วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ททท.ชูอาหารถิ่น ชวนตะลุยกินทั่วไป

สุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า โครงการ “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” นี้ มาจากผลสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทย นอกจากไปเยี่ยมครอบครัว ญาติ เพื่อน หรือท่องเที่ยวพักผ่อนแล้ว

ยังมีกิจกรรม “ชม ชิม ช็อป” คือเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยว รับประทานอาหาร ถ่ายภาพ แชร์ภาพ ซื้อของฝากของที่ระลึก

หากพิจารณาจากพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว การนำอาหารที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น อาหารที่หากินไม่ได้ทั่วไป ต้องเดินทางไปยังพื้นที่นั้นๆ เท่านั้น อาหารพื้นถิ่นจึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวในเชิงวัฒนธรรม สังคม ธรรมชาติ และวิถีการดำรงชีวิตมาเป็นตัวสร้างการรับรู้

และสร้างกระแสดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง

ยังมีแรงผลักดันให้ชุมชนอนุรักษ์อาหารถิ่น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อาหารถิ่น เป็นอีกหนึ่งจุดขาย

แนวคิดดังกล่าว สุจิตราจึงเห็นว่าหากหน่วยงานภาครัฐเข้าไปช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้เมนูอาหารถิ่นเป็นที่รู้จักของคนไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นแล้ว มั่นใจว่าจะเกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปชิมเมนูอาหารถิ่น จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

เราจึงกำหนดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Thailand Best Local Food โครงการ “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” ขึ้นเพื่อสร้างเสน่ห์และแรงจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น

เริ่มต้น ททท.จะนำร่องโครงการนี้ ด้วยการพาสื่อมวลชนออกไปตะลุยชม ตะลุยชิม ในเดือนกันยายนนี้ ตามตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวจำนวน 5 เส้นทาง ใน 5 ภูมิภาค ได้แก่

1.กินเที่ยวแบบอาร์ตที่ราชบุรี จังหวัดราชบุรี-เมนูเต้าหู้ดำ 2.เที่ยวเมืองจันท์ มหัศจรรย์ตะวันออก จังหวัดจันทบุรี-เมนูข้าวคลุกพริกเกลือ 3.เที่ยวเมืองปราสาทสองยุค บุกถิ่นอีสานใต้ จังหวัดบุรีรัมย์-เมนูยำแตร็ยปรัย 4.เที่ยวเมืองของกิน มนต์ขลังถิ่นอันดามัน จังหวัดพังงา-เมนูจอแหร้ง

และ 5.เที่ยวเมืองเชียงราย มนต์เสน่ห์อาหาร แคว้นล้านนา จังหวัดเชียงราย-เมนูข้าวแรมฟืน เพื่อเป็นการบอกกล่าวถึงโครงการนี้ผ่านสื่อมวลชน เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์สู่ประชาชนให้ได้รับรู้

การจัดโครงการคงไม่ใช่จัดแล้วจบเลย แต่ ททท.จะดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปช่วยประชาสัมพันธ์เมนูอาหารถิ่น

โดยเฉพาะจังหวัดที่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมไปพักผ่อน จะใช้โอกาสตรงนี้ดึงความพิเศษของแต่ละแห่งเป็นจุดขาย ไม่แค่นักท่องเที่ยวคนไทย ยังรวมถึงต่างชาติ หลายเมนูจากหลายจังหวัดยังไม่เป็นที่รู้จักสำหรับคนไทย

เช่น อังแก๊บบอบ ของจังหวัดสุรินทร์, แอ่งแถะ ของจังหวัดพะเยา, แกงส้มผักกระชับ ของจังหวัดระยอง, ผัดหมี่ไทยยวน ของจังหวัดสระบุรี, ยาวเย ของจังหวัดระนอง

แต่ละจังหวัดใช้อะไรเป็นการตัดสินใจในการเลือกอาหารขึ้นเป็นตัวชู?

“ทาง ททท.เชื่อว่า ทุกจังหวัดมีเมนูอาหารประจำถิ่นที่เป็นแม่เหล็กอยู่แล้ว” สุจิตราตอบ “ททท.จึงให้สำนักงานท่องเที่ยว ประจำประเทศไทยทั้ง 37 แห่ง ออกไปสืบเสาะ ค้นหา คัดเลือกเมนูอาหารถิ่นที่เป็นเมนูชูโรง”

เมนูอาหารเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวในเชิงวัฒนธรรม สังคม ธรรมชาติ และวิถีการดำรงชีวิตของถิ่นนั้นๆ

เช่น ยำแตร็ยปรัย อาหารถิ่นประจำจังหวัดบุรีรัมย์ (แตร็ยปรัยเป็นภาษาเขมร) ประยุกต์มาจาก “กุ้งจ่อม-ปลาจ่อม” เป็นอาหารพื้นบ้านที่ชาวบุรีรัมย์ทำกินกันก้นครัวมานานแล้ว โดยเฉพาะแถบอำเภอประโคนชัย อำเภอที่มีกุ้งจ่อมขึ้นชื่อมาก

