วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Travel Stylist! เปิดตัว 'บี ณพีศ์รา' นักออกแบบการเดินทางคนแรกของไทย

ปัจจุบันมีธุรกิจทัวร์เกิดขึ้นมากมายที่จะวางแพลนโปรแกรมพาคุณไปท่องเที่ยวตามสถานที่ขึ้นชื่อต่างๆ ให้คุณได้มีเวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุด หากแต่มีอยู่ที่หนึ่งที่ดูจะแตกต่างออกไปนั่นคือ 'บริษัท ณพีศ์รา ทราเวล สไตลิสต์' ของเซเลบฯ สาวสวย 'บี-ณพีศ์รา เตชาชาญ' ที่มีแนวคิดกับการเปิดธุรกิจรับออกแบบการเดินทางทั่วโลก (ที่แรกในประเทศไทย) ซึ่งไม่ว่าคุณอยากจะไปที่ไหน หรูหราอลังการ ตื่นเต้นแปลกใหม่อย่างไร เพียงแค่คุณรีเควสต์ เขาก็จะสรรหามาให้คุณแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมไปถึงร้านอาหารอร่อยๆ ระดับมิชลินสตาร์ก็เช่นกัน...

'บี-ณพีศ์รา เตชาชาญ' อธิบายให้ ไทยรัฐออนไลน์ ฟังว่า 'นักออกแบบการเดินทาง' หรือ 'Travel Stylist' จะเป็นผู้ช่วยจัดโปรแกรมการเดินทางตามสิ่งที่ลูกทัวร์ต้องการ หรือกำหนดรายละเอียด และงบประมาณการเดินทางไว้แล้ว ไม่ว่าอยากจะทำอะไร มีงบบัดเจ็ตเท่าไร เราจะออกแบบการเดินทางให้ตามใจของคุณ ซึ่งมันจะแตกต่างจากผู้นำทัวร์ทั่วๆ ไปในการนำเที่ยวด้วยแพลนบังคับตามที่กำหนดไว้

พาร์ต 1 : จุดเริ่มต้นธุรกิจ Travel Stylist

Q : เริ่มต้นทำธุรกิจนี้ได้ยังไง
ขอเล่าย้อนไปตั้งแต่เด็กๆ เลย คือ ที่บ้านเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพลังงานทดแทน และปรับแต่งภูมิทัศน์ (ตกแต่งภูมิสถาปัตย์) มันเลยทำให้เรามีโอกาสติดตามคุณพ่อคุณแม่ไปดูงาน-ดูอินสไปเรชั่นจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก จำความได้ว่า ตั้งแต่ 1-2 ขวบ พวกท่านก็พาไปเที่ยวแล้ว โตขึ้นเราได้ติดสอยห้อยตามอยู่บ่อยครั้ง ไปเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ จนนั่นทำให้เราหลงรักการเดินทางไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็ชอบเที่ยวซะแล้ว กลับมาก็มาเล่าแชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆ ว่าใครไปที่ไหนมา เป็นยังไงบ้าง เล่าสู่กันฟังก็สนุกดี อย่างไรก็ดี ถึงเราจะมีโอกาสไปเที่ยวที่ต่างๆ ตั้งแต่เด็กๆ ก็จริง ทว่าเราก็ไปกับทัวร์ตลอดนะ ไม่เคยไปกันเองกับครอบครัวเลย

จนพอไปเรียนที่อังกฤษเรามีโอกาสได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง จากคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็น ไม่เคยเดินทางไปไหนคนเดียว ก็เปิดโลกกว้างใหม่ๆ ออกเดินทางทำอะไรคนเดียว อย่างไปหาเพื่อนตามเมืองโน้นเมืองนี้บ้าง เที่ยวเองทั่วอังกฤษ ไม่ก็ทั่วยุโรปบ้าง หรือนั่งรถไฟ เครื่องบินไปเที่ยวบ้าง เราว่ามันเป็นอะไรที่ตื่นเต้น และท้าทายพอสมควร ได้ไปในที่ที่หลายคนไม่เคยไป ได้เห็นในสิ่งที่หลายคนไม่เคยเห็น ยิ่งเดินทางเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกว่า มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว ซึ่งมีเพื่อนๆ หลายคนพอเห็นเราไปเที่ยวบ่อยก็เริ่มขอคำแนะนำบ้างว่า จะไปที่ไหนๆ ดี แต่ละประเทศมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราไปแล้วเป็นยังไงบ้าง หรืออาหารการกินร้านไหนดี ร้านไหนอร่อย เราก็เริ่มให้คำปรึกษาพวกเขา และเริ่มออกแบบการเดินทางให้เพื่อนตั้งแต่นั้น

