วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ดานัง-ฮอยอัน-เว้" มนต์เสน่ห์แห่งเวียดนาม

เรือรอรับนักท่องเที่ยวที่อุทยานถ้ำฟงญา

“ซิน จ่าว” (Xin Chao) เอ่ยทักทายกันแบบนี้ หลายคนร้องอ๋อ! ไปเที่ยวเวียดนามมาแหง! ...ใช่เลย! ในช่วงที่เมืองไทยอากาศแปรปรวนเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เราเลยถือโอกาสบินโฉบไปลงภาคกลางเวียดนามที่มีพร้อมทั้งทะเล หาดทราย ภูเขาและเมืองเก่า...ถือเป็นมนต์เสน่ห์เรียกแขกมาเที่ยวบ้านไม่แพ้ชาติอาเซียนอื่นๆ

จุดหมายแรกอยู่ที่ ดานัง เมืองศูนย์กลางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในภาคกลาง ที่อยู่ติดทะเลตะวันออก ซึ่งจริงๆก็คือทะเลจีนใต้...แต่ชื่อนี้แสลงใจคนในหลายประเทศรวมทั้งเวียดนาม คนเวียดนามจึงมักบอกว่าเป็นทะเลตะวันออกแทนการพูดถึงเรื่องที่ไม่อยากพูดอย่างที่ว่า

ดานัง มีแม่น้ำชื่อคล้ายกับที่เกาหลีคือแม่น้ำ “ฮัน” แต่คนท้องถิ่นเรียกว่า “หาน” ลงเสียงหนักๆกันเลย ไหลผ่ากลางอกจนเกิดแลนด์มาร์คสำคัญตามมานั่นคือ “สะพานมังกร” หนึ่งใน 6 สะพานสร้างทอดผ่าน 2 ฟากฝั่งใจกลางเมือง

ดานัง เป็นเมืองที่มีแค่ 2 ฤดู คือ ฤดูฝน ในช่วงเดือน ส.ค.-ธ.ค.ซึ่งก็อาจจะมีลมหนาวแซมๆอยู่ด้วย ส่วนอีกฤดูคือ ฤดูแล้งหรือร้อนในช่วง ม.ค.-ก.ค. ตอนที่ ศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองดานัง เชิญเราไป...อากาศถือว่าร้อนได้ที่ทีเดียว

และเพราะดานังเป็นเมืองชายทะเล กิจกรรมท่องเที่ยวจึงมีทั้งเจ็ตสกี เซิร์ฟ เรือลากร่มพาราเซลและกิจกรรมทางน้ำอื่นๆให้ได้เล่นสนุก แต่ที่น่าสนใจคือทะเลและชายหาดยังค่อนข้างใสสะอาดและทรายนุ่มละมุนเท้าเข้าขั้นซิลกีๆ (silky) ประกอบกับเราได้พักโรงแรม 4 ดาว ติดชายหาดเลยชิวๆไป ได้เห็นทั้งอาทิตย์ขึ้นและตก ช่วงบ่ายๆออกไปเดินกินลมชมวิว นั่งรับลมทะเลบรรยากาศดีมาก...แถมกลางคืนก็มีที่นั่งดื่มกินรับฟังเสียงคลื่นซัดฝั่ง...งานนี้ไม่ควรมาเดี่ยว...ไม่งั้นเฉาตายแน่

นอกจากทะเลและชายหาด ดานังยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีก เช่น พิพิธภัณฑ์โบราณของชนชาติ “จาม” หรือจามปา ที่รุ่งเรืองในแถบนี้ช่วงศตวรรษ 2-15 และมีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับหลายประเทศอาเซียน ทั้งไทย กัมพูชา

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเยื้องสะพานมังกร และอีกจุดคือ ภูเขาหินอ่อน อยู่ห่างใจกลางเมืองแค่ 7 กม. บนภูเขาหินอ่อนยังมีเจดีย์และถ้ำ สวยๆ ให้คนขึ้นไปเที่ยวชม...แต่ต้องฟิต...เพราะต้องเดินขึ้น-ลงเขา

เสน่ห์ดานังยังไม่หมด ใครมีโอกาสลงเรือชมวิวยามเย็นย่ำค่ำล่องแม่น้ำฮัน เป็นอันต้องมนต์สะกดกับความงาม 2 ฟากฝั่งและเหล่าสะพานที่เปิดไฟหลากสีสันสวยงามล่อแมลงเม่าอย่างพวกเราที่มีทั้งสื่อและทัวร์เอเจนซี่ที่ได้แต่ตื่นตะลึงระคนกับเสียงเพลงและเมนูอาหารบนเรือประทับใจกันไปตามระเบียบ

นอกจากดานัง ฝ่ายจัดงานยังจัดทัวร์ย่อยๆให้เลือกตามอำเภอใจ งานนี้เราเลือกไปสายเมืองฮอย อัน และเว้ ที่ว่ากันว่าเป็นเมืองที่สาวสวยที่สุดในเวียดนาม

