดแผนปฏิรูป และยุทธศาสตร์ชาติ พูดได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีบทบาทสืบทอดกำกับการ บริหารประเทศไปอีกนาน อยู่ที่ประชาชนว่าจะยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีบทบาทบริหารประเทศไปอีกยาวนานหรือไม่

“มาร์ค” ขอบคุณ คสช.เดินตามโรดแม็ป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนไปใช้สิทธิในการลงประชามติในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ไม่ว่าท่านจะคิดหรือมีความเห็นอย่างไร พึงพอใจกับกระบวนการประชามติหรือไม่ เพราะในที่สุดผลการลงคะแนนในวันที่ 7 ส.ค.จะผูกพันทุกคนในการกำหนดกฎหมายสูงสุดของประเทศ ขอขอบคุณรัฐบาลและ คสช.ที่ยืนยันว่าไม่ว่าผลของการลงคะแนนจะเป็นอย่างไร จะเดินหน้าประเทศตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวและโรดแม็ป และมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศจะไม่ยอมให้คนกลุ่มเล็กๆที่ต้องการเห็นความวุ่นวายในบ้านเมืองไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ ประสบความสำเร็จในการสร้างความปั่นป่วน การตัดสินใจในการลงประชามติจะได้อยู่บนพื้นฐานของเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ

“วัชระ” ชี้ “บิ๊กตู่” ชี้นำข่มขู่ส่อผิด ก.ม.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุจะไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงในฐานะคนไทยว่า อาจมองได้ว่าเป็นการชี้นำโน้มน้าวอย่างเห็นได้ชัด เพราะพูดในชุดข้าราชการ และเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเจ้าของอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ตามมาตรา 44 เพียงผู้เดียว พูดเสียงดังฟังชัดขนาดนี้ ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใต้บังคับบัญชา อาจมีผู้นำไปร้องเรียน กกต.ว่าเป็นเหตุให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ก็ได้ ยิ่งบอกว่าถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ประเทศจะเข้าสู่วังวนเดิม ดูเสมือนคล้ายข่มขู่สังคมหรือไม่ การพูดเช่นนี้สุ่มเสี่ยงว่าทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ มาตรา 56 และมาตรา 61 (3) หรือไม่ เพราะข้าราชการทุกคนต้องวางตัวเป็นกลาง จะชี้นำไม่ได้เป็นอันขาด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

“เทือก” กระพือระบอบทักษิณคว่ำ รธน.

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า การที่ฝ่ายระบอบทักษิณนำโดยนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และขับไล่ คสช. ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง กีดกัดคนโกงกลับเข้ามาเป็นนักการเมือง หากผ่านประชามติ การเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น พรรคการเมืองจะต้องเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่ใช่พรรคการเมืองของนายทุนหรือครอบครัวหรือตระกูลใดตระกูลหนึ่งอีกต่อไป ส่วนการบริหารราชการแผ่นดินต้องทำตามหลักธรรมาภิบาล เปิดเผยต่อประชาชน การโยกย้ายแต่งตั้งไม่ใช้เส้นสายอิทธิพลอีกต่อไป นักการเมืองจะไม่สามารถมีอิทธิพลเหนือข้าราชการ เหนือระบบราชการ ไม่สามารถใช้อิทธิพลแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ สมคบกับข้าราชการที่เป็นสมุนบริวารได้อีกต่อไป ตัดทางทำมาหากินของนักการเมืองเลว จึงไม่ต้องแปลกใจฝ่ายระบอบทักษิณสมุนบริวารต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ

นำเลขาฯนายกช้างเผือกส่งตำรวจ

เวลา 15.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ นำตัวนางเนติธัช อภิรติมัย อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ถนนสนามบินเก่า ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ เทศบาลตำบลช้างเผือก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารเลขที่ 45/2559 ในข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ส่งมอบให้ ร.ต.อ.ธิติ เปฏะพันธุ์ รอง สว. (สอบสวน) กก. 1 บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำวันตามขั้นตอนหลังคุมตัวครบ 7 วัน ก่อนประสาน พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฎร์ ผกก.สอบสวนกลุ่มงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ รับตัวไปดำเนินคดี

