วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชามติ รธน. กกต.แจงไม่เกิน3ทุ่มรู้ผล ยันโชว์นับคะแนนทั่วประเทศ

‘สมชัย’ยันโชว์นับคะแนน ‘ยิ่งลักษณ์’พ้อช่วงลำบาก

กกต.แจงนับคะแนนประชามติ 7 ส.ค. “สมชัย” ย้ำนับหน้าหน่วยออกเสียงทั่วประเทศ เหมือนการเลือกตั้ง ส.ส. คาด รู้ผลไม่เกิน 3 ทุ่ม ยันโชว์คะแนนทั่วประเทศรายภาค รายจังหวัด ทั้งเป็นเปอร์เซ็นต์ คะแนนดิบ เปิดทีวีดูได้ เฟซบุ๊กไลฟ์ก็มี ยังเขินหีบแตกแต่ยิงมุกไม่เลิก บอกคนจะมาใช้สิทธิ์จนหีบระเบิด นายกฯแอบขำ “สมชัย” หงายเงิบ เก็บอาการไม่พูดมากเรื่องประชามติ ฝ่ายความมั่นคงฟันธงตรงกันยังไม่มีสิ่งบอกเหตุรุนแรง รฟท.จัดเต็มเพิ่มขบวนรถไฟวันละ 200 เที่ยว ช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. มะกัน-ญี่ปุ่นผวาประชามติเดือดสั่งเตือนพลเมืองระวังตัว “บิ๊กต๊อก” แนะทบทวนประวัติศาสตร์ก่อน 22 พ.ค.57 เหน็บพวกดีแต่พูดไม่ให้ราคา นายกฯแจงยอดเจ๊งจำนำข้าวไม่หยุดอยู่แค่ 2.8 แสนล้าน เวลายิ่งผ่านไปยิ่งเสียหายเพิ่มเรื่อยๆ ย้ำถ้าไม่โปร่งใสจริงต้องมีคนรับผิดชอบ “ยิ่งลักษณ์” พ้อเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิต พร้อมอ้อนแฟนคลับขอกำลังใจ

งวดเข้าสู่วันลงประชามติ 7 ส.ค. เข้าไปทุกที หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังเตรียมความพร้อมกันเต็มที่ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เรียกเสียงฮือฮาด้วยการสาธิตโยนหีบบัตรเลือกตั้งแสดงความทนทาน แต่กลับแตกคามือ ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าการลงประชามติจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในช่วงค่ำวันเดียวกัน

กกต.แจงนับคะแนนประชามติ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงการณ์รายงานผลคะแนนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 7 ส.ค. ว่า ยืนยันว่าจะมีการนับคะแนนที่หน้าหน่วยออกเสียงทุกหน่วยทั่วประเทศ เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเวลา 16.00 น. หลังการปิดหีบ กรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะตรวจนับบัตรที่เหลือที่ไม่ได้ใช้ออกเสียงก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มนับบัตรออกเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบ ประชาชนสามารถติดตามการนับคะแนนและสามารถถ่ายภาพผลคะแนนผ่านการโพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมขอให้ติดแฮชแท็ก #ผลประชามติ เพื่อนำเสนออย่างเป็นสาธารณะ โปร่งใส หากพบการนับคะแนนไม่ถูกต้องสามารถคัดค้านที่หน้าหน่วยได้เลย

คาด 3 ทุ่มรู้ผลไม่เป็นทางการ

นายสมชัยกล่าวว่า การรายงานผลผ่านแอพพลิเคชั่น Rapid Report หรือการรายงานแบบรวดเร็ว เชื่อว่าการรายงานผลคะแนนไม่เป็นทางการจะเสร็จสิ้นได้ในเวลาไม่เกิน 21.00 น. แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสัญญาณโทรศัพท์ของแต่ละพื้นที่จะมีปัญหาด้วยหรือไม่ โดย กกต.จะพยายามรายงานผลคะแนนให้ได้ร้อยละ 95 ตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่ก็ไม่ยืนยันเพราะอาจจะเจออุปสรรคอื่น แต่ถ้าได้ถึงร้อยละ 80 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ จะแสดงคะแนนทั่วประเทศ แยกเป็นรายภาค รายจังหวัด แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ คะแนนดิบ ประชาชนสามารถรับชมได้ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆที่ลิงก์สัญญาณการรายงานผลคะแนนกับ กกต. รวมทั้งผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ การรายงานผลอย่างเป็นทางการคาดว่าจะทราบได้ภายใน 3 วัน เมื่อส่งมาถึง กกต.กลาง

