วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ททท.ชูอาหารถิ่น ชวนตะลุยกินทั่วไป

ททท.ชูอาหารถิ่น ชวนตะลุยกินทั่วไป

  • Share:

สุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า โครงการ “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” นี้ มาจากผลสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทย นอกจากไปเยี่ยมครอบครัว ญาติ เพื่อน หรือท่องเที่ยวพักผ่อนแล้ว

ยังมีกิจกรรม “ชม ชิม ช็อป” คือเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยว รับประทานอาหาร ถ่ายภาพ แชร์ภาพ ซื้อของฝากของที่ระลึก

หากพิจารณาจากพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว การนำอาหารที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น อาหารที่หากินไม่ได้ทั่วไป ต้องเดินทางไปยังพื้นที่นั้นๆ เท่านั้น อาหารพื้นถิ่นจึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวในเชิงวัฒนธรรม สังคม ธรรมชาติ และวิถีการดำรงชีวิตมาเป็นตัวสร้างการรับรู้

และสร้างกระแสดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง

ยังมีแรงผลักดันให้ชุมชนอนุรักษ์อาหารถิ่น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อาหารถิ่น เป็นอีกหนึ่งจุดขาย

แนวคิดดังกล่าว สุจิตราจึงเห็นว่าหากหน่วยงานภาครัฐเข้าไปช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้เมนูอาหารถิ่นเป็นที่รู้จักของคนไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นแล้ว มั่นใจว่าจะเกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปชิมเมนูอาหารถิ่น จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

เราจึงกำหนดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Thailand Best Local Food โครงการ “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” ขึ้นเพื่อสร้างเสน่ห์และแรงจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น

เริ่มต้น ททท.จะนำร่องโครงการนี้ ด้วยการพาสื่อมวลชนออกไปตะลุยชม ตะลุยชิม ในเดือนกันยายนนี้ ตามตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวจำนวน 5 เส้นทาง ใน 5 ภูมิภาค ได้แก่

1.กินเที่ยวแบบอาร์ตที่ราชบุรี จังหวัดราชบุรี-เมนูเต้าหู้ดำ 2.เที่ยวเมืองจันท์ มหัศจรรย์ตะวันออก จังหวัดจันทบุรี-เมนูข้าวคลุกพริกเกลือ 3.เที่ยวเมืองปราสาทสองยุค บุกถิ่นอีสานใต้ จังหวัดบุรีรัมย์-เมนูยำแตร็ยปรัย 4.เที่ยวเมืองของกิน มนต์ขลังถิ่นอันดามัน จังหวัดพังงา-เมนูจอแหร้ง

และ 5.เที่ยวเมืองเชียงราย มนต์เสน่ห์อาหาร แคว้นล้านนา จังหวัดเชียงราย-เมนูข้าวแรมฟืน เพื่อเป็นการบอกกล่าวถึงโครงการนี้ผ่านสื่อมวลชน เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์สู่ประชาชนให้ได้รับรู้

การจัดโครงการคงไม่ใช่จัดแล้วจบเลย แต่ ททท.จะดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปช่วยประชาสัมพันธ์เมนูอาหารถิ่น

โดยเฉพาะจังหวัดที่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมไปพักผ่อน จะใช้โอกาสตรงนี้ดึงความพิเศษของแต่ละแห่งเป็นจุดขาย ไม่แค่นักท่องเที่ยวคนไทย ยังรวมถึงต่างชาติ หลายเมนูจากหลายจังหวัดยังไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนไทย

เช่น อังแก๊บบอบ ของจังหวัดสุรินทร์, แอ่งแถะ ของจังหวัดพะเยา, แกงส้มผักกระชับ ของจังหวัดระยอง, ผัดหมี่ไทยยวน ของจังหวัดสระบุรี, ยาวเย ของจังหวัดระนอง

แต่ละจังหวัดใช้อะไรเป็นการตัดสินใจในการเลือกอาหารขึ้นเป็นตัวชู?

“ทาง ททท.เชื่อว่า ทุกจังหวัดมีเมนูอาหารประจำถิ่นที่เป็นแม่เหล็กอยู่แล้ว” สุจิตราตอบ “ททท.จึงให้สำนักงานท่องเที่ยว ประจำประเทศไทยทั้ง 37 แห่ง ออกไปสืบเสาะ ค้นหา คัดเลือกเมนูอาหารถิ่นที่เป็นเมนูชูโรง”

เมนูอาหารเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวในเชิงวัฒนธรรม สังคม ธรรมชาติ และวิถีการดำรงชีวิตของถิ่นนั้นๆ