ทั้งนี้มีรายงานว่าจากการสืบสวนทราบว่า นางเนติธัช เป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวโยงกระทำความผิดเผยแพร่จดหมายส่งไปรษณีย์ในหลายพื้นที่ในภาคเหนือ มีเนื้อหาในลักษณะบิดเบือนร่าง รธน. โดยกระทำการร่วมกับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ทั้งนี้นางเนติธัชได้ทำจดหมายขึ้นมา 7,562 ฉบับ ขณะเดียวกันแนวทางการสืบสวนพบความสัมพันธ์ว่านางเนติธัชนั้นสนิทสนมกับนายคเชน เจียกขจร นายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก โดยทำหน้าที่เป็นเลขานุการของนายคเชน

แจ้งจับ “เมียจาตุรนต์” ซุกผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฎร์ ผกก. (กลุ่มงานสอบสวน) บก.ภ.จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ให้ดำเนินคดีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยานายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ ในข้อหาช่วยเหลือผู้อื่นกระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้ที่พำนักโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยกระทำการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม โดยนางจิราภรณ์ต้องสงสัยมีส่วนร่วมในการช่วยซ่อนเร้นแก่นายวิศรุต คุณะ-นิติสาร ผู้ต้องหากระทำความผิด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่หลบหนีคดีที่มีการนำจดหมายบิดเบือนแจกจ่ายทางไปรษณีย์จำนวนมากใน จ.เชียงใหม่ โดยพาไปฝากที่วัดสระเกศวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.

“ปู” ขึ้นศาลคดีปล่อยโกงข้าว

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และทีมทนาย เดินทางไปขึ้นศาล ซึ่งศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยปากแรกฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว โดยมีบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส. อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว. ศึกษาธิการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และมวลชนจำนวนมากมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมร้องเพลง “ของเธอ” และเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ตะโกนเชียร์ยิ่งลักษณ์สู้ๆ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกำลังตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย

กังขารีดค่าเสียหายก่อนคดีอาญา

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นสืบพยานว่า มั่นใจในการนำเสนอพยานเอกสาร และพยานบุคคลต่อสู้คดีโดยจะทำให้เต็มที่เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ทำอะไรผิดตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนการเรียกค่า เสียหายทางละเมิดจริงๆแล้วต้องให้คดีอาญาเสร็จสิ้นก่อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารที่ตนได้ร้องขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมการความรับผิดทางละเมิดไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา และการฟ้องร้องค่า เสียหายต่างๆนั้น ตนได้พ้นจากภารกิจหลังปฏิวัติแล้วช่วงนั้นไม่ได้ดูแลรับผิดชอบ จึงต้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย ยืนยันโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่มีประโยชน์และเราต้องการช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง

แถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากนั้นเวลา 09.30 น. ศาลเริ่มการไต่สวน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเพื่อแถลงเปิดคดีตามเอกสารเพาเวอร์พอยต์ที่จัดเตรียมไว้ สรุปประเด็นสำคัญ 6 ข้อ ให้องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนพิจารณา ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเมื่อแถลงนโยบายต่อสภา ย่อมมีผลผูกพันที่ ครม.ต้องปฏิบัติ ให้ความคุ้มค่า ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลกำไร หากจะคิดเพียงกำไร-ขาดทุน ทุกโครงการก็มีผลขาดทุนหมดต้องทำเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ยกระดับข้าวไทย ส่วนที่กำหนดราคารับจำนำ 15,000-20,000/ตัน เพื่อให้มีรายได้เทียบเท่ารายได้ขั้นต่ำวันละ 300 บาท รับจำนำข้าวทุกเมล็ดก็เพื่อให้สิทธิชาวนาทุกรายไม่เลือกปฏิบัติ ข้อกล่าวหาว่าบิดเบือนกลไกตลาดนั้นไม่เป็นความจริง เพราะปีแรกมีเกษตรกรเข้าสู่โครงการ 58% ปีถัดมายังมีถึง 50% ดังนั้น จำนวนข้าวอีกครึ่งพ่อค้าคนกลางสามารถซื้อจากเกษตรกรได้ตามปกติ