ยังเขินไม่หายเหตุการณ์หน้าแตก

นายสมชัยยังกล่าวถึงการจัดทำหีบบัตรออก เสียงประชามติรูปแบบใหม่ว่า ขณะนี้มีประชาชนเข้าใจผิดว่าหีบบัตรไม่มีฝาปิดล็อกจะทำให้มีการทุจริตได้ง่าย เพราะนอกจากจะมีฝาปิดแล้วยังมีสายล็อกฝาปิดที่เมื่อล็อกแล้วไม่สามารถดึงออกได้ ถ้าจะมีการทุจริต กปน. 5 คนก็ต้องรู้เห็นด้วย ส่วนการโยนหีบบัตรแตกนั้น ตอนโยนแล้วหีบแตกรู้สึกเลยว่า หน้าแตก แต่ก็คิดในแง่บวกว่าถ้าทำให้คนรู้และตื่นตัวกับการไปออกเสียงประชามติก็เป็นสิ่งดี ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดว่าของแบบนี้ไม่ควรนำมาทดลองด้วยการโยนแบบนี้ เพราะตอนใช้งานจริงก็คงไม่มีการโยน และได้สอบถามไปยังวิศวกร ได้รับคำแนะนำว่าการทดสอบไม่ควรทำโดยไม่มีฝาปิด เพราะฝาจะช่วยรับน้ำหนักของปากหีบทำให้หีบไม่แตก ทั้งนี้นายสมชัยกล่าวติดตลกในตอนท้ายว่า “หีบแตก อาจจะเป็นเรื่องไสยศาสตร์แสดงว่าคนจะมาใช้สิทธิมากจนหีบแตก”

นายกฯกลั้นขำ “สมชัย” โยนหีบแตก

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โค้งสุดท้ายก่อนทำประชามติว่า ฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีการรายงานความเคลื่อนไหวผิดปกติ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนเข้าใจว่าวันนี้ประเทศชาติกำลังทำอะไรอยู่ ตนไม่ดูถูกสติปัญญาประชาชนคนไทยของเรา เพียงแต่ให้เวลาเขาคิดหน่อย อย่าไปบิดเบือน โอเคนะครับ พูดอะไรมากไม่ได้หรอก ช่วงนี้ก็บอกไม่ให้พูด เมื่อถามว่า นายกฯทราบกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. สาธิตความทนทานของกล่องพลาสติกใสหรือหีบบัตรออกเสียงประชามติที่โยนจนแตกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบแบบกลั้นหัวเราะว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็ดูจากในคลิป เขามีไว้ให้โยนหรือเปล่าล่ะ ผมไม่รู้นะ” เมื่อถามว่า คิดว่ากล่องจะใช้ได้ถึง 10 ปีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไปถามบริษัทที่ผลิต ไปถาม กกต.โน่น ผมไม่เกี่ยว”

ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุล้มประชามติ

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพ่นสีสเปรย์เกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญตามป้ายราชการต่างๆในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติ เป็นหน้าที่รับผิดชอบของ กกต. และศูนย์ดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อสนับสนุนการออกเสียงประชามติของกระทรวงมหาดไทย ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงภายในพื้นที่ เมื่อถามว่า มีสิ่งใดที่บ่งชี้ว่าจะมีการล้มการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ พ.อ.พีรวัชฌ์ตอบว่า จากข้อมูลด้านการข่าวที่ผ่านมาไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะเกิดเหตุรุนแรงที่ทำให้การลงประชามติไม่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค. ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามปกติ

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า ยืนยันว่าข้อมูลด้านการข่าวของ คสช.ยังไม่มีความเคลื่อนไหวว่าจะเกิดเหตุความรุนแรงในวันที่ 7 ส.ค. มีเพียงส่วนน้อยที่แสดงความคิดเห็นสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป

ตำรวจระดมกำลังกว่า 2 แสนนาย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะโค้งแรก โค้งสุดท้ายเหมือนกันหมด มีการบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มในการดูแลการลงประชามติ อะไรที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการทำผิด จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ครบทุกมิติทุกเรื่อง จนถึงวันนี้ยังไม่สิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดความวุ่นวาย หรือจะมีกลุ่มอะไร ออกมาเลย

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.การออกเสียงลงประชามติรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาในส่วนของ ตร. ได้มีการเร่งให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบ มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2 แสนนาย ในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ การดำเนินคดีผู้กระทำความผิดที่ผ่านมาไม่มีการเลือกปฏิบัติ ถึงวันนี้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 58 คดีทั่วประเทศ

