วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกร.จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงโลก เบร็กซิท-ยุโรป-ค่าบาทแข็ง

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่าได้หารือภาวะเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังพบว่า ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ ผลกระทบจากการที่อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือเบร็กซิท ปัญหาภาคธนาคารในสหภาพยุโรป รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ส่วนปัญหาในประเทศ เช่น การลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะไม่ว่าผลจะออกมาว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเลือกตั้งตามโรดแม็ปปี 2560 มากกว่า “กกร.ได้หนุนพนักงานในสังกัดไปใช้สิทธิลงประชามติ ส่วนจะรับหรือไม่รับขึ้นอยู่กับวิจารณญาณแต่ละคน ซึ่งการประชุม กกร.ไม่มีการพูดถึงข้อดีข้อเสียในการรับหรือไม่รับ ไม่ว่าผลออกมาอย่างไรรัฐบาลต้องเดินตามโรดแม็ป ซึ่งหลังลงประชามติ ถ้าไม่มีเหตุรุนแรงถึงขั้นประท้วง เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ต่างชาติยังคงมั่นใจค้าขายกับไทย”

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กกร. ยังคงอัตราการเติบโตของจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3-3.5% และส่งออกขยายตัว 0-2% แม้เศรษฐกิจโดยรวมเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะการส่งออกที่ติดลบแบบชะลอตัว และสินค้าอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ขณะเดียวกัน ผลจากภัยแล้งที่เริ่มคลี่คลายทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เช่นเดียวกับยอดขายรถยนต์ที่ดีขึ้น สะท้อนภาวะการใช้จ่ายในประเทศดีขึ้น “เศรษฐกิจไทยอาจทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปช่วงครึ่งปีหลัง จากการใช้จ่ายภาครัฐ และการขยายตัวการท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวครึ่งปีแรกขยายตัว 13% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ยังเพิ่มขึ้นแต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งเชื่อว่าภาครัฐได้ติดตามดูแลใกล้ชิด”.

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่าได้หารือภาวะเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังพบว่า... 2 ส.ค. 2559 23:51 ไทยรัฐ