วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ยืนยันไม่กังวล! ต้องอยู่ตามโรดแม็ป ล้มประชามติ-ติดคุก

ต้องอยู่ตามโรดแม็ป ล้มประชามติ-ติดคุก


“ประยุทธ์” ลั่น รธน.คว่ำไม่ลาออก โยนประชาชนเลือกจะเอาอนาคตที่ยังไม่ชัดหรืออดีตที่ล้มเหลว ขู่มีอำนาจเต็มในมือใครกล้าป่วน-ล้มประชามติเจอคุก นัด 9 ส.ค. ถก ครม.-คสช.กางแผนลุยเดินหน้าตามโรดแม็ป ฉุนสื่อไล่ขยี้ข่าว พท.เสี้ยมทะเลาะ “ประวิตร” ยันเคารพพี่ใหญ่จะเชื่อใจใครได้มากกว่านี้ “บิ๊กป้อม” คุยผ่านร้อนหนาวมาเยอะ ฟังเสียงบ่างคงไม่โตมาแบบนี้ “สมชัย” เผย 31 ตัวแทนต่างชาติร่วมสังเกตการณ์ประชามติ หน้าแตกผิดคิวโชว์โยนหีบบัตรแตกกระจาย “ยิ่งลักษณ์” โพสต์ไม่รับร่างกับคำถามพ่วง “วัฒนา” สับ รธน.ปราบโกงแค่วาทกรรมลวงโลก ปชป.ตอก “มีชัย” แก้โจทย์ผิดทาง ซัดอย่าตีขลุมด่ากราดนักการเมืองเพราะไม่ถูกใจ “จตุพร” นำทีม 19 แกนนำขึ้นกองปราบฯ รับทราบข้อหาตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ตร.ปล่อยตัว “ศรีวราห์” นัด 6 ก.ย. ลุ้นส่งฟ้องศาล ทหารหิ้ว 11 ผู้ต้องหาเอกสาร รธน.ปลอม มอบ ตร. เล่นข้อหาหนักอั้งยี่ ซ่องโจร ปลุกระดม ชี้หลักฐานมัด “บุญเลิศ-ทัศนีย์” จอมบงการ

จากกรณีที่มีเสียงจากพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆทยอยแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ก็จะไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่จะเดินหน้าตามกรอบการดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแม็ปต่อไปให้ได้

“บิ๊กตู่” ถามเลือกอนาคตหรืออดีตล้มเหลว

เวลา 09.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน “ตลาดคลองผดุง รวมใจภักดิ์ รักแม่เที่ยงธรรม” ที่จัดขึ้นบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1-24 ส.ค. โดยได้นำผลิตภัณฑ์งานฝีมือจากกรมราชทัณฑ์และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และผลิตภัณฑ์จากอาสาสมัครคุมประพฤติ ที่นำมาจำหน่ายภายในงานมาจัดแสดง โดยนายกฯอุดหนุนซื้อประติมากรรมพระพิฆเนศวร หุ่นกระบอกพระรามนางสีดา หัวโขนทศกัณฐ์ ทำจากไม้ขี้เลื่อยและไม้บอนไซ ทั้งนี้ นายกฯได้วาดรูปหยดน้ำบนใบบัวในภาพสีน้ำมันพร้อมเซ็นชื่อ ชมการแสดงเพลงโคราชของผู้ต้องขังทัณฑสถานหญิง จ.นครราชสีมา นายกฯระบุว่าไม่ต้องร้องยกยอ ถ้าทำงานผลงานจะออกมาเอง ให้เลือกเอาว่าจะเลือกอนาคตที่ยังเห็นไม่ชัดมากนักหรืออดีตที่ล้มเหลว

ส่งพัดให้ “บิ๊กต๊อก” ไว้ปัดเป่าปมร้อน

จากนั้นนางเพ็ญพักตร ศรีทอง เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ นำคณะดารา นักแสดง และเจ้าหน้าที่เข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์การจำหน่ายดอกมะลิ วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสที่สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยนายกฯได้ซื้อดอกมะลิวันแม่ และทำมือสัญลักษณ์มินิฮาร์ต พร้อมกล่าวว่า แม่เป็นผู้มีพระคุณ ดูแลเรามา ดังนั้น ต้องตอบแทนบุญคุณดูแลแม่ นอกจากรักแม่ของตัวเองแล้ว ยังต้องรักแม่ของแผ่นดินด้วย จากนั้นนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.พาณิชย์ พร้อมนางอัมพวัน พิชาลัย ผอ.ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ นำคณะเข้าพบประชาสัมพันธ์งาน “นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี” ครั้งที่ 4 โดยนำหนังใหญ่ จาก จ.ราชบุรี มีตัวละครพระรามและทศกัณฐ์มาแสดง

ยกรามเกียรติ์ชวนผู้คนช่วยปราบยักษ์

ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวถึงเนื้อหาตอนหนึ่งในวรรณคดีรามเกียรติ์และกล่าวว่า อยากให้ประชาชนช่วยกันปราบยักษ์ด้วย นอกจากนี้ นายกฯยังได้ซื้อดาบโบราณทำจากเหล็กมงคล เหล็กน้ำพี้และตะปูสังฆวานร ผู้จัดงานอธิบายว่า ตามความเชื่อสมัยโบราณเอาไว้ฝ่าฟันขวากหนามและอุปสรรค ขณะที่เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ได้มอบพัดที่ระลึกให้นายกฯ แต่นายกฯได้ส่งพัดไปให้ พล.อ.ไพบูลย์พร้อมกล่าวว่า “ให้รัฐมนตรียุติธรรมไว้ปัดเป่า เพราะช่วงนี้ร้อน” เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายอุดม แต้พานิช หรือโน้ต อุดม ทำคลิปวีดิโอชวนนายกฯร่วมชมการแสดงทอล์กโชว์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า “คนที่ชวนก็ไปดูสิ”

“บิ๊กตู่” ว้ากนักการเมืองใต้ใช้บริการป่วน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ก่อนการลงประชามติว่า กำชับให้ทุกคนรักษาความสงบเรียบร้อยให้ได้มากที่สุด ใครทำผิดกฎหมายจะต้องดำเนินคดีทั้งตามกฎหมายปกติ คำสั่ง คสช.และกฎหมายประชามติ ส่วนสถานการณ์ที่ภาคใต้ในช่วงการลงประชามติ ต้องไปดูว่ามันเกิดจากอะไร เมื่อ 2 วันก่อนมีการพ่นสีข้อความตามถนน ตามป้าย เป็นเรื่องรับไม่รับรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น แล้วใครที่มีปัญหาทางการเมืองอยู่ที่ใต้ก็เห็นอยู่ วันก่อนก็เป็นข่าว เขาเป็นคนเริ่มเปิดประเด็น สรุปว่าเป็นการใช้บริการผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นใครจะกล้า เจ้าหน้าที่พยายามอยู่ทุกอย่าง การเมืองทำให้มันเละไปทุกวัน เบื่อตรงนี้ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง

ไม่งดจ้อคืนสุข ท้า พท.ฟ้อง กกต.

