วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทางลัดรวยเร็วได้มากกว่าถูกหวย

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆ ท่าน พระมหาสมปองมาแล้วนะโยม มาพร้อมธรรมะง่ายๆ ที่ส่งตรงให้ทุกคน

สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง “คนดวงเฮง” หรือ “คนโชคดี” โยมรู้ไหมว่า ความโชคดีคืออะไร แล้วต้องทำอย่างไรเราถึงจะเป็นคนที่โชคดี บางคนอาจนั่งเพ้อนอนฝันว่า เมื่อไหร่หนอ โชคดีจะเป็นของเรา

คำว่าโชคดีตามความหมายที่เราท่านเข้าใจคือ เป็นคนที่บุญหล่นทับ ตกถังข้าวสาร ได้โชคชนิดที่ว่าเข็มขัดสั้น! (คาดไม่ถึง...อิอิ) เรียกอีกอย่างหนึ่งคือ ได้ลาภลอย ลาภลอยนะโยม ไม่ใช่ลาบลอย ถ้าลาบลอยแบบนี้ต้องมีน้ำตกซกเล็กมาด้วยก็คงจะได้บรรยายบ้านเฮาเต็มพิกัด!!

พูดง่ายคือความโชคดี คือคนที่ดวงเฮงได้สิ่งที่ทำให้ปลื้มใจ ทำให้มีความสุข ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ล้วนก็อยากโชคดี อยากมีโชคกันทั้งนั้น บางคนก็โชคดีสมใจ บางคนนะสิโชกเลือด มันก็ละเหี่ยใจ ทำอะไรก็ไม่ได้ดังใจไปซะหมด มีลูกก็กวนตัว มีผัวก็กวนใจ อยู่บ้านน้ำก็ไม่ไหล ไฟก็ดันดับอีก เรียกซวยครบวงจร

บางคนโชคดีมาก เกิดมาหล่อ รวย สวย ฉลาด เรียกว่า โชคดีครบวงจร บางคนโชคดีน้อย เกิดมาไม่หล่อ ไม่รวย แถมไม่ฉลาด ชนิดที่ว่า ถึงผมจะไม่หล่อ แต่ผมก็จนนะครับ แถมผมยังอับปัญญาอีกด้วย!!

อาตมาขอถามโยมตรงๆ เลยว่า โยมอยากโชคดีไหม?... (อยาก...ดังเชียว) อย่าว่าแต่โยมเลยอาตมาก็อยากโชคดีเหมือนกัน ความโชคดีมันไม่เข้าโยมออกพระหรอก มันก็อยู่บุญวาสนาที่แต่ละคน ในชาติที่แล้วที่สร้างกันมาและความพยายามในชาตินี้ที่ลงมือทำ

คำโบราณพูดไว้ว่า แข่งเรือ แข่งรถมันแข่งได้ ไม่ใช่ แข่งเรือแข่งพ่ายมันแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนามันแข่งไม่ได้ คำพูดข้างต้นอาตมาว่า มันถูกต้องนะโยม แต่มันถูกครึ่งหนึ่ง บางคนอาจจะสงสัยอีกครึ่ง มันเป็นยังไง

ที่ว่าแข่งไม่ได้ ก็คือบุญวาสนาในชาติก่อน แต่ชาตินี้ก็ไม่แน่ บางคนเกิดมาในกองเงินกองทอง แต่ในชาตินี้ดาวไถเข้าร่าง ไถอย่างเดียว ไม่ทำมาหากิน ถึงจะมีทรัพย์สมบัติมากแค่ไหน ไม่นานก็หมดได้

เรียกว่าโชคดีที่เกิดมามีทรัพย์...แต่โชคอับเพราะใช้ทรัพย์ไม่เป็น...ก็เลยทำให้อับโชคได้นะโยม

โยมทั้งหลาย เหตุที่ชาตินี้เรามีฐานะร่ำรวย เพราะชาติก่อนเราชอบให้ทาน ด้วยอาการของใจดังนี้คือ

1. ให้ด้วยความศรัทธา 
2. ให้ด้วยความเคารพ 
3. ให้โดยกาลอันสมควร 
4. ให้ด้วยจิตอนุเคราะห์ 
5. ให้โดยไม่กระทบตนเองและผู้อื่น คือให้โดยไม่ประชด

ดังนั้นทุกสิ่งอย่างล้วนมีเหตุปัจจัย ไม่ใช่เกิดขึ้นมาลอยๆ เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะมีบุญบารมี ความดีก็เลยให้ผล กลายเป็นคนโชคดีอย่างที่เราเห็นกันตามข่าวนั่นแหละโยม

คำว่ากรรม คือ การกระทำ มีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว และกรรมให้ผลตามหน้าที่ มี 4 อย่าง คือ

1. ชนกกรรม กรรมพาให้เกิด ให้เกิดทั้งดีและชั่ว รวยและจน 
2. อุปัตถัมภกกรรม กรรมสนับสนุนหรืออุปถัมภ์ ทั้งทางดีและชั่ว
 3. อุปปีฬกกรรม กรรมบีบคั้นหรือเบียดเบียน เป็นกรรมที่คอยขัดขวาง ทั้งทางดีและทางชั่ว 
4. อุปฆาตกรรม กรรมตัดรอน

กรรมที่ให้ผลตามแรงหนักเบา มี 4 อย่าง คือ

1. ครุกรรม กรรมหนัก
 2. พหุกรรม หรือ อาจิณกรรม กรรมที่ทำจนเคยชิน
 3. อาสันนกรรม หรือ ยาสันนกรรม กรรมเมื่อจวนเจียนจะตาย ระลึกเมื่อก่อนตาย
 4. กตัตตากรรม หรือ กตัตตาวาปนกรรม กรรมสักแต่ว่าทำ (ทำโดยไม่มีเจตนา)

กรรมที่ให้ผลตามกาล มี 4 อย่าง คือ

1. ทิฏฐฏธรรมเวทนียกรรม กรรมที่ให้ผลในชาตินี้
 2. อุปปัชชเวทนียกรรม กรรมที่ให้ผลในชาติหน้า 
3. อปราปรเวทนียกรรม หรือ อปรปริยายเวทนียกรรม กรรมที่ให้ผลในชาติต่อๆ ไป 
4. อโหสิกรรม กรรมที่ให้ผลเสร็จแล้ว (เลิกให้ผล)

โยมทุกท่าน ในโลกนี้ ไม่ได้มีความบังเอิญ ทุกอย่างล้วนมีเหตุปัจจัย ถึงว่าโยม 'นัทยา แก้วศีลา' ไม่ได้ 10 ล้านจากการทายผลบอลยูโร 2016 เขาก็อาจจะได้โชคจากสิ่งอื่น เพราะถึงเวลาที่กรรมให้ผล และมีกรรมดีอื่นๆ ที่คอยสนับสนุนด้วย

ดังนั้น อาตมาขอบอกว่า คนดีเขาจะสร้างบารมีโดยไม่มีข้อแม้ ส่วนคนที่แย่ มีแต่ข้อแม้ ก็เลยไม่ได้สร้างบารมี

เจริญพร

พระมหาสมปอง

5 ส.ค. 2559 16:12 8 ส.ค. 2559 11:52 ไทยรัฐ