วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชีวิต รัก ความตาย รำลึก สุรพล สมบัติเจริญ จากปากทายาทราชาเพลงลูกทุ่ง

"สิบหกปี แห่งความหลัง ทั้งรักทั้งชังทั้งหวานและขมขื่น
สิบหกปีเหมือนสิบหกวัน รักเอ๋ยช่างสั้นไม่ยั่งยืน
มีหวานมีชื่นมีขื่นมีขม"

กำลังจะครบรอบการจากไปของราชาเพลงลูกทุ่ง "สุรพล สมบัติเจริญ" ที่จะเวียนมาบรรจบ ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2511 จนถึงวันนี้ ราชาเพลงลูกทุ่งได้ลาลับไปแล้ว 48 ปี หรือ เกือบครึ่งศตวรรษ

แน่นอน สกู๊ปของ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ By อาสาม ไทม์แมชชีน ในวันนี้ คือเรื่องราวของชายที่ชื่อ “ลำดวน สมบัติเจริญ” หรือ ใคร ๆ รู้จักเขาในนาม ครูสุรพล สมบัติเจริญ

สุรพล สมบัติเจริญ ​เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2473 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 6 คนของ นายเปลื้อง และนางวงศ์ สมบัติเจริญ ภรรยาชื่อ นางศรีนวล สมบัติเจริญ มีบุตร-ธิดา 5 คน

ลำดวน หรือ สุรพล เรียนชั้นประถม ที่โรงเรียนประสาทวิทย์ ต่อมัธยมที่โรงเรียนกรรณสูตศึกษาวิทยาลัย และเรียนวิชาชีพ ช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (เรียนแค่ปีครึ่งไม่จบ)

จากนั้น ชีวิตเปลี่ยนทิศ หันเหด้วยการเริ่มฝึกฝนการร้องและการแต่งเพลงด้วยตัวเอง กระทั่งได้เรียนอย่างจริงจังในกองดุริยางค์ทหารอากาศ และได้ “เบญจมินทร์” เป็นยอดนักร้องที่ยึดเป็นแม่แบบ และเรืออากาศตรี ปราโมทย์ วรรณพงษ์ ชักนำและสนับสนุนให้เป็นนักร้องวงดุริยางค์ทหารอากาศ

ต่อมา ได้รับโอกาสจาก นายเอกพล บุตรชายคนโตของห้าง ต.เง๊กชวน สนันสนุนให้บันทึกแผ่นเสียงเป็นครั้งแรก ครูพยงค์ มุกดา ให้คำปรึกษา ชี้แนะให้ตั้งวงดนตรีเป็นของตัวเอง นายห้างอารยะโอสถตรามือสนับสนุนเงินทุนให้ตั้งวงดนตรีเป็นครั้งแรก

เส้นทางราชาเพลงลูกทุ่ง เริ่มบันทึกเสียงครั้งแรก ปี 2496

สุรพลมีผลงานมากมาย โดยเริ่มบันทึกเสียงเพลงแรกเมื่อปี 2496 ด้วยเพลง "น้ำตาลาวเวียง" และเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยเพลงชูชกสองกุมาร, โดดร่ม ซึ่งเพลงโดดร่ม เป็นเพลงที่ดังในหมู่ทหาร เมื่อปี 2502 จากนั้นก็มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากกับเพลง "ลืมไม่ลง" ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกว่า "ไม่ลืม" ในปี 2502 นั่นเอง

สุรพล มีผลงานเพลงมากมาย หลายเพลงยังได้ยินทุกวันนี้ อาทิ สาวสวนแตง, แซซี้อ้ายลื้อเจ๊กนั้ง, น้ำตาจ่าโท, เดือนหงายที่ริมโขง, สนุกเกอร์, หัวใจผมว่าง, 16 ปีแห่งความหลัง...