เมื่อถามว่า คืนวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. จะงดจัดรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตามที่มีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังจะพูดเหมือนเดิมใครจะห้าม ไม่ต้องมาห้ามหรือแนะนำ คนแนะนำนั่นแหละตัวดี ตนไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล รู้อะไรควรไม่ควร อะไรดีไม่ดี รู้ว่าพูดเพื่ออะไร ในเมื่อบอกว่าไม่ได้ไปชี้นำให้ใครรับร่างหรือไม่รับร่าง แต่พวกที่ชี้นำก็ยังทำอยู่นั่น กฎหมายมีก็ไม่เห็นกลัวกัน ไปไล่คนที่ทำผิดกฎหมายสิ ตนเอาผลงานรัฐบาลเป็นตัวกำหนดว่าอนาคตเป็นอย่างไร หากจะเลือกอนาคตที่อาจจะมองไม่เห็นชัดเจน แต่ตนวางและวาดภาพให้เห็นกับการไม่มีภาพเหล่านี้ก็เลือกเอาเอง ฉะนั้นอย่ามาบอกว่าประชามติจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครแพ้ใครชนะไม่เกี่ยว ตนไม่เคยแพ้ใคร และไม่ต้องการเอาชนะใคร เพียงรักษาอำนาจเพื่อบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนผ่านแค่นั้น ส่วนที่พรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือให้ตรวจสอบระงับจุลสารการออกเสียงประชามติของ กกต.มีเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายประชามติ ยังไม่เห็นรายละเอียดต้องไปดูว่าผิดถูกอย่างไร กกต.เป็นผู้ตัดสิน ใครไม่เห็นด้วยก็ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ

กร้าวร่าง รธน.แท้งก็ไม่ลาออก

เมื่อถามว่า การทำประชามตินั้นมีอีกกระแสคือการโนโหวตมาอีก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็สุดแล้วแต่ประชาชน ตอนนี้ตนไม่กังวลอะไรผลจะออกมาอย่างไร ก็ยังอยู่ตามโรดแม็ปและจะทำให้ดีที่สุดในช่วงที่ยังอยู่ เป็นการทำให้ประเทศชาติ ประชาชนคนไทย ไม่ได้ทำเพื่อใคร เมื่อถามอีกว่า ได้ยินเสียงเรียกร้องหรือไม่ว่าหากประชามติไม่ผ่านนายกฯต้องลาออก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สิ่งที่ตน พูดไปไม่เข้าใจหรือ การทำประชามติอยู่ในกระบวนการไปสู่ประชาธิปไตยสากล ต้องมีรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีก็ไปตรงนั้นไม่ได้ และเลือกตั้งไม่ได้ก็จบแค่นั้น ตนก็อยู่ไปตามโรดแม็ปจะเกี่ยวอะไรกันตรงไหน หน้าที่ตนคือแก้ปัญหาเดิมๆ หยุดความขัดแย้ง แล้วมันหยุดกันได้หรือยัง อย่างไรตนก็ยังอยู่เพราะมีตำแหน่งหัวหน้า คสช.ด้วย

นัดถก ครม.–คสช.เดินหน้าโรดแม็ป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชาชนพอจะทราบได้หรือยังว่ากระบวนการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตามกระบวนการต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็เลือกตั้ง ส่วนที่เรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญด้วยนั้น ที่ผ่านมาประชาชนอาจไม่ได้ร่วมในขั้นต้นแต่ก็รับทราบ ตอนนี้ที่มีการเดินหน้าชี้แจงทุกกลุ่มทุกจังหวัด ตอนนั้นไม่เห็นมีกระแสต่อต้านอะไรมากมาย แต่มารุมต่อต้านกันตอนนี้ หมายความว่าอะไร และเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีคนรู้เลยหรือ ก็เดินสายไปชี้แจงหลายที่ สิ่งสำคัญคือคนที่มาต่อต้านวันนี้ไม่เคยเข้ารับฟังไม่ร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อให้สื่อมาถามตน ให้ตอบว่าจะรับผิดชอบอย่างไร อย่ามาถามตนแบบนี้ ฉะนั้น ผลจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ วันที่ 7 ส.ค. ลงมติเสร็จสิ้น วันที่ 8 และ 9 ใช้เวลารวบรวมทำเอกสารขึ้นมารายงานให้ทราบอย่างเป็นทางการจะรับทราบวันนั้น วันอังคารที่ 9 ส.ค.จะประชุมร่วม ครม.-คสช. เพื่อวางแผนหาวิธีการดำเนินการต่อไป หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านและผ่านจะทำอย่างไร จะมาเสียสมองกับเรื่องนี้เรื่องเดียวไม่ได้ ต้องเดินไปตามโรดแม็ปให้ได้

ขู่ใครก่อขัดแย้งล้มประชามติก็ติดคุก

เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจว่าจะเดินไปถึงปลาย ทางโรดแม็ปและเกิดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ใครจะไม่ให้ตนเดินจะมาบังคับได้อย่างไร ตนถืออำนาจรัฐอยู่ใช่ไหม ต้องไปถามประชาชนว่าจะเอาอย่างไร อย่ามาถามตนเพราะไม่มั่นใจอะไรทั้งสิ้น แต่มั่นใจว่าทำงานได้ หากประชาชนไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของประชาชนจะทำอย่างไรก็ว่ามา อย่าไปจ่อปากให้พูดอย่างเดียวกับคนที่ไม่รับอะไรต่างๆ สื่อต้องไปถามแบบที่ถามตนว่าจะเอาอย่างไรว่าอย่างไร ไม่เคยเห็นสื่อถามเลย มีแต่เอาไมค์ไปยื่นให้เขาพูดๆแล้วก็มาไล่ตน สื่อที่ดีไม่ทำแบบนั้นหรอก ในวันลงประชามติ จะไม่ตั้งวอร์รูมอะไรทั้งสิ้น วอร์รูมของตนคือการนอนที่บ้านดูหนัง ดูละคร ไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ถ้ามีความขัดแย้งและล้มประชามติก็ติดคุกกันไป นี่คืออำนาจของตนเต็มๆก็ลองดูแล้วกันอำนาจของตนและ คสช. มีแค่ไหนก็ทำเต็มที่ ใครมาทำให้กระบวนการล้มก็ต้องดูดำเนินการ

เดินหน้าแล้วบอกก่อนไม่มีกลัว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ไม่ได้ขอความร่วมมืออะไรเข้ามา ขอเพียงให้ดูแลในเรื่องกฎหมาย และต้องทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เกิดความสงบเรียบร้อยในฐานะหัวหน้า คสช. และกรธ.มีหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ หัวหน้ารัฐบาลต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ดังนั้น ไม่ต้องมาขออะไรเพิ่มเติมหน้าที่รักษาความปลอดภัยตนทำให้อยู่แล้ว และอย่าลืมเหตุการณ์ในอดีตโดยเฉพาะก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 มันน่ารำคาญอยู่แล้ว เราไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้น ไม่ได้กลัวถ้าเข้าแล้วไม่มีกลัว บอกซะก่อน ฉันเดินหน้าเพราะฉันฟังเสียงประชาชน เพราะทำตามที่เขาเรียกร้อง หลายอย่างที่ตนทำให้และหลายอย่างที่ตนทำให้ไม่ได้ก็คือไม่ได้ แต่ไม่ได้ไปหลอกว่าไอ้นี่ทำได้ เพื่อที่จะให้มารักตนไม่ทำ

