วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถึงโค้งดุเดือดเข้มข้น

ถึงโค้งดุเดือดเข้มข้น

  • Share:

ในโค้งสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันออกเสียงประชามติ ให้ประชาชนกาบัตร “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญ การโต้เถียงกันระหว่างผู้ที่เห็นต่าง เป็นไปด้วยความดุเดือดเข้มข้นยิ่งขึ้น ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เชื่อมั่นว่าประชาชนจะตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม หากเชื่อนักการเมืองโดยไม่สนใจเนื้อหา อาจจะอันตรายได้

ขณะโฆษก กรธ. ท่านหนึ่งกล่าวว่า ตามหลักสากลประชาชนต้องรับรู้และมีข้อมูลถึง 60–70% ก่อนที่จะออกเสียงประชามติ แต่ของไทยประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีข้อมูลการตัดสินใจจึงฟังนักการเมืองที่ชอบ ส่วนตัวคิดว่าเป็นการชี้นำประชาชน และเตือนว่านัก การเมืองที่จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควรพูดผ่านสื่อ เป็นการชี้นำเหมือนเผด็จการที่ต้องการให้ทุกคนทำตาม

คำกล่าวที่ว่าหากเชื่อนักการเมือง “จะเป็นอันตราย” และคำเปรียบเทียบนักการเมืองชี้นำประชาชน “เหมือนกับเผด็จการ” ต้องถือว่าค่อนข้างเข้มข้น ไม่ทราบว่าจะถูกฝ่ายที่เห็นต่างกล่าวหาว่าปลุกระดม หรือบิดเบือนหรือไม่? แต่นักการเมืองที่ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็สวนหมัดแรงเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายนิพิฏฐ์ชี้แจงเหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมีอคติต่อนักการเมืองเกือบทุกด้าน และยังให้ ส.ว. มาจากแต่งตั้งของ คสช. ให้ ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ส. ย้อนไปสู่ยุคจอมพลถนอม กิตติขจร ให้ ผบ.เหล่าทัพคุมเสียง ส.ว. สรรหา เท่ากับทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ (ที่ต้องการให้ ส.ว. เป็นกลางทางการเมือง) เป็นการสืบทอดอำนาจ คสช. โดยผ่านทาง ส.ว.

การตอบโต้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะเป็นช่วงสุดท้ายมีเวลาเหลือเพียงอีกไม่กี่วัน ดูเหมือนฝ่ายผู้ร่างรัฐธรรมนูญอาจรู้สึกหวั่นไหว กลัวว่าจะไม่ผ่านประชามติ หลังจากที่สองพรรคใหญ่แสดงจุดยืน “ไม่รับ” เหลือเพียงกลุ่มการเมืองเดียวคือ กปปส. ที่ยังอุ้ม คสช. เต็มที่ กรธ.จึงต้องเรียกร้องประชาชน ไม่ให้เชื่อนักการเมือง และเตือนนักการเมืองอย่าชี้นำชาวบ้าน

แต่การโต้เถียงของทั้งสองฝ่าย แม้จะดุเดือดเผ็ดมัน แต่ก็ยังถือว่าเป็นการโต้เถียง หรือ “อภิปราย” ด้วยเหตุผล ภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากที่เสียเวลาไปมาก ในการเถียงกัน เรื่อง พ.ร.บ.ประชามติ อะไร “ทำได้” อะไร “ต้องห้าม” ไม่มีเวลาที่จะถกเถียงกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ จึงพูดอยู่ข้างเดียว

น่าเสียดายเวลาที่เสียไป ถ้าให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่เสียตั้งแต่แรก กรธ. ก็ไม่ต้องมาบ่นว่าประชาชนส่วนใหญ่ ยังไม่มีข้อมูลพอที่จะตัดสินใจ อันสืบเนื่องมาจากกฎเหล็กใน พ.ร.บ. ประชามติ ที่ห้ามเผยแพร่ข้อความที่บิดเบือน รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ที่ไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจน ซ้ำยังขู่ผู้เห็นต่างแทบจะรายวันให้ระวังคุก 10 ปี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้