พอเรียนจบกลับมา เราได้ไปทำงานบริษัทเอเจนซี่ให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชื่อ Unseen Planet มันเปิดโอกาสให้เรารู้จักประเทศไทยทะลุปรุโปร่ง และทำให้เรามี Passion ทางด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น อยากที่จะออกไปท่องโลกกว้าง หาความท้าทายใหม่ๆ มันกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากสร้างธุรกิจออกแบบการเดินทาง เราทำงานที่นี่อยู่ไม่นานก็เอาต์จากงาน แล้วก็บอกคุณแม่ว่าอยากจะทำธุรกิจทัวร์แบบส่วนตัว (Private Tour) เป็นของตัวเอง มันไม่ใช่ทัวร์ปกติที่สามารถเห็นได้ตามท้องตลาดทั่วไป และตั้งแต่นั้นเราก็เริ่มตั้งบริษัททัวร์ขึ้นมา ในชื่อ 'บริษัท ณพีศ์รา ทราเวล สไตลิสต์' ซึ่งตอนนี้ก็เปิดมาได้ย่างเข้าปีที่ 7 แล้ว (IG: napiratravelstylist)

Q : ทำตลาดยังไงให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
ช่วงแรกๆ ก็ไปออกบูธ ลงหนังสือพิมพ์ตามหน้าทัวร์ปกติ ออกสื่อโฆษณา แล้วก็แบ่งทีมหาลูกค้าใหม่ให้พนักงานเซลล์วิ่งไปตามองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ด้วยความที่เรามีเพื่อนหลากหลาย เรียนหลักสูตรโน้นหลักสูตรนี้ มันก็ช่วยได้เยอะเลย เราใช้เวลาสร้างความเชื่อใจกับลูกค้าอยู่นาน โดยเราได้ตั้งคอนเซปต์การเดินทางว่า 'ไม่ว่าคุณอยากไปเที่ยวที่ไหน ต้องการอะไร เราสามารถดีไซน์การท่องเที่ยวให้คุณได้' ซึ่งทุกครั้งไม่ว่าเราจะไปเที่ยวเองก็ดี หรือพาลูกทัวร์ไปก็ดี เราไม่ลืมที่จะทำความรู้จักกับซัพพลายเออร์ ทำความรู้จักกับคนที่ดูแลการท่องเที่ยวของประเทศ และเมืองนั้นๆ ด้วยเช่นกัน มันทำให้เราได้สร้างคอนเนกชั่นหลากหลายรูปแบบ

เมื่อลูกค้าได้ใช้บริการของเราแล้วรู้สึกดี-เกิดความประทับใจ เขาก็พูดกันไปปากต่อปาก จนเมื่อ 3-4 ปีหลัง เราได้มีโอกาสดูแล จัดทริปให้เซเลบฯ ดารานักร้อง และองค์กรต่างๆ พวกเขาแฮปปี้กับทริปมากเลยช่วยโปรโมตให้ผ่านโซเซียลฯ มันก็เริ่มทำให้ธุรกิจเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีรายการท่องเที่ยวติดต่อเข้ามา รีเควสต์ว่าอยากจะจัดทริปแบบนี้ๆ บ้าง หรือจัดทริปหามุมมองใหม่ในประเทศต่างๆ

