วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บัญญัติ' รุกถาม เวทีโหมโรง ผ่านสื่อ จี้จุดสลบ 4 ข้อ เปิดปมลากไส้ รธน.

"บัญญัติ" ถาม เวทีโหมโรงประชามติ จี้ใจดำปมนิรโทษฯ คนเคยถูกถอดถอน ปัดจี้จุด ส.ว.ลากตั้ง คุมอำนาจตั้ง รบ.ทำ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อ่อนแอ

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 59 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคและกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอชื่นชม กรธ.และ กกต.ที่จัดรายการโหมโรงประชามติในโค้งสุดท้าย ให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหา และไปออกเสียงลงประชามติได้คึกคักยิ่งขึ้น แต่น่าเสียดายว่า รายการที่จัดเน้นไปให้ข้อมูลด้านเดียวเสียมากกว่า หากเปิดกว้างให้ผู้เห็นต่างเข้าร่วมให้ความเห็น จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจสาระรอบด้าน และรายการน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เพราะสังคมยังตั้งข้อสังเกตว่า หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ดีจริง ทำไมจึงไม่เปิดโอกาสให้คนเห็นต่างเข้าร่วมถกแถลง เพราะคุณสมบัติของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย จะได้รับฟังเหตุผลรอบด้าน ก่อนการตัดสินใจ แต่ กรธ.อาจรู้ว่าการจัดรายการพูดฝ่ายเดียว อาจถูกตั้งข้อสังเกตจึงเปิดรับคำถาม ให้ถาม-ตอบ ได้ในช่วงท้าย

นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า ตนขอถาม กรธ.ว่า 1. กรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ เพิ่มโอกาสให้จำเลยที่ถูกลงโทษในศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีสามารถอุทธรณ์คดีได้ง่าย ทำให้มาตรการปราบโกงอ่อนลงกว่าเดิม ซึ่ง กรธ. ระบุว่า จำเป็นต้องให้อุทธรณ์ตามหลักสากลนั้น ตนขอถามว่า รัฐธรรมนูญ ปี 50 บัญญัติให้อุทธรณ์คดีได้ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ในกรณีที่มีพยานหลักฐานใหม่ ที่อาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญเช่นนี้ ไม่ถือว่าให้มีสิทธิ์อุทธรณ์อีกหรือ และไม่ให้อุทธรณ์ได้ง่ายเพื่อซื้อเวลาหาโอกาสหลบหนี หรือหาช่องวิ่งเต้นคดี เพราะยิ่งถ้าให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ถือว่าปิดประตูตาย ไม่มีทางวิ่งเต้นได้ อย่างนี้ก็น่าจะดีกว่าอยู่แล้วมิใช่หรือ 2. รัฐธรรมนูญปี 50 บัญญัติให้ตัดสิทธิ์คนที่ถูกถอดถอน ไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต แม้แต่ในร่างฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็ระบุไว้ทำนองเดียวกัน แต่ร่างนี้กลับไม่มี โดยเปลี่ยนแปลงไปใช้คำพิพากษาศาลแทน หากร่างฉบับนี้ผ่าน เท่ากับว่าเป็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่เคยถูกถอดถอนโดยสภาฯ มาก่อน แล้วให้ลงสมัครได้ใช่หรือไม่

นายบัญญัติ กล่าวอีกว่า 3. กรณีคำถามพ่วงที่ให้ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ร่วมเลือกนายกฯ กับ ส.ส.เป็นการให้ ส.ว.มีอำนาจ เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2521 ยุครัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เท่ากับเราถอยหลังไปถึง 38 ปี ทั้งยังให้อำนาจร่วมลงมติในกฎหมายสำคัญ แทนที่จะแยกทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล ตามระบอบประชาธิปไตย ที่สำคัญหากมีการสมคบคิดระหว่าง ส.ว. 250 คน กับ ส.ส. เสียงข้างน้อย 130-150 ก็จะกลายเป็นเสียงข้างมาก ที่จะกำกับการทำหน้าที่ของรัฐสภาได้ จน ส.ส.ฝ่ายเสียงข้างมาก 350-370 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนเช่นนี้ ถือว่าตัวแทนของประชาชนฝ่ายข้างมาก ถูกจำกัดบทบาทอำนาจหน้าที่โดยปริยายแล้ว จะอธิบายคำว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยได้อย่างไร และ 4. ในหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น ร่างรัฐธรรมนูญนี้กำหนดหลักใหญ่เพียงว่า ให้เป็นไปตามหลักการปกครองตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ตามวิธีการและรูปแบบที่กฎหมายบัญญัติ โดยไม่ได้กำหนดให้ชัดเจนอย่างรัฐธรรมนูญปี 50 ทั้งในกรณีอำนาจหน้าที่ และการจัดสรรรายได้ โดยไม่มีหลักประกันใดว่าจะไม่ลดอำนาจหน้าที่ และการจัดสรรรายได้ของเขาให้น้อยลง เท่ากับว่าจะเพิ่มหรือลดงบฯ ต้องขึ้นกับกฎหมายของแต่ละองค์กรที่จะกำหนดขึ้นต่อไป ชี้ให้เห็นว่าไม่มีหลักประกันเหมือนรัฐธรรมนูญ ปี 50 ใช่หรือไม่ ทั้งนี้ ตนหวังว่าจะได้รับฟังการตอบในประเด็นคำถามนี้ในรายการโหมโรงของ กรธ.ก่อนวันลงประชามติ

"บัญญัติ" ถาม เวทีโหมโรงประชามติ จี้ใจดำปมนิรโทษฯ คนเคยถูกถอดถอน ปัดจี้จุด ส.ว.ลากตั้ง คุมอำนาจตั้ง รบ.ทำ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อ่อนแอ 4 ส.ค. 2559 21:02 ไทยรัฐ