รฟท.เพิ่ม 200 ขบวนวันประชามติ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รฟท.ได้จัดแผน อำนวยการและสนับสนุนการเดินทางของประชาชนด้วยการพ่วงตู้รถโดยสารรถไฟฟรีและรถไฟเชิงพาณิชย์เพิ่มอีกวันละ 200 ขบวน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่ 5-7 ส.ค. มั่นใจว่าจะสามารถรองรับประชาชนเดินทางได้เพิ่มขึ้นอีกวันละ 10,000 คน สำหรับการเพิ่มตู้โดยสารครั้งนี้ จะเพิ่มทุกขบวนที่เปิดให้บริการเดินรถเส้นทางระยะไกลจากกรุงเทพฯไปเส้นทางสายเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและสายใต้ และจากต่างจังหวัดกลับกรุงเทพฯ ทั้งแบบขบวนรถปรับอากาศชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 ขบวนรถไฟท้องถิ่นระหว่างจังหวัด รับการเดินทางของประชาชนเพิ่มจากปกติได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 คนต่อวัน นอกจากนี้หากพบว่าขบวนที่เปิดให้บริการมีจำนวนไม่เพียงพอ จะเพิ่มขบวนรถพิเศษทันทีไม่ให้เกิดปัญหาการตกรถ

มะกัน–ญี่ปุ่นเตือนพลเมืองระวังตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มีข้อความเตือน เรื่องการออกเสียงประชามติในประเทศไทย วันที่ 7 ส.ค. โดยระบุว่า ขอให้พลเมืองชาวสหรัฐอเมริกา เพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการชุมนุมในช่วงดังกล่าว เนื่องจาก คสช.ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการควบคุมและจับกุมตัวบุคคล จึงอาจทำให้พบเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพร้อมอาวุธเป็นจำนวนมากกว่าปกติและบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ คสช. อาจถูกควบคุมตัว จึงขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และสังเกตสิ่งรอบตัว โดยแม้จากการคาดการณ์อาจจะไม่มีเหตุความรุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ชุมนุมอาจยกระดับความรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงอาจเกิดการปะทะได้ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มีข้อความเตือนพลเมืองญี่ปุ่นเช่นกัน โดยขอให้เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการชุมนุมหรือแหล่งรวมตัวของคนจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

สอบเครียดผู้ต้องหาบิดเบือน รธน.

ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ สถานที่ใช้ในการสอบสวน 11 ผู้ต้องหาในคดีใช้เอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญนำโดยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย รองนายก อบจ.เชียงใหม่ โดยบรรยากาศในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงนำตัวผู้ต้องหาหลายคนผลัดกันเวียนเข้าออกเพื่อนำไปตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมตามสถานที่ต่างๆ ในส่วนของตำรวจที่มีการเรียกตัว ผกก. จากพื้นที่ต่างๆของเชียงใหม่สั่งให้ขยายผลหาหลักฐานไปยังอำเภอต่างๆที่มีข่าวการนำจดหมายบิดเบือนรัฐธรรมนูญไปส่งตามตู้ไปรษณีย์หลายแห่ง

ตำรวจยันค้านการประกันตัว

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีคืบหน้าไปมาก มีผู้ต้องหาทั้งหมด 12 คน ควบคุมตัวดำเนินคดีแล้ว 11 คน หลบหนี 1 คน เจ้าหน้าที่เร่งสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดซึ่งส่วนใหญ่ปฏิเสธมีเพียง 2 คนที่ให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ทราบจดหมายบิดเบือนรัฐธรรมนูญผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่มั่นใจมีพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง คาดว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้ศาลทหารภายในวันที่ 4 ส.ค.นี้ โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ได้สั่งให้ตำรวจในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลสถานการณ์ก่อนวันลงประชามติ แต่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวในการก่อความวุ่นวาย

แฟนคลับแห่เยี่ยมไม่ขาดสาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย บริเวณชั้นล่างของตึกกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ตลอดทั้งวันมีบรรดาญาติรวมทั้งผู้ที่รู้จักมักคุ้นกับผู้ต้องหาทำเรื่องขอเข้าเยี่ยมจำนวนมาก บางส่วนซื้อข้าวผัดกะเพราไข่ดาวรวมทั้งต้มเลือดหมูและพิซซ่าเข้าไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ต้องหา ขณะเดียวกันทีมทนายความได้เข้าหารือเพื่อขอยื่นประกันตัวในชั้นศาลด้วย โดยนายบุญเลิศบอกกับนายพิเชฐ พิศุทธกุล รักษาการนายก อบจ.เชียงใหม่ว่า สบายดี ขอขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมและไม่ต้องการให้มาเยี่ยมกันมากเพราะเกรงว่าจะเป็นการกดดัน อยากจะอยู่กันแบบเงียบๆ ในวันที่ 4 ส.ค.หากส่งที่ศาลทหารจะยื่นประกันตัวตามขั้นตอนต่อไป