เช่น ยำแตร็ยปรัย อาหารถิ่นประจำจังหวัดบุรีรัมย์ (แตร็ยปรัยเป็นภาษาเขมร) ประยุกต์มาจาก “กุ้งจ่อม-ปลาจ่อม” เป็นอาหารพื้นบ้านที่ชาวบุรีรัมย์ทำกินกันก้นครัวมานานแล้ว โดยเฉพาะแถบอำเภอประโคนชัย อำเภอที่มีกุ้งจ่อมขึ้นชื่อมาก

หน้าตายำแตร็ยปรัยคล้ายๆน้ำพริกปลาร้าสับ แต่มีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ในแต่ละปี ททท.จะสรรหาเมนูอาหารถิ่นของแต่ละแห่งนำเสนอนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความหลากหลาย เป็นตัวเลือกให้เกิดการเดินทางมากขึ้นตามลำดับ

นักท่องเที่ยวเองก็ไม่จำเป็นต้องไปเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่จะไปเที่ยวตอนไหนก็ได้ที่สะดวก และต่อไปเมืองไทยจะไม่มีช่วงโลว์ซีซั่นอีก เพราะเมืองไทยเที่ยวได้ทั้งปี

ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล “รวมใจเที่ยวไทย เศรษฐกิจไทยยั่งยืน” สร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจระดับฐานราก

“แต่ละพื้นที่ต่างมีเมนูอาหารถิ่นที่น่าลองไปชิมอีกมาก” สุจิตรา บอก “เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก และนี่จะเป็นการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ คู่ขนานไปกับการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระจายรายได้ทุกภาค”

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไปสู่ชาวบ้านที่แท้จริง ก็คงไม่หยุดเพียงแค่ชูจังหวัดละหนึ่งเมนูเท่านั้น

สุจิตราย้ำว่า โครงการอาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย ททท.มั่นใจว่า จะช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยเพิ่มสูงขึ้น จากปกติระหว่างการท่องเที่ยว คนไทยจะใช้จ่ายเรื่องการกินอาหาร คิดเป็นมูลค่าราว 2.2 แสนล้านบาท ในปี 2558

เมื่อมีโครงการนี้จะช่วยผลักให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 แสนล้านบาท

ททท.จะชูประเด็น “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” เพราะถ้าคุณไม่เดินทางไปกินให้ถึงที่ อาจจะหาจากที่อื่นๆไม่ได้ หรืออาจหาได้ แต่ไม่ได้อรรถรสในการรับประทาน หรือรสชาติไม่เหมือนจากท้องถิ่นนั้นๆ

เมนูอาหารถิ่นเหล่านี้ จะไม่ถูกนำมาวางจำหน่ายในงานเทศกาลอาหารต่างๆที่จัดขึ้นทั่วไป เพราะ ททท.ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้ลองหาโอกาสเดินทางไปชิม ลิ้มลองเมนูอาหารถิ่น 78 เมนู จาก 77 จังหวัดของไทยด้วยตัวเอง

นอกจากจะช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ทั้งนักท่องเที่ยวจะได้เปิดประสบการณ์กับจังหวัดใหม่ๆที่ยังไม่เคยไป คนในท้องถิ่นก็จะมีโอกาสนำเสนอวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นการต่อยอดทางการท่องเที่ยวผ่านทางเมนูอาหารถิ่น

มีคำถาม ให้ความมั่นใจได้อย่างไร ไปแล้วจะได้ชิมอาหารท้องถิ่นได้ตลอดปีจริงๆ เพราะวัตถุดิบบางอย่างต้องเป็นช่วงฤดูถึงจะมี เช่น เห็ด 

สุจิตราบอกว่า แนวคิดการเชื่อมโยงนำเอาอาหารถิ่นมาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ททท.จะค้นหาเมนูอาหารถิ่นขึ้นมาในทุกจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะมีเมนูอาหารถิ่นของแต่ละพื้นที่มานำเสนอ

แต่ละเมนูของแต่ละพื้นที่ต้องไปเฉพาะฤดูกาล แต่บางเมนูอาจจะมีตลอดทั้งปี ททท.เชื่อว่าด้วยเหตุนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้กระจายการท่องเที่ยวไปได้อย่างทั่วถึง ในทุกๆจังหวัด ทุกๆภูมิภาค

แนวคิดกิจกรรมนี้ จะมีความต่อเนื่องไปได้ทุกจังหวัด และสามารถทำได้ทั้งปี

ททท. จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์โครงการ มีข้อมูลบอกทั้งหมดว่าแต่ละจังหวัดมีเมนูประจำถิ่นอะไรบ้าง นักท่องเที่ยวติดต่อขอรับได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) ถนนเพชรบุรี และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทุกแห่ง

นักท่องเที่ยวท่านใดสนใจโครงการนี้ เข้าไปหาดูข้อมูลได้ที่ Facebook Local Food Thailand.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้