วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชู "เห็บสยามโมเดล" กู้เศรษฐกิจ

ชู "เห็บสยามโมเดล" กู้เศรษฐกิจ

  • Share:
จีน-อินเดียผวา “สมชัย” เสนอไอเดียเกาะแล้วดูด

ปลัดคลังเปิดโมเดลใหม่กู้เศรษฐกิจไทย “เห็บสยาม” เกาะเศรษฐกิจประเทศใหญ่แล้วดูดเลือดจนอ้วน ไม่เป็นศัตรูกับใคร ขณะที่ มองเหตุบริโภคไทยไม่ขยับ เหตุคนออมเพิ่ม ไม่กล้าใช้เงิน คนมีเงินแห่ไปต่างประเทศ ขณะที่ “สมบัติ” เชื่อประชามติไม่กระทบตลาดหุ้น

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปาฐกถา “เศรษฐกิจโลกขยับก้าว...เศรษฐกิจไทยขยับไกล” ในสัมมนาหัวข้อ “เศรษฐกิจโลกขยับก้าว... เศรษฐกิจไทยขยับไกล : กบข.เดินหน้าอย่างไร” ที่จัดโดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ว่า ขณะนี้คนไทยมองว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี เพราะการบริโภคไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 48% ลดลงจากไตรมาสก่อน การลงทุนเอกชนก็ลดลง แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามีอัตราการเติบโตถึง 18%

“ผมก็ไปหาข้อมูลเชิงลึกพบว่า การบริโภคและการลงทุนที่ลดลงมาจากการออมเงินของคนไทยที่มีเพิ่มมากขึ้น โดย ณ สิ้นปี 58 บัญชีเงินฝากเกินกว่า 1 ล้านบาท มีเงินฝากเพิ่มขึ้น 9,000 ล้าน บาท และล่าสุดเดือน พ.ค.ปีนี้ คนไทยมีเงินออม เพิ่มขึ้นอีก 600 ล้านบาท เป็น 9,600 ล้านบาท โดยยอมรับว่าเงินออมที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุมาจากประชาชนมีความกังวล จึงไม่กล้าใช้เงินในการซื้ออสังหาริมทรัพย์และรถยนต์คันใหม่ เพราะกลัวอนาคต ที่ไม่แน่นอน แต่ผมมีความมั่นใจว่า หลังจากวันที่ 7 ส.ค.นี้ไปแล้ว หากประชามติมีความชัดเจนไม่ว่าจะไปในทิศทางใด ความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะกลับคืนมาและอีกไม่นาน เงินออมที่เพิ่มขึ้นกระเป๋าทุกๆวันก็จะระเบิดออกมา”

นอกจากนี้ ปลัดคลังยังกล่าวว่า มีอีกสาเหตุหนึ่งคือ คนไทยที่มีเงินนิยมไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยปี 57 มีคนไทยท่องเที่ยวต่างประเทศ 6.4 ล้าน คน และเพิ่มเป็น 6.7 ล้านคน ในปี 58 ขณะที่การปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นนโยบายของนายก– รัฐมนตรีที่ดำเนินการมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทำให้เงินทุจริตที่อยู่ใต้ดินหายไปหลายแสนล้านบาท ส่งผลให้คนโกง คนที่ทุจริตก็หยุดและไม่กล้าใช้เงิน เงินที่ได้มาจากการทุจริตลดลงไปอย่างมากจากเดิมที่เงินเหล่านี้ถูกใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยด้วยการซื้อบ้าน ซื้อรถ

ส่วนนโยบายของรัฐบาลในด้านต่างประเทศนั้น นายสมชัยกล่าวว่า ขณะนี้มีความชัดเจนว่า ไทยไม่อาจอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ตามลำพัง ไทยต้องพึ่งพิงประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า เปรียบเหมือนให้ไทยทำตัวเป็น “เห็บ” สุนัขที่ไปเกาะและสูบเลือดจากเศรษฐกิจอื่นที่ดี เช่น ไปเกาะเศรษฐกิจจีน แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนไม่ดี เห็บไทยหรือเห็บสยามก็ไปเกาะอินเดีย และแอฟริกา ทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แม้หากประเทศจีนล้ม อินเดียเจ๊ง แต่ไทยยังยืนอยู่ได้

“โมเดลเศรษฐกิจไทยส่วนตัว ผมมองว่าควรเป็น “เห็บสยามโมเดล” คือ เติบโตไปกับประเทศต่างๆ แต่ไม่ทรุดตัวไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ คือเราจะไปเกาะประเทศที่โตดี เช่น จีน อินเดีย หรือแอฟริกาใต้ หากประเทศเหล่านี้โตเราจะโตตามไปด้วย กินจนเราอ้วน แต่เมื่อเกิดเศรษฐกิจขาลง เราจะย้ายไปโตกับประเทศอื่นแทน โดยถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับทุกประเทศ ไม่ใช่เป็นคู่แข่งของประเทศใด”

ขณะที่นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวถึงผลของการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.59 โดยเชื่อว่าจะไม่ได้เป็น ผลกระทบการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากนัก อาจจะเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ก็เชื่อว่าจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาทดแทน เพื่อที่ภาครัฐบาลจะสามารถดำเนินนโยบายตามโรดแม็ปต่อไปได้

“ในส่วนของ กบข.ลงทุนแบบระยะยาวจริงๆ เราจะไม่หวั่นไหวกับปัจจัยระยะสั้นใน 2-3 เดือน จะเห็นได้จากเรื่องของการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่เกิดขึ้น หลายๆคนมองว่าจะเป็นผลกระทบอย่างหนัก แต่ก็กระทบแค่ 2 วัน ตอนนี้ตลาดดีกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำ”

นายสมบัติกล่าวต่อว่า สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนของ กบข.ในปีนี้มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 3.6% หลังผลตอบแทนจากการ ลงทุนตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน ก.ค.ทะลุ 3% ไปแล้ว โดยผลตอบแทนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทย และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 7% แต่อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากการลงทุนที่เข้ามาเป็นหลักก็ยังมาจากพันธบัตรรัฐบาลที่มีสัดส่วนถึง 60%

ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนในปัจจุบัน ยังต้องติดตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ใน ระดับปัจจุบัน แต่หากเศรษฐกิจไทยยังมีความอ่อนแอ หรือซึมตัวก็มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้อีก แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้อง ติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯด้วยว่าจะเป็นอย่างไร.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้