บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอมขายหมดตัว ทุ่มลูกเทิร์นโปร เบื้องหลัง 4 แชมป์ระดับโลก เม เอรียา

โปรกอลฟ์สาวดาวรุ่ง ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปี 2016 คงไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาท้าทาย เม ไหน ไฟแรงเฟ่อ... เอ๊ย โปรเม เอรียา จุฑานุกาล แม่หญิงไทยคนแรก ที่ไปหวดวงสวิงเต็มเหนี่ยว ทำเอาบรรดาฝรั่งมังค่ากระเจิดกระเจิง คว้า 4 แชมป์ระดับ LPGA จนอันดับโลกพุ่งทะยานไปนั่งแท่นมือวางอันดับ 2 ของโลก แน่นอน

แต่นี่...อาจเป็นเพียง...เบื้องหน้าอันงดงามหมดจด ของเธอผู้นี้ ดั่งที่เราๆ ท่านๆ ได้ทราบกัน

หากแต่...ใครจะรู้บ้างว่า กว่าที่ โปรเม จะย่างก้าวมาถึงจุดจุดนี้ จุดที่ทั้งชาวไทยและชาวโลกให้การยอมรับในพลังวงสวิงของเธอ....สาวแกร่ง วัยเพียง 20 ปี ผู้นี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง?…..

วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอพาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ไปฟังจากปากของสาวฮอตที่สุดแห่งปี 2016 มาร้อยเรียงเรื่องราวทั้งหมด ให้ได้รับฟังกันแบบไม่มีอ้อมค้อม

เอาล่ะ เมื่อพร้อมกันแล้ว …. เราไปสนทนากับ เธอผู้นี้ กันดีกว่า

"เอรียา จุฑานุกาล"

ฟื้นความหลัง จากลูกเจ้าของร้านกอล์ฟ สู่ มือวางอันดับ2 ของโลก

โปรเม เริ่มต้นการสนทนา กับทีมข่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อรำลึกถึงอดีตว่า ตั้งแต่ลืมตามาบนโลก ชีวิตก็คลุกคลีตีโมง อยู่กับ "กอลฟ์" แล้ว เพราะที่บ้านทำธุรกิจขายอุปกรณ์กอลฟ์! พออายุย่างเข้า 5 ขวบ ก็เริ่มได้จับไม้กอลฟ์หวดโชว์วงสวิง เพราะทุกวันหลังเลิกเรียน ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ที่รักกีฬาชนิดเป็นชีวิตจิตใจ จะมารับไปเล่นที่สนามกอลฟ์ จากนั้นเป็นต้นมา ว่างเมื่อไหร่ตัวเองและพี่สาว ก็มักจะชวนกันแอบไปหยิบไม้กอลฟ์ของคุณพ่อ ออกมาเล่นกันเป็นประจำ

ด้วยเหตุนี้ DNA ของเธอ จึงถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นจะเป็น นักกอลฟ์อาชีพ เท่านั้น!

"พออายุได้ 10 ขวบ ก็รู้ตัวเองดีแล้วว่า จะต้องเป็นนักกอลฟ์อาชีพให้ได้ นั่นคือความฝันอย่างเดียวในชีวิตและไม่เคยคิดจะเปลี่ยน! เพราะทุกๆ ครั้ง ที่ได้หยิบก้านเหล็ก ออกมาหวดใส่ลูกกอลฟ์ เม มีความสุขมาก และคนรอบข้างของ เม โดยเฉพาะคุณพ่อและคุณแม่ ก็มีความสุขด้วยเช่นกัน" สาวน้อยมหัศจรรย์ แห่งปี 2016 กล่าว ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อนึกถึงวันวาน

ขายบ้าน ขายรถ ขายกิจการ ดันลูกสู่ความฝัน นักกอลฟ์ระดับโลก!

เมื่อรู้ความฝันของลูกแบบนี้ หากเป็น เราๆ ท่านๆ จะทำอย่างไร?

อะไรนะลูก?... เป็นนักกอลฟ์อาชีพ ยากไปไหม...เป็นไปไม่ได้หรอก....กลับไปเรียนหนังสือดีกว่าลูก....คำตอบของท่าน อาจเป็นเช่นนี้

หากแต่...สิ่งที่ครอบครัว "จุฑานุกาล" ทำก็คือ ขายบ้าน ขายรถ ขายกิจการ ทุกอย่าง เพื่อนำเงินมาสนับสนุน ความฝันลูกให้เป็นจริง! น่าขนลุกใช่ไหม? แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ทุกท่าน งั้น เราไปฟัง โปรเม เล่าให้ฟังถึงช่วงเวลานี้กัน....