ฉะข่าวเสี้ยม “บิ๊กป้อม” ยุไม่ขึ้น

เมื่อถามอีกว่า มีการประเมินว่าหลังการทำประชามตินายกฯอาจตัดสินใจปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ยังไม่มี ทำไมจะปรับใครหรือ หนังสือพิมพ์ก็เขียนไป เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่มีปัญหาอะไรกันใช่หรือไม่ ทำไมฝ่ายตรงข้ามถึงหยิบยกมาเป็นประเด็นทุกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “พวกสื่อชอบไปขยายให้อีกฝ่ายหนึ่ง ยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร อยู่กันมา 30-40-50 ปี ความผูกพันมากกว่าที่ทุกคนคิด ทหารไม่ได้คบกันเพื่อประโยชน์ ไม่ได้คบกัน เพราะเป็น ผบ.ทบ.ไม่เกี่ยวกันเป็นคนละเรื่อง คบกันด้วยความดี ความเชื่อถือ เชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกันตลอดมา 50 ปี ไม่มีวันทะเลาะกัน ไม่ว่าจะยุอย่างไรก็ไม่ทะเลาะ 1.ท่านเป็นรุ่นพี่ตน 2. ตนเป็นรัฐบาลท่านก็เคารพ ตนเคารพท่านเพราะเป็นรุ่นพี่ มีความอาวุโส มีประสบการณ์ แล้วจะมีใครให้ตนเชื่อใจได้มากกว่านี้ สื่อก็ไปตีได้ตลอด ท่านปฏิเสธมาตลอดก็ไม่รู้จะทำอย่างไร มันไปอยู่ที่สภาวะแวดล้อม และคนอื่นที่จะพูดว่าอย่างไร ไอ้พวกนั้นแหละที่ชอบพูดให้เสียหาย ไม่รู้วัตถุประสงค์ว่าทำเพื่ออะไรเหมือนกัน

“ประวิตร” ย้ำ จนท.เฝ้าระวังเข้ม จชต.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมกล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ ออกมาระบุช่วยกันเป่านกหวีดชวนกันไปลงประชามติ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “น่าจะไม่มีการดำเนินการแบบนั้น เพราะจะไประดมพลไม่ได้” ส่วนกรณี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ระบุว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น เราทำทุกอย่างแล้ว เปิดพื้นที่ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ ไม่รู้ลึกๆท่านคิดเช่นไร ได้อธิบายเนื้อหาและให้วิพากษ์วิจารณ์แล้ว เพียงแต่ห้ามการชี้นำเท่านั้น เราไม่เคยปิดบังเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ

ถ้าเชื่อพวกเสี้ยมคงไม่โตมาแบบนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินลงจากตึกบัญชาการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เดินลงมาพร้อมกับ พล.อ.ประวิตร ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าได้คุยอะไรกันถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ยุให้ พล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็นนายกฯแทน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมกับนายกฯเดินด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก” เมื่อถามว่า เดินด้วยกันมานานเบื่อกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้จะเบื่อเรื่องอะไร เพราะจะตายจากกันแล้ว อายุ 70 กว่าแล้ว เสียงที่เสี้ยมก็มีแค่เสียงเดียว คนในประเทศมีตั้ง 70 ล้านคน ถ้าฟังคนนี้คนเดียวแล้วรู้สึกตาม คงโตมาแบบนี้ไม่ได้ ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ”

“วิษณุ” เปรยวันนี้ ปชช.ตัดสินใจแล้ว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค.ว่า ขณะนี้เป็นโค้งสุดท้ายจริงๆ ต้องระวังข้อห้ามให้มาก อย่าทำผิดกฎหมาย หลายอย่างก่อนนี้ที่ทำได้ มาสัปดาห์นี้ทำไม่ได้แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องพร้อมจัดการทำประชามติให้เป็นไปอย่างสุจริต ยุติธรรม ส่วนฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น หากร่างรัฐธรรนูญผ่านประชามติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะทำกฎหมายลูกต่อ แต่หากไม่ผ่าน คสช. จะมีส่วนดำเนินการต่อ ได้ยินว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลและ คสช.ปรารภอาจมีบางอย่างที่ต้องเตรียม–การ คาดว่าเป็นเรื่องธุรการไม่ใช่เนื้อหาสาระ ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ มีขั้นตอนต่อทั้งสิ้นต้องรีบดำเนินการ ดังนั้น อย่าพูดให้ไขว้เขว และถึงวันนี้เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจได้แล้ว ไม่ว่าจะใช้พื้นฐานอะไร

ชี้บ้านเลขที่ 111–109 มีสิทธิโหวต

เมื่อถามว่า ผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างสมาชิกบ้าน 111-109 จะมีสิทธิลงประชามติครั้งนี้หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า กกต.ระบุแล้วว่าใช้สิทธิได้ เพราะเราใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57ไม่มีบทบัญญัติใดห้ามผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิ แต่หากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับหน้าค่อยมาดูอีกทีว่า มีเนื้อหาห้ามผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองลงเลือกตั้งได้หรือไม่ ต้องรอดูเนื้อหารัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ห้าม แต่กฎหมายลูกห้ามตรงนี้อันตราย เหมือนหนุมานเหาะเกินลงกา ที่ไม่เช่นนั้นจะเขียนกฎหมายลูกห้ามไปหมดทุกเรื่อง เรื่องเหล่านี้ควรเขียนในรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ให้นำรถขนคนไปใช้สิทธิได้นั้น เป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 วรรค 2 ที่อนุญาตส่วนราชการดำเนินการ เหมือนเลือกตั้ง ส.ส.ทำได้ในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่ประสบภัยธรรมชาติ ไม่ใช่ขนคนในพื้นที่สะดวกสบายแล้ว

คสช.เตือนก๊วน นศ.หมิ่นเหม่ผิด ก.ม.

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงเฝ้าระวังดูแลให้สังคมสงบเรียบร้อยอย่างดีที่สุด กลุ่มนักศึกษาพบว่ายังมีพฤติกรรมการแสดงออกในลักษณะสุ่มเสี่ยงอยู่บ้าง เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวัง เพราะทราบดีถึงเจตนาแฝงของบางกลุ่มบางพวกที่ต้องการให้เกิดภาพบางอย่างกรณีมีการปฏิบัติใดๆจากเจ้าหน้าที่ อาจมุ่งหวังนำไปขยายผลให้เกิดผลลบต่อเจ้าหน้าที่ หรือเป็นลบต่อบรรยากาศในภาพรวม โดยเฉพาะต่อกิจกรรมประชามติได้ พบเห็นพฤติกรรมใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้เพิกเฉยหรือละเว้นใดๆ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เข้าทางผู้ไม่หวังดี อาจใช้วิธีเก็บบันทึกภาพและรายละเอียดกลับไปพิจารณาก่อน หากเข้าข่ายความผิดชัดเจนเจ้าหน้าที่อาจใช้วิธีดำเนินการกันภายหลังได้

ต่างชาติ 31 คนเข้าร่วมสังเกตการณ์

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึง การเข้าสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติของนานาชาติว่า มีประเทศและองค์กรที่ขอสังเกตการณ์ ดังนี้ 1.ประเทศติมอร์ เลสเต 3 คน 2.ประเทศภูฏาน 3 คน 3.ประเทศเนปาล 3 คน 4.อันเฟรล เครือข่ายเลือกตั้งเสรีแห่งเอเชีย 10 คน 5.มูลนิธิเอเชีย 12 คน ทั้งหมดจะเข้ามาสังเกตการณ์ตั้งแต่วันที่ 5-8 ส.ค. มีกิจกรรม 4 เรื่องคือ การรับฟังบรรยายสรุป การสังเกตการณ์การรับมอบวัสดุอุปกรณ์ การสังเกตการณ์วันออกเสียงประชามติ และการประชุมสรุปผลผู้สังเกตการณ์นานาชาติทั้ง 31 คน จะได้รับป้ายชื่อและบัตรแสดงตนรับรองจาก กกต.เพื่อเข้าไปสังเกตการณ์ในหน่วยออกเสียงทุกหน่วยที่ประสงค์เข้าไปสำหรับการสังเกตการณ์ของกลุ่มต่างๆในไทย เช่น มูลนิธิองค์กรกลางพีเน็ต วีวอช สื่อทางเลือก สังเกตการณ์ภายนอกหน่วยได้ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถเข้าไปในหน่วยออกเสียงได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายอนุญาตเหมือนการเลือกตั้ง แต่ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมสังเกตการณ์เพื่อความโปร่งใสได้ ดังนี้ 1.เมื่อพบเห็นเหตุทุจริตผิดปกติ สามารถใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือ ถ่ายภาพ คลิป ส่งผ่านแอพพลิเคชั่น ตาสับปะรดรายงาน กกต. 2. สังเกตการนับคะแนนที่หน่วยใกล้บ้านเวลา 16.00 น. ถ่ายภาพผลการลงคะแนนโพสต์ในเฟซบุ๊กและติดแฮชแท็ก#ผลประชามติ