Q : ที่มาของคำว่า 'นักออกแบบการเดินทาง' หรือ 'Travel Stylist'
มาจากการที่เราคิดว่าจะทำยังไงให้มันแตกต่างกับคนอื่น ซึ่งเรามองว่า ในวงการอาหารมันมี Food Stylist แล้ว หรือในวงการแฟชั่นก็มี Fashion Stylist แล้ว ทว่าในวงการท่องเที่ยวยังไม่มีใครเรียกแทนตัวเองว่าเป็น Travel Stylist เลย เราว่ามันเป็นคำที่น่าสนใจ และสะดุดหูไม่น้อย เราก็เลยนิยามตัวเองเป็น Travel Stylist ขึ้นมา

ถามว่าแรกๆ มีคนงงไหมว่ามันคืออะไร ก็มีเหมือนกันนะ แต่เราก็อธิบายให้เขาฟังว่าทัวร์ของเราแตกต่างจากทัวร์อื่นๆ ยังไง เพียงแค่คุณระบุว่าอยากจะทำอะไรบ้าง งบบัดเจ็ตมีเท่าไร เราจะออกแบบการเดินทางให้คุณ ทั้งจัดโปรแกรมเที่ยวต่างๆ จัดที่พักสุดหรู ร้านอาหารตามที่ใจคุณต้องการ โดยเราจะแนะนำร้านอาหารท้องถิ่นห้ามพลาด หรือย่านช็อปปิ้งที่คนท้องถิ่นไปเดินกันแบบที่ทัวร์อื่นๆ ไม่เคยรู้เส้นทางนี้มาก่อน รวมทั้งบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ด้วย ซึ่งเราเชื่อว่า 'ณพีศ์รา ทราเวล สไตลิสต์' สามารถตอบโจทย์ลูกทัวร์ได้เป็นอย่างดี และพวกเขาจะเอ็นจอยกับโปรแกรมทัวร์ของเรา

Q : เป็นที่เดียวที่ 'ออกแบบการเดินทาง' เลยรึเปล่า
เอาจริงๆ เราเชื่อว่ายังมีบริษัทอื่นๆ ที่ทำแบบนี้อีกนะ เราไม่ใช่ที่เดียวแน่ เพียงแต่ว่าไม่มีใครเรียกแทนตัวเองเป็น 'Travel Stylist' อย่างที่เราทำ ซึ่งเราคิดว่าเราเป็น 'ที่เดียว' ที่เรียกแบบนั้น กับบริษัทอื่นๆ เราไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคู่แข่ง มันขึ้นอยู่กับการตอบโจทย์ของลูกค้าอะไร-ยังไงบ้างมากกว่า

สำหรับบริษัทของเราได้วางแพ็กเกจไว้ทั้งหมด 3 แบบ คือแบบที่ 1 Travel Stylist Together อันนี้จะเหมาะกับกลุ่มคนที่มีบัดเจ็ตไม่สูงมาก (หรือกำหนดบัดเจ็ตด้วยตัวเอง) และเหมาะกับกลุ่มองค์กร หน่วยงาน หรือมหา'ลัยที่ต้องการจัดทริปไปเที่ยว หรือศึกษาดูงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งเราเชื่อว่า บริษัทเราได้มีโอกาสดูแล และเป็นที่ไว้วางใจจากบริษัทใหญ่ๆ ติดท็อปเท็นมาหลายที่แล้ว แบบที่ 2 จะเป็น Travel stylist Unique สำหรับการเดินทางกับคนใกล้ชิดในรูปแบบที่คุณเลือกเอง จะเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ไม่ถึง 10 คน อยากที่จะออกแบบจัดทริปด้วยตัวเอง ทานอาหาร local สามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมได้ อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนก็ขึ้นอยู่กับคอนเนกชั่นของประเทศนั้นๆ ด้วยนะ เช่นว่า มีรถตู้รับส่งรึเปล่า ทุกสิ่งอย่างจะอำนวยความสะดวกให้ลูกทัวร์มากเพียงใด (ถ้าเปลี่ยนโปรแกรมกะทันหัน) หรือที่นั่นมี Local Guide จากประเทศไทยไปด้วยรึเปล่า เพื่อจะได้พาคุณเที่ยวได้ทุกมุมเมือง