ผวาฝูงลิงทำลายบัญชีรายชื่อ

ที่ จ.ศรีสะเกษ นายสุริยา บุตรจินดา นอภ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ลงพื้นที่ตรวจดูความ เรียบร้อยบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติซึ่งจะมีขึ้นใน วันที่ 7 ส.ค.นี้ บริเวณศาลาการเปรียญวัดบ้านหว้าน ต.หว้านคำ อ.ราษีไศล ซึ่งเป็นหน่วยออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญหน่วยที่ 2 บริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้ป่าที่อยู่อาศัยของฝูงลิงกว่า 3,000 ตัว เกรงว่าลิงจะซุกซนไปทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกับจังหวัดอื่น แต่เบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายของบัญชีรายชื่อ ฝูงลิงไม่ไปได้วุ่นวายหรือทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำชับเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องป้องปรามอย่างเข้มงวดแล้ว

“ไพบูลย์” จี้ทบทวนประวัติศาสตร์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงโค้งสุดท้ายประชามติว่าไม่เคยสั่งการอะไรกับข้าราชการในกระทรวง ปล่อยให้การทำประชามติเป็นไปตามปกติ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรไม่วิตก เพราะเป็นกระบวนการที่กำหนดไว้ อย่านำมาผูกเกี่ยวกับความนิยม การเขียนรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายทุกฉบับ มันมีทั้งผู้ได้และเสียประโยชน์ แต่เจตนาของการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้คืออะไร อยากให้นึกถึงเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์วันที่ 7 ส.ค. จะมีคนออกมาขัดขวางการลงประชามติเหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า “กล้าหรือ ก็ออกมาซิ จะออกมาทำไม จะออกมาคัดค้านเพื่ออะไร แล้วคนคัดค้านทำอะไรบ้าง ก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 คุณทำอะไรกันบ้างไม่เห็นใครแก้ปัญหา”

เหน็บเจ็บไม่ให้ค่าพวกดีแต่พูด

“เราเคยใช้รัฐธรรมนูญ 40 หรือ 50 โดยรัฐบาลเลือกตั้ง แล้วทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งหรือไม่ มีบางคนออกมาพูดทั้งๆที่เคยบริหารด้วยรัฐธรรมนูญปี 50 มาแล้ว ขอถามหน่อยว่าคุณใช้มาแล้ว ไม่เห็นว่ามันทำให้เกิดปัญหาหรือ คุณเป็นรัฐบาลบนพื้นฐานความขัดแย้งด้วยซ้ำไปตอนปี 53 ใช่หรือไม่ ดังนั้นผมว่ามันอยู่ที่ผู้ปกครองที่ใช้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือไม่ การบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ แก้ปัญหาความขัดแย้ง ปัญหาการทุจริตไม่ได้ ทั้งหมดก็บริหารด้วยรัฐธรรมนูญ 40,50 ทั้งนั้น แล้วไม่มีความขัดแย้งหรือ องค์ประกอบอันหนึ่งมันอยู่ที่ตัวผู้ปกครองไม่ใช่หรือ ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญเสมอไป การเขียนรัฐธรรมนูญแต่ละประเทศอยู่ที่บริบทและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น คสช. บอกแล้วว่า พยายามไม่ให้เกิดปัญหาอีก ต้องนึกถึงเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 ด้วย ว่าเกิดอะไรถึงเขียนแบบนี้ หากเอาไปผูกเรื่องประชาธิปไตยหรืออะไรก็พูดได้ทั้งนั้นไม่จบหรอก ผมอยากหาคนที่ปฏิบัติเก่งๆ อย่ามาพูดเก่งกับผม ผมไม่นับถือหรอก” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

“พรเพชร” ห่วงไม่ยอมรับประชามติ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเดินสายชี้แจงคำถามพ่วงของ สนช.ช่วงโค้งสุดท้ายว่า สนช.ได้อธิบายคำถามพ่วงเพิ่มเติมการออกเสียงประชามติในข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง คิดว่าถ้าประชาชนได้รับฟังคำชี้แจงคงจะเข้าใจ อยากเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติวันที่ 7 ส.ค. เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงความคิดเห็นของตนผ่านคะแนนเสียง เมื่อถามว่า กังวลเกี่ยวกับการลงประชามติหรือไม่ เพราะพรรคการเมืองมีท่าทีชัดเจนแล้วว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายพรเพชรตอบว่า กังวลเรื่องที่จะไม่ยอมรับผลลงประชามติ มีการพูดในทำนองว่าถ้ารับจะมีการตอบโต้มาอย่างหนึ่ง และถ้าไม่รับก็จะมีผลตอบโต้มาอีกอย่าง กังวลว่าจะมีการทำให้เข้าใจผิด แปลความหมายผลประชามติในทางที่ไม่ถูกต้อง