"แน่นอนค่ะ มีเสียงสะท้อนประดังประเดเข้ามาไม่หยุด เพราะการที่ครอบครัวเม ทำอะไรแบบนี้ น้อยคนนักที่จะคิดว่า สิ่งที่ครอบครัวได้ทำไปนั้น มันดี…มันคุ้มค่า คนส่วนใหญ่หรือแม้แต่ญาติแท้ๆ ที่รู้ข่าว ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้าไปแล้ว เพราะเขามองว่าสิ่งที่ทำลงไป มันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด หากช่วงนั้น ใครมาถามว่ากดดันไหม เพราะครอบครัวลงทุนให้ถึงขนาดนี้ เม กลับมองว่าคนที่กดดันมากที่สุดก็คือ พ่อและแม่ เพราะตอนนั้น เม อายุแค่ 10 ขวบไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตอนนั้นคิดแค่ว่า หากเขามีเงินส่งให้ตีกอล์ฟ ก็จะขอเล่นต่อไปให้ดีที่สุด" โปรเม กล่าวด้วยสายตามุ่งมั่น

พ่อ โค้ชแรกในชีวิต พร่ำสอน มีวินัย ต้องวินัย และต้องมีวินัยให้มากที่สุด

"โค้ชคนแรกคือ คุณพ่อค่ะ ซึ่งเป็นโค้ชที่ดุและเข้มงวดมากกกกกก.....(ลากเสียงสูงงง) โดยจะย้ำอยู่เสมอ เรื่องการมีระเบียบวินัย ต้องทำทุกอย่างตามขั้นตอนอย่างเป็นระเบียบ ตารางงานการฝึกในแต่ละวัน มีอะไรต้องทำให้ครบถ้วน! ที่ เม ประสบความสำเร็จได้ทุกวันนี้ ก็เพราะ ได้คุณพ่อปลูกฝังและช่วยฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อ เป็นคนที่ถ้าจะทำอะไรแล้ว จะไม่มีวันหยุดทำ จนกว่าจะประสบผลสำเร็จ และจะต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่านั้น!

แต่แน่นอน เมื่อตัดสินใจเลือกที่จะเดินไปในเส้นทางสายนี้ ย่อมไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายๆ แน่นอน อุปสรรคแรกแน่นอน "การเรียน"

โปรเม นิ่งไปสักพัก ก่อนเล่าให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า ช่วงเรียนระดับประถมศึกษา ตอนนั้นเริ่มมีโอกาสได้ติดทีมชาติไทยแล้ว ทำให้มีตารางการซ้อมที่หนักหน่วงเข้มข้นมาก จนทำให้มีปัญหาเรื่องการเข้าเรียน แต่โชคยังดีที่สถานศึกษาเข้าใจ แถมยังพร้อมสนับสนุนให้เธอประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ จึงอนุญาตให้เข้าเรียนเพียงครึ่งวัน แถมยังจัดครูพิเศษมาสอนให้แบบตัวต่อตัวอีกด้วย เพื่อให้มีเวลาเหลือสำหรับการไปทุ่มเทซ้อมกีฬาที่เธอรักมากที่สุด

"ช่วงนั้น แม้จะใช้ชีวิตแตกต่างจากเด็กทั่วๆ ไปมาก แต่ เม ไม่ได้มีความรู้สึกเหนื่อย หรือ คิดท้อถอย แม้แต่นิดเดียว"

เมื่อเป้าหมาย มีเอาไว้ให้พุ่งชน …ด้วยเหตุนี้เมื่อจบการศึกษาในระดับชั้น ม. 6 จึงตัดสินใจยังไม่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ขอมุ่งหน้าเทิร์นโปร ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี เพื่อไล่ล่าตามหาความฝันอย่างที่ตั้งใจไว้!

เทิร์นโปรแล้ว ใช่ว่า...เส้นทางจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ...