“สมชัย” ผิดคิวโยนหีบบัตรโชว์แตกโพละ

เวลา 13.45 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัยแถลงข่าวเชิญชวนประชาชนและกรรมการประจำหน่วย (กปน.) กว่า 1 ล้านคน ติดตามทางช่อง NBT วันที่ 4 ส.ค. เวลา 20.30-21.30 น. กกต.จะสาธิตวิธีการลงคะแนน การนับคะแนน จะใช้บัตรคล้ายของจริง กกต.ได้ผลิตหีบบัตรลงคะแนนรูปแบบใหม่เป็นพลาสติกใสมาใช้ 50,000 ใบ คือครึ่งหนึ่งจาก 100,000 หน่วย เนื่องจากผลิตไม่ทัน มีอายุใช้งาน 10 ปี รับน้ำหนักได้ 100 กก. ทนความร้อนได้ 56 องศาเซลเซียส ต้นทุนใบละ 244 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 6 บาท คือ 250 บาท ที่เปลี่ยนใหม่เพราะเดิมเป็นกล่องกระดาษเคลือบด้วยพีวีซี ต้นทุนใบละ 180 บาท ใช้ได้ประมาณ 1-2 ครั้ง ก็ต้องเปลี่ยน ฉะนั้นของใหม่จึงคุ้มค่ามากกว่า ยืนยันว่าทนทานต่อแรงกระแทกทุกสภาวะ จากนั้นนายสมชัยได้สาธิตโยนหีบบัตรพิสูจน์ความทนทานให้สื่อมวลชนดู 3 ครั้งยังไม่เป็นอะไร แต่เมื่อโยนครั้งที่ 4 หีบบัตรกลับตกแตก นายสมชัยถึงกลับสีหน้าตกใจรีบออกตัวว่า “ผมทุ่มแรงไปหน่อย และเอาปากหีบลงก็เลยแตกได้ ถ้าใช้งานจริงคงไม่มีการเอาไปโยนรุนแรงลักษณะนี้” จากนั้นนายสมชัยจึงโยนใหม่อีก 10 ครั้ง และเชิญให้สื่อขึ้นไปยืนบนหีบบัตรที่ไม่แตกเหมือนครั้งแรก

เตือนระวังถ่ายเซลฟี่-คลิปบัตรผิด ก.ม.

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการการสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายอยากเตือนทุกฝ่ายให้ระมัดระวัง ไม่กระทำผิดกฎหมายประชามติ ประชาชนต้องพึงระวังอย่างยิ่งกับการถ่ายเซลฟี่ที่คูหาลงคะแนนหรือถ่ายภาพบัตรออกเสียง จะผิดกฎหมายชัดเจน ส่วนผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างให้อำนวยความสะดวกอนุญาตให้ลูกจ้างไปออกเสียงในวันที่ 7 ส.ค. โดยไม่ถือว่าขาดงาน หากนายจ้างละเลยจะมีโทษหนักทางอาญา กกต.ยืนยันว่าพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาการร้องคัดค้านตามมาภายหลัง เพราะตามกฎหมายประชามติทำได้ยากต้องใช้เสียงผู้คัดค้านจำนวนมากจึงไม่กังวล มั่นใจจะประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ภายใน 3 วัน

กรธ.กลับลำโผล่หน้าจอแจง รธน.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของการลงประชามติ กรธ.ได้ตอบรับสถานีไทยพีบีเอส เพื่อร่วมรายการถ่ายทอดสด “สาระประชามติ” เพื่อตอบคำถามของประชาชน ความยาว 2 ชั่วโมง ในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 21.00-23.00 น. โดย กรธ.จะไปครบทั้ง 21 คน นำโดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. รูปแบบรายการพิเศษคล้ายกับรายการการกุศล ที่เปิดสายโทรศัพท์ให้ประชาชน โทร.เข้ามาสอบถามข้อสงสัยกับ กรธ.ได้ จากนั้นในวันที่ 5 ส.ค. เวลา 13.30-15.00 น. นายมีชัย พร้อมคณะ จะตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ห้องโถงรัฐสภา และเวลา 21.30-23.00 น. นายมีชัยและ กรธ.ทั้งคณะจะไปออกรายการ กรธ.ตอบปัญหาคาใจ ทางช่อง 11 เพื่อเสนอสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยัน กรธ.กล้าจะชี้แจงต่อประชาชนในทุกพื้นที่

“มีชัย”ปลุก ปชช.สั่งสอนพวกบิดเบือน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคการเมืองที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังว่า เมื่อพรรคการเมืองนั้นไปรณรงค์อะไร หากสุดท้ายเกิดปัญหาอะไรขึ้นพรรคการเมืองนั้นต้องรับผิดชอบ เปรียบเหมือนคุณเป็นเจ้าของค่ายมวย นักมวยของคุณกำลังขึ้นชกกันอยู่ แล้วคุณไปตะโกนบอกว่า เอ็งแพ้ๆแล้วพอเขาแพ้ลงมา คุณจะไปตบหน้านักมวยหรือ เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายเป็นห่วงขบวนการต่างๆที่จะออกมาหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ห่วงไปก็นอนไม่หลับเปล่าๆ เชื่อว่าประเทศพัฒนามาไกลแล้ว ประชาชนมีความรู้ มีข้อมูลมากขึ้น ตอนนี้มันคุ้มแล้วในการทำรัฐธรรมนูญ เพราะได้เห็นการตื่นรู้ของประชาชน หากตื่นตัวกันมากจะได้เป็นบทเรียนสอนนักการเมืองบางคน บางพวกที่ไม่ดี เพื่อให้รู้ว่าการหลอกลวงประชาชนมันทำไม่ได้ผลเสมอไปแล้ว แต่ขณะนี้ยังมีความเป็นห่วงการบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ

“ยิ่งลักษณ์” ลั่นไม่รับร่างฯ-คำถามพ่วง

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากข้อสรุปล่าสุดที่ว่าดิฉันถูกตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ยังคงเหลือสิทธิที่จะไปออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไปรักษาสิทธิวันที่ 7 ส.ค. แน่นอนค่ะ ซึ่งพูดมาโดยตลอดว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดมีความสำคัญในการกำหนดรูปแบบการปกครองประเทศ ต้องเป็นประชาธิปไตยที่ยอมรับอำนาจการตัดสินใจของประชาชน การให้สิทธิเสรีภาพและสิ่งที่ประชาชนพึงจะได้รับ รวมถึงการกำหนดการถ่วงดุลระหว่างอำนาจต่างๆไว้อย่างเหมาะสม และรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญต้องสามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ จากการติดตามการยกร่างและสาระของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตลอด เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมิได้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว จึงไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้และไม่เห็นชอบคำถามพ่วง