สำหรับเพลง "16 ปีแห่งความหลัง" ถือเป็นเพลงที่ทุกคนต่างนึกถึงเมื่อพูดถึง “สุรพล” แต่ความจริงแล้ว เพลงนี้นอกจากจะเป็นเพลงที่ตราตรึงในความรู้สึกแล้ว เพลงนี้ยังมีที่มาที่ไปที่น่าสนใจด้วย

อาสาม ไทม์แมชชีน ได้ต่อสายพูดคุยกับ “สุรชัย สมบัติเจริญ” ซึ่งก็คือลูกชายคนที่ 3 ของพ่อสุรพลและแม่ศรีนวล ได้เล่าถึงชีวิต ความรัก อุปสรรค และการจากไปของพ่อ ผู้เปรียบเสมือนฮีโร่ในดวงใจเสมอมาว่า

“คุณพ่อถือเป็นนักร้องที่มีความพิเศษกว่านักร้องคนอื่น ๆ นอกจากจะร้องเพลงแล้วยังถือเป็นครูเพลงด้วย เพลงที่แต่งก็จะอยู่ในอารมณ์ว่านึกได้ตอนไหนก็แต่งตอนนั้น มีหลายครั้งที่จดเพลงไว้ในซองบุหรี่ อย่างเพลง “16 ปีแห่งความหลัง” คุณพ่อได้แต่งหลังจากมีเรื่องระหองระแหงกับคุณแม่ หลายครั้งจะร้องเพลงนี้ให้ฟัง...ตอนนั้นยังเด็กก็แซวพ่อว่า “เดี๋ยวก็โดนแม่ว่าอีกหรอก” ช่วงที่พ่อแต่งเพลงนี้ เป็นช่วงที่พ่อกับแม่แยกกันอยู่ แม่จะแยกไปอยู่แถว ๆ วงเวียนใหญ่ไปทางท่าพระ และทุกครั้งพ่อจะขับรถพาพวกเราไปหาแม่ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์เสมอ”

นี่คือเรื่องราวแรกที่ สุรพล เกริ่นถึงราชาเพลงลูกทุ่ง ในมุมของความรักและความเป็นครอบครัว

ช็อกวงการ! คนร้ายบุกยิง “สุรพล” เสียชีวิต ครอบครัว “สมบัติเจริญ” กัดฟันต่อสู้ ในวงการเพลงลูกทุ่ง

16 ปีแห่งความหลัง ถือเป็นเพลงที่ สุรพล บันทึกเสียงเป็นเพลงสุดท้าย ในปี 2510 นอกจากนี้ ยังเป็นเพลงสุดท้ายที่ได้ร้องบนเวที ที่บริเวณหน้าวิกแสงจันทร์ หน้าวัดหนองปลาไหล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ค่ำคืนวันที่ 16 สิงหาคม อีกด้วย หลังจากที่ราชาเพลงลูกทุ่งเดินลงจากเวทีมาขึ้นรถกับผู้จัดการ ก็มีคนร้ายบุกเข้ามาจ่อยิง สุรพล เสียชีวิตในคืนนั้น เวลา 01.00 น. และมีพิธีฌาปนกิจ วันที่ 16 สิงหาคม 2512 ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม กทม.

สุรชัย สมบัติเจริญ กล่าวว่า หลังจากคุณพ่อเสียชีวิต ตอนนั้นตนอายุเพียง 10-11 ขวบ ซึ่งก็เป็นวัยที่กำลังจดจำเรื่องราวได้ ตนรู้ว่าพ่อมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต บรรยากาศในบ้านครึกครื้นมาก คนนู้นก็ซื้อขนมมาให้ คนนี้ก็ให้เงิน คือมันเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้น

“ตอนเด็ก ๆ ไปโรงเรียน จะถูกเพื่อนล้อ “ไอ้ลูกสุรพล ไอ้ลูกสุรพล” ตอนนั้นไม่เข้าใจ รู้สึกโกรธมาก แต่พอโตขึ้นก็เริ่มเข้าใจว่าที่เขาล้อนั้น เพราะพ่อเราเป็นนักร้องที่โด่งดังมากจนใคร ๆ ต่างรู้จักเป็นอย่างดี”

หลังจากพ่อเสียชีวิตเราก็ไม่ถึงขั้นลำบาก เพราะแม่ก็ยังดำเนินวงดนตรีต่อไป มีการปั้นนักร้องขึ้นมา แต่ทำได้สักพักใหญ่ก็ยุบวงเพราะแม่รู้สึกว่าวงการลูกทุ่งมีความเปลี่ยนแปลงไป เพราะเริ่มจะมีการใช้หางเครื่อง ซึ่งก็ต้องลงทุนสูง มีนักร้องใหม่ ๆ แจ้งเกิดมากมาย เช่น สายัณห์ สัญญา ยอดรัก สลักใจ และศิลปินคนอื่นๆ จากนั้นแม่ก็หันมาเปิดร้านอาหาร เปิดๆ ปิดๆ อยู่หลายหน แต่ครอบครัวก็ไม่ได้ลำบาก