ใช้ผลโหวตประเมินร่าง รธน.ใหม่

เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลหารือถึงทางออกหรือยังว่า จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว นายพรเพชรตอบว่า นายกฯพูดชัดเจนว่าถ้าผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ จะเดินหน้าตามโรดแม็ปที่วางไว้ แต่ถ้าไม่รับต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวแน่นอน เพื่อกำหนดแนวทางโรดแม็ปต่อไป เป็นหน้าที่ของรัฐบาลกับ คสช.จะหารือร่วมกัน คงคิดอยู่ในใจบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง เพราะคงรอผลลงประชามติ เมื่อถามว่า ในฐานะที่ปรึกษา คสช.หากประชามติไม่ผ่าน ทางออกแก้ไขรัฐธรรมนูญควรมีทิศทางอย่างไร นายพรเพชรตอบว่า ต้องแก้ไขไปในทิศทางที่นายกฯพูดว่าจะต้องมีรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ให้เป็นร่างรัฐธรรมนูญธรรมดาที่อยู่บนหลักการ และต้องนำคะแนนเสียงของประชาชนมาประเมินด้วย โดยดำเนินการตามโรดแม็ปที่นายกฯพูดไว้ แต่วิธีการได้มาของรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่มีการปรึกษาหารือกัน

“สดศรี” จี้ กกต.ติดโลโก้–ล็อกกุญแจ

นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. กล่าวว่า ในการเลือกตั้งนับแต่ กกต.ชุดแรกได้ใช้หีบบัตรที่เป็นกระดาษมาตลอด เพราะพับเก็บง่ายไม่เกินเนื้อที่มาก แม้ที่ต่างประเทศจะใช้กล่องพลาสติกเป็นหีบบัตรเลือกตั้ง แต่ก็จะมีปัญหาแตกหักง่าย เพราะอาจมีการโยนหีบ ช่วงออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ใช้หีบที่เป็นกล่องกระดาษ แต่ กกต.ชุดปัจจุบันอาจมองว่ากล่องพลาสติกใช้งานง่ายกว่า แต่มีข้อสังเกตว่าถ้าใช้กล่องพลาสติกราคาถูกถ้าเก็บไว้นานอาจเสื่อมสภาพกรอบแตกหักง่ายได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ กกต.ติดโลโก้ กกต. เพื่อยืนยันว่าเป็นของหลวง และตัวหีบจะต้องมีกุญแจคล้อง ไม่ทำให้เกิดการปลอมแปลงหีบบัตรได้ง่ายด้วย

ถึงทางสองแพร่ง ปชช.ต้องเลือก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถึงทางสองแพร่งที่ประชาชนไทยต้องตัดสินใจเลือก ตอบโจทย์ประเทศ ระหว่างอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการที่สืบทอดต่อเนื่องไปอีกยาวนาน วนเวียนซ้ำซากอยู่กับวิกฤติความขัดแย้งที่ไม่มีทางออก แทนที่จะหาทางให้มีระบบการเลือกตั้งที่ดี ให้ประชาชนเลือกรัฐบาลขึ้นมาแล้วหาทางให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลที่ดี กลับให้ผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาร่วมกำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาลและยังคอยกำกับรัฐบาล ออกแบบกฎกติกามุ่งขจัดฝ่ายตรงข้ามกับผู้มีอำนาจ ให้ได้รัฐบาลที่คณะผู้มีอำนาจทั้งหลายต้องการ หรือประชาชนจะเลือกมาตั้งหลักกันใหม่ ร่วมกันหาทางก้าวพ้นจากวิกฤตินี้ และพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป มีรัฐบาล กติกาที่เป็นธรรมและยอมรับได้ ที่วันนี้ไม่ใช่แบบขอไปที หากตัดสินใจผิด เราอาจวนเวียนอยู่กับวิกฤติความขัดแย้งที่อาจหนักหนาสาหัสไปอีกนาน

