วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รักเค้าเพราะแสนดี หรือมีตัวเลขในบัญชีเยอะ

รักเค้าเพราะแสนดี หรือมีตัวเลขในบัญชีเยอะ

  • Share:

มีนิตยสารเล่มหนึ่งเพิ่งมาสัมภาษณ์ไม่นานนี้ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องของโลกโซเชียลฯ คงเห็นเป็นคนอีกรุ่นที่ดันมีชีวิตอยู่ จนได้เห็นความเป็นไปของการสื่อสารในยุคนี้ จากยุคที่มีอะไรเขียนใส่ไดอารี่ ใครมาแอบอ่านไดอารี่ของเราจะต้องโดนด่า มาถึงยุคที่จะไปขี้ยังต้องโพสต์เลย เรื่องส่วนเราเลยกลายเป็นเรื่องส่วนรวม เลิกคิดเถอะว่า Facebook, IG เป็นพื้นที่ส่วนตัว นี่คือพื้นที่แถลงข่าวของผู้คนต่างหาก เราเข้าไปเรียนรู้ชีวิตใครๆ บางทีก็เกินไปจนถึงขั้นก้าวก่าย คิดว่าชีวิตเขาคือชีวิตเรา แสดงความเห็นได้ ด่าได้ จนลืมไปว่า นั่นชีวิตเขา เดือดร้อนอะไรกับเรา บ้างก็แสดงความเห็นทั้งที่ยังไม่ได้เห็น ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่ด่าได้ชัดถ้อยชัดคำ จนรวมไปถึงการตัดสินชีวิตใครๆ วิจารณ์ใครก็ได้ แล้วบอกว่านี่คือความเห็นส่วนตัว ลืมหัวใจของเขาไปหน่อย

ที่เห็นเป็นข่าวล่าสุดคือ มีคนไปวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของน้องที่ทำงานในปั๊มคนหนึ่งด้วยประโยคนี้ “คนอะไรขี้เหร่ ทำไมช่างกล้าเกิด” โอ้โห...คนโพสต์ก็ช่างกล้านะ ล่าสุดมีการขอโทษขอโพยกันไปเรียบร้อย เรื่องขำเรื่องฮาของเราไม่ควรทำร้ายคนอื่นเขา น้องที่โดนแอบถ่ายรูปเอามาประกอบคำวิจารณ์ น้องพูดชัดและตรง “หนูเลือกเกิดไม่ได้พี่ ถ้าเลือกได้ใครก็อยากเกิดมาสวย เกิดมาหล่อทั้งนั้น”

พี่เข้าใจดีเลยน้อง ตอนเข้ามาเป็นพิธีกรรายการทีวีแรกๆ มีข้อความส่งมาด่าเหมือนกัน ทำไมถึงมาเป็นพิธีกรทีวีล่ะ? “เพื่อนหนูเป็นกะเทย ยังสวยกว่าพี่อีก” แล้วไงล่ะ ให้เพื่อนน้องมาเป็นพิธีกรแทนพี่หรือให้พี่ไปเป็นกะเทยแทนเพื่อนน้อง ไม่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไรต่อไป ได้แต่ขำๆ และเดินหน้าทำงานของตัวเองต่อไป หลังๆ ไม่ค่อยมีคนด่าแล้ว ไม่ได้สวยขึ้นค่ะ แค่ทุกคนคงชิน ป้าคนนี้ก็หน้าตาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เกาหลีคงช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ เลยเป็นคนที่บอกกับตัวเองเสมอ เราจะไม่เล่นมุกใดที่เกี่ยวกับสรีระ ความสวยความงาม

เรื่องขำของเราอาจเป็นเรื่องเศร้าของเขา เสียงหัวเราะของเราต้องไม่ทำร้ายใคร

โซเชียลเน็ตเวิร์กประโยชน์มากมี ข้อไม่ดีก็มากมาย อยู่ที่ว่าเราใช้มันแบบไหน ไว้เรียนรู้โลกกว้างใหญ่หรือแค่โพสต์เอาสะใจไปวันๆ แต่ประโยชน์ข้อหนึ่งของโซเชียลฯ คือการที่เราได้มาเจอกันตรงนี้ทุกอาทิตย์ มีเรื่องอะไรคุยกัน บอกกันแนะนำกัน แชร์ประสบการณ์ หรือแม้แต่ถามกันตอบกัน วันนี้เลือกคำถามนี้มาตอบนะคะ

