วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กต๊อก' ชวนใช้สิทธิลงประชามติ ชี้ผ่าน-ไม่ผ่านเป็นเรื่องปชช.

"บิ๊กต๊อก" ชวนใช้สิทธิลงประชามติ 7 ส.ค.นี้ ชี้จะผ่านหรือไม่ เป็นเรื่องของปชช. จวกพวกติติงอย่าเจ้าหลักการฉวยโอกาส รธน.แค่ตัวหนังสือ แก้ปัญหาความขัดแย้ง-ทุจริตไม่ได้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ส.ค.59 ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ว่า ในส่วนของการเฝ้าระวังเหตุความวุ่นวายนั้น เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็ได้พูดเรื่องนี้แล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิ ส่วนจะชอบหรือไม่ชอบก็เป็นเรื่องของแต่ละคน ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ เป็นเรื่องของประชาชน อีกทั้งต้องเท้าความว่าถ้าพวกเราจำได้ สำหรับคนที่พูดๆ กันมา คือ รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแรกที่ออกมาที่ยังไม่ได้แก้ และมาแก้ตอนหลัง ซึ่งใครเป็นคนแก้ ก็คือ คสช. และคนที่ออกมาพูดมาพูดเพื่ออะไร ทุกคนทำตามกฎหมาย เมื่อเสียงของประชาชนบอกว่าอยากมีส่วนร่วมในการดูแลรัฐธรรมนูญ ก็การทำประชามติคืออันหนึ่งในการมีส่วนร่วมใช่หรือไม่ เพราะคุณจะไปร่างทุกคนมันไม่ได้อยู่แล้ว คสช. จึงได้แก้ และคสช.ไม่เคารพเสียงประชาชน ซึ่งเราก็พยายามกลับไปให้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด บนพื้นฐานที่มี คสช.อยู่ 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เพราะรัฐธรรมนูญอันแรกไม่แก้ก็ได้ เพราะหลังจากออกมาก็ไม่เห็นคุณพูดเรื่องนี้เลย ไม่เห็นโวยวาย เห็นโวยวายมาตรา 44 อย่างเดียว จะใช้นั่นใช้นี่ ตนจึงบอกให้ใจเย็นๆ เพราะเราจะใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ พอมาถึงวันนี้เป็นอย่างไร ก็มีแต่คนบอกว่าเมื่อไหร่จะใช้มาตรา 44 วันนั้นตนเคยพูดว่าตนเข้าใจการใช้มาตรา 44 แต่วันหนึ่งเมื่อใช้ไปแล้ว คุณจะรู้ว่าเราใช้ในเรื่องความเป็นธรรม ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติมันจะเห็นก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติไปแล้ว ซึ่งความเป็นห่วงถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อใช้ไประยะหนึ่งก็จะเห็นผลว่ามาตรา 44 หากใช้อย่างถูกต้องสามารถแก้ไขปัญหาได้ ตอนนี้ก็มีการเรียกร้องและยื่นหนังสือให้ใช้มาตรา 44 ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ทุกอย่างทำตามกฎหมายหมด ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน คสช.ก็แก้ไป   