“อภิสิทธิ์” ทำบุญ 52 ปีขอล่าฝันต่อ

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่วัดวรจรรยาวาส ถนนเจริญกรุง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จัดงานทำบุญเนื่องในโอกาสวันครบรอบวันเกิด 52 ปี ทำสังฆทานและถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันคล้ายวันเกิดได้ทบทวนชีวิตตัวเอง คิดว่าประมาณครึ่งชีวิตที่ได้อุทิศให้กับวงการการเมืองถือเป็นการสานฝันที่มีมาตั้งแต่ในวัยเด็กที่อยากจะทำอะไรให้กับบ้านเมืองมีการพัฒนา พ้นจากความขัดแย้ง ประชาชนกินดีอยู่ดี แม้ทำงานการเมืองกว่า 20 ปี แต่มีหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ยังมีหน้าที่ต้องทำความฝันให้เป็นจริง จะยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่ไม่ได้ ความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองและยึดถือในแนวทางประชาธิปไตย หลายสิ่งไม่เป็นไปตามที่ฝันเอาไว้ การลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องตัดสินใจในการจะทำให้บ้านเมืองเดินไปสู่การพัฒนาได้ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

โต้ “มีชัย” สังคมต้องได้สิ่งที่ดีกว่า

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ พรรคการเมืองที่ออกมาประกาศจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต้องรับผิดชอบว่า ความรับผิดชอบก็คือฝ่ายการเมืองต้องให้ความร่วมมือในการให้ได้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ดีกว่าเดิม การแสดงจุดยืนของตนและอีกหลายคนยังยึดตามโรดแม็ปของ คสช. หาก คสช.ตั้งใจว่าจะใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ต้องทำประชามติ เพราะการทำประชามติคือ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม เข้าใจว่านายมีชัยมีเจตนาดี แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังไม่ถูกใจ นายกฯคงต้องไปทบทวนว่าจะทำอย่างไรต่อไปให้ได้สิ่งที่ดีกว่าเดิม และทุกคนก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกลไกนี้ แต่ถ้าร่างนี้ผ่านการทำประชามติ พวกตนก็ต้องยึดถือตามกติกาต่อไป แต่เราเป็นห่วงว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้แก้ไขยากมาก ปัญหาของทางพรรค ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ

ยันคิดต่างแต่ไม่ขัดแย้ง กปปส.

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนคำถามพ่วงหากได้รับความเห็นชอบ วุฒิสภาก็เป็นเสมือนอีกพรรคการ เมืองหนึ่ง เป็นนักการเมืองโดยทันที จึงต้องคิดว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนมีไว้ทำไม ไม่ขัดข้องหาก คสช.จะบริหารบ้านเมืองต่อไปจนถึงวันเลือกตั้ง ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ มปท.ออกมาชวนประชาชนให้ใช้สิทธิ์ลงประชามตินั้น การเชิญชวนเพื่อให้ออกไปใช้สิทธิ์เป็นสิ่งที่ควรทำ และไม่เคยเห็นว่า กปปส. ต้องการสร้างความวุ่นวาย เห็นแต่เรียกร้องจะทำอย่างไรทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ยืนยันว่าตนไม่เคยมีปัญหากับ กปปส. แค่คิดต่างในกรณีจุดยืนรับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น

“ชวน” นำร้องแฮปปี้เบิร์ธเดย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ มีอดีต ส.ส.และสมาชิกพรรคจำนวนมากเดินทางมาอวยพรและให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับตะโกนว่า อภิสิทธิ์ สู้ๆ ที่ลานพระแม่ธรณีฯด้านหน้าพรรค เป็นที่น่าสังเกตว่า มีกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคและอดีตแกนนำ กปปส.ที่ประกาศว่า รับร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล ร่วมอยู่ด้วย โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นผู้นำร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับเป็นตัวแทนกล่าวอวยพรว่า นายอภิสิทธิ์ผ่านการพิสูจน์การทำงานภายในพรรคมานาน มีความสามารถนำพาพรรคได้ ขอให้กำลังใจคนทำงานแม้ว่าจุดยืนที่แถลงออกไปจะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดาของประชาธิปไตย แต่อยู่ด้วยกันได้เพราะเคารพกัน จุดยืนของหัวหน้าพรรคแม้ไม่มีมติ แต่เป็นจุดยืนตามระบอบประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน

เชื่อปัญหาอยู่ที่คนไม่ใช่ รธน.