ยืนกรานไม่เพิกเฉยละเลยให้เจ๊ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การระบายข้าวอ้างอิงจากราคาตลาดโลกในการส่งออกและตามรายงานศึกษาของหน่วยงานทั้งไทย-ต่างประเทศ ระบุว่ามีความคุ้มค่า ชาวนามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นและหนี้ลดลง ดังนั้นการที่ ป.ป.ช.นำรายงานของอนุกรรมการปิดบัญชีระบุว่าโครงการได้รับความเสียหายจึงไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้มีหน้าที่ประเมินความคุ้มค่า ยิ่งไปกว่านั้น ป.ป.ช.กล่าวหาตนทราบเรื่องปิดบัญชีแล้วแต่ไม่ยกเลิกโครงการนั้นไม่สมเหตุสมผล โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง ยืนยันกับตนว่า โครงการไม่มีความเสียหายยังอยู่ในกรอบการเงินการคลัง และมีประโยชน์โดยรวม ที่ ป.ป.ช.กล่าวหาตนนั้นยังไม่มีพยานชัดเจนว่า มีความเสียหายในพื้นที่ไหน และมีใครเป็นผู้กระทำผิด โครงการจำนำข้าวมีการป้องกันความเสียหายด้านการคลังและงบประมาณอย่างเคร่งครัด มติ ครม.กำหนดวงเงินหมุนเวียนไม่เกิน 500,000 ล้านบาท และเงินกู้ไม่เกิน 20% ทำประกันภัยข้าว ตนจึงไม่ได้ละเว้นเพิกเฉยให้เกิดความเสียหาย ตนไม่เคยละเลยการตรวจสอบจำนวนข้าวแต่ทำหน้าที่เป็นไปตามกรอบ

ข้องใจ ป.ป.ช.เร่งชี้ผิดก่อน “บุญทรง”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า การระบายข้าวแบบจีทูจี ตนตั้งคณะอนุกรรมการมาไต่สวนและมีการปรับ ครม. แทนที่ ป.ป.ช.จะเร่งรีบไต่สวนของนายบุญทรง ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน กลับกล่าวหาตนก่อนในฐานะผู้ให้นโยบายเป็นการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม การแจ้งข้อกล่าวหากับการไต่สวนของ ป.ป.ช.มีเอกสารเพียง 49 แผ่น ไม่มีหลักฐานว่าตนกระทำการไม่ชอบหรือทุจริต สรุปสำนวน 2 เดือนเศษ แต่โครงการอื่นใช้เวลา 5 ปี ขณะที่คดีนายบุญทรง ใช้เวลา 8เดือนเศษหลังจากสรุปสำนวนตน เป็นการเร่งรัดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมทั้งนำเอกสารที่มีเพิ่มอีก 60,000 แผ่นที่ไม่ได้ไต่สวนชั้น ป.ป.ช.มาปรักปรำกับที่จะมีการส่งเอกสารละเมิดคดีแพ่งทั้งที่คดีอาญายังไม่มีข้อยุติ พยานโจทก์และ ป.ป.ช.มีแต่ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อโครงการจำนำข้าว และโจทก์ยังนำหลักคิดกำไร-ขาดทุนมาประเมินกับโครงการรัฐที่ช่วยเหลือโดยไม่ยึดความคุ้มค่า อีกทั้งพยานโจทก์ยังให้การแตกต่างและขัดแย้งกันเองกับเอกสาร ส่วนปัญหาข้าวสารถุงได้มอบหมายนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรง-ไพศาล รมว.พาณิชย์ ตรวจสอบแล้วในที่สุดมีการยกเลิก ทั้งนี้ตนยืนยันไม่ได้เพิกเฉยหรือยินยอมให้มีการทุจริต

