วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัวไม่มีหลัก ฟักไม่มีร้าน

ใกล้วันลงประชามติ ผมเจอแต่คำถาม จะเลือกรับหรือไม่รับ ไปจนถึงถ้าไม่ไป จะผิดกฎหมายหรือเปล่า

เรื่องทำนองนี้ คนรุ่นพ่อแม่ปู่ย่า เจอมาแล้ว ท่านมักมีคำแนะนำ ผ่านสำนวนหรือคำพังเพยต่างๆ...ในหนังสือสำนวนไทย มีสำนวนเปรียบเปรยคนเหมือนงัว (วัว) ไว้มากมาย

สำนวน งัวไม่กินหญ้า อย่าข่มเขา กาญจนาคพันธุ์ เล่าเรื่องสังข์ทอง จับตอนท้าวสามล กับนางมณฑา จะหาคู่ให้ 7 ธิดา พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 มีว่า “จะจัดแจงแต่งตามอารมณ์เรา เหมือนข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า”

ไม่อยากขืนใจลูกสาว สุดท้ายท้าวสามล นางมณฑา ก็จัดให้มีพิธีเสี่ยงทายเลือกคู่

คำสอนจากสำนวนนี้ กับเรื่องประชามติ คงมีทำนองว่า เมื่อเบื่อนัก หรือถึงขั้นรังเกียจเดียดฉันท์ เรื่องการเมืองนัก โดยเฉพาะเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ร่างกันแล้วก็ร่างกันอยู่นั่น จะใช้วิธีเสี่ยงทาย แล้วไปลงประชามติก็คงได้

หัวค่ำหลายวันมานี้ ทีวีช่องไทยพีบีเอส เชิญผู้รู้จากหลายๆฝ่ายมาถกแถลงแต่ละมาตราในร่างรัฐธรรมนูญ ดี-ไม่ดี ตรงไหน ยังไง ผมตั้งใจฟัง ฝ่ายเพื่อไทยก็มีหลัก ยึดไปทางหนึ่ง ประชาธิปัตย์ ก็ยึดไปอีกทางหนึ่ง

และฝ่ายไม่เอาไหน ดูจะโน้มไปทางฝ่ายทหารก็ยังอุตส่าห์มีหลัก ยึดไว้อีกทางหนึ่ง

อยากจะขอใช้ของเขาสักหลัก แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งเวียนหัว นึกถึงสำนวน งัวพันหลัก ซึ่งมีคำอธิบายว่า งัวที่ผูกไว้กับหลัก จะไปทางไหนก็ไม่ได้ เมื่อไปไม่รอด ก็เดินวนเวียน

งัวตัวที่ไม่ถูกผูกไว้กับหลัก พอมีทางให้เดินบ้าง ก็พอมี จากสำนวน งัวใครเข้าคอกใคร

อธิบาย...ของใครก็ของใคร เรื่องของเขาก็ของเขา เรื่องของเราก็ของเรา ใครทำอะไร ก็ต้องรับผิดชอบเอง

กลอนนิราศทวารวดี มีว่า...มันฉ้อเอาทรัพย์ท่านจนบรรลัย น้าแช่งชักหักกระดูกก็ถูกที่ กรรมอันนี้มันจะล้างไปข้างไหน จะร่ำเรื่องก็ขี้คร้านรำคาญใจ โคของใครก็คงเข้าคอกเขาเอง

สำนวนนี้ มีความหมายเข้มข้นไปถึงเรื่องกฎแห่งกรรม ใครทำกรรมอะไรไว้ก็หนีไม่พ้น

อีกสำนวน “งัวสันหลังขาด” สำนวนนี้มีคำกล่าวต่อ “เห็นกาบินผาดก็ตกใจ” หมายความว่า ใครทำอะไรไม่ดีเป็นพิรุธแล้ว ก็ย่อมระแวง ได้ยินได้ฟังหรือได้เห็นอะไร ก็แสดงอาการ

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีโฆษณา เป็นฉบับปราบโกง...จึงเขียนให้อำนาจอยู่ในมือทหาร ที่ทำท่าตั้งใจมาปราบโกง ยึดที่ดินป่าสงวนคืนจากนักการเมือง นายทุน ผู้มีอิทธิพลไปแล้ว หลายแสนไร่

พวกที่ไม่เอารัฐธรรมนูญ ก็อาจเป็นพวก งัวสันหลังขาด...ล้มรัฐธรรมนูญเสียได้ ก็จะโกงต่อได้สะดวก

ถ้าไม่อยากเห็นการโกงบ้านโกงเมือง มีต่อไป ก็ใช้สำนวน งัวหายล้อมคอก...อะไรก็ตามไม่คิดป้องกันความเสียหาย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้เสียแต่ครั้งแรก ต่อเกิดความเสียหายใหญ่โตขึ้นแล้ว จึงจัดการป้องกัน

แต่กับพวกในข่าย ต้องห้าม อย่าข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า คนโบราณก็มีคำสอนให้นึกถึงผลเสีย อีกหลายด้าน จากสำนวน งัวไม่มีหลัก ฟักไม่มีร้าน

วัวตัวไหนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เข้าในกฎหมายลักษณะโจร...โคกระบือท่านผูกท่านล้อมไว้ก็ดี และมีผู้ร้ายไปแก้ลักเชือกตะพายก็ดี...แสดงว่างัวต้องมีหลักอยู่กับที่ มิฉะนั้นก็จะเพริดไป

เหมือนฟักก็ต้องมีร้านสำหรับให้เลื้อยอยู่เป็นที่...มิฉะนั้นก็จะเลื้อยเพ่นพ่านไป

คนที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง สมัยนี้ถ้าจะเปรียบ ก็เหมือนคนมอญเขมร พม่า ที่เข้ามาทำงานในบ้านเมืองเราโดยไม่มีใบอนุญาต ถ้าไม่ไปแอบตีตั๋วจ่ายเป็นรายเดือน เจอตำรวจที่ไหน เป็นต้องหนี ท่าทีเหมือนงัวสันหลังขาด...

คำสอนจากสำนวนงัวไม่มีหลัก ฟักไม่มีร้าน กับสถานการณ์ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ...ถ้าไม่เชื่อหลักใคร ไม่ชอบใครเลย จะไม่ไป ก็เสียทั้งสิทธิหน้าที่พลเมืองไทย ตามที่กฎหมายบอก...

ทางที่ควร ก็คือไปลงประชามติเสีย...เลือกกาช่อง...ไม่มีความเห็น...ก็ได้ ไม่มีใครว่า สองพรรคการเมืองใหญ่ รวมทั้งพรรคทหาร จะได้รู้ซึ้งว่า ที่ประกาศอุดมการณ์ยิ่งใหญ่แต่ไปคนละทางนั้น ชาวบ้านอย่างเราๆยังไม่เอาด้วย

ถ้าถูกใจใครสักข้าง ถ้ามีเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ต้องเรียกก็จะไปเลือก

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มีธรรมชาติเหมือนวัว อยากมีเชือกล่าม อยากมีเจ้าของ อยากอยู่ในคอก อยากมีเพื่อน มนุษย์ที่โดดเดี่ยว ไม่เอาไหน ไม่เอาใคร เป็นคนขี้เหงาน่าสงสารทุกคน.

กิเลน ประลองเชิง

5 ส.ค. 2559 09:25 5 ส.ค. 2559 09:25 ไทยรัฐ