สับ รธน.ปราบโกงวาทกรรมลวงโลก

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ช่วยปราบตัวเองให้เห็นก่อน” ว่าหัวหน้าเผด็จการอวดอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง สมุนบริวารนำไปขยายผลปั้นน้ำเป็นตัว เป็นตุเป็นตะว่าจะทำให้นักการเมืองขี้โกงถูกประหารชีวิต ถูกยึดทรัพย์จำคุก มีคดีถูกห้ามออกนอกประเทศ ล้วนโกหกเพราะไม่มีในร่างรัฐธรรมนูญเลย แต่ที่มีแน่ๆคือมาตรา 279 ที่ล้างผิดให้ คสช.และสมุนบริวารทั้งหมด รวมถึงคดีการทุจริตขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกหรือ อผศ.ที่ร่วมกับ คสช. โกงชาติโดยการเห็นชอบให้ อผศ.ได้สิทธิพิเศษได้งานจากรัฐโดยไม่ต้องแข่งขันราคาเป็นเงินหลายพันล้านบาท แล้วนำงานที่ได้ไปขายต่อชักหัวคิว ทั้งที่ คสช. รู้ดีอยู่แล้วว่า อผศ. ไม่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขเพราะเป็นหน่วยงานของกองทัพ การกระทำของคสช. และ อผศ. เป็นตัวการร่วมกันในความผิดฐานหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา ที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช. แต่หัวหน้า คสช. ก็ไม่เคยดำเนินการใดกับการทุจริตที่ตัวเองและสมุนบริวารก่อขึ้น คำสั่งที่ออกมาจึงมีไว้เพื่อจัดการคนอื่นเท่านั้น ล่าสุดคือใช้จับกุมอดีต ส.ส. หญิงที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ว่าปราบโกงจึงเป็นเพียงวาทกรรมลวงโลก มีไว้หลอกคนเท่านั้น

โวย “ประยุทธ์” ดึงดันขาดสปิริต

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลและ กกต.จะเรียงหน้าปกป้องการจัดรายการคืนความสุขให้คนในชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ช่วงใกล้วันลงประชามติ โดยอ้างว่ากฎหมายไม่ได้ห้าม แต่เป็นเรื่องของจิตสำนึกและสปิริต รวมทั้งมาตรฐานทางจริยธรรมว่าจะมีหรือไม่ จะอ้างไม่ได้ว่ารายการคืนความสุขฯไม่เกี่ยวกับการลงประชามติ เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นสัญลักษณ์สำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ และเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะได้รับประโยชน์ถ้าร่างฯผ่านประชามติ จะอ้างว่าการจัดรายการจะไม่ทำให้เกิดการชี้นำได้หรือ คนดูต้องตีความหมายหรือนัยทางการเมือง แบบนี้ต่างอะไรกับการพูดหาเสียงฝ่ายเดียวออกทีวีและวิทยุทุกช่อง ที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช.เอาเปรียบฝ่ายคิดต่างมาตลอด ยังจะเอาเปรียบกันจนถึงวินาทีสุดท้าย

แกนนำ พท.เปิดวอร์รูมเฝ้าลุ้นผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7 ส.ค. ภายหลังจากการไปออกเสียงประชามติ แกนนำพรรคเพื่อไทย เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อมารับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน รวมทั้งเพื่อพูดคุยและเฝ้าติดตามสถานการณ์การออกเสียงประชามติตลอดทั้งวัน จนกว่าจะมีผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

ปชป.ตอก “มีชัย”แก้โจทย์ผิดทาง

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชี้สาระในร่างรัฐธรรมนูญให้สังคมไทยฉุกคิดว่าอย่าไปฟังนักการเมืองพูดว่า เหตุใดนายมีชัยจึงไม่แสดงเหตุผลรองรับที่บอกสังคมไม่ให้เชื่อนักการเมือง ทั้งที่รู้ดีว่าทุกสาขาอาชีพมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่กลับเหมารวม การไม่ฟังนักการเมืองไม่ดีนั้นถูกต้อง แต่มีคนพูดเพื่อให้คิดก็ควรรับฟัง ยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญอ้างว่าปราบโกง โดยข้อเท็จจริงใช้ปราบโกงไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทที่ใช้ปกครองประเทศ ส่วนการปราบโกงต้องออกเป็นกฎหมายลูกเฉพาะด้าน และแม้กฎหมายลูกจะมีบทลงโทษรุนแรงก็ไม่มีหลักประกันว่า คนโกงจะเลิกโกง หากผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ทำให้กฎหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่มีโทษรุนแรง จึงต้องมีการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่บังคับใช้กฎหมายต่างหากจะแก้ไขจุดบกพร่องนี้

จวก กรธ.ต้องเปิดใจกว้างฟังเสียงแย้ง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นใจ กรธ.ที่ทำงานหนัก แต่ควรเปิดใจกว้างรับฟังคำท้วงติงต่างๆด้วยเหตุผล เราไม่ได้ชี้นำหรือพูดโกหก บิดเบือนแต่ได้พูดอยู่บนพื้นฐานของสาระมีเหตุผลในร่างรัฐธรรมนูญ การระบุว่าการเชื่อนักการเมืองจะเป็นอันตราย กรธ. ต้องแยกแยะ เพราะนักการเมืองมีทั้งที่เชื่อได้และเชื่อไม่ได้ มีทั้งคนทำลายประเทศและสร้างสรรค์ประเทศ อย่าเหมารวม กรธ. ควรเปิดใจกว้างรับฟังข้อโต้แย้งมากกว่าที่จะตีขลุมด่ากราดเพียงเพราะไม่ถูกใจ ที่มีคนที่รู้จริงออกมาจี้ใจดำ ประเด็นการอุทธรณ์คดีได้อีกชั้นในศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยไม่ต้องมีพยานหลักฐานใหม่ฟังไม่ขึ้น รัฐธรรมนูญปี 50 ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ได้อยู่แล้ว แต่ร่างฉบับนายมีชัยเอื้อประโยชน์ให้จำเลยที่ถูกดำเนินคดีในศาลฎีกาฯชัดเจน อย่านึกว่าคนที่เราไม่ชอบ จะเป็นพวกเดียวที่ไปสู่ศาลได้ วันดีคืนดีคนที่เราชอบอาจจะไปที่ศาลได้เช่นกัน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้พูดเรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องหลักการ

สวน กรธ.กำเนิดมาจากเผด็จการ

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ.ระบุว่า นักการเมืองที่จะออกมาพูดว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรพูดผ่านสื่อ จะเป็นการชี้นำเหมือนกับเผด็จการว่าเป็นการบิดเบือน เป็นผู้ใหญ่ที่มากำหนดทางเดินของประเทศ ต้องหัดใจกว้างรับฟังความเห็นต่างบ้าง เรื่องประชาธิปไตยเป็นสาระที่หลายฝ่ายท้วงติง การพูดความจริงไม่ได้บิดเบือนและไม่ใช่เป็นสิ่งชั่วร้าย การท้วงติงให้ฉุกคิดไม่ได้ชี้นำที่จะเปรียบเป็นเผด็จการ กรธ.เองน่าจะเข้าใจคำว่าเผด็จการดี ควรใช้คำให้ถูกต้อง เพราะท่านเองที่คุ้นเคยกับเผด็จการดี ถามว่าเข้ามาเป็น กรธ.ได้เพราะเผด็จการตั้งร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ยังจะมาบังคับให้ประชาชนทั้งประเทศเชื่อ กรธ.ที่มาจากเผด็จการได้อย่างไร