และแบบสุดท้าย 3. Travel Stylist Lux อันนี้แน่นอนว่า สำหรับคนที่ต้องการทัวร์ส่วนตัวแบบหรูหรา ทั้งอาหาร ที่พัก การเดินทาง ตลอดจนสถานที่สุดไฮเอนด์ ที่น้อยคนนักจะได้เข้าไปสัมผัส ซึ่งเราได้มีโอกาสดูแลคนที่ติดระดับท็อปของประเทศ หรือของประเทศอื่นๆ อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพาไปดื่มด่ำกับอาหารสุดหรู ทานอาหารมิชลินระดับ 6 ดาวกับเชฟระดับโลก พาไปนอนในไร่ไวน์ชาโต้ หรือพาขับรถสปอร์ตเล่นชิลๆ เที่ยวรอบเมือง ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า เราสามารถบริการลูกทัวร์ได้ พยายามตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพราะการท่องเที่ยวก็เป็นเหมือนความฝันของแต่ละคน ปีๆ หนึ่งคนเรามีเวลาไปเที่ยวได้ไม่เยอะ ฉะนั้นพอยต์ของเราก็คือ 'จะทำยังไงให้ตอบโจทย์ความฝันลูกค้าได้มากที่สุด'

Q : ธุรกิจนี้เป็นความฝันตั้งแต่เด็กหรือเปล่า
ใช่นะ อาจด้วยความที่เราเป็นคนชอบเที่ยวตั้งแต่เด็กๆ ทว่าเราไม่อยากเป็นแอร์ฯ เป็นสจ๊วต พอโตขึ้นได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น รู้เรื่องราวในแต่ละประเทศนั้นๆ มากขึ้น มันก็เลยทำให้เราคิด-อยากจะทำอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว แม้แต่การท่องเที่ยวของไทยเอง เราก็อยากจะโปรโมต เพราะมันยังมีอีกหลายที่ที่น่าสนใจ ควรจะไปเยอะๆ แต่คนไทยบางคนเอง หรือต่างชาติอาจจะยังไม่รู้

พาร์ต 2 : เดินทาง ผจญภัย เปิดโลกกว้าง...

Q : เดินทางมาแล้วกี่ประเทศ ประเทศไหนที่ชอบ และไปบ่อยมากที่สุด
โห…เดินทางมาเยอะมากๆ ประมาณ 100 กว่าประเทศได้แล้วมั้ง ถามว่าประทับใจประเทศไหนมากที่สุด ก็คงเป็น โครเอเชีย และญี่ปุ่น กับญี่ปุ่นเรารู้สึกว่ามันมีครบทุกอย่างเลย เมืองน่าเที่ยว อาหารก็อร่อย สำหรับเราไม่ว่าจะเดินทางไปไหนสิ่งสำคัญเลยคือ อาหารจะต้องอร่อย เพราะถ้าอาหารอร่อยมันก็จะทำให้บรรยากาศทุกอย่างดีไปหมด เหมือนเรื่องอาหารเป็นหน้าเป็นตาของประเทศนั้นๆ เลยล่ะ ส่วนโครเอเชียกลิ่นอายเป็นเหมือนยุโรปทว่ามีความดิบ ประเทศเขายังไม่เปิดนะ ตอนนั้นเราไปแล้วรู้สึกว่ามันสวยมาก ไม่จำเป็นต้องไปช็อปปิ้ง แค่ได้ไปถ่ายวิวสวยๆ ก็คุ้มค่ามากแล้ว

