วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียบปลั๊กควักไม่แพง MERCEDES BENZ เปิดตัว GLE500e 4MATIC PLUG in HYBRID

โดย

แบรนด์ตราดาว Mercedes Benz ตอกย้ำการเป็นผู้นำยนตรกรรม electric Driving รุกตลาดรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวเอสยูวีรุ่นล่าสุด GLE 500 e 4MATIC บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เผยวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Mercedes-Benz electric Driving ผุดแคมเปญการตลาด DEFINE TOMORROW ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งด้านนวัตกรรมยานยนต์


Mercedes Benz เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเรื่องล่าสุด “Loopbreaker” เพื่อสื่อสารถึงความโดดเด่นของรถยนต์กลุ่ม electric Driving ใน 3 ด้าน คือ นวัตกรรมอันล้ำสมัย (Innovations) สมรรถนะอันทรงพลัง (High Performance) และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (electric Drive)

พร้อมกันนี้ Mercedes Benz Thailand ยังได้เปิดตัว GLE500e 4Matic Plug in Hybrid รถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีที่รวมความแข็งแกร่งและความสง่างามอย่างที่สุดไว้ในหนึ่งเดียวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริงโดยมาให้เลือกสรรใน 2 ดีไซน์ ได้แก่ GLE 500 e 4MATIC Exclusive นำเสนอในราคา 4,490,000 บาท และ GLE 500 e4MATIC AMG Dynamic นำเสนอในราคา 4,990,000 บาท

ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท Mercedes Benz Thailand กล่าวว่า “เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับรถยนต์ในกลุ่ม Mercedes-Benz electricDriving นับเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงก้าวย่างสำคัญของเราบนเส้นทางสู่โลกของการขับขี่ที่ไม่มีการปล่อยไอเสียและยังพิสูจน์ด้วยว่าไม่ได้มีเพียงรถยนต์ขนาดเล็กเท่านั้นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแต่เทคโนโลยีระบบส่งกำลังที่ก้าวล้ำก็ทำให้รถยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน”

“บริษัทฯ วางแผนที่จะนำเสนอรถยนต์ Mercedes-Benz electric Driving ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นการปูรากฐานเพื่อนำไปสู่การพัฒนารถยนต์ที่ไม่ปล่อยไอเสียเลย (Zero Emission) ในอนาคต ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคในฐานะเจ้าแห่ง ยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าพร้อมทั้งยังเป็นผู้นำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้วางรากฐานไว้เพื่อเป็น แนวทางการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี2025” “เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ได้นำเสนอรถยนต์รุ่น The S 500 e และ The C 350 e รถยนต์ซีดานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดออกสู่ตลาดและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั้งในด้านเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและสมรรถนะอันทรงพลัง ล่าสุดบริษัทฯ จึงได้เปิดตัว Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC รถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีที่รวมความแข็งแกร่งและ ความสง่างามอย่างที่สุดไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อเติมเต็มกลุ่ม Mercedes-Benz electric Driving ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นในกลุ่มนี้ ล้วนเป็นรุ่นที่ประกอบในประเทศด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งสำหรับ Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC มีกลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าที่ชื่นชอบสมรรถนะอันทรงพลังพร้อมทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่แต่ยังคงตอบโจทย์ทั้งในเรื่อง “สิ่งแวดล้อม” และ “ความประหยัด” ได้เป็นอย่างดี”

ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท Mercedes Benz Thailand กล่าวว่า “กลยุทธ์หลักเพื่อเตรียมพร้อมสู่การก้าวเข้าสู่โลกยานยนต์แห่งอนาคตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปีนี้คือสร้างการรับรู้ถึงสมรรถนะอันชาญฉลาดของรถยนต์ Mercedes-Benz electric Driving โดยนำเสนอผ่านแคมเปญการตลาด DEFINETOMORROW ผ่านภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบภาพยนตร์สั้น เรื่อง “Loopbreaker” โดยมี ชมพู่ อารยา เอ. ฮาร์เก็ต แบรนด์แอมบาสเดอร์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) นำแสดงภายใต้การกำกับของผู้กำกับมือทอง อย่าง เป็นเอก รัตนเรือง เพื่อถ่ายทอดนิยามใหม่ของ ยนตรกรรม Mercedes-Benz electric Driving ทั้งใน ด้านนวัตกรรมอันล้ำสมัย (Innovations) เช่น โหมดการทำงานของรถยนต์ในกลุ่ม Mercedes-Benz electric Driving ที่มีให้เลือกถึง 4 แบบ คือ Hybrid, E-Mode, E-Saveและ Charge หรือระบบควบคุมรถอัจฉริยะที่จะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อปรับการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสมที่สุด

สมรรถนะ (HighPerformance)
โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ คือ Individual (I),Sport+ (S+), Sport (S), Comfort (C) และ Economy (E) พร้อมกำลังแรงม้าและแรงบิดจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

เทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (electricDrive)
ผู้ขับขี่สามารถขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มี การคายไอเสียด้วยโหมด E-Mode พร้อมทั้งสามารถลดอัตราการใช้พลังงานในรถยนต์ ผ่านการนำพลังงานที่เกิดขึ้นจากการเหยียบแป้นเบรกหรือปล่อยให้รถเคลื่อนที่โดยไม่อาศัยพลังงานจากเครื่องยนต์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ภายในงาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ยังได้ทำการเปิดตัว Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC ยนตรกรรมกลุ่มเอสยูวีที่เป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ไฮบริด นวัตกรรม ด้านยานยนต์และรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับ GLE 500 e 4MATIC มีให้เลือก 2 ดีไซน์ คือ Exclusive และ AMG Premium โดยรถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับ การปล่อย CO2 ที่ลดเหลือเพียง 83 กรัม/กิโลเมตร

ดีไซน์ภายนอก
ลายเส้นสวยคมสะดุดตาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ เส้นสายหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายที่เน้นดีไซน์แบบเรียบหรู ล้ำสมัย โดยรุ่นที่เปิดตัวในครั้งนี้ คือ GLE 500 e 4MATIC Exclusive และ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ที่ตกแต่งด้วยกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียมแบบ2 แถบ พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง, กันชนด้านหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยโครเมียม, ขอบหน้าต่างแบบโครเมียม, ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System, ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน, ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างไฟท้าย และไฟเบรก ดวงที่ 3 แบบ LED, กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ต พร้อมปุ่มยางกันลื่น โดย GLE 500 e 4MATIC Exclusive จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Himalayas grey ส่วน GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic จะเพิ่มลุคสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว สี titanium grey, ชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า รวมถึงเพิ่มความรู้สึกกว้างขวางด้วยหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electric panoramicsliding glass sunroof)

ดีไซน์ภายใน
เน้นความหรูหราสง่างาม แต่แฝงกลิ่นอายความสปอร์ต ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับด้านบนของคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงหุ้มประตูหุ้มด้วยหนัง Artico, พวงมาลัย มัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบผ่อนแรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ, ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์(Push start), ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน และระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth โดยสำหรับ GLE500 e 4MATIC Exclusive ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังและมาพร้อมระบบมัลติมีเดีย อย่าง วิทยุซีดี MB Audio 20 สำหรับ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic จะตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ COMAND Online, ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic7® และ ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (ApplyCarPlay™) นอกจากนี้ ห้องโดยสารภายในของทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้นพร้อมเพิ่มสุนทรียศาสตร์แห่งการขับขี่ด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 3 สี


นวัตกรรม / เทคโนโลยี
รถยนต์ GLE 500 e 4MATIC ยังสามารถเลือกโหมดการทำงานของระบบ Plug-In HYBRID ได้ถึง 4 แบบ คือ

HYBRID
การทำงานในรูปแบบนี้รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะเน้นไปที่การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนให้มากที่สุดและใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเท่าที่จำเป็น หากกระแสไฟในแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำกว่า 20% ระบบจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเท่านั้นและถ้า ผู้ขับขี่ปรับเกียร์อัตโนมัติเป็นโหมดสปอร์ต (S) รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียวมอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงาน

E-MODE
สามารถขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ (ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว)ได้จนถึงความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางสูงสุด 30 กิโลเมตรโดยไม่มีการคายไอเสีย (ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของแบตเตอรี่และความเร็วที่ใช้) โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่การทำงานของระบบนี้สามารถครอบคลุมการใช้งานได้เป็นอย่างดีผู้ขับขี่จะต้องไม่กดแป้นคันเร่งจนเกินแรงต้าน หากกดแป้นคันเร่งเกินแรงต้านเมื่อใดเครื่องยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนรถยนต์ทันที


E-SAVE
ในขณะที่เริ่มต้นใช้ E-SAVE ระดับกระแสไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ high-volt ในขณะนั้นจะถูกบันทึกค่าไว้จากนั้นระบบจะใช้เครื่องยนต์เป็นหลักในการขับเคลื่อนส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกใช้น้อยที่สุด เพื่อรักษาระดับกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ให้มีปริมาณเท่าเดิมกับตอนเริ่มต้นยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ว่ากำลังจะต้องเดินทางเข้าเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นหลังจากชาร์จแบตเตอรี่ high-volt จนเต็มแล้ว ควรเลือก E-SAVE ในการเริ่มต้นเดินทางก่อนที่จะเข้าเมืองเมื่อขับถึงในเมืองก็จะมีปริมาณกระแสไฟสูงสุดที่จะใช้ E-MODE สำหรับการเดินทางในเมืองได้อย่างเต็มที่


CHARGE
การทำงานในรูปแบบนี้รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว โดยแบตเตอรี่ high-volt จะถูกรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในระดับปานกลางในขณะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และจะไม่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเลยเพื่อให้เกิดการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ high-volt อย่างต่อเนื่องแรงหมุนของเครื่องยนต์จะถูกนำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าไปสะสมไว้ในแบตเตอรี่และจะมีการแปลงพลังงานจลน์ที่เกิดจากการชะลอความเร็วหรือการเบรกให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่อีกด้วยเมื่อชาร์จไฟเต็ม ระบบจะปรับไปที่การทำงานในรูปแบบ E-SAVE โดยอัตโนมัติ


นอกจากนี้ Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ

Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้

Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายสะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน

Slippery เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่น

Sport และ Sport+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น

ระบบความปลอดภัย
ระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” ออกแบบให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเข้าไว้ด้วยกันภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานสอดประสานกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมฟังก์ชัน Electronic Traction System 4ETS, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ElectronicStability Program - ESP), ระบบกันสะเทือนแบบAIRMATIC, ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswindassist), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Accelerationskid control –ASR), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), เซนเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด(PARKTRONIC), ระบบ ช่วยการนำรถ เข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist)

GLE 500 e 4MATIC ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบวี เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 6 สูบ ความจุ กระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 333 แรงม้า และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 116 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที แรงบิด 480 นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบ 1,600-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กม/ชม.ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS แบบ DIRECT SELECT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย พร้อมด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์น้ำหนักประมาณ 114 กิโลกรัมไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลัง ซึ่งมีระบบหล่อเย็น จากน้ำและฝาป้องกันการกระแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้ อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้ขับขี่ ได้รับความปลอดภัยสูงสุดโดยแบตเตอรี่นี้สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ส่งผลให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 130 กม./ชม.

MERCEDES BENZ GLE500e PLUG in HYBRID 4MATIC Exclusive ราคา 4,490,000บาท
MERCEDES BENZ GLE500e PLUG in HYBRID 4MATIC AMG Dynamic ราคา 4,990,000 บาท

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ค่ายดาวสามแฉกเปิดตัวเอสยูวีหรูแบบเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าพร้อมมอเตอร์พลังสูง Mercedes Benz GLE500 4Matic Plug in Hybrid ราคา 4.4-4.9 ล้านบาท.... 3 ส.ค. 2559 19:11 4 ส.ค. 2559 10:07 ไทยรัฐ