งง ปธ.นบข.ยึดเวลามากกว่ายุติธรรม

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่า พบเอกสารของคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ฉบับหนึ่ง จึงขอตั้งข้อสงสัยว่า ที่กล่าวถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดที่ระบุว่า ประธาน นบข.ให้ข้อสังเกตว่า หน้าที่ของคณะกรรมการคือ ประเมินความเสียหายและนำส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังตั้งเรื่องโดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นความยุติธรรม แต่ต้องดำเนินการตามกรอบเวลาให้ทันการส่งฟ้อง มิฉะนั้นจะถือเป็นความบกพร่องของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ตนจึงหวังให้ศาลเป็นที่พึ่งให้ความเป็นธรรม

อัยการจี้จุดยกเลิกโครงการอื่นได้

ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงเปิดคดีเสร็จ นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักการสอบสวน ในฐานะคณะทำงานคดีจำนำข้าว ได้ซักค้าน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่า มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเกิดปัญหาและเข้าใจการใช้อำนาจยับยั้งโครงการ เมื่ออัยการถามว่า เหตุใดจึงมีการยุติโครงการบริหารจัดการน้ำและปรับปรุงเปลี่ยนหลักเกณฑ์เงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า กรณีที่โครงการบริหารจัดการน้ำต้องยุติไปเพราะทำตามคำสั่งของศาลปกครอง ส่วนการจัดการกองทุนน้ำมันเป็นคนละภารกิจที่ไม่อาจนำมาเทียบเคียงได้ อัยการถามอีกว่า จำเลยอบรมหลักสูตรวิทยาลัยตลาดทุน รุ่นเดียวกับนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ อดีตรองอัยการสูงสุด (ประธานคณะทำงานร่วมอัยการและ ป.ป.ช.) และจำเลยได้รับเลือกเป็นประธานรุ่นด้วย หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบยอมรับว่า ได้เข้าอบรมจริง แต่บุคคลที่ร่วมอบรมมีหลากหลายและมี ป.ป.ช.ด้วย แต่ไม่สนิทกับใครเป็นพิเศษ

สวนถูกถามยัดข้อหาจีทูจี

เมื่ออัยการถามว่า การระบายข้าวแบบจีทูจี เป็นลักษณะอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ตนดูในระดับนโยบาย ถ้าเอาคำถามในระดับปฏิบัติมาถามจะไม่ถูกต้อง และเรื่องจีทูจีไม่ได้อยู่ในสำนวน ป.ป.ช.ตั้งแต่ต้น มาถามตนเหมือนเอาข้อหามายัดไว้ เรื่องข้าวหายระหว่างการระบายข้าวแบบจีทูจีได้ตรวจสอบในวันเดียวกันทั่วประเทศ เชิญ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการ ร่วมด้วยแต่ไม่ได้เข้าร่วม จึงยังไม่ได้มีการยอมรับข้อเท็จจริงส่วนนี้ ทั้งยังเคยขอให้ ป.ป.ช.เดินเผชิญสืบในพื้นที่ แต่ ป.ป.ช.ไม่ได้ตรวจสอบ เมื่อพิสูจน์แล้วว่าข้าวไม่ได้หาย อคส.ก็ยืนยัน รัฐบาลชุดนี้ก็ยอมรับและข้อเท็จจริงตนไม่เคยเห็นสัญญาจีทูจีเลย ได้เห็นทราบก็ตามที่ปรากฏใน ครม.เท่านั้น อย่างไรก็ตามการไต่สวนครั้งหน้านายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.เกษตรฯ จะเป็นพยานฝ่ายจำเลยเข้าไต่สวนในวันที่ 19 ส.ค.

“ประยุทธ์” ทิ้งหมัดตรงโค้งสุดท้าย ประกาศ รับ รธน.พร้อมคำถามพ่วง โต้รัฐบาลไม่คิดสืบทอดอำนาจ ลั่นรักษาคำพูด รธน.ผ่านหรือคว่ำเดินหน้าตามโรดแม็ป อ้อนคนไทยแห่ไปใช้สิทธิให้ถล่มทลาย “มีชัย” ยิ้มอุ่นใจผู้นำส่งสัญญาณทางบวก 6 ส.ค. 2559 00:22 6 ส.ค. 2559 01:17 ไทยรัฐ