นักกอลฟ์หญิงอันดับ 2 ของโลก เปลือยใจกับทีมข่าวฯ ช่วงนี้ ด้วยน้ำเสียงเศร้าหมองเล็กน้อยว่า ชีวิตการเทิร์นโปร ช่วงที่ยากลำบากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อปี 2013!

เจ็บแรก โดนสบประมาท พลาดแชมป์ Honda LPGA Thailand แชมป์ระดับ LPGA ครั้งแรกในชีวิต เพราะสู้ความกดดันไม่ได้!

ตีดีมาตลอด แต่มาพลาดเอาวันสุดท้าย หลุมสุดท้าย! กดดันจนตีหลุด ทำทริปเปิลโบกี้ในหลุมสุดท้าย พลาดแชมป์ไปชนิดไม่น่าให้อภัย ท่ามกลางเสียงสบประมาท ถาโถมว่า "ถ้าแนวการเล่นยังเป็นแบบนี้อยู่ ถึงจะขึ้นนำเขามา เดี๋ยวมันก็แพ้”

เจ็บซ้ำสอง ไปพลาดหกล้มขณะฝึกซ้อม จนได้รับบาดเจ็บจนไหล่ ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดและหยุดพักรักษาอาการบาดเจ็บยาว ถึง 1 ปี!

เหตุการณ์สุดกระแทกใจ 2 ครั้ง ซ้อนๆ ในชีวิต ของสาวน้อยมหัศจรรย์ ที่ในเวลานั้น อายุเพียง 17 ปี! เธอผ่านความยากลำบากในเวลานั้น จนฟันฝ่าไปประสบความสำเร็จได้อย่างไร เราไปฟังจากปากของเธอกัน

"ตอนนั้น ยอมรับเลยว่า สภาพจิตใจ เม แย่มากๆ แต่ เม คิดว่า ทุกช่วงชีวิตของทุกคนล้วนต่างต้องพบกับช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่แย่ ชีวิต เม เองก็คงไม่ต่างกัน ส่วนคำสบประมาท ต่างๆ มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้น เม ก็เลยคิดแค่ว่า อย่าสนใจหรือเก็บมาคิด มาใส่ใจ เพราะสิ่งที่เขาเหล่านี้พูด มันไม่สามารถตัดสินชีวิตของเราได้!

แต่อุปสรรคก่อนทางไปสู่ความสำเร็จ ของ โปรกอลฟ์สาวของเรา ยังไม่จบเพียงเท่านั้น.... ช่วงปี ค.ศ.2015 เจ้าตัว ประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างหนัก ถึงขนาดตกรอบ 10 รายการรวด!

ถามอีก....เป็นเราๆ ท่านๆ จะทำอย่างไร ไม่เอาแล้ว...เล่นไปพลาดแชมป์ก็โดนด่า....กลับมาหลังเจ็บหนัก ฟอร์มตกขนาดนี้ เลิกเล่นดีกว่าวุ้ย....

หญิงแกร่งชื่อ "เอรียา จุฑานุกาล" ก็โมเมนต์ นั้น เหมือนกัน ความท้อแท้ แต่…มันก็แค่ความคิดชั่วครู่ ตามปกติสามัญชนคนทั่วไป

เธอลุกขึ้นยืน จากที่ทรุดลงไปกองกับพื้นได้อย่างไร เราไปฟังกัน!

ตอนนั้น บอกเลยว่า....ไม่อยากตีกอล์ฟแล้ว! มันท้อมาก อยากหยุดพักยาวๆ แต่แล้ว ก็สามารถฮึดขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เพราะ….

เพราะอะไรน่ะหรือ? …… เราไปฟังโมเมนต์นี้ จากเธอกันชัดๆ

"เพราะแม้ตอนนั้น เราไม่เชื่อในตัวเอง แต่คนรอบข้าง เขาเชื่อถือในตัวเรา เรื่องนี้ มันสอนให้รู้เลยว่า ไม่ว่าใครจะเชื่อมั่นในตัวเราแค่ไหน มันไม่ค่าเท่ากับเราเชื่อมั่นในตัวเอง" เสียงแผดดังออกมาจากใจและกายของโปรสาว ขวัญใจชาวไทย เมื่อเอ่ยถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

ล้มทรุดลงกองกับพื้นแล้ว ถึงคราวต้องลุกขึ้นยืน! แต่สำหรับ โปรเม ไม่ใช่แค่ลุกขึ้นยืนธรรมดา มันก็การกระโดดไกล!