“รักครั้งนี้เริ่มจากอบอุ่น จบลงด้วยอึดอัดค่ะ ตอนเริ่มรัก อะไรๆ ก็ดี สั่งทำแหวนเพชรให้เรา พาไปเที่ยวมัลดีฟส์ แต่พอไปทำงานกับเขา จะขอเงินใช้เยอะหน่อยก็บ่น เพราะเขาถือว่าให้เงินเดือนแล้ว ไม่พาไปเที่ยวที่ไหนเลย พาแต่ไปกิน พออ้วนก็ด่า จนเอาใจไม่ถูก พูดมากก็ไม่ได้ หาว่าไร้สาระ ทำงานผิดนิดผิดหน่อยก็ไล่ออกจากบ้าน อดทน มาตลอด จนท้อง ก็นึกว่าเขาจะดีใจ แรกๆ เขาก็ดีใจนะคะ แต่พอเราขอกลับบ้านเร็ว เขาก็บ่น เราจะขอพักเพราะแพ้ท้อง เขาก็บอกว่า คนท้องไม่มีสิทธิพิเศษ จนในที่สุดแท้ง ไม่รู้เพราะงานเยอะ เดินเยอะ เครียด หรืออายุเราเยอะ อายุเราก็ 36 ปี แฟน 51 ปีแล้วค่ะ พอแท้งเขาก็เอาใจใส่ดี ทำโน่นนี่ให้กิน ดูแลดี แต่เดี๋ยวก็ร้ายสลับไปมาจนสับสน ทำตัวไม่ถูก อึดอัดมาก จากคนเคยพูดเลยเหมือนคนเก็บกด จากคนเคยยิ้มได้แค่ฝืนยิ้ม จากที่มีความสุขก็แอบร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ บางทีสายตาที่เธอมองเหมือนเราเป็นคนไม่ดี ดูแลแบบขอไปที ความอึดอัดของคนเรามีขีดจำกัดนะคะ น้องควรทำยังไง เมื่อก่อนอยากมีนะแฟนรวย แต่มาวันนี้รู้แล้วว่า ต่อให้รวยแค่ไหนถ้าอึดอัด เงินมันซื้อความสุขไม่ได้จริงๆ”

ว่าแต่ที่เลือกเขา ไม่ใช่แค่รวยใช่ไหม เราได้ศึกษานิสัยใจคอกันอย่างดี และมีใจให้กันและกันมากพอหรือเปล่า เราเลือกเพราะเรารักกัน หรือแค่รู้สึกว่า อยู่ใกล้คนล่ำซำ คงทำให้เรามีความสุข ถ้าเริ่มด้วยเหตุผลแบบนี้ เลยไม่แปลกที่วันดีๆ จะค่อยๆ หายไป ความรักเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป แค่ความรักของเขาอาจดับไว จนอีกใจตั้งรับไม่ทัน เคยถามตัวเองไหม ว่าเราดูแลเขายังไง เราเป็นภรรยาที่ดีหรือเปล่า ฟังความข้างเรา ก็จะเห็นแต่ภาพเขาแย่ คน 2 คน ก่อนจะบอกว่าเขาไม่ดียังไงให้โทษว่าเป็นความผิดของเราอยู่ครึ่งหนึ่ง เราใช้เงินฟุ่มเฟือยไปไหม จนทำให้เขารู้สึกได้ว่า เราไม่ค่อยเห็นค่าของเงินหรือเปล่า ถึงให้เราทำงานหนักขนาดนี้ การดูแลใส่ใจที่น้อยไปของเขา เราล่ะเคยสลับเป็นผู้ให้ หรือเฝ้ารอแต่จะเป็นผู้รับอย่างเดียว มองเขา ก็ต้องย้อนกลับมามองที่ตัวเราด้วย ถ้าเราเป็นภรรยาที่ดีแสนดี แต่เขาเบื่อคนดีอย่างเรา ก็ต้องจับมือคุยกัน มีอะไรที่เขาอยากให้เราปรับปรุง ตรงไหนยังไง แล้วบอกเขาด้วยว่าเรารู้สึกยังไง ตรงไหนรับไหว ตรงไหนรับไม่ไหว พูดกัน และต้องฟังกัน ในมุมเขาและมุมเรา ความรักเป็นเรื่องคน 2 คน เมื่อเกิดปัญหาความรักก็ต้องแก้ทั้ง 2 คน ไม่ใช่มีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องอดทน ในขณะที่อีกคนก็ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด เมื่อคุยกันแล้ว ปรับกันแล้ว ได้แค่นี้ ก็ต้องถามตัวเองอีกที เรารักเขามากพอจะเดินหน้าต่อไหม ถ้าไม่ไหว ก็ต้องต่างคนต่างไป

อย่ามัวแต่เก็บกด ความสงบไม่ใช่จุดจบของปัญหาเสมอไป แค่ต้องรู้ว่าเราควรสื่อสารบอกเขายังไงว่าตอนนี้เรารู้สึกอะไร ผู้ชายมากมาย ก็อึดอัดแทบตายเวลาภรรยาไม่พูด ถามอะไรไม่ตอบ มันอึดอัดหายใจไม่ออก ทุกอย่างควรบอก แค่จะบอกยังไงที่ไม่รู้สึกเหมือนเราเอาแต่ตำหนิเขาอยู่ร่ำไป ชีวิตคู่เป็นเรื่องไม่ง่าย พื้นฐานที่สำคัญมากมายคือต้องรักมากพอไง ถึงจะเดินกันไปได้ไกล ถ้าเริ่มต้นง่ายๆ แค่เขามีตังค์ ข้างหน้าก็พังได้ไม่ยาก เงินสร้างได้ แต่ความจริงใจนี่ล่ะที่สร้างยากกว่าเยอะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้