“สุเทพ” สะกิดเป่านกหวีดเรียกแนวร่วม

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ขอเชิญชวนพี่น้องมวลมหาประชาชนเป่านกหวีดส่งสัญญาณไปถึงพี่น้องร่วมอุดมการณ์ทั่วทุกภาคในประเทศไทยให้ไปทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินอีกครั้งในวันที่ 7 ส.ค.นี้ เนื่องจากเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย เป็นวันที่ประชาชนคนไทยจะได้เป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศว่าจะไปทางใด ส่วนจะตัดสินใจลงประชามติอย่างไรเป็นดุลพินิจของแต่ละคน ตนพร้อมเคารพ แต่ขออย่างเดียวช่วยกันไปลงประชามติ แสดงออกให้ชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ ต้องการเห็นประเทศไทยเดินหน้าไปอย่างไร

ป.เตรียมรับมือ 19 นปช.มอบตัว

อีกด้าน เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน เตรียมความพร้อมรับการรายงานตัวของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวกรวม 19 คน ตามหมายเรียกข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.กรณีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยปิดประตูทางเข้า-ออกทั้ง 2 ฝั่ง ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์เข้ามา แต่เดินเท้าเข้ามาได้ และมีกำลังตำรวจคอมมานโดดูแลด้านหน้า พร้อมประสานตำรวจ สน.พหลโยธินดูแลการจราจร ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในและบริเวณรอบอาคารได้วางกำลังตำรวจในสังกัดกว่า 100 นาย พร้อมตั้งเต็นท์ที่ลานจอดรถด้านหน้ากองปราบปรามรองรับสื่อมวลชนที่มาทำข่าว และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ โดยชาวบ้านมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ได้ตั้งเต็นท์ไว้รองรับด้วยเช่นกัน

“จตุพร” นำทีมใส่เสื้อดำรับทราบข้อหา

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. พร้อมพวก อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ นายนิสิต สินธุไพร นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายสมหวัง อัสราษี นายยศวริศ ชูกล่อม นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ นายอารี ไกรนรา นายสมชาย ใจมุ่ง นายศักดิ์รพี พรหมชาติ นายพรศักดิ์ ศรีละมุล นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายสงคราม เลิศกิจไพโรจน์ อดีต รมช.พาณิชย์ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ที่เป็นทนายความให้ ทั้งหมดพร้อมใจกันใส่เสื้อยืดสีดำ มีข้อความระบุว่า “สร้างประชาธิปไตย ด้วยปลายปากกา 7 สิงหา ประชาชนจงเจริญ” เดินทางมาถึงกองบังคับการปราบปรามท่ามกลางมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง โดยกลุ่ม นปช.ทั้งหมดเดินเข้าประตูอาคาร ขึ้นไปที่ห้องประชุมชั้น 3 ที่พนักงานสอบสวนได้จัดไว้เป็นที่แจ้งข้อหา

ตร.ปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข

จากนั้นเวลา 12.45 น. นายจตุพร พร้อมพวกเดินลงมาจากห้องสอบสวนชั้น 3 โดยนายจตุพร กล่าวว่า ตำรวจต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนกรณีที่แจ้งข้อหาการชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน พวกตนได้ให้การปฏิเสธ โดยจะให้ถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษร ตำรวจนัดหมายอีกครั้งวันที่ 6 ก.ย.จึงมอบหมายให้ทนายความมาดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีที่ นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติฯนั้น ไม่ได้กระทำขัดต่อคำสั่งของ คสช. เพราะไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง แต่เป็นหัวข้อตั้งต้นในการใช้สิทธิต่อสู้ตามกระบวนการ ในที่สุดพวกตนทั้ง 19 คน ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการยื่นประกันตัว ในชั้นพนักงานสอบสวน หลังจากนี้พวกตนจะทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองด้วยการออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา ตามที่ กกต.ได้ชักชวนว่าหากพบการทุจริตขอให้แจ้ง เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศ หลังจากนายจตุพรให้สัมภาษณ์เสร็จ กลุ่มชาวบ้านที่มาให้กำลังใจต่างพากันมอบดอกกุหลาบ ตะโกนส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

“เต้น” ร่วมทุกกลุ่มเกาะติดออกเสียง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอให้พวกตนเป็นประชาชนกลุ่มสุดท้ายที่ถูกดำเนินคดีจากความเห็นต่างกับผู้มีอำนาจในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ การไล่จับกุมคุมขังคือหลักฐานประจานความไม่ชอบธรรม ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษกับอิสรภาพในวันนี้ เพราะมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิด ขอให้สบายใจว่าพวกตนไม่มีขบวนการใต้ดินไปสกัดหรือทำลายกระบวนการประชามติ เราต้องการวันที่ 7 ส.ค. สังคมไทยต้องการคำตอบสำคัญระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย ยืนยันว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง และพร้อมประสานงานกับประชาชนทุกกลุ่มเพื่อติดตามตรวจสอบการลงคะแนนให้เป็นไปด้วยความสุจริตโปร่งใส ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนขับไล่ความกลัวไปจากหัวใจ และรักษาสมาธิไปจนถึงวันลงคะแนน แม้ที่ผ่านมากระบอกปืนของรัฐจะกดดันให้เราถอยมากว่า 2 ปี แต่หลังพิงที่แข็งแกร่งของประชาชนคือหีบบัตรประชามติ ถ้าการข่มขู่คุกคามยุติพลังของประชาชนได้ โค้งสุดท้ายผู้มีอำนาจคงไม่ออกอาการขนาดนี้

เย้ยโปร่งใสจริงทำไมไม่ให้ตรวจสอบ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ตนไม่ได้เป็นแกนนำ นปช.แต่ด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตย จึงเข้าร่วมต่อสู้เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปในทางที่ควร การร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้มาจากการยึดอำนาจของประชาชน และผู้มีอำนาจไม่มีความชอบธรรมในการบังคับให้คนอื่นทำตามกฎหมาย เพราะละเมิดกฎหมายมาแต่ต้น ถ้ามั่นใจว่าไม่ผิดเหตุใดถึงนิรโทษกรรมให้ตัวเอง ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปลี่ยนคำว่านิติธรรม เป็นนิติกลธรรม ตามคำกล่าวที่บอกว่า ชนชั้นใดบัญญัติกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น จึงอยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการลงประชามติ ขณะนี้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่บิดเบือน ตนอยู่ในวงการการเมืองยังจับประเด็นไม่ค่อยได้ การที่พวกตนจะช่วยจับโกงตรวจสอบการทำประชามติมันผิดตรงไหน หากผู้มีอำนาจมั่นใจว่าโปร่งใส ทำไมไม่เปิดกว้างให้ประชาชนตรวจสอบการลงประชามติ ผู้มีอำนาจต้องตอบให้ได้

“บิ๊กปู” แย้ม 6 ก.ย. ลุ้นส่งฟ้องศาล

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากนี้คงดำเนินการไปตามกฎหมาย หากผู้ถูกกล่าวหามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดอีกก็ต้องดำเนินคดี ส่วนการตั้งศูนย์ปราบ โกงประชามติฯ หากไม่พบว่าเข้าข่ายความผิด จะออกหมายเรียกได้อย่างไร ส่วนที่ดำเนินคดีขณะนี้ ยังมีเพียงความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนขึ้นไป ส่วนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประชามติ ยังไม่พบว่าเข้าข่ายความผิด หลังจากนี้จะนัดหมายผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 19 คนอีกครั้งในวันที่ 6 ก.ย. และอัยการจะตรวจสอบสำนวนเพื่อดำเนินการต่อไป หากอัยการไม่สั่งอะไรเพิ่มเติมกลับมาที่พนักงานสอบสวน คงจะส่งฟ้องศาลได้ทันในวันที่ 6 ก.ย.