หน้าตายำแตร็ยปรัยคล้ายๆน้ำพริกปลาร้าสับ แต่มีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ในแต่ละปี ททท.จะสรรหาเมนูอาหารถิ่นของแต่ละแห่งนำเสนอนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความหลากหลาย เป็นตัวเลือกให้เกิดการเดินทางมากขึ้นตามลำดับ

นักท่องเที่ยวเองก็ไม่จำเป็นต้องไปเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่จะไปเที่ยวตอนไหนก็ได้ที่สะดวก และต่อไปเมืองไทยจะไม่มีช่วงโลว์ซีซั่นอีก เพราะเมืองไทยเที่ยวได้ทั้งปี

ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล “รวมใจเที่ยวไทย เศรษฐกิจไทยยั่งยืน” สร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจระดับฐานราก

“แต่ละพื้นที่ต่างมีเมนูอาหารถิ่นที่น่าลองไปชิมอีกมาก” สุจิตรา บอก “เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก และนี่จะเป็นการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ คู่ขนานไปกับการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระจายรายได้ทุกภาค”

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไปสู่ชาวบ้านที่แท้จริง ก็คงไม่หยุดเพียงแค่ชูจังหวัดละหนึ่งเมนูเท่านั้น

สุจิตราย้ำว่า โครงการอาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย ททท.มั่นใจว่า จะช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยเพิ่มสูงขึ้น จากปกติระหว่างการท่องเที่ยว คนไทยจะใช้จ่ายเรื่องการกินอาหาร คิดเป็นมูลค่าราว 2.2 แสนล้านบาท ในปี 2558

เมื่อมีโครงการนี้จะช่วยผลักให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 แสนล้านบาท

ททท.จะชูประเด็น “อาหารถิ่น ตะลุยกินทั่วไทย” เพราะถ้าคุณไม่เดินทางไปกินให้ถึงที่ อาจจะหาจากที่อื่นๆไม่ได้ หรืออาจหาได้ แต่ไม่ได้อรรถรสในการรับประทาน หรือรสชาติไม่เหมือนจากท้องถิ่นนั้นๆ

เมนูอาหารถิ่นเหล่านี้ จะไม่ถูกนำมาวางจำหน่ายในงานเทศกาลอาหารต่างๆที่จัดขึ้นทั่วไป เพราะ ททท.ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้ลองหาโอกาสเดินทางไปชิม ลิ้มลองเมนูอาหารถิ่น 78 เมนู จาก 77 จังหวัดของไทยด้วยตัวเอง

นอกจากจะช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ทั้งนักท่องเที่ยวจะได้เปิดประสบการณ์กับจังหวัดใหม่ๆที่ยังไม่เคยไป คนในท้องถิ่นก็จะมีโอกาสนำเสนอวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นการต่อยอดทางการท่องเที่ยวผ่านทางเมนูอาหารถิ่น

มีคำถาม ให้ความมั่นใจได้อย่างไร ไปแล้วจะได้ชิมอาหารท้องถิ่นได้ตลอดปีจริงๆ เพราะวัตถุดิบบางอย่างต้องเป็นช่วงฤดูถึงจะมี เช่น เห็ด 

สุจิตราบอกว่า แนวคิดการเชื่อมโยงนำเอาอาหารถิ่นมาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ททท.จะค้นหาเมนูอาหารถิ่นขึ้นมาในทุกจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะมีเมนูอาหารถิ่นของแต่ละพื้นที่มานำเสนอ

แต่ละเมนูของแต่ละพื้นที่ต้องไปเฉพาะฤดูกาล แต่บางเมนูอาจจะมีตลอดทั้งปี ททท.เชื่อว่าด้วยเหตุนี้ จะเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวได้กระจายการท่องเที่ยวไปได้อย่างทั่วถึง ในทุกๆจังหวัด ทุกๆภูมิภาค

แนวคิดกิจกรรมนี้ จะมีความต่อเนื่องไปได้ทุกจังหวัด และสามารถทำได้ทั้งปี

ททท. จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์โครงการ มีข้อมูลบอกทั้งหมดว่าแต่ละจังหวัดมีเมนูประจำถิ่นอะไรบ้าง นักท่องเที่ยวติดต่อขอรับได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) ถนนเพชรบุรี และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทุกแห่ง

นักท่องเที่ยวท่านใดสนใจโครงการนี้ เข้าไปหาดูข้อมูลได้ที่ Facebook Local Food Thailand.

5 ส.ค. 2559 09:59 5 ส.ค. 2559 09:59 ไทยรัฐ