นายชวนกล่าวว่า ตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจและความสัมพันธ์ทางอำนาจ เป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคได้แสดงทัศนะว่า มีจุดไหนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ประชาธิปไตยเป็นหัวใจสำคัญ เราก้าวมาไกลแล้วไม่มีสิทธิถอยหลัง มีแต่เดินหน้า หัวหน้าพรรคแสดงจุดยืนแทนเรา จึงขอให้ทุกคนให้กำลังใจด้วย ทุกอาชีพมีทั้งคนดีและไม่ดีอย่าเหมาว่ากลุ่มไหนเลวหมดหรือดีหมด เรารู้ว่าสิ่งใดทำได้ ทำไม่ได้ รัฐบาลถูกยึดอำนาจ 2 ครั้งใน 10 ปีแสดงว่าปัญหาคือคน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ

“มาร์ค” ไฟยังแรงทำงานเต็มที่

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณว่า รู้สึกอบอุ่นที่มีคนมาจำนวนมาก ในโอกาสวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดได้ทบทวนชีวิตตัวเอง สำนึกตลอดว่าพรรคให้เราทุกอย่าง นักการเมืองที่อยู่พรรคนี้มากับอุดมการณ์ และที่พรรคให้โอกาส คำว่าพรรคคือจิตวิญญาณที่มาจากความคิดของสมาชิก ขอยืนยันว่า 52 ปี ยังมีกำลัง มีไฟเต็มที่ และมีความสุขกับการทำงานการเมือง แต่ชีวิตที่ดีต้องมีอุปสรรคและสิ่งท้าทายให้ทำเรื่องยากๆ จึงจะสนุก ขอให้สบายใจว่า ไม่ว่าสถานการณ์ใด ตนไม่หวั่นไหว พร้อมยืนหยัดในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ บ้านเมืองและพรรค จึงขอให้ทุกคนสบายใจ ยืนยันว่าทำงานรับใช้ทุกคนตราบเท่าที่มีแรง

“บิ๊กตู่” เผยเจ๊งมากกว่า 2.8 แสน ล.

ส่วนกรณีที่มีการระบุยอดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวในส่วนความรับผิดชอบที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก่อให้เกิดความเสียหาย 2.86 แสนล้านบาทนั้น เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.)ครั้งที่ 4/2559 ว่า ที่ประชุม นบข.รับทราบสถานการณ์ข้าวในปีนี้และปีหน้า และหารือถึงสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่เดิมเพื่อแสวงหาทางออกตามกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายให้ได้ ขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลนี้พยายามอย่างเต็มที่ในการทำให้โครงการรับจำนำข้าวเป็นธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น โดยวันศุกร์ที่ 5 ส.ค.นี้ จะมีกระบวนการพิจารณาคดีของศาล ไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะจะมีผลในทางคดี ส่วนเรื่องตัวเลขความเสียหายที่มีการพูดมานั้น เป็นการพูดสั้นไป เพราะเป็นการสำรวจเมื่อปี 2557 ที่มีการรับบัญชี สำรวจประเมินความเสียหายเท่านั้นอยู่ ซึ่งข้าวที่อยู่ในคลังจะมีความเสียหายมากยิ่งขึ้น จึงคาดการณ์ว่าอาจจะมีความเสียหายมากขึ้นไปกว่านั้นอีก ก็ขอให้เป็นเรื่องกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล

เวลาผ่านไปก็เสียหายอีกเรื่อยๆ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ทุกคนสบายใจ วางใจว่าทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าเมื่อเราให้โอกาสในทางสู้คดีแล้วก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันกันให้ได้เท่านั้นเอง เราล้มคดีกันไม่ได้อยู่แล้ว หน้าที่ตนคือนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทุกคดี อย่าไปมองตัวเลขมากนัก เพราะอาจจะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากข้าวขายไม่ได้ จะเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ และจะขายมากๆก็ไม่ได้ เพราะต้องดูราคาตลาดด้วย ส่วนตัวเลขข้าวที่ยังค้างอยู่ในโกดังนั้น เวลานี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คำนวณไว้แล้ว เบื้องต้นคิดไว้ว่าความเสียหายอยู่ที่ 2.8 แสนล้าน หากเวลาผ่านไปเรื่อยๆก็ต้องสรุปตัวเลขอีกที ซึ่งต้องมีทั้งค่าใช้จ่ายและเรื่องราคาข้าว ตรงนั้นจะบวกขึ้นไปอีก ขณะที่การระบายข้าวตอนนี้เรามีแผนอย่างรัดกุม ปัญหาคือเราอยากระบายข้าวให้เร็ว ไม่อยากให้มันเสื่อมสภาพ เพียงแต่มันขายไม่ได้ ราคาต่ำเกินไป เข้าไปแทรกแซงตลาดก็ไม่ได้ จะทำให้เกิดความเสียหายในราคาข้าว แต่เรื่องทุจริตหรืออะไรก็ไปว่ากันในศาล