ทหารนำ 11 ผู้ต้องหาบิดเบือน รธน.ให้ ตร.

ขณะที่เวลา 11.30 น.ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ และเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.11 นำตัวกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวโยงกระทำความผิด เผยแพร่จดหมายทางไปรษณีย์ในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีเนื้อหาลักษณะบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ โดยผู้ต้องหาทั้งหมด 11 คน ประกอบด้วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ รองนายก อบจ.เชียงใหม่ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นายคเชน เจียกขจร นายกเทศมนตรี ต.ช้างเผือก นายอติพงษ์ คำมูล นายกฤตกร โพทะยา น.ส.เอมอร ดับโศรก นางสุภาวดี งามเมือง นายไพรัช ใหม่ชมภู นางกอบกาญจน์ สุคีตา นายวิศรุต คุณะนิติสาร และ น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ มาส่งมอบให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.หลังควบคุมตัวครบอำนาจการคุมตัว 7 วัน

สืบสวนพบ “บุญเลิศ–ทัศนีย์” บงการ

ต่อมาที่ห้องประชุมชิวปรีชา กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ร่วมแถลงผลการจับกุมและแจ้งข้อหาพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาที่ส่งจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ โดย พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช กล่าวว่า หลังจากสืบสวนทำให้ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีทั้งหมด 12 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มผู้บงการ ประกอบด้วย นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายไพรัช ใหม่ชมภู และนายคเชน เจียกขจร เป็นผู้ควบคุม สั่งการ วางแผนยุยงปลุกปั่น ประชาชน จัดสถานที่ในการจัดทำเอกสารจดหมายบิดเบือน กำหนดเนื้อหาที่บิดเบือน กลุ่มเป้าหมายของประชาชนที่จะจัดส่งจดหมาย และการออกค่าใช้จ่ายในการทำจดหมาย

ตั้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ปลุกปั่น

พล.ต.ต.ชยพลกล่าวอีกว่า 2.กลุ่มพิมพ์เอกสารจ่าหน้าซอง และผลิตจดหมาย ประกอบด้วย นายวิศรุต คุณะนิติสาร น.ส.เอมอร ดับโศรก น.ส.สุภาวดี งามเมือง และนางณชพัฒน์ หรือกอบกาญจน์ สุตีคา มีหน้าที่ในการจัดพิมพ์เอกสาร 3.กลุ่มผู้ส่งจดหมาย ประกอบด้วย นายอดิพงษ์ คำมูล นายกฤตกร โพทะยะ น.ส.เอมอร ดับโศรก นายวิศรุต คุณะนิติสาร และนายเทวรัตน์ รินต้า (กร) มีหน้าที่ในการนำจดหมายไปส่งให้กับประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และ 4.กลุ่มผู้ช่วยเหลือซ่อนเร้น ประกอบด้วย น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ กับพวก ให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ให้การสนับสนุนกลุ่มส่งจดหมายให้หลบหนี กระทั่งศาลมณฑลทหารบกที่ 33 ที่ จ.เชียงใหม่ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 11 ราย ในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ปลุกปั่น ยุยงส่งเสริม ให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตาม ม.116 และความผิด ม.61 (2) ตาม พ.ร.บ.ประชามติ ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าฝ่ายความมั่นคงของทหารได้เชิญตัวผู้ต้องหา 10 คน ยกเว้นนายวิศรุต ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และนายเทวรัตน์ รินต้า หรือกร ที่กำลังหลบหนีมาซักถาม และควบคุมตัวที่ มทบ.11 กระทั่งวันที่ 2 ส.ค. ครบกำหนดส่งตัวทั้ง 10 คนให้กับพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามขั้นตอน

“ศรีวราห์” ชี้ชัดมีหลักฐานมัดตัว

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวเสริมว่า ในส่วนของพยานหลักฐานที่ชี้ชัดการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน จากการสอบถามบุคคลที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 10 คน รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ขั้นตอนการรับตัวจากทหาร ได้ให้แพทย์จาก รพ.ตำรวจมาตรวจสอบร่างกายก่อนจะนำตัวขึ้นเครื่องบินไปยัง จ.เชียงใหม่ และมอบหมายให้ ผบช.ภ.5 มารับตัวผู้ต้องหากลับไปที่ จ.เชียงใหม่ ดำเนินการต่อไป

“บุญเลิศ” ปฏิเสธขอให้การชั้นศาล

ขณะที่นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ กล่าวว่า ขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ทั้งนี้ระหว่างการแถลงพฤติการณ์การกระทำความผิด รวมถึงระบุข้อกล่าวหาทั้ง 10 คนนั้น ตำรวจได้แสดงแผนผังพฤติการณ์การแบ่งหน้าที่การกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาด้วย

“บิ๊กปู” เผยไม่พบกลุ่มต้านประชามติ

ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ให้สัมภาษณ์หลังการแถลงข่าว ถึงกรณีความเคลื่อนไหวของบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการออกเสียงประชามติฯ ว่า ภาพรวมทั้งประเทศยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ไม่น่ามีปัญหาใดๆ สำหรับความพร้อมของตำรวจนั้นได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่มานานแล้ว ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ได้กำชับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไปแล้วและจะเน้นย้ำอยู่เรื่อยๆ

เหตุป่วน 3 จชต.มีการเมืองแจม

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการก่อเหตุป่วนการลงประชามติ โดยใช้สีสเปรย์ไปพ่นตามจุดต่างๆในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พื้นที่ที่ก่อเหตุพ่นสีสเปรย์เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา สั่งการกำชับ ผบก.ภ.จ.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ไปแล้ว เบื้องต้นพอจะทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุมาจาก อ.เจาะไอร้อง และ อ.สุไหงโก-ลก ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เป็นฝีมือของกลุ่มที่หวังผลทางการเมือง และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะมีเรื่องการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งช่วงนี้จะมีเหตุเกิดบ่อยมาก เนื่องจากเป็นเดือนที่นายหะยี สุหลง หายตัวไปเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2497

คุมตัวผู้ต้องหาฝากขังศาลทหาร

กระทั่งเวลา 16.00 น. ที่สนามบิน บน.41 จ.เชียงใหม่ เครื่องบินตำรวจพร้อมชุดคอมมานโด กองปราบปราม คุมตัวนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ รองนายก อบจ.เชียงใหม่ ที่เป็นหลานสาว พร้อมกับพวกอีก 9 คน เดินทางมาถึงสนามบิน กองบินทหาร 41 จ.เชียงใหม่ โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ พล.ต.โกศล ปทุมชาติ ผบ.มทบ.33 นำกำลังทหารพร้อมรถตู้ไปรอรับ จากนั้น พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ขึ้นไปรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 คน และคุมผู้ต้องหาลงจากเครื่องบิน ก่อนนำตัวขึ้นรถตู้ไปสอบสวนที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ทันที โดย พล.ต.ต.มนตรีเปิดเผยว่า ตำรวจได้ดำเนินคดีตามข้อหาความมั่นคง มาตรา 116 และอีกหลายคดี และคัดค้านการให้ประกันตัว ตำรวจมีเวลาสอบปากคำอีก 48 ชั่วโมง ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหารค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ และส่งตัวผู้ชายไปคุมขังในเรือนจำกลางเชียงใหม่ ส่วนผู้หญิงส่งไปคุมยังในทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