Q : ล่าสุดได้จัดโปรแกรมเที่ยวที่ไหน
จัดทัวร์ไปยุโรปที่แคว้นอัลซาส (Alsace) ประเทศฝรั่งเศส ไปกับ 'ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช' และ 'ลี-นาตาลี เจียรวนนท์' เขาจะไปถ่ายทำรายการหนีเที่ยวที่โน่น เราก็จัดเต็มเลยพาไปไร่ไวน์ ซึ่งทั้งสองคนชอบดื่มไวน์อยู่แล้ว เขาก็เลยแฮปปี้กันมาก ปกติอย่างที่รู้ๆ ทั้งสองคนเดินทางบ่อยก็จริง เห็นเที่ยวกันทุกเดือน แต่ก็ไม่เคยเดินทางกับทัวร์เลย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาใช้บริการทัวร์ แล้วเรามีโอกาสได้จัดโปรแกรมให้กับเขา เพราะเราก็รู้จักกันส่วนตัวอยู่แล้ว ตอนแรกก็กลัวนะว่าเราจะสามารถตอบโจทย์เขาได้ไหม เพราะเขาก็เป็นคนที่รู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวทุกอย่าง ทว่าพอไปถึงแล้วเขารู้สึกแฮปปี้ และอเมซิ่งมาก บอกกับเราว่า ถึงเขาจะไปเที่ยวกันมาเยอะ แต่เขาไม่เคยมาสัมผัสที่อะไรแบบนี้เลย เราสามารถตอบโจทย์เขาได้ จากที่ไม่เคยคิดจะไปทัวร์แบบนี้ มันได้เปลี่ยนมุมมองการไปทัวร์ของเขาเลย

หรืออย่างประเทศโมร็อกโก ปกติคนจะไม่ค่อยไปกัน เพราะมันเดินทางนานเวลาจะไปทะเลทราย ซึ่งทุกคนมีความต้องการ (requirement) ว่าไม่อยากเดินทางนาน อยากทานอาหารอร่อย และเที่ยวสบาย เราก็ได้จัดโปรแกรมพาเดินทางไปเที่ยวเมืองใหญ่ๆ ชมบรรยากาศ ซึ่งพี่ฟลุคก็ชอบมาก บอกกับเราว่า ไม่เคยคิดว่ามาเที่ยวโมร็อกโกจะมีความสุข สนุกแบบนี้

Q : ทุกที่ที่แนะนำลูกทัวร์ ได้ไปสำรวจสถานที่จริงเองก่อนรึเปล่า
ยอมรับว่าไม่ทุกทริปนะ แต่ก่อนจะวางแผนเดินทางเราต้องศึกษาหาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว ที่สำคัญเรามีเน็ตเวิร์กอยู่ทั่วโลก มีคอนเนกชั่นที่ประเทศโน้นประเทศนี้ ซึ่งเขาจะให้ข้อมูล และอำนวยความสะดวกกับเราได้ ได้อินสไปร์สถานที่ใหม่ๆ มาจากที่ไหน ? มันมาจากการที่เราคุยกับคนเยอะๆ หาข้อมูลจากเว็บไซต์บ้าง อ่านหนังสือบ้าง อาจจะถามคอนเนกชั่นเราที่อยู่ประเทศนั้นๆ บ้าง หรือออกตามงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยว อย่างในเดือนกันยายน เราก็จะไปงาน Pure Life Experience ซึ่งเป็นงานท่องเที่ยวประเทศโมร็อกโกระดับไฮเอนด์ เขาจะสกรีนคนเข้าไป เราเชื่อว่า ในเมืองไทยมีแค่ไม่กี่เจ้าที่จะถูกเชิญไปร่วมงาน เราก็ถือว่าเป็นเกียรติที่ได้รับการเชิญตรงนี้ อย่างไรก็ดี เราเชื่อ และมั่นใจว่า การไปครั้งนี้เราจะสามารถหาลูกเล่นใหม่ น่าสนใจให้กับลูกทัวร์ของเราได้ การเดินทางทุกครั้งย่อมมีเรื่องราวมากกว่าสายตาที่มองเห็น

