วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผักบุ้งจีนเตรียมรับ...ราสนิมขาว

โดย สะ-เล-เต

สภาพอากาศชื้น ฝนตกชุก และมีหมอกในตอนเช้า กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกผักบุ้งจีนให้เฝ้าระวัง...โรคราสนิมขาว ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน

อาการเริ่มแรก จะพบจุดสีเหลืองซีดที่ด้านบนของใบ ใต้ใบมีตุ่มนูน สีขาวขนาดเล็ก หรือมีปื้นสีขาวขนาดใหญ่โป่งพองออกเป็นปุ่มปม พบได้ทั้งที่ก้านใบและลำต้น หากระบาดรุนแรง แผลจะไหม้ ใบแห้ง และร่วงหล่น... รวมทั้งอาจพบปุ่มปมหรือบวมตามข้อและโคนต้นใบบิดเบี้ยว หรือหยิกเป็นคลื่น

ระยะนี้เกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดกำจัดวัชพืชและเก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคออกไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ...สำหรับแปลง ที่เกิดโรคระบาด ควรงดการให้น้ำแบบพ่นฝอย และ ไม่ควรให้น้ำจนชื้นแฉะเกินไป อีกทั้งเกษตรกรควร ตรวจใบล่างของผักบุ้งจีนในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ

หากพบโรค ให้ตัดส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก...กรณีที่โรคยังระบาดอยู่ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร สลับกับสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วด้านใต้ใบ ทุก 7 วัน

และหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตผักบุ้งจีนเรียบร้อยแล้ว ให้เกษตรกรเก็บเศษซากพืชส่วนที่หลงเหลือในแปลง ไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที

ก่อนปลูกผักบุ้งจีนในฤดูถัดไป ควรเตรียมดินด้วยการไถกลบพลิกหน้าดินให้ลึก ให้ดินได้ตากแดดนานหลายๆวัน และไถกลบพลิกหน้าดินซ้ำอีกครั้ง เพื่อทำลายเชื้อรา สาเหตุของโรคและป้องกันการสะสมของเชื้อสาเหตุของโรคในดิน จากนั้นหว่านปูนขาวปรับสภาพดิน อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ และไถกลบอีกครั้งทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนปลูก วิธีนี้จะสามารถช่วยลดการเกิดโรคราสนิมขาวได้

สำหรับพื้นที่มีการระบาดรุนแรง เกษตรกรควรปลูกพืชชนิดอื่นสลับหมุนเวียนอย่างน้อย 2–3 ปี และควรเลือกใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่ปราศจากโรค และควรคลุกเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนก่อนปลูกด้วยสารเมทาแลกซิล 35% ดีเอส อัตรา 7 กรัม ต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม และไม่ควรหว่านเมล็ดพันธุ์แน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความชื้นสูง อากาศไม่ถ่ายเท จะทำให้การระบาดของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว.

"สะ–เล–เต"

3 ส.ค. 2559 09:15 ไทยรัฐ