วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นทิศทางอำนาจทุกขั้ว

บิ๊กเนมต้นขั้วแต่ละฝ่ายเปิดหน้า “เรียกแขก” ก่อนเข้าเส้นชัย

นอกจาก “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โผล่ตอนท้าย ออกแถลงการณ์ส่วนตัวส่งทางอีเมลให้สำนักข่าวรอยเตอร์ ประสานเสียงวิพากษ์วิจารณ์สอดคล้อง “อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” น้องสาว

โดยทำนาย แม้รัฐบาลใหม่จะได้รับการรับรองจากระบอบทหารในปัจจุบัน แต่ก็จะพบว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบริหารเศรษฐกิจไทย หรือบริหารประเทศภายใต้เงื่อนไขที่ถูกกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ

มองร่างรัฐธรรมนูญ “ต่อท่ออำนาจพิเศษ”

เข้าทาง “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ที่นอกจากร้องกันคนละคีย์กับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคนในสังกัดเก่าแล้ว ยังโยนไพ่เด็ด ปลุกสาวก

ระบุ “ทักษิณบงการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ” และเตรียมเดินแผนรุกไล่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ในช็อตต่อไป

ปลุกผี กระตุกฝ่าย “ตรงข้ามทักษิณ” ออกมาต้าน “โจทก์เก่า”

แต่นั่นไม่เท่ากับ พระเอกตามท้องเรื่อง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ โผล่ประกาศ “ท่าทีส่วนตัว” ในช่วงไคลแม็กซ์ ยืนยันว่าจะไปลงประชามติ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

“จะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงคำถามพ่วงประชามติ”

เพื่อให้ประเทศมีเสถียรภาพอย่างน้อย 5 ปี สอดคล้องแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี

โดยไม่ลืมบอกปัดข้อครหา ไม่คิดสืบทอดอำนาจ

เอาเป็นว่า ต่างออกมาตีเกราะเคาะไม้ เปิดไต๋ปั่นแต้มกันถ้วนหน้าในช่วงสำคัญ

แต่จะอย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด เสียงประชาชนก็คือเสียงสวรรค์

คิวประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง 7 ส.ค.นี้ ประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนราวๆ 50.5 ล้านคน จะเป็นผู้กำหนดอนาคตชี้ทิศทางประเทศอย่างแท้จริงด้วยการใช้สิทธิ “ทางตรง”

จุดชี้วัดสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อ “อำนาจพิเศษ”

เพราะทั้ง คสช.–รัฐบาล คือ “แม่น้ำสายหลัก” ของกระบวนการร่างกฎกติกาประเทศ นั่นจึงไม่พ้นที่จะต้องถูกจับตา หลังประชามติจะเดินต่อไปในทิศทางไหน

ฉันทามติประชาชนจะส่งผลต่อ “ความชอบธรรม” ของ “อำนาจพิเศษ” อย่างไร

ไม่เท่านั้นยังมีผลต่อขั้วฝ่ายต่างๆ ทั้งพวกที่เคยเป็นแนวร่วมอย่าง “ขั้วอำนาจเก่าแก่” ที่มีการขยับหมากเกมเป็นระยะๆ ชนิดกระตุกแรงขอแชร์อำนาจ

หลังประชามติก็คงต้องมีการ “ปรับแผน” เช่นกัน

นั่นก็ไม่ต่างจาก ค่ายประชาธิปัตย์ และคีย์แมน กปปส.ในค่าย แยกเป็น 2 สายชัดเจน

ภาวะ “เสียงแตก” จะกลายเป็นพรรคแตก แยกค่ายตามมาหรือไม่

กระทั่งอีกขั้วที่ก็เห็นชัด ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมดสำหรับเครือข่ายนายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” ในพรรคเพื่อไทยที่ยังไร้แม่ทัพคอนโทรลเกมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

บิ๊กเนมที่มีบทบาทสูง อยู่ที่บรรดา “ซุปเปอร์นารี”

ไม่ว่าจะเป็นสายเจ๊ๆ “น้องสาวนายใหญ่” ใช้สิทธิ “บอร์ดตระกูลชินฯ” ก่อนหน้านี้เห็นสัญญาณขยับจัดแบ่งโซนคุมเสียงในพื้นที่ลูกข่ายก๊วน “น้องสาวนายใหญ่” ระดับ “เจ้าแม่” คนดัง

พลาดโดนไล่บล็อก ล็อกตัวจนครึกโครมมาแล้ว

ยังมีอีกขั้ว “เจ้าแม่” คนใกล้ชิดนายใหญ่ คัมแบ็กพร้อมกับการเอ่ยอ้างถึง “ตั๋ว” บ้านจันทร์ส่องหล้า รับสัญญาณ “นายหญิง” มาเบรกเกมเคลื่อนไหว

หวั่นเกมร้อนแรง จะทำให้ “ดีลสะดุด”

อาสาเป็นตัวทำเกม ในโหมดเจรจาเพื่อความปรองดองและแฝงสูตร “รัฐบาลแห่งชาติ”

เดินหมากสวนทางกันเต็มๆ กลายเป็น “ศึกเจ๊ๆ” ให้ “นายใหญ่” ต้องมึนยาว

หลัง 7 ส.ค.นี้คงรู้กัน ซือเจ๊ขั้วไหนจะเข้มขลังกว่า

เรียกว่าทุกขั้วฝ่ายรอคิวประชามติชี้วัด จึงจะรู้ทิศทางขับเคลื่อนที่ชัดเจน.

ทีมข่าวการเมือง

6 ส.ค. 2559 00:02 ไทยรัฐ