Q : ตอนนี้คนนิยมไปเที่ยวไหนกันมากสุด
เป็นที่น่าแปลกใจเหมือนกัน แต่ว่าคนเริ่มไปแถบแอฟริกา และทางอเมริกาใต้กันเยอะ บางคนที่เคยไปแล้วก็อยากไปอีก ทว่าทำกิจกรรมอะไรที่แตกต่างออกไป เช่น ไปสเปนชิมไวน์ อยู่ในฟาร์มเฮาส์ หรือจัดเต็มอาหารมิชลิน 3 ดาวขึ้นไป เอาจริงๆ เราเป็นคนค่อนข้าง Concern เรื่องร้านอาหารมากพอสมควรนะ ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป หรือเอเชียก็ตาม ร้านอาหารมิชลินในยุโรปจองได้ 'ไม่ยากเท่า' ในเอเชีย ยิ่งเฉพาะประเทศญี่ปุ่นจะจองได้ยากมาก...ก แต่เราก็มีคอนเนกชั่นที่สามารถจองร้านอาหารในญี่ปุ่นได้ เช่น ซูชิ ไซโตะ (Sushi Saito) ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบอกล่วงหน้าก่อนนะ จะมารีเควสต์กะทันหันคงไม่ได้

ถ้าให้แนะนำที่เที่ยวสักที่ในโลก เป็นที่ไหนดี ? อืม…จริงๆ มีเยอะมากนะ ถ้าจะให้แนะนำสักที่ก็คงเป็น 'เมืองสวาลบาร์ด ประเทศนอร์เวย์'  มันเป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรอาร์กติก ทางตอนเหนือของแผ่นดินใหญ่นอร์เวย์ขึ้นไปประมาณ 640 กิโลเมตร มีคนอยู่ประมาณ 2,600 คน 'สวาลบาร์ด' มีความเป็นขั้วโลก และธรรมชาติที่น่าค้นหา เป็นที่สนใจของนักเดินทาง รวมไปถึงนักวิทยาศาสตร์มากมาย

ที่นั่นจะมีกิจกรรมให้คุณทำเยอะ ไม่ว่าจะไปดูแสงเหนือในช่วงหน้าหนาว หรือหากใครที่ชอบการผจญจัยหน่อยก็จะมีแบบขี่รถเอทีวี (ATV), ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง และภูเขาสวยๆ, ปีนเขา และขี่ม้า หรือถ้าออกแนวสำรวจโลก-สารคดี ที่นี่เขามีพาสำรวจซากฟอสซิสล้านปี และเยี่ยมชมเหมืองแร่ด้วย อย่างไรก็ดี ที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่เลยก็คือ หมีขาวที่มีอยู่เต็มไปหมดในสวาลบาร์ด ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 3,000 ตัวเห็นจะได้ มากกว่าจำนวนคนซะอีก (เป็นประเทศหมีขาว อยู่ระหว่างดินแดนกับเกาะฟาโรห์) เราแนะนำว่าที่นี่คุณต้องลองไปสักครั้งในชีวิตเลย

Q : มีเซเลบฯ คนดังใครบ้างที่เคยมาใช้บริการ
เยอะเลย สองคนที่บอกไป ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช, ลี-นาตาลี เจียรวนนท์ แล้วก็มีดีไซเนอร์ มิ้นต์-จินดาภา บุณยากร, ไฮโซหมื่นล้าน แวว-ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ ถ้าเป็นในระดับประเทศ-ระดับราชวงศ์ ก็จะมีอุ้ย-สุทัศนีย์ ซอโสตถิกุล (คุนผลิน), โบ๊ท-ธรรม์ จิราธิวัฒน์, หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัฒน์ (ปิ่นโตเถาเล็ก) หรือระดับองค์กรก็จะมีอย่าง หน่วยงานผู้บริหารบริษัท เทเลคอม ตอนนี้มีเซเลบฯ คนไหนติดต่อเข้ามาบ้าง ก็มีเยอะเลยนะ ทว่าบางคนไม่อยากให้เอ่ยชื่อ

Q : ส่วนตัวคิดว่าทริปไหนที่หรูเอ็กซ์คลูซีฟสุด
ค่อนข้างจะเอ็กซ์คลูซีฟทุกทริปนะ ถ้าถามว่าหรูไหม อันนี้นิยามของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน มันอยู่ที่มุมมองคนมากกว่า ทริปนี้บางคนจะมองว่าหรู หรือเฉยๆ ธรรมดาก็ได้ แต่ส่วนตัวทริปที่มองว่าหรูคือ ทริปที่ไปโมร็อกโก และฝรั่งเศส ของฟลุค เกริกพล และลี นาตาลี นั่นแหละเราว่าหรูนะ

