วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยูนิเซฟ ชี้ เด็กแรกเกิด 77 ล.คนทั่วโลก ไม่ได้กินนมแม่ใน ชม.แรกของชีวิต

องค์การยูนิเซฟ เผย เด็กแรกเกิดกว่า 77 ล้านคนทั่วโลก ไม่ได้กินนมแม่ในชั่วโมงแรกหลังจากคลอด จากสถิติในไทยพบว่า รพ.รัฐให้ทารกกินนมแม่ทันที ร้อยละ 49 ส่วน รพ.เอกชนอยู่ที่ ร้อยละ 21 ชี้ นมแม่เป็นสารอาหาร-ภูมิคุ้มกันโรคที่ดีที่สุด...

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 59 องค์การยูนิเซฟ ระบุว่า มีเด็กแรกเกิดราว 77 ล้านคนทั่วโลก หรือประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กแรกเกิดทั้งหมด ที่ไม่ได้กินนมแม่ภายในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ส่งผลให้ทารกเหล่านี้เสียโอกาสที่จะได้รับสารอาหารที่จำเป็น ขาดภูมิคุ้มกัน และขาดการสัมผัสกับอ้อมอกแม่ในชั่วโมงที่สำคัญของชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย และการเสียชีวิตของเด็กได้ 

ข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ ระบุว่า แม่ควรให้นมแม่แก่ทารกภายในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด และควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรก ส่วนหลังจากหกเดือนไปแล้ว แม่ยังคงสามารถให้นมแม่ต่อเนื่องจนลูกอายุ 2 ขวบ หรือนานกว่านั้น โดยให้นมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมที่มีประโยชน์และเหมาะสม ข้อมูลจากยูนิเซฟยังชี้ให้เห็นว่า การส่งเสริมให้ทารกทั่วโลกได้กินนมแม่ภายในชั่วโมงแรกของชีวิต ยังไม่ค่อยมีความคืบหน้านักในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ในส่วนของประเทศไทย ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยเมื่อปี 2555 ระบุว่า มีทารกเพียงร้อยละ 46 เท่านั้นที่ได้กินนมแม่ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังคลอด อัตรานี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างเด็กที่เกิดโรงพยาบาลรัฐกับโรงพยาบาลเอกชน โดยทารกที่เกิดในโรงพยาบาลรัฐร้อยละ 49 ได้กินนมแม่ภายในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ในขณะที่ในโรงพยาบาลเอกชน อัตรานี้อยู่แค่ร้อยละ 21 

ด้าน นางฟรองซ์ เบแกง เจ้าหน้าที่ยูนิเซฟด้านโภชนาการ กล่าวว่า การที่ทารกต้องรอนานกว่าจะได้อยู่ในอ้อมอกแม่หลังคลอด ถือเป็นการลดโอกาสในการรอดชีวิตของเด็ก และยังทำให้แม่ผลิตน้ำนมได้น้อยลง และลดโอกาสที่แม่จะสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกอีกด้วย ทั้งนี้ นมแม่เป็นวัคซีนแรกของทารก เป็นยาที่ดีที่สุดในการป้องกันความเจ็บป่วยและโรคภัยไข้เจ็บ ในแต่ละปีหากทารกทุกคนได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรก เราจะสามารถช่วยให้เด็กทั่วโลกกว่า 800,000 คนรอดชีวิตได้ แม้เป็นที่รู้กันว่านมแม่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามิน และเกลือแร่ที่ทารกต้องการในการเจริญเติบโตในช่วงหกเดือนแรกของชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอาหารใดๆ อีก แต่สถิติจากทั่วโลกกลับพบว่า มีทารกเพียงร้อยละ 43 เท่านั้นที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว สำหรับประเทศไทยอัตรานี้ยิ่งต่ำลงไปอีก โดยมีทารกเพียงร้อยละ 12 เท่านั้น ที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกของชีวิต ทารกจำนวนมากได้รับอาหารทดแทนนมแม่และน้ำเปล่า ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่านมแม่ ส่งผลให้ทารกได้ดื่มนมแม่น้อยลง 

เมื่อเร็วๆ นี้ งานวิจัยซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The Lancet พบว่า การกินนมแม่ที่นานขึ้นมีผลต่อไอคิวของเด็ก โดยสามารถช่วยเพิ่มระดับไอคิวได้ถึง 3-4 จุด และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคติดต่อต่างๆ และลดอัตราการตายของทารก อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย มีเด็กเพียงร้อยละ 18 ที่ได้กินนมแม่จนอายุสองขวบ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ 

ขณะที่ นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย กล่าวว่า นมแม่เป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์มหาศาล นมแม่คือ ภูมิคุ้มกันสำหรับทารก และมีคุณค่าเหนือกว่านมผงใดๆ ที่ผลิตมา ดังนั้นเราต้องส่งเสริมให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างถึงที่สุด เพราะจะช่วยให้เด็กๆ ในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างฉลาดและแข็งแรง ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในกระบวนการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก ที่กระทำอย่างดุเดือดและไม่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เรื่องนี้เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องสุขภาพของเด็ก แต่เราสามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าทุกคนมาช่วยกัน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ใช่เป็นเรื่องของแม่เพียงคนเดียว เราทุกคนตั้งแต่สามี สมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ไปจนถึงหมอ พยาบาล และรัฐบาล ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ นอกจากนี้ เรายังต้องมีนโยบายที่จะเอื้อให้แม่ที่ต้องไปทำงานสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่องได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้มีมุมนมแม่ในที่ทำงาน การมีเวลาพักให้แม่สามารถปั๊มนม ตลอดจนการมีตู้เย็นเก็บน้ำนมในที่ทำงาน

องค์การยูนิเซฟ เผย เด็กแรกเกิดกว่า 77 ล้านคนทั่วโลก ไม่ได้กินนมแม่ในชั่วโมงแรกหลังจากคลอด จากสถิติในไทยพบว่า รพ.รัฐให้ทารกกินนมแม่ทันที ร้อยละ 49 ส่วน รพ.เอกชนอยู่ที่ ร้อยละ 21 ชี้ นมแม่เป็นสารอาหาร-ภูมิคุ้มกันโรคที่ดีที่สุด 2 ส.ค. 2559 17:57 ไทยรัฐ