เชียงใหม่พบบัญชีรายชื่อถูกขโมย

ช่วงเช้า ที่ จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.อัครินทร์ กาสา ผกก.สภ.สันป่าตอง ว่า ที่หน่วยออกเสียงประชามติ ที่ 14 บ้านบ่อก๊าง หมู่ 14 ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงประชามติสูญหายในลักษณะถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เข้าแจ้งความ และแจ้งให้ฝ่ายทะเบียนอำเภอพิมพ์บัญชีรายชื่อใหม่ นำไปติดตั้งตามเดิมแล้ว ด้าน พ.ต.อ.สุธี จำปา ผกก.สภ.แม่ริม รายงานว่า ที่บ้าน
วังมุ่น หมู่ 4 ต.สันโป่ง อ.แม่ริม มีแผ่นตัวอย่างการลงประชามติหายไปยังหาสาเหตุไม่ได้ ตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบ จึงสั่งการให้ทั้ง 2 แห่งสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุโดยเร่งด่วน

ขณะที่ จ.ตาก ช่วงสาย นายประสงค์ หล้าอ่อน นอภ.พบพระ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.พบพระ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเหตุฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงประชามติที่ศาลากลางหมู่บ้าน หมู่ 7 บ้านวังน้ำเย็น ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก พบบัญชีรายชื่อ 2 แผ่น และใบปะหน้า 1 แผ่น ฉีกขาดไป ห่างไปราว 50 เมตร พบกระดาษดังกล่าวทั้งหมดเปียกฝนถูกทิ้งไว้ คาดเมื่อกลางดึกเกิดลมพายุรุนแรง พัดกระดาษบัญชีรายชื่อขาดและปลิวไปตามกระแสลมก่อนตกลงบนพื้น

คนส.จี้มหาลัยเลิกปิดปาก นศ.–อาจารย์

วันเดียวกัน เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สถาบันอุดมศึกษาหยุดการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ โดยสรุปว่า วิกฤติการเมืองช่วงทศวรรษที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจำนวนมากได้สมาทานกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกนอกหน้า ทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบอบเผด็จการทหาร สถานการณ์เลวร้ายลง ช่วงก่อนถึงวันออกเสียงประชามติ มีการสั่งห้ามอาจารย์แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ สั่งห้ามการจัดเสวนา แจ้งความจับนักศึกษา เป็นเรื่องน่าละอาย คนส.ขอตำหนิและขอเรียกร้องผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ดังนี้ 1. อนุญาตให้อาจารย์และนิสิตนักศึกษา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติได้อย่างเสรีบนฐานของข้อเท็จจริง 2.อนุญาตให้อาจารย์ นิสิตนักศึกษา ประชาชนทั่วไปได้ใช้สถานที่จัดกิจกรรมเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติอย่างเท่าเทียมกัน 3. ยุติการข่มขู่จะเอาผิดทางวินัย หยุดแจ้งความดำเนินคดีกับนิสิตนักศึกษา อาจารย์ที่แสดงความคิดเห็น แล้วหันมาปกป้องบุคคลเหล่านี้จากการดำเนินคดีโดยหน่วยงานรัฐ

พท.ติงให้ข่าวเสี่ยงละเมิดอำนาจศาล

อีกเรื่อง นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอท้วงติงกรณีมีผู้ให้ข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและ รมต.ที่เกี่ยวข้องจะมีความรับผิดทางละเมิดในโครงการรับจำนำข้าวจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดอำนาจศาล และมีลักษณะที่ฝ่ายบริหารอาจชี้นำฝ่ายตุลาการ เพราะคดีอาญา ศาลยังมิได้พิพากษาเป็นที่ยุติว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา และอดีตนายกฯมีนัดหมายจะขึ้นให้การต่อศาลด้วยตนเองเป็นครั้งแรก ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาวันที่ 5 ส.ค. การให้ข่าวดักหน้า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างยิ่ง ทั้งที่กระบวนการยังมีข้อโต้แย้งมากมาย เช่น ใช้หลักเกณฑ์ใดวัดค่าความเสียหาย และชาวบ้าน สัมผัสจริงว่าเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและประเทศชาติ ประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐฯและญี่ปุ่นก็ใช้อุดหนุนเกษตรกร หากมีการทุจริตในขั้นตอนใด ควรให้ศาลชี้ขาดจากพยานหลักฐานเสียก่อน ไม่ใช่เหมาความเสียหายจากงบประมาณที่ลงไป แล้วละเลยประโยชน์ด้านเศรษฐศาสตร์ เมื่อยังไม่เป็นข้อยุติเสร็จเด็ดขาด ผู้เกี่ยวข้องตลอดจนผู้สังเกตการณ์ควรระมัดระวัง รักษามารยาทการให้ข่าวที่อาจละเมิดอำนาจศาล หรือเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงกฎกติกามารยาท

ชี้ยอดเจ๊งจำนำข้าวมีหลายส่วน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลระบุยอดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวในส่วนความรับผิดชอบที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯก่อให้เกิดความเสียหายจำนวน 2.86 แสนล้านบาทว่า ทราบว่ารัฐบาลใช้งบฯในโครงการนี้รวม 8.78 แสนล้านบาท หากมองในเชิงธุรกิจที่ขาดทุนตอนปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเมื่อปี 2557 มียอดความเสียหาย 5.36 แสนล้านบาท โดยมียอดความ เสียหายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบที่ 2.86 แสนล้านบาท คือเงินที่ไม่ตกถึงมือชาวนา ไม่ทราบว่าไปตกอยู่ในมือใคร ยังไม่นับรวมยอดเสียหายจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ตรวจสอบพบว่ามีการทุจริต 2 รอบ รอบแรกมีเสียหาย 18,743 ล้านบาท ที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และพวกรวม 6 คน ต้องรับผิดชอบ ส่วนการทุจริตจีทูจี รอบที่สอง ป.ป.ช.ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบไม่สรุปยอดความเสียหาย

“สุขุมพันธุ์” ฟ้องหมิ่นฯ “พิศิษฐ์”

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลอาญา นายสัก กอแสงเรือง ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.59 จำเลยแถลงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับโครงการประดับตกแต่งไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวว่า คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พิจารณาผลการตรวจสอบโครงการดังกล่าวมูลค่ากว่า 39 ล้านบาท พบว่า มีพฤติการณ์ไม่สุจริต ฮั้วราคา และใช้งบฉุกเฉินที่ใช้ได้เฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วน น่าเชื่อว่ามีการทุจริต ทำให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อว่าโจทก์นำงบประมาณไปใช้ผิดประเภท มีการฮั้วประมูลโครงการ และจะต้องดำเนินคดีอาญากับโจทก์ที่ทำผิดกฎหมาย ทั้งที่จำเลยไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่น ขอให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องพิจารณาพิพากษาตามกฎหมายต่อไป ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

“ประยุทธ์” ลั่น รธน.คว่ำไม่ลาออก โยนประชาชนเลือกจะเอาอนาคตที่ยังไม่ชัดหรืออดีตที่ล้มเหลว ขู่มีอำนาจเต็มในมือใครกล้าป่วน-ล้มประชามติเจอคุก นัด 9 ส.ค. ถก ครม.-คสช.กางแผนลุยเดินหน้าตามโรดแม็ป ฉุนสื่อไล่ขยี้ข่าว พท.เสี้ยมทะเลาะ 3 ส.ค. 2559 03:54 3 ส.ค. 2559 12:12 ไทยรัฐ