“ชีวิตผม เห็นพ่อมาตลอด ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นนักร้อง พ่อเคยบอกผมว่า “ไม่ให้ผมเป็นนักร้อง แต่อยากให้ได้เรียนสูง ๆ อยากให้รับราชการ เป็นตำรวจ เป็นทหาร เพราะอาชีพเหล่านี้ เป็นอาชีพที่มั่นคง แต่อาชีพของพ่อมันก็แค่ นอนกลางดินกินกลางทราย ประโยคนี้คือสิ่งที่ได้ยินพ่อพูดมากับหู เพราะวันไหน ค่ำไหน บางทีไม่มีที่นอนก็ต้องนอนกันในรถ หรือไม่ก็ต้องไปจองวัดนอน...สมัยนั้นวงดนตรีก็ลำบากแบบนี้ ถนนหนทางก็ไม่สะดวก หากโชคร้ายก็ถูกโจรปล้นอีก ซึ่งยังดีที่พ่อผมไม่เคยโดน แต่วงดนตรีอื่น ๆ เขาโดนกัน”

แต่จนแล้วจนรอด ลูกชายคนที่ 3 ของตระกูลสมบัติเจริญ ก็ย่างก้าวเข้าสู่วงการเพลงลูกทุ่งจนได้ ซึ่งนักร้องลูกทุ่งฉายาเฟซออฟ เจ้าของเพลงดัง “ไอ้หนุ่มผมยาว” เล่าว่า ช่วงปี 2514-2515 ตนกลับมาจากอังกฤษ ก็มีแนวคิดอยากทำวงอีกครั้ง หลังจากได้เห็นวงดนตรี ชาตรี ศรีชล ที่จันทบุรี ซึ่งเคยได้ยินมาว่า แม่เป็นคนปั้น “ชาตรี ศรีชล” ขึ้นมาในยุคนั้น จึงไปขอให้ คุณชาตรี ช่วยแต่งเพลงให้ โดยแต่งเพลงให้ผม 3 เพลง แม่ 3 เพลง ออกเป็นซิงเกิล ตั้งวงดนตรี “สุรพล สมบัติเจริญ” นอกจากนี้ ตนยังได้โอกาสไปจัดรายการวิทยุที่พ่อเคยจัดด้วย แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จนัก คนที่เคยอยู่ในวงพ่อก็เริ่มกระจัดกระจายกันออกไป จนกระทั่งปี 2518 ก็เลิก คิดว่า “ทางนี้ไม่ใช่ทางของเรา”

“ปี 2522 ผมเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา ทั้งที่ไม่คิดมาก่อนว่าจะดัง เพราะในใจเราหวังว่า คนที่จะดังได้ต้องเป็นพี่ชาย แต่เขาเหมือนกับไม่ค่อยสนใจด้านนี้ ทั้งที่เตรียมทุกอย่างไว้ให้เขา... “ไอ้...เอ้ย เตรียมไว้ให้ดันไม่เอา เงินก็ไม่ค่อยจะมีมากมาย” ตอนนั้นได้ลงทุนทำเพลงไปกว่า 2 หมื่นแล้ว ซึ่งถือว่าเยอะมาก ในเมื่อไม่มีใครก็ต้องเป็น “ผมเอง” ที่มาร้องแทน จนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้”

ราชาเพลงลูกทุ่ง อารมณ์ดีร้องเพลงเกี้ยวเมีย ถึงเวลาเฮี้ยบตึงเป๊ะแบบทหาร

นอกจากนี้ ทายาทเพลงลูกทุ่ง ยังเล่าถึงบรรยากาศสนุก ๆ ภายในบ้านของยอดนักร้องและครูเพลงให้ฟังว่า เวลาอารมณ์ดีพ่อเป็นคนสนุกสนานมาก บางครั้งก็ร้องเพลงเกี้ยวแม่ เช่น “หอมหน่อยจะได้ไหม...” คือนึกอะไรได้ก็ร้องออกมา แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยมากนัก เนื่องจากพ่อต้องไปทำงานรับราชการ จนกระทั่งจากที่อยู่บ่อนไก่ ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่วงเวียนใหญ่ในปี 2506