ยันทุจริตจริงต้องมีคนรับผิดชอบ

ต่อข้อถามว่า เรื่องของคดีส่วนหนึ่งมีการแสดงความกังวลว่าสุดท้ายตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ อาจจะไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรตรงนี้ก็ได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ ต้องรอให้เขาตัดสินมา เราส่งขึ้นไปแล้วเขาก็จะพิจารณา ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิในการต่อสู้คดี และหากจะมีคดีอาญา มันก็จะพันกันอยู่ในนี้ทั้งหมดแต่เขาก็มีสิทธิ์จะอุทธรณ์ เมื่อถามว่า นายกฯยืนยันจะต้องมีผู้รับผิดชอบความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “มันต้องมีสิ ไม่มีได้ยังไง ต้องมีคนรับผิดชอบว่าใครเป็นคนทำให้เสียจริงหรือไม่ ทุจริตจริงหรือไม่ก็ไปสู้กันในศาล ผมมีหน้าที่สรุปขึ้นไปให้ได้ และศาลก็ต้องไปสืบต่ออีกเยอะแยะ หลายอย่าง”

“ปู” โพสต์ท้อช่วงชีวิตที่ยากเย็น

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้อาจมีบทความออกมามากมายที่บอกเล่าความรู้สึกของดิฉัน แต่อยากเรียนว่า จะขอสื่อสารหรือบอกเล่าความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นหลัก วันที่ 5 ส.ค.นี้ขึ้นศาลฯ ถือเป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับชีวิตดิฉัน ทุกอย่างวิ่งเข้ามา เวลายิ่งใกล้เข้ามาทุกที บางครั้งมันทำให้รู้สึกเหนื่อย ท้อ แต่ก็บอกกับตัวเองว่าเราจะป่วย เราจะท้อ เราจะหมดกำลังใจไม่ได้ เพราะยังมีผู้คนอีกมากที่เขายังคอยให้กำลังใจ จากพี่น้องประชาชน ดวงตาทุกคู่ที่มองมามีความหมาย เราต้องเข้มแข็งเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ที่บางอย่างจะต้องใช้เวลา เพราะทุกอย่างไม่สามารถอธิบายหรือทำให้คนเข้าใจได้ในวันเดียว เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ เหลือเวลาอีกเพียงสองวัน ต้องขึ้นศาลฯ เพื่อแถลงเปิดคดีและตอบคำถามฝ่ายโจทก์ด้วยตัวเอง ต้องการกำลังใจจากพี่น้องประชาชนและแฟนเพจด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแถลงเปิดคดีด้วยตัวเอง และตอบคำถามฝ่ายโจทก์คดีโครงการรับจำนำข้าวนัดแรก ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

หวั่นแฟนเพจทำเรื่องบานปลาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี 1-2 วันที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ข้อความและส่งข้อมูลต่อๆกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย ระบุอ้างเป็นการโพสต์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่แสดงท่าทีถึงการต่อสู้ทางการเมือง และท่าทีกับการต่อสู้คดีโครงการรับจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องแถลงเปิดคดีด้วยตัวเองและตอบคำถามฝ่ายโจทก์คดีโครงการรับจำนำข้าวนัดแรก ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 5 ส.ค.นี้ แหล่งข่าวใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า ข้อความดังกล่าวที่แสดงท่าทีและขอกำลังใจไม่ได้เป็นการโพสต์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเขียนข้อความถึงประชาชน ขอให้ติดตามทางเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra เท่านั้น

ยื่นกระทู้ถามนายกฯเค้นค่าเจ๊งข้าว

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า การประชุม สนช.วันที่ 5 ส.ค. นายสมชาย แสวงการ สนช. จะตั้งกระทู้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เรื่อง นโยบายการเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลัง ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงการคลังให้เรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว. พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และพวกรวม 21 ราย ซึ่งนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัด กระทรวงการคลังขณะนั้น สรุปค่าเสียหายเบื้องต้นมีมูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท ขณะนี้เวลาผ่านมา 1 ปีแล้ว จึงขอสอบถามความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่ามีการเรียกร้องค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบุญทรง ไปถึงไหน มีความเสียหายเกิดขึ้นจำนวนเท่าใด

กกต.แจงนับคะแนนประชามติ 7 ส.ค. “สมชัย” ย้ำนับหน้าหน่วยออกเสียงทั่วประเทศ เหมือนการเลือกตั้ง ส.ส. คาด รู้ผลไม่เกิน 3 ทุ่ม ยันโชว์คะแนนทั่วประเทศรายภาค รายจังหวัด ทั้งเป็นเปอร์เซ็นต์ คะแนนดิบ เปิดทีวีดูได้... 4 ส.ค. 2559 07:59 4 ส.ค. 2559 08:05 ไทยรัฐ