Q : เคยออกแบบทัวร์ที่แตกต่าง หรือถูกรีเควสต์อะไรที่ไฮเอนด์เว่อร์บ้างไหม
มีเหมือนกัน แต่มันไม่ได้ยากเกินความสามารถ (หัวเราะ) เมื่อปีที่แล้วมีเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น 'โคบูเนะ' มาให้เราออกแบบโปรแกรมทัวร์ให้ คือเขาอยากไปยุโรปแล้วรีเควสต์ว่า อยากไปทานร้านอาหารโนม่า (Noma) ซึ่งเป็นร้านอาหารอันดับ 1 ของโลก (ขึ้นแท่นแชมป์ 4 สมัย) เราเลยจัดให้ เขาก็ได้ไปทาน ชิมไวน์กัน และก็นั่งคุยกับเชฟ แล้วเขาก็โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า เขาได้มาถึงจุดสูงสุดกับการชิมอาหารจากฝีมือเชฟอันดับ 1 ของโลกแล้ว ! มันเหมือนเราได้ช่วยเขาทำตามความฝันเลย หรือเมื่อไม่นานนี้เราได้พาทางห้างโรบินสันไปดูฟุตบอลยูโรรอบเปิดสนาม เราสามารถหาบัตรได้ หรือจะเป็นกีฬาซีเกมส์ เราก็สามารถพาไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ แม้แต่ฮันนีมูนก็มีลูกค้าหลายท่านอยากให้เราจัดทริปให้ แบบมี Local Guide ดูแล มีตากล้องคอยถ่ายรูปให้ เราก็สามารถจัดให้ได้หมด บางคู่อยากไปดูสัตว์ที่แทนซาเนีย (สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย) ทวีปแอฟริกา เราก็สามารถนำคุณไปได้ และดูแลจัดที่พักให้อย่างดี หรือแม้แต่อยากนอนในแคมป์จะได้ส่องสัตว์ใกล้ๆ ก็ย่อมได้

พาร์ต 3 : หัวใจสำคัญของการทำทัวร์

Q : มีคติในการทำงานยังไง
คติหลักๆ เลยคงไม่มี แต่เราคิดว่าสิ่งที่ต้องมีในการทำงานก็คือ 1. การคิดบวก มี Positive Thinking ตลอดเวลา ถ้าเราคิดดี-คิดบวก อะไรๆ ก็เป็นไปได้ และจะดึงดูดให้เราได้รับแต่สิ่งดีๆ 2. มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงานทุกคน อันนี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังมาตลอด เพราะการมีน้ำใจต่อคนอื่นจะทำให้เราได้รับความเมตตา และความช่วยเหลือ ตลอดจนส่งผลให้กลายเป็นระบบทีมเวิร์กที่ดี 3. รู้จักรับฟังปัญหา ข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากทุกคนทุกฝ่าย ไม่เอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง 4. ตั้งใจพยายามทำอะไรก็แล้วแต่ มันจะเป็นแรงขับเคลื่อนตัวเรา และธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า และอย่างสุดท้าย 5. คือศึกษา และเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เราย้ำเลยว่า การทำธุรกิจทราเวล สไตลิสต์ จะต้องหัดเปิดมุมมอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เปิดโลกกว้าง คอยอัพเดตข้อมูลต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อที่จะได้สามารถพาลูกทัวร์ของเราไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในที่ใหม่ๆ อันแตกต่างได้

Q : แนวทางการบริหารธุรกิจ ทราเวล สไตลิสต์
แค่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนให้มากที่สุด การท่องเที่ยวคือ Art of Travel เป็นศิลปะของการใช้ชีวิต การตามความฝัน ฉะนั้นเราจะสร้างความฝันแห่งการท่องเที่ยวของแต่ละคนให้เป็นจริง ใครที่ชื่นชอบการเที่ยวใช้ชีวิตหรูหรา เราจะทำให้มันเอ็กซ์คลูซีฟไฮเอนด์ที่สุด หรือทว่าใครที่เป็นนักทานตัวยง-ชอบชิมอาหารทั่วทุกประเทศ เราจะพาไปทานอาหารร้านอร่อย ร้านดัง ตั้งแต่ร้านติดดาวมิชลินสตาร์ไปจนถึงตามร้านข้างทาง (ตามซอกตามซอย) ที่ทัวร์อื่นๆ ไม่เคยรู้มาก่อน ไม่ว่าลูกค้าต้องการอะไร เราจะวางเป้าหมายตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า !