ชัยชนะที่รอคอย สร้างชื่อก้องโลก โปรไทยคนแรก คว้าแชมป์ระดับ LPGA!

เมื่อฮึดสู้อีกครั้ง ด้วยความเพียรพยายามขยันฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ฝันร้ายท่ามกลางเงามืดก็จางหายไป ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทั้งตัวเธอและครอบครัว ช่วยกันลงทุนลงแรงไปก็ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า มันไม่ได้สูญเปล่าไปอย่างที่ใครๆ ครหา เมื่อ เธอ หวดก้านเหล็ก กวาดแชมป์ ระดับ LPGA ได้ถึง 4 รายการติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา จนกระโดดขึ้นไปนั่งแท่นโปรกอลฟ์อันดับ 2 ของโลก ได้อย่างเต็มภาคภูมิ! และสร้างประวัติศาสตร์ เป็นชาวไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ระดับ LPGA ได้

4 แชมป์ระดับอินเตอร์ที่ว่า ประกอบด้วย

1.รายการ โยโกฮาม่า ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก 
2.รายการ คิงส์มิลล์ แอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ
3.รายการ วอลวิค แชมเปี้ยนชิพ
4.รายการ ริโคห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น

4 รายการเมเจอร์ระดับโลก ที่คนทั้งโลกต้องให้การคารวะ รวมทั้งคืนความสุขให้ชาวไทยทั่วหน้า!

ก้าวย่างต่อไป หลังจากนี้ เป้าหมายสูงสุดคือ...?

"ภายในอีก 2-3 ปี นับจากนี้ ต้องขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟหญิง มือ 1 ของโลก ให้ได้ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยของเราให้ได้" โปรเม ตอบทีมข่าวอย่างภาคภูมิ

"เพราะ เม เชื่อว่า การมีความฝันหรือเป้าหมาย มันทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีค่า มันทำให้เรารู้ตัวว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ แต่ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่เราพยายามทำ มันยังไม่ประสบความสำเร็จ เราก็แค่ตั้งใจทำต่อไป พยายามหาวิธีการทำให้มันประสบความสำเร็จ เพียงแค่นี้ เราก็สามารถไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้แน่นอน”

และนอกจากนี้ ….. ใช่แล้ว....กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ที่คนทั้งโลกและชาวไทยเฝ้ารอคอย เหรียญทอง จากกีฬาโอลิมปิกที่บราซิล ซึ่งโปรเม จะได้ร่วมเข้าแข่งขันเป็นครั้งแรก และในเวลานี้ เธอ กลายเป็นตัวเต็งอันดับ 2 ที่ชาวสยามประเทศ ตั้งความหวังไว้! เธอรู้สึกอย่างไร ไปฟังจากเธอกัน

"โอลิมปิกครั้งนี้ เป็นเข้าแข่งขั้นครั้งแรกของ จึงถือเป็นแรงจูงใจอย่างยิ่ง ที่จะต้องพยายามคว้าเหรียญมาครองให้ได้ ซึ่งล่าสุด ก็พยายามฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ เพราะต้องการนำเหรียญรางวัล กลับมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยทุกคน ส่วนตัวไม่ได้มีความกดดันในเรื่องใดเป็นพิเศษ ถึงแม้คนรอบข้างจะคาดหวังเอาไว้มาก แต่ทุกครั้งที่ได้ลงแข่งขัน เม มักจะคาดหวังในกรอบความสามารถของตนเองเป็นหลักเอาไว้ เพื่อจะได้ไม่กดดันตัวเอง" โปรเม กล่าว

ท้ายที่สุด โปรเม ฝากทิ้งท้ายถึงเยาวชนทั้งหลาย ที่อยากจะก้าวเท้าเข้าสู่การเทิร์นโปรกอลฟ์ ว่า เม มาอยู่ในจุดๆ นี้ได้ เพราะเม มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง เพราะเราไม่สามารถพึ่งพาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทุกอย่างต้องเดินไปพร้อมๆ กัน ประสบการณ์ทั้งดีและร้ายที่ผ่านมา เม อยากจะขอบคุณมันเช่นกัน เพราะมันถือเป็นตัวผลักดันอีกหนึ่งแรง ที่ทำให้ เม มาอยู่ในจุดๆ นี้ได้

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