วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขายบิ๊กซีทำเงินทุนไหลออก

ธปท.-ครม.แจงเอฟดีไอครึ่งปีแรกลดฮวบ

ธปท.-ครม.สะดุ้งโหยง แจงระรัวเหตุยอดเงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ครึ่งปีแรกของไทยลดฮวบ มาจากกรณีเจ้าสัวเจริญซื้อห้างบิ๊กซีจากคาสิโนกรุ๊ป และคาสิโนขนเงินออกนอกประเทศ ย้ำบ่งชี้ให้เห็นว่าธุรกิจไทยแกร่ง ซื้อกิจการจากต่างชาติมาเป็นของไทย

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวชี้แจงกรณีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิ หรือเอฟดีไอ ที่ไหลเข้าประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 นี้ ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมากว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขเอฟดีไอสุทธิ ซึ่งมีทั้งการไหลเข้าและการไหลออกของเงินทุนโดยตรงจากต่างชาติ ซึ่งในช่วงดังกล่าวมีการนำเงินออกของธุรกิจต่างชาติ จากกรณีการขายหุ้นบิ๊กซี ซึ่งมีวงเงินสูงถึง 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้เมื่อหักลบกับเงินลงทุนโดยตรงที่ไหลเข้ามา ทำให้ตัวเลขดูลดลงมาก แต่ถ้าหักกรณีนี้ไป คิดเฉพาะเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม

ขณะที่นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เรื่องดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการที่นักลงทุนไทยซื้อกิจการธุรกิจค้าปลีกในประเทศจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งหากไม่รวมรายการนี้ เงินลงทุนจากต่างประเทศโดยตรงสุทธิจะต่ำกว่าปีก่อนไม่มาก และไม่ได้น่าตกใจ เพราะส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานสูง เนื่องจากต้นปี 2558 มีการลงทุนรายการใหญ่เข้ามาเพิ่มทุนในธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกพิเศษ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าใจข้อเท็จจริงถึงกรณีที่มีข่าวว่ายอดเงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ลดลง ว่ามาจากกรณีที่นักลงทุนไทย คือกลุ่มทีซีซี กรุ๊ป ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีที่อยู่ในไทย ช่วงเดือน มี.ค.2559 จากกลุ่มคาสิโนกรุ๊ป กลุ่มบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของฝรั่งเศส เป็นเงินกว่า 124,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งเมื่อหักเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้ว ยังคงมียอดเงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ 3,797 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณ 132,000 ล้านบาท ขณะที่ตลอดทั้งปี 2558 มียอดเงินลงทุนโดยตรงทั้งสิ้น 7,087 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 248,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าตลอดทั้งปี 2559 ยอดเอฟดีไอจะเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน เมื่อรวมกับการขอรับการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ซึ่งเป็นความมั่นใจของเอกชนในอนาคตที่ต้องการลงทุนในไทยในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา ซึ่งมีมากถึง 123,000 ล้านบาท และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2558 ถึง 400% ด้วยแล้ว ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเอกชนยังมั่นใจในเศรษฐกิจไทย จึงนำเงินเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะการสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2559 จะยังคงมีเงินลงทุนโดยตรงเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง “ในช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายเจริญได้ซื้อห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ทำให้ต่างชาตินำเงินกลับประเทศ ขณะที่สินทรัพย์ยังคงอยู่ในประเทศไทย จึงไม่ได้หมายความว่าไทยไม่มีศักยภาพใดๆ แต่เป็นเรื่องการซื้อขายกิจการตามปกติเท่านั้น และยิ่งแสดงให้เห็นว่านักธุรกิจไทยได้ยกระดับตัวเองเข้าไปซื้อกิจการของต่างประเทศมาเป็นของไทยได้ด้วย ดังนั้นการรายงานตัวเลขของธปท.ที่ระบุว่ามีตัวเลขลดลงมากนั้น จึงถือเป็นเรื่องปกติ”.

ธปท.-ครม.สะดุ้งโหยง แจงระรัวเหตุยอดเงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ครึ่งปีแรกของไทยลดฮวบ มาจากกรณีเจ้าสัวเจริญซื้อห้างบิ๊กซีจากคาสิโนกรุ๊ป และคาสิโนขนเงินออกนอกประเทศ... 2 ส.ค. 2559 23:59 ไทยรัฐ