Q : คิดว่าอะไรที่ทำให้ลูกค้า/ลูกทัวร์เกิดความประทับใจ
แน่นอนเลย คือเราตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้ และเราดูแลเขาเหมือนเพื่อน สามารถ Flexible ได้ มันเลยทำให้เขาไม่ต้องกดดัน หรือเร่งรีบอะไรมากนัก (กับทัวร์อื่นๆ อาจจะมีเวลาฟิกจำกัด) เราให้เวลากับเขา อิสระในการที่จะใช้เวลาอยู่ ณ ตรงนั้น เมื่อไรที่เขาต้องการอะไรก็จะมีคนคอยดูแลตลอด เรียกหาได้ตลอด อำนวยความสะดวกให้กับเขามากที่สุด เราคิดว่าตรงนี้แหละที่ทำให้เขารู้สึกแฮปปี้-เอ็นจอยไปกับทัวร์ของเรา

Q : แนวโน้มการขยายสาขาของธุรกิจนี้
มีคิดไว้เหมือนกันว่า อยากจะไปเปิดที่ต่างประเทศ เราอยากที่จะรับคนต่างชาติมาเที่ยวไทยมากขึ้น ยิ่งเปิดประเทศอาเซียนแล้ว เราก็อยากจะมีโอกาสดูแลคนสำคัญในประเทศเพื่อนบ้านบ้าง ซึ่งตอนนี้เรากำลังพัฒนา และปรับปรุงเซอร์วิสของเราให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกทัวร์ (ไม่ว่าใครก็ตามแต่) เกิดความประทับใจมากที่สุด

Q : สุดท้ายฝากถึงคนที่ไม่กล้าเดินทาง (เปิดโลกกว้าง) ตามฝัน
คุณมีความฝัน ทว่าคุณไม่ก้าวข้ามมาก็แค่นั้น ชีวิตเรามันสั้นทำอะไรที่ตัวเองมีความสุขดีกว่านะ 'Think out of the box' คิดอะไรนอกกรอบบ้าง ถ้าคุณไม่ออกจาก Comfort Zone ของคุณ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าทำได้ หรือทำไม่ได้ เรามีแค่ 1 ชีวิต วันเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ อายุก็มากขึ้น เมื่อแก่ขึ้นมาคิดย้อนกลับไปว่า ไม่ได้ทำอย่างนั้น ไม่ได้ทำอย่างนี้ มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร เราเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน ลองก้าวจากกรอบนั้นมา ทุกอย่างมันคือการเรียนรู้เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ อย่าไปกลัว แล้วทุกคนจะหลุดออกจาก Comfort Zone ชีวิตมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอกนะ

และถ้าคุณไม่มั่นใจ นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของคุณ เราอยากให้คุณลองเปิดโอกาสให้ 'ณพีศ์รา ทราเวล สไตลิสต์' เป็นผู้ช่วยออกแบบการเดินทางให้คุณ เราเชื่อว่า เราจะเป็นเพื่อนที่ดี และตอบโจทย์ความฝันของคุณให้ดีที่สุด !

ปัจจุบันมีธุรกิจทัวร์เกิดขึ้นมากมายที่จะวางแพลนโปรแกรมพาคุณไปท่องเที่ยวตามสถานที่ขึ้นชื่อต่างๆ ให้คุณได้มีเวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุด หากแต่มีอยู่ที่หนึ่งที่ดูจะแตกต่างออกไปนั่นคือ 'บริษัท ณพีศ์รา ทราเวล สไตลิสต์' ของเซเลบฯ 4 ส.ค. 2559 15:25 ไทยรัฐ