“ฮอย อัน” เป็นเมืองท่าสำคัญในอดีตและเมืองศูนย์กลางการค้าช่วงคริสต์ศตวรรษ 16-17 และเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังคงสภาพเมืองเก่าผสมผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมท้องถิ่นบวกต่างชาติ เราใช้เวลาเดินทางจากเมืองดานังแค่ 40 นาทีก็ถึง

เราเริ่มตะลุยฮอย อัน กันที่เขตเมืองเก่า อาคารเก่ายังถูกอนุรักษ์ไว้แบบเดิมๆ ไฮไลต์อีกหนึ่งจุดของฮอย อัน คือ สะพานญี่ปุ่น ที่คงสภาพมนต์ขลังเดิมๆ สองฟากถนนเรียงรายด้วยอาคารทรงย้อนยุคที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกทั้งเสื้อผ้า งานศิลปะ สินค้าหัตถกรรม และที่ขาดไม่ได้คือร้านกาแฟ บางร้านขายเมล็ดกาแฟสำเร็จรูปของเวียดนามแท้ๆพร้อมอุปกรณ์ชงที่เรียกว่ากาแฟดริ๊ป รองรับนักท่องเที่ยวด้วย

บรรยากาศคล้ายๆถนนคนเดินบ้านเรา ตลอดทางคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว บางคนก็เช่าจักรยานปั่นได้อารมณ์ฟินไปอีกแบบ

จากฮอย อัน นั่งรถราว 2 ชั่วโมง เราก็มาถึงเมือง “เว้” ที่นอกจากจะเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว เว้ ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งแม่น้ำหอมและสาวงาม

เว้ เป็นเมืองโบราณย้อนกลับไปยุคจักรพรรดิ...แหล่งท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คือ ดิ อิมพีเรียล ซิทาเดล หรือป้อมปราการและอาณาบริเวณรั้วพระราชวังซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเหล่าจักรพรรดิราชวงศ์เหงียนซึ่งปกครองเวียดนามช่วงปี 1802-1945 มีเขตวังต้องห้ามคล้ายกับของจีน ซึ่งเป็นที่ประทับและทรงงานของจักรพรรดิและองค์ราชินีรวมถึงเหล่าพระสนม วังส่วนใหญ่ถูกบูรณะซ่อมแซมใหม่...เพราะของเดิมถูกระเบิดช่วงสงครามเสียหายหมด

ตะลอนทัวร์จนบ่ายแก่ก็ได้เวลาเช็ก-อินเข้าโรงแรม เพื่อเตรียมตัวไปลงเรือทานอาหารว่างและชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเพอฟูม แม่น้ำสายหลักของเมืองเว้ ด้วยเหตุชื่อของแม่น้ำนี่เองที่เป็นต้นที่มาของคำว่าเมืองแม่น้ำหอม

อรุณสวัสดิ์เมืองเว้ได้แป๊บเดียวก็ต้องรีบเดินทางไปยังจังหวัด กว่างบินห์ ที่อยู่ติดพรมแดน สปป.ลาว แวะชมพิพิธภัณฑ์เขตปลอดทหารแบ่งเวียดนาม เหนือ-ใต้ ช่วงสงครามเวียดนามครั้งที่ 2 ชมวัดคริสต์ที่มีประวัติศาสตร์ร่วมสมัยยุคสงครามเวียดนาม-ฝรั่งเศส ต่อด้วยวนอุทยานแห่งชาติ ฟง ญา เกอ-บัง แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ลงเรือแล่นไปตามแม่น้ำ เซิน แหล่งน้ำเขียวใสดั่งสีมรกต ไปมุดดูถ้ำ “ฟง ญา” ชมหินงอกหินย้อยต่างรูปทรงสวยงามตื่นตาตื่นใจ ด้วยเวลาจำกัด เลยได้เข้าเที่ยวชมแค่ถ้ำเดียว แต่ก็ถือว่าสุดคุ้ม! บ่ายแก่ๆล้อเริ่มออกวิ่งมุ่งหน้าสู่ ด่อง โฮย เมืองเอก จ.กว่างบินห์ เพื่อเข้าพักโรงแรม...พอตกค่ำก็ไปดินเนอร์กันแบบหรูๆที่รีสอร์ตและสปาชื่อดังติดทะเล อาหารเสิร์ฟมาเป็นคอร์สๆพร้อมไวน์ชั้นดี...

ตื่นเช้าอำลากว่างบินห์บึ่งกลับไปดานัง เพื่อรอกลับบ้านจบทริปทัวร์ภาคกลางเวียดนามแบบประทับใจ

ได้ยินมาว่าเดือนหน้า บางกอก แอร์เวย์ส กับ เวียดนาม แอร์ไลน์ส จะเปิดไฟลท์บินตรง กทม.-ดานังแล้ว...การเดินทางคงสะดวกขึ้น...

ลองไปสักครั้ง....แล้วจะรู้ว่าภายใต้อ๋าวได๋มีหัวใจงามๆรออยู่จริงๆ...

5 ส.ค. 2559 10:24 ไทยรัฐ