ส่วนตัวพ่อเป็นคนเจ้าระเบียบ ยอมหักไม่ยอมงอ ทุกคนต้องอยู่ในระเบียบ คือถ้าลูกน้องมาสาย พ่อจะหมายหัวไว้เลย เช่น มาสาย ก็ออกรถเลย ทิ้งโดยไม่รอ และถ้ามีครั้งสองอีก พ่อก็บอกว่าไม่ต้องทำงานแล้ว หากถามผมว่ากลัวพ่อไหม ตอบเลย “กลัว” โดยเฉพาะเวลาทำการบ้าน พ่อมักจะถามว่าทำการบ้านยัง ผมได้ยินก็กลัวจนหูหนาตาเล่อ ในสายตาลูกตอนนั้นพ่อดูเป็นคนดุ แต่พอโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจว่าพ่อเป็นคนมีเหตุผลมาก ที่ดุที่ด่าเพราะอยากให้ลูกได้ดี

ทะเลาะกับ “แม่ผ่องศรี” เกิดจากความโกรธปนน้อยใจ เหตุย้ายออกจากวง

ส่วนกรณีโกรธกับ “แม่ผ่องศรี วรนุช” สุรชัย กล่าวว่า ในช่วงที่พ่อมีเรื่องมีราวกับแม่ผ่องศรี ในสมัยนั้นเกิดจากความน้อยใจ ไม่ได้เกิดจากการทะเลาะ เพราะต้องบอกว่า ผ่องศรีดังเพราะพ่อผม พ่อจึงคิดว่า ผ่องศรีดังแล้วไปจากเขา เพราะต้องบอกว่าในสมัยนั้น หากมีการดุด่ากัน ก็มักจะเกิดอาการน้อยใจเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งสมัยนั้นเขาด่ากันด้วยเพลง แต่ด้วยความเสียใจ ที่สร้างไว้จนดัง กลับหนีเขาไป แถมยังย้ายไปอยู่วงคู่แข่งพ่ออีก จึงทำให้พ่อโกรธมาก เจ็บปวดมาก ส่วนตัวผมเข้าใจ เพราะทุกคนก็อยากจะเติบโตมีชีวิตเป็นของตนเอง

สาเหตุถูกฆาตกรรม...ยังเป็นปริศนา แต่ก็ปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรม 

ถึงวันนี้ “สุรพล” เสียชีวิตมาเกือบ 50 ปี แล้ว เราพอจะรู้สาเหตุการถูกลอบทำร้ายหรือไม่ สุรชัย สมบัติเจริญ กล่าวว่า ถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้แน่ชัด ฟังจากที่คนเขาเล่ามา เขาบอกว่า มาจากสาเหตุเรื่องชู้สาว บางคนก็บอกว่าเป็นเรื่องธุรกิจ แต่ผมมองว่า สมัยก่อนพ่อมีแฟนเพลงจำนวนมาก จึงอาจจะเป็นจุดที่ทำให้คนอิจฉา โมโหพ่อได้ ซึ่งเราก็คงทำได้เพียงปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมไป เพราะมันเป็นเรื่องที่เกินเลยกว่าที่เราจะมานั่งคิด เพราะคิดไปก็ไม่มีประโยชน์

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายการสัมภาษณ์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ยังเชิญชวนมิตรรักแฟนเพลงร่วมทำบุญ สร้างพระหลวงพ่อทันใจ ขนาดหน้าตัก 109 นิ้ว ที่วัดดอนกระเชา ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ในวันที่ 21 สิงหาคม 2559 ซึ่งก็มีการอุทิศส่วนกุศลให้กับพ่อแม่ทุกคนที่อยากจะร่วมบุญครั้งนี้ ส่วนใครที่สนใจก็สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ สุรชัย สมบัติเจริญ 

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

กำลังจะครบรอบการจากไปของราชาเพลงลูกทุ่ง "สุรพล สมบัติเจริญ" ที่จะเวียนมาบรรจบ ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2511 จนถึงวันนี้ ราชาเพลงลูกทุ่งได้ลาลับไปแล้ว 48 ปี หรือเกือบครึ่งศตวรรษ ... 3 ส.ค. 2559 18:00 16 ส.ค. 2559 02:21 ไทยรัฐ