วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กกต.จัด 'บิ๊กเดย์' โค้งสุดท้าย ปลุก ปชช.ใช้สิทธิ 7 ส.ค.ตามเป้า 80%

กกต.จัด 'บิ๊กเดย์' โค้งสุดท้าย ปลุก ปชช.ใช้สิทธิ 7 ส.ค.ตามเป้า 80%

  • Share:

กกต.จับมือทุกภาคส่วนจัด "บิ๊กเดย์" กระจายกำลังร่วมงาน 6 จว.ใหญ่ รณรงค์โค้งสุดท้ายประชามติ ปลุกเสียงประชาชนร่วมใช้สิทธิ 7 สิงหา ด้าน ปธ.กกต.มั่นใจ ไร้เหตุป่วน เชื่อคนใช้สิทธิ 80 เปอร์เซ็นตามเป้า

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 59 ที่ลานพระราชวังดุสิต สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การรณรงค์ออกเสียงประชามติพร้อมกันทั่วประเทศ "วัน Big Day ประชารัฐร่วมใจ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ" หรือ "บิ๊กเดย์" เพื่อรณรงค์ในโค้งสุดท้ายกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงให้มากที่สุด โดยมี นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เป็นประธานเปิดงานบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา รด.จิตอาสา และตัวแทนจากหลายหน่วยงาน มาร่วมแสดงพลังความพร้อมในการออกเสียงประชามติด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าวถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ซึ่งบริเวณลานพระราชวังดุสิตกรุงเทพมหานคร เป็นจุดหลักเริ่มต้นในการปล่อยขบวนไปตามพื้นที่ต่างๆ ขณะเดียวกัน บรรยากาศการจัดกิจกรรมดังกล่าวใน 6 จังหวัดใหญ่ คือ เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา ปัตตานี และชลบุรี ซึ่งมี กกต.เดินทางไปร่วมกิจกรรม จังหวัดเชียงใหม่ มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ จังหวัดนครราชสีมา นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ จังหวัดขอนแก่น นายประวิช รัตนเพียร จังหวัดปัตตานี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร จังหวัดชลบุรี นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. รักษาการแทนเลขาธิการ กกต. ร่วมจัดกิจกรรม สำหรับการจัดกิจกรรม มีการปล่อยริ้วขบวนทั้งหมด 6 ขบวนไปยัง 50 เขตใน กทม. โดยมี นายศุภชัย เป็นคนปล่อยขบวนคาราวานรณรงค์ รถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ ประกอบด้วย รถตุ๊กตุ๊ก บูม จำนวน 4 คัน และรถตุ๊กตุ๊ก แฟนตาซี จำนวน 2 คัน พร้อมมีการจัดกิจกรรมบนเวที ศิลปินรับเชิญร่วมร้องเพลง อาทิ บ่าววี หลิว อาจารียา มนต์สิทธิ์ คำสร้อย โดม จารุวัฒน์ หรือ โดม เดอะสตาร์ และ ต้น ธนษิต หรือ ต้น เอเอฟ ขณะเดียวกันมีการแสดงและโชว์ตีธงของ รด.จิตอาสา 2,000 คน พร้อมทั้งมีการแปรอักษรข้อความ "7 สิงหา" อีกด้วย

โดย นายศุภชัย กล่าวภายหลังว่า ผู้บริหารและพนักงานของ กกต.ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้พร้อมใจกันร่วมจัดกิจกรรมนี้ เพื่อแสดงพลังความพร้อมและให้ประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ตนภูมิใจในภาพรวมที่ทั้ง 77 จังหวัดมีความพร้อมในการจัดออกเสียงประชามติอย่างมาก และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยสนับสนุนในการจัดกิจกรรมดังกล่าว มั่นใจว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิลงคะแนนประชามติร้อยละ 80 อย่างที่ กกต.ตั้งเป้าหมายไว้ แต่หากผลที่ออกมาไม่ตรงตามเป้าหมายก็ไม่เป็นไร เพราะทุกเสียงของประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะออกไปใช้สิทธิในการลงคะแนนประชามติ ส่วนเวที 4 ภาคที่ กกต.จัดให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นนั้น ยังไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์วุ่นวายใดๆ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นกฎหมายสำคัญที่ใช้ในการปกครองประเทศ เพราะฉะนั้นประชาชนทุกคนต้องออกมาใช้สิทธิ ส่วนจะใช้สิทธิอย่างไรถือว่าเป็นดุลยพินิจของแต่ละบุคคล โดย กกต.ได้ให้ทุกภาคส่วนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ทุกจังหวัด 
          
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า กกต.ทำหน้าที่จัดการออกเสียงประชามตินั้น ไม่ได้คาดหวังอะไร โดยการทำประชามติครั้งนี้ไม่ได้เป็นการต่อสู้ทางการเมือง เราจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งนี้ หากมีปัญหาเกิดขึ้นในการทำประชามติ กกต. ก็ต้องแก้ปัญหา บ้านเมืองของเราต้องช่วยกัน ถ้าสงบก็เจริญเรียบร้อยดี โดยมีกฎหมายและระเบียบรองรับไว้ ส่วนด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่ง กกต.ได้มีการประสานงานไว้แล้ว 
          
เมื่อถามว่า กรณีมีการติดป้ายรณรงค์รับร่างรัฐธรรมนูญที่จังหวัดราชบุรี ถือเป็นการชี้นำหรือไม่ และ กกต.จะดำเนินการอย่างไร นายศุภชัย กล่าวว่า  ขณะนี้ทาง กกต.ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งหากพบการกระทำความผิดในแต่ละจังหวัด กกต.จังหวัดก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายเป็นกรณีๆ ไป เมื่อถามถึงกรณีที่มีประชาชนบอยคอตด้วยการขีดรายชื่อตนเองออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงที่บอร์ดจะมีความผิดหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อนว่าการกระทำดังกล่าวผิดหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าผิดก็ต้องดำเนินคดี แต่ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าผิดหรือไม่ผิด
          
เมื่อถามว่า ทาง กกต.ได้มีแผนสำรองรับมือเหตุการณ์ป่วนในวันออกเสียงหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่มีแผนสำรองไว้ เพราะการดูแลความปลอดภัยเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีการรายงานว่า มีเหตุการณ์ผิดปกติ และไม่มีพื้นที่ใดสุ่มเสี่ยงที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 
          
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติในครั้งนี้มีจำนวนทั้งหมด 50,585,118 คน โดยแยกเป็นภาคกลาง จำนวน 17,704,137 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 17,009,430 คน ภาคเหนือ จำนวน 9,043,219 คน และภาคใต้ จำนวน 6,828,332 คน โดยจังหวัดที่มีผู้มีสิทธิออกเสียงมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 4,483,075 คน รองลงมา คือ จ.นครราชสีมา จำนวน 2,054,425 คน และ จ.ขอนแก่น จำนวน 1,429,431 คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้มีสิทธิออกเสียงน้อยที่สุด คือ จ.ระนอง จำนวน 131,768 คน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้