วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จากเสือเป็นเห็บก็รู้กัน

จากเสือเป็นเห็บก็รู้กัน

  • Share:

จากเสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย กลายเป็น “เห็บหมา” แห่งสยาม

ตามสภาพการณ์แบบที่คนระดับนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับสถานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศไทย ณ ห้วงปัจจุบัน

ต้องอาศัยสูบเลือดจากยักษ์ใหญ่เอเชีย

เกาะจีนหรืออินเดียเพื่อประคองตัวให้รอดเฉพาะหน้าไปได้เท่านั้น

นั่นก็ตอกย้ำโจทย์ยากๆของรัฐบาลทหาร คสช.ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ประกาศแล้วจะอยู่ต่อไปไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” จะผ่านหรือไม่ผ่านด่านประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม

แต่ที่เครียดกว่าก็น่าจะเป็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

สถานการณ์กดดัน เกมบีบกัปตันทีมวิ่งสู้ฟัด

ยิ่งเป็นอะไรที่แว่วๆ อาการอึดอัดแบบที่เจ้าตัวไม่รู้จะเหยียบเรือแคมไหน

เพราะโดยสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นอยู่กับสายบ้านใหญ่ย่านเทเวศร์ แต่อีกทางหนึ่งก็ต้องอาศัยแรงหนุนจาก “พี่ใหญ่” เพื่อการันตีสถานะความมั่นคงในรัฐบาล

งานนี้เลยทำใจลำบาก และกดดันการทำงานยิ่งยากลำบากเข้าไปอีก

แน่นอน โดยเงื่อนสถานการณ์มันก็ล้อไปกับความเคลื่อนไหวของฝ่าย เสธ.เบอร์ต้นๆของรัฐบาลทหาร คสช.ที่เริ่มมีการเดินสายเช็กกระแส และมีการโยนทุ่นเกี่ยวกับคิวปรับคณะรัฐมนตรีหลังประชามติ

แม้ล่าสุด “บิ๊กตู่” จะบอกปัดกระแสดังกล่าว ปฏิเสธเรื่องการปรับ ครม.

แต่เรื่องของเรื่อง โดยเงื่อนไขความจำเป็นในเชิงบริหาร การขับเคลื่อนงานของรัฐบาลที่จำเป็นต้องลากยาวอำนาจพิเศษต่อไป ประกอบกับสถานการณ์รองรับบิ๊กท็อปบูตเกษียณอายุ ต้องสลับฉากเข้ามานั่งใน ครม.ตอบแทนที่ช่วยกันประคองเกมอำนาจ คสช.

ตามไฟต์บังคับยังไงก็ต้องปรับ ครม.

ถ้าไม่บังเอิญติดตรงสถานการณ์พิเศษไม่เอื้ออำนวยให้

โดยสภาพที่เต็มไปด้วยโจทย์ปัญหา รัฐบาลท็อปบูตมีแต่เหนื่อยกับเหนื่อยหนัก

แต่ที่ “หักดิบ” แล้วเบาเนื้อเบาตัวลงไปเยอะ

ตามอารมณ์ล่าสุด “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 52 ปี ที่วัดวรจรรยาวาส เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยแรกครั้งเมื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2535

ถือโอกาสทบทวนความรู้สึกเมื่อครั้งตัดสินใจเข้าสู่การเมือง

พร้อมประกาศเลยว่า บ้านเมืองยังไม่ไปถึงจุดที่ฝันไว้ ยังมี กำลังพร้อมร่วมกับประชาชนคนไทยทุกสี ทุกจังหวัด ทุกภาค เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ประเทศไทยต้องดีกว่านี้

“อภิสิทธิ์” เริ่มเดินหมากการเมืองกระดานใหม่

เป็นการออกตัวแบบเต็มสูบ พูดได้แบบเต็มเสียงชัดถ้อยชัดคำ หลังปฏิบัติการกระชับพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์คืนจากม็อบ กปปส.

โดยผลต่อเนื่องจากการประกาศ “โหวตโน” ไม่รับร่าง

รัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” สวนทางกับ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ

โดยไม่สนอีกฝ่ายจะส่งคนมาล็อบบี้ ขอร้องให้ช่วยรักษาหน้า

ที่แน่ๆจุดยืนของนายอภิสิทธิ์มี “ปรมาจารย์ชวน หลีกภัย” ถือหางคัดท้ายให้ชัดเจน

มันก็เป็นอะไรที่การันตีสถานะ “แม่ทัพเต็มตัว” สังเกตได้จากอดีต ส.ส.ปักษ์ใต้ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญตามจุดยืนของ “หัวหน้าอภิสิทธิ์”

ไม่กลัวอิทธิฤทธิ์ของ “ลุงกำนัน” อีกต่อไป

และก็อย่างที่เห็นๆ พอ “อภิสิทธิ์” กล้าหักดิบ ประชาธิปัตย์ “ตัดหาง” ทีมงาน กปปส. ตามสถานการณ์ก็เหมือนต้นทุนหน้าตักหาย “ลุงกำนัน” เลยต้องงัดไม้ตาย

เปิดมุกเป่า “นกหวีด” เรียกแขกออกมาโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ “มีชัย”

รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ดังเหมือนเดิม.


"ทีมข่าวการเมือง"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้