"ตนก็บอกเสมอว่าเคารพเสียงประชาชน และก็ทำตามกฎหมาย เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญอยากให้ทำอะไรก็แก้ไป สิ่งที่เหลืออยู่ของคสช.คือทำงานตัวเองให้ดีที่สุด เวลาที่เหลืออยู่คือเวลาที่ คสช.ต้องก้มหน้าก้มตาในการที่พัฒนาประเทศปรับปรุงสร้างรากฐานตามที่ได้ให้สัญญากันไว้ ซึ่งผมจะทำให้เต็มที่ และผมก็เชื่อว่านายกฯ หัวหน้า คสช. ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้กฎหมาย สมมติว่าไม่ผ่าน ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นเรื่องราวที่ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด มันก็พูดเหมือนตรรกะ พูดตามข้อเท็จจริงที่ไม่มีรัฐธรรมนูญไหนที่จะดีเลิศประเสริฐศรีทั้งหมด ซึ่งเราก็ได้ยินคำนี้มา แต่ทั้งหมดคุณจะเขียนอะไรก็ตามมันอยู่ที่การปฏิบัติ แน่นอนรัฐธรรมนูญเป็นแม่แบบ ผมก็พูดคำนี้มาตลอด" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า บางคนมาพูดกับตน หรือพูดกับสังคมว่าขาดตรงนั้นตรงนี้ แต่คนที่พูดก็ผ่านการใช้รัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านการเป็นรัฐบาลมา และความขัดแย้งมันเต็มไปหมด ซึ่งท่านก็เป็นรัฐบาลภายใต้การขัดแย้งมาด้วย และมาบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่แก้ไขความขัดแย้ง ตัวหนังสือมันอาจจะแก้ไม่ได้ มันอยู่ที่การปฏิบัติด้วย มันอยู่ที่ภาวะผู้นำด้วยว่ามันแก้ความขัดแย้งได้หรือไม่ อยู่ที่คณะผู้บริหารทั้งทีมงานด้วย รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ทุจริตไม่ได้ และรัฐธรรมนูญปี 50 หรือ 40 มันแก้ได้หรือไม่ ซึ่งมันอยู่ที่การปฏิบัติ และรัฐบาลชุดนี้ก็แก้ตั้งหลายอย่าง รวมถึงแก้ปัญหาทุจริตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ตนก็อยากจะฟังว่าจะทำอย่างไร มาแนะนำให้ตนฟัง ไม่มีใครไม่รู้หลักการหรอก บ้านเมืองเรายังขัดแย้งอยู่ต้องร่างรัฐธรรมนูญมาแก้ไขการขัดแย้ง บ้านเมืองเรายังทุจริตอยู่ต้องร่างรัฐธรรมนูญมาแก้ไข แต่ถามว่าท่านเป็นรัฐบาลอยู่ทั้งสองฝ่าย ซึ่งตรงนี้ประชาชนเพิ่งรับทราบในวันนี้ อย่ามาใช้หลักการในการพูด เอาไปทำงาน เราอยากได้ลักษณะของผู้บริหารเป็นคนทำงานมากกว่าหรือไม่ ไม่ใช่มาเจ้าหลักการ ซึ่งตัวเองก็เคยทำมาแล้ว สังคมก็ประเมินกันไปแล้ว 

"คิดว่าถ้านักเลือกตั้งต้องการมาปกครองประเทศ เราก็คงไม่ยอมให้นักเลือกตั้งมาเขียนรัฐธรรมนูญ ผมคิดอย่างนี้ หรือว่าสังคมไทยต้องการให้นักเลือกตั้งมาเขียนรัฐธรรมนูญเองก็ต้องยอมรับ ต้องยอมรับเสียงประชาชน ถ้าประชาชนต้องการให้นักเลือกตั้งเข้ามาเขียนรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญปี 40 หรือ 50 เราก็ต่างชื่นชมว่ามาจากประชาชน แต่พอนำไปสู่การปฏิบัติและมันเป็นอย่างไร เราเองพยายามที่จะแก้ปัญหาก่อนวันที่ 22 พ.ค. ใช่หรือไม่ มันมีอะไรเกิดขึ้นมา ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็พยายามแก้ไข แต่ถ้าท่านมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยในมิติเดียว โดยไม่มองมิติอื่นที่จะแก้ไขปัญหาอื่นก่อนวันที่ 22 พ.ค. มันก็วิพากษ์วิจารณ์ได้ทั้งนั้น ซึ่งตรงนี้ผมพูดกว้างๆ ไม่ใช่จะไปบอกว่าใครจะรับหรือไม่รับ เพราะผมไม่ใช่นักการเมือง ที่จะมานั่งบอกว่าต้องรับ ไม่รับ" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

"บิ๊กต๊อก" ชวนใช้สิทธิลงประชามติ 7 ส.ค.นี้ ชี้จะผ่านหรือไม่ เป็นเรื่องของปชช. จวกพวกติติงอย่าเจ้าหลักการฉวยโอกาส รธน.แค่ตัวหนังสือ แก้ปัญหาความขัดแย้ง-ทุจริตไม่ได้ 3 ส.ค. 2559 16:23 3 ส.ค. 2559